- หน้าแรก
- ตำนานแห่งอาชูร่า
- บทที่ 32 : สถานการณ์สิ้นหวัง
บทที่ 32 : สถานการณ์สิ้นหวัง
บทที่ 32 : สถานการณ์สิ้นหวัง
“ติ๊ง! ยินดีด้วย ผู้เล่นเฟิงหุน เลเวลอัปเป็น 20... ได้รับ 5 แต้มสถานะ”
หลังจากก้มหน้าก้มตาฆ่าฟันอยู่ในสุสานยมทูตมาวันครึ่ง ในที่สุดเฟิงเซียวก็ไต่เต้ามาถึงเลเวล 20 แต่เสียงแจ้งเตือนของระบบยังไม่จบแค่นั้น
“ติ๊ง! ยินดีด้วย ผู้เล่นเฟิงหุน เรียนรู้สกิล ‘ดาบมังกรเพลิง’ สำเร็จ, ชื่อเสียง +10”
“ติ๊ง! พลังธาตุไฟในกายท่านตื่นขึ้น ท่านเรียนรู้สกิล ‘เปลวอัคคี’”
“ติ๊ง! ยินดีด้วย ผู้เล่นเฟิงหุน เรียนรู้วิชาอาชูร่า ‘อเวจีแห่งความสิ้นหวัง’ สำเร็จ, ชื่อเสียง +20”
“เรียนรู้สกิลใหม่แล้ว แถมทีเดียว 3 สกิลรวด...” เฟิงเซียวรีบเปิดหน้าต่างสกิลตรวจสอบทันที
[ดาบมังกรเพลิง]:
วิชานักรบเวทธาตุไฟขั้นต้น เฉพาะผู้มีกายาเทพอสูรและค่าความรู้แจ้งสูงส่งเท่านั้นที่เรียนรู้ได้
• เงื่อนไข: ใช้มานา 30, ไม่มีคูลดาวน์
[เปลวอัคคี]:
สกิลเสริมพลัง ใช้พลังธาตุไฟสร้างมังกรเพลิงวนเวียนรอบกาย
• เงื่อนไข: ใช้มานา 10, ระยะเวลา 10 นาที, ไม่มีคูลดาวน์
[อเวจีแห่งความสิ้นหวัง]:
วิชาเฉพาะของอาชูร่า อาชูร่าผู้สิ้นหวังยอมละทิ้งทุกสิ่งเพื่อแลกกับพลังทำลายล้างมหาศาล
• ระยะเวลา: 1 นาที
• ผลข้างเคียง: ภายใน 1 นาที ค่าสถานะทั้ง 6 จะเหลือ 1, ใช้สกิลไม่เสียมานา
• บทลงโทษ: หลังใช้สกิล เลเวลลดลง 3 ระดับ
สกิลโจมตีเดี่ยวและสกิลเสริมพลังอันแข็งแกร่ง!
“มีต้านทานความร้อนโผล่มาอีกแล้ว คราวก่อนก็ต้านทานความเย็น... มันมีไว้ทำอะไรกันแน่นะ”
“ดาบผ่าเหมันต์, กงจักรวายุ, ดาบมังกรเพลิง... น้ำ ลม ไฟ... หรือว่าต่อไปจะมี ดิน กับ สายฟ้า? นักรบเวทจะเรียนรู้สกิลครบ 5 ธาตุเลยหรือเปล่านะ?”
เฟิงเซียวเข้าใจผิดถนัด... ในประวัติศาสตร์ ‘อ้าวเฟิง’ ผู้เป็นนักรบเวทหนึ่งเดียวมีเพียงสกิลธาตุลมเท่านั้น
ส่วน ‘อเวจีแห่งความสิ้นหวัง’ เฟิงเซียวจัดให้มันเป็นสกิลที่ ‘โหดเหี้ยมอำมหิตแต่ก็แกว่งเท้าหาเสี้ยน’ อย่างแท้จริง ด้วยค่าสถานะปัจจุบันของเขา ถ้าใช้สกิลนี้ พลังโจมตีจะพุ่งขึ้นสิบกว่าเท่า! นั่นคือความเสียหายระดับล้างโลก... แต่เงื่อนไขก็โหดร้ายไม่แพ้กัน ถ้าไม่ใช่สถานการณ์สิ้นหวังจริงๆห้ามใช้เด็ดขาด เพราะพลาดนิดเดียวคือตายทันทีจากมอนสเตอร์ตัวไหนก็ได้
ที่สำคัญที่สุดคือ... เลเวลลดลง 3 ระดับ!
ยิ่งเลเวลสูงยิ่งอัปยาก เมื่อวานเขาขึ้นจาก 15 ไป 19 แต่วันนี้ฟาร์มข้ามเลเวลมาทั้งเช้า 4 ชั่วโมงเต็ม ได้มาแค่ 1 เลเวล ทั้งที่ไม่ได้เสียเวลาเดินทางกลับเมืองเลยด้วยซ้ำ
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ทิ้งห่างคนอื่นไปไกลโข อันดับ 2 อย่าง เฮิ่นเทียน ตอนนี้เพิ่งจะ 17 ส่วนคนอื่นๆส่วนใหญ่อยู่ที่ 13-15
เฟิงเซียวเป็นพวกไม่เคยพกยา ไม่เคยกลับเมืองซื้อของ สิ่งเดียวที่น่าเจ็บใจคือกระเป๋าเต็มจนต้องทิ้งของดีๆไปเยอะ ตอนนี้ในกระเป๋ามีแต่ยาและอุปกรณ์ระดับทองแดงขึ้นไปเท่านั้น
“ได้เวลาไปรับเหยาเอ๋อร์แล้ว” เฟิงเซียวมองนาฬิกาในเกม เกือบเที่ยงแล้ว เขาจัดการพลหอกวิญญาณรอบตัวให้เรียบ แล้วเตรียมล็อกเอาต์
วูบ!
แสงสีขาวสว่างวาบไม่ไกล ร่างยักษ์ของอัศวินวิญญาณปรากฏขึ้น มันควงหอกยาวคำรามลั่นอวดบารมี แล้วสายตาก็เหลือบมาเห็นเฟิงเซียว...
เจ้าอัศวินวิญญาณตัวนี้โดนเฟิงเซียวฆ่าตายไป 3-4 รอบในช่วงสองวันที่ผ่านมา พอมันเห็นหน้าเขา ความแค้นฝังลึกก็ปะทุขึ้นทันที มันร้องโหยหวนเหมือนโดนขุดบรรพบุรุษขึ้นมาด่า แล้วพุ่งเข้าใส่เฟิงเซียวอย่างบ้าคลั่ง
ฉึก!
-147
หอกปักเข้าที่หลังเฟิงเซียวตอนกำลังจะกดออกเกมพอดี
“ติ๊ง! ท่านอยู่ในสถานะต่อสู้ ไม่สามารถออกจากระบบได้”
“หึหึ... อุตส่าห์รีบวิ่งมาส่งฉันด้วยตัวเอง ช่างมีน้ำใจจริงๆ” เฟิงเซียวไม่โกรธที่โดนขัดจังหวะ กลับยิ้มร่า... บอสโผล่มาหาถึงที่ เท่ากับเอาของกับค่าประสบการณ์มาเสิร์ฟถึงปาก มีหรือจะปฏิเสธ
“เพื่อตอบแทนน้ำใจของแก... มาลองท่าใหม่ของฉันหน่อยเป็นไง!”
“เปลวอัคคี! ...ดาบมังกรเพลิง!”
เฟิงเซียวตะโกนก้อง กระบี่เซวียนหยวนสีทองดำลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสีแดงฉาน เสียงมังกรคำรามดังกึกก้อง... คมดาบเพลิงฟาดฟันใส่ร่างอัศวินวิญญาณ 3 ครั้งซ้อนในพริบตา!
-832, -842, -833
ความเสียหายปกติบวกความเสียหายธาตุไฟ 50 หน่วย รวม 3 ครั้ง... ดาบมังกรเพลิงชุดเดียวลดเลือดอัศวินวิญญาณไปครึ่งหลอด! มันคำรามด้วยความเจ็บปวด งัดท่าไม้ตาย ‘ดาวตกสังหาร’ ออกมาใช้หวังจะแก้แค้น...
ฉัวะ! ฉัวะ!
กงจักรวายุหมุนคว้างตัดหน้าอกมันอย่างจัง ขัดจังหวะการขว้างหอกและพรากพลังชีวิตที่เหลือไปจนเกือบหมด
“น่าจะใกล้เรียกลูกน้องแล้วมั้ง...” เฟิงเซียวยิ้มกริ่ม เขาจงใจเลี้ยงไข้ให้มันเหลือเลือดนิดเดียว เพื่อรอให้มันเรียกหมาป่าวิญญาณออกมา จะได้กินรวบสองต่อ
เป็นไปตามคาด อัศวินวิญญาณเริ่มแหกปากร้องโหยหวน เฟิงเซียวยืนกอดอกรออย่างใจเย็น กะว่าพอหมาป่าโผล่ปุ๊บ ค่อยเชือดเจ้านายมันทิ้ง
.........
แต่ที่แปลกคือ... คราวนี้เสียงร้องของมันยาวนานผิดปกติ ปกติร้องวินาทีเดียวก็มาแล้ว แต่นี่ปาเข้าไป 3 วินาทีเต็ม
เคร้ง!
ขณะที่เฟิงเซียวกำลังสงสัย แสงสีทองเจิดจ้าก็ระเบิดออกมาจากร่างอัศวินวิญญาณ ชุดเกราะสีเงินหมองๆของมันค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม...
“ชิบหาย! มันวิวัฒนาการ!”
เฟิงเซียวรู้ทันทีว่างานเข้า รีบพุ่งตัวเข้าไปแทงด้วยดาบมังกรเพลิง กระบี่ปะทะเข้ากับม่านแสงสีทองอย่างจัง
เปรี้ยง!
-505
เฟิงเซียวเป็นฝ่ายกระเด็นออกมาเอง เลือดลดฮวบไปกว่า 500 หน่วย เมื่อเขาลุกขึ้นมาได้ อัศวินวิญญาณตรงหน้าก็กลายร่างเสร็จสมบูรณ์แล้ว
“ติ๊ง! การไล่ล่าสังหารอย่างต่อเนื่องของท่าน ทำให้อัศวินวิญญาณโกรธแค้นถึงขีดสุด ความพิโรธผลักดันให้มันวิวัฒนาการเป็นบอสระดับทองเลเวล 35 ‘อัศวินวิญญาณทองคำ’”
ฉันไล่ล่ามัน? มันต่างหากที่วิ่งมาให้ฆ่าเอง! เฟิงเซียวบ่นอุบ แต่หัวใจเต้นแรง... เหตุการณ์น้ำเน่าโอกาสหนึ่งในหมื่นดันมาเกิดกับเขาซะได้
บอสระดับทอง... ตัวตนที่เหนือชั้นกว่าบอสระดับเงินคนละโลก แถมยังเลเวล 35!
[อัศวินวิญญาณทองคำ]:
บอสระดับทอง เลเวล 35, พลังชีวิต 25,000
มีพลังโจมตีและป้องกันสูงมาก
• สกิล:
• หอกวิญญาณ: สละพลังชีวิต 50 หน่วยโจมตีรุนแรง 2 เท่า
• พายุราชันย์มังกร: หมุนตัวโจมตีรอบทิศทาง มีโอกาสผลักกระเด็นสูง
• ท่าไม้ตาย ดาวหางทะลวงภพ: ขว้างหอกสุดแรงเกิด สร้างความเสียหายคงที่ 3,000 หน่วย แก่ศัตรูในแนวเส้นตรง และทำให้ติดสถานะ ‘มึนงง’ 100% นาน 3-5 วินาที หลังใช้ต้องรอ 3 วินาทีเพื่อสร้างอาวุธใหม่
เห็นค่าสถานะแล้วเฟิงเซียวถึงกับกลืนน้ำลาย บอสระดับทองโหดนรกแตกจริงๆ เหมือนจักรพรรดิหมาป่าหิมะทองคำตอนนั้นที่ตายอย่างง่ายดายเพราะโดนสกิลโกง ‘วิถีแห่งราชันย์’ เข้าไป ถ้าสู้กันแฟร์ๆเฟิงเซียวคงเละเป็นโจ๊ก
วูบ!
แสงเย็นวาบผ่านนัยน์ตา เฟิงเซียวยังไม่ทันตั้งตัว ปลายหอกขนาดยักษ์ก็พุ่งเข้ามาจ่อที่ลูกตาแล้ว!
ตูม!
-3000
อัศวินวิญญาณทองคำแค้นฝังหุ่น ไม่เปิดโอกาสให้ตั้งตัว มันเปิดฉากด้วยท่าไม้ตาย ‘ดาวหางทะลวงภพ’ ทันที! บอสระดับสูงฉลาดเป็นกรด ไม่มามัวเก๊กท่าให้เสียเวลาเหมือนบอสกระจอก
เฟิงเซียวหน้าซีดเผือด พลังชีวิตหายวูบไปเกินครึ่ง แถมยังติดสถานะ ‘มึนงง’!
3 วินาทีผ่านไป... หอกใหม่ปรากฏขึ้นในมือบอสระดับทอง มันคำรามลั่นแล้วพุ่งเข้ามาหา ซ้ำร้าย พลหอกวิญญาณชุดใหม่ก็เพิ่งเกิดพอดี ต่างกรูกันเข้ามาผสมโรง
เฟิงเซียวยังขยับไม่ได้... ความต่างชั้นของเลเวลทำให้สถานะมึนงงจากบอสเลเวล 28 (ระดับเงิน) นาน 5 วินาที นี่บอสระดับทองเลเวล 35 ผลลัพธ์ย่อมไม่ต่างกัน
วินาทีที่ 4:
-847, Miss, Miss, -43, -46
การโจมตีธรรมดาของบอสระดับทองบวกกับลูกน้องอีกสี่ตัวทำให้เลือดของเฟิงเซียวเหลือเพียงขีดแดง!
จบเห่... ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยกระต่ายตบตายที่หมู่บ้านมือใหม่แน่ๆ
วินาทีที่ 5... เฟิงเซียวขยับตัวได้แล้ว!
อัศวินวิญญาณทองคำโจมตีช้า มันเพิ่งจะเงื้อหอกขึ้นมาใหม่ สมองเฟิงเซียวแล่นเร็วจี๋หาทางรอด...
หนี? เป็นไปไม่ได้ ความเร็วบอสระดับทองเร็วกว่าเขาแน่ แถมติดสถานะต่อสู้จนกลับเมืองไม่ได้
วิถีแห่งราชันย์? ฆ่าบอสได้แน่นอน แต่หลังจากนั้นเขาจะอ่อนแอลงจนโดนลูกกระจ๊อกรุมทึ้งตาย...
...ต้องตายจริงๆเหรอวะเนี่ย?
ทันใดนั้น ประกายความคิดหนึ่งก็วาบขึ้นมา เฟิงเซียวรีบหยิบม้วนคาถาใบหนึ่งออกมาแล้วบีบแตกทันที!
ฟึ่บ!
หอกของอัศวินวิญญาณทองคำฟาดลงบนความว่างเปล่า มันคำรามลั่นด้วยความโกรธแค้นเมื่อพบว่าศัตรูคู่อาฆาตหายวับไปกับตา!
[ม้วนคัมภีร์ไร้ขอบเขต]: อุปกรณ์ระดับวิญญาณ วาร์ปไปที่ไหนก็ได้ในทวีปแบบสุ่ม
เฟิงเซียวหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก ของที่เขาเคยดูแคลนว่าไร้ประโยชน์ กลับช่วยชีวิตเขาไว้ในวินาทีวิกฤต
เขาถูกวาร์ปมายังถ้ำมืดๆที่เงียบสงัดแห่งหนึ่ง เฟิงเซียวไม่สนใจว่าที่นี่คือที่ไหน เขารีบกดล็อกเอาต์ทันที... เสียเวลามามากแล้ว เดี๋ยวจะไปรับน้องสาวสุดที่รักไม่ทัน!
*****