เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 : ตามหาโลหิตกิเลน

บทที่ 26 : ตามหาโลหิตกิเลน

บทที่ 26 : ตามหาโลหิตกิเลน


“หากมีวันนั้นจริง พวกเราย่อมไม่ปฏิเสธหน้าที่อย่างแน่นอน!” ไม่ว่าในใจจะคิดอย่างไร แต่วาจาที่สวยหรูย่อมต้องกล่าวออกไปก่อน เฟิงเซียวเปลี่ยนเรื่อง หันไปมองจักรพรรดิมังกรสวรรค์แล้วเอ่ยขึ้นว่า “แต่ฝ่าบาท ขออภัยที่ผมต้องพูดตรงๆ ลมปราณภายในของท่านอ่อนแอถึงขีดสุด ชีพจรสับสนวุ่นวาย เกรงว่า...”

“เกรงว่า... พลังชีวิตได้หมดลงแล้วใช่หรือไม่?” จักรพรรดิมังกรสวรรค์ยิ้มขื่น มองดูชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ ไม่คิดเลยว่าเขาจะมองเห็นอาการป่วยได้ทะลุปรุโปร่งจากระยะไกลขนาดนี้

เฟิงเซียวเงียบไป ถือเป็นการยอมรับโดยดุษณี ในโลกความเป็นจริง หากมีสิ่งใดที่เขาเชี่ยวชาญยิ่งกว่าความเร็ว ก็เห็นจะมีแต่วิชาแพทย์นี่แหละ! ใน ‘หลุนหุย’ ไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นหรือ NPC รูปลักษณ์ภายนอกและโครงสร้างภายในล้วนถูกจำลองมาจากโลกจริงอย่างไม่ผิดเพี้ยน แม้กระทั่งลายผิวหนังยังเหมือนกันเปี๊ยบ (ยกเว้นระบบจะช่วยซ่อมแซมความพิการให้) ดังนั้นเฟิงเซียวจึงสามารถวินิจฉัยอาการป่วยได้เพียงแค่ปรายตามอง

คำว่า “พลังชีวิตหมดลง” ทำให้เขาหวนนึกถึงเงาร่างของเด็กสาวผู้อ่อนแอคนนั้นขึ้นมา หัวใจของเขากระตุกวูบด้วยความเจ็บปวด

ขุนนางน้อยใหญ่ในท้องพระโรงต่างเงียบกริบ สีหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าสลด อาการประชวรของจักรพรรดิไม่ใช่ความลับสำหรับพวกเขา

“แค่กๆ... เฮ้อ... ข้าไม่ปิดบังเจ้าหรอก ข้าป่วยหนักจนเกินเยียวยาแล้ว ต่อให้มียาวิมุติหรือโอสถทิพย์มากมายเพียงใด ก็ไม่อาจยื้อชีวิตข้าไว้ได้ หมอหลวงทุกคนต่างก็จนปัญญา... เพียงแต่แผ่นดินกำลังจะเกิดกลียุค ข้ายังมีภารกิจอีกมากมายที่ต้องสะสาง จะให้ตายไปทั้งอย่างนี้ ข้าตายตาไม่หลับจริงๆ” จักรพรรดิมังกรสวรรค์เปิดใจเล่าอาการของตนอย่างหมดเปลือก

“ไม่มีหนทางรักษาชีวิตเลยจริงๆหรือครับ?” จักรพรรดิผู้นี้สร้างความประทับใจให้เฟิงเซียวไม่น้อย น้ำเสียงของเขาจึงแฝงความห่วงใยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

“หนทางมีอยู่วิธีหนึ่ง... แต่มันก็แทบไม่ต่างอะไรกับไม่มี...” จักรพรรดิมังกรสวรรค์นึกถึงความหวังเพียงหนึ่งเดียวที่หมอหลวงเคยบอกไว้ แววตาของพระองค์หม่นแสงลงยิ่งกว่าเดิม แต่เมื่อมองไปที่เฟิงเซียว ประกายแห่งความหวังอันริบหรี่ก็ถูกจุดขึ้นอีกครั้ง

“โว้ย! ตาแก่! เลิกอ้อมค้อมเป็นยายแก่ขี้บ่นได้แล้ว มีอะไรก็พูดกับไอ้เด็กนี่ไปตรงๆเลย!” เทียนซิวทำหน้าหงุดหงิด ดูเหมือนเขาจะรู้เรื่องนี้อยู่ก่อนแล้ว

เฟิงเซียวมองจักรพรรดิด้วยความสงสัย หรือวิธีรักษาที่ว่ามันจะเกี่ยวกับเขา?

“แค่กๆ... ตั้งแต่รู้ตัวเมื่อสามปีก่อน ข้าส่งคนออกตามหาสิ่งเดียวที่จะรักษาข้าได้ไปทั่วทั้งทวีปมังกรสวรรค์ แต่คว้าน้ำเหลวทุกครั้ง... ตอนนี้ความหวังทั้งหมดของพวกเราจึงฝากไว้ที่เหล่าวีรบุรุษจากต่างโลกอย่างพวกเจ้า ตามคำทำนาย พวกเจ้ามีศักยภาพ สติปัญญา และความกล้าหาญอันไร้ขีดจำกัด... บางทีพวกเจ้าอาจจะมีโอกาสเพียงริบหรี่ที่จะหามันพบ”

“สิ่งที่ช่วยชีวิตท่านได้คือ...?” สัญชาตญาณบอกเฟิงเซียวว่าของสิ่งนี้ต้องไม่ใช่ของธรรมดาแน่นอน

จักรพรรดิมังกรสวรรค์ถอนหายใจยาว ก่อนจะเอ่ยออกมาสั้นๆว่า

“โลหิตกิเลน!”

“อะไรนะ! นี่มัน...” เฟิงเซียวตกตะลึง

จักรพรรดิยิ้มเศร้า “ข้ารู้ว่ามันเป็นความหวังที่ริบหรี่จนแทบมองไม่เห็น แต่มีหวังย่อมดีกว่าสิ้นหวัง... เจ้าพอจะช่วยข้า หรือไหว้วานเพื่อนฝูงของเจ้าให้ช่วยข้าได้ไหม? แน่นอน ถึงหาไม่เจอก็ไม่เป็นไร เพราะมันเป็นภารกิจที่แทบเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ที่พำนักของกิเลนใช่ที่ที่มนุษย์อย่างเราจะหาเจอหรือย่างกรายเข้าไปได้ง่ายๆ ต่อให้เจอตัว การจะเอาเลือดของมันมา... ยาก! ยาก! ยากยิ่งกว่าปีนป่ายขึ้นสู่สวรรค์! ข้าแค่... ไม่อยากยอมแพ้ต่อชะตากรรมเท่านั้นเอง”

พูดจบพระองค์ก็ไอโขลกๆอย่างรุนแรงจนขันทีน้อยข้างกายต้องรีบเข้ามาปรนนิบัติวุ่นวาย

ความจริงแล้ว ที่เฟิงเซียวตกใจไม่ใช่เพราะความยาก... แต่เขาอยากจะตะโกนว่า “มันจะบังเอิญเกินไปแล้ว!”

โลหิตกิเลน... คือสิ่งที่เขาต้องตามหาเพื่อคลายผนึกกระบี่เซวียนหยวนอยู่พอดี!

“ตกลงครับฝ่าบาท! ผมจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อตามหามาให้ได้! เห็นแก่ที่ท่านเป็นกษัตริย์ที่ดี ห่วงใยอาณาประชาราษฎร์!” เฟิงเซียวตอบรับทันที ถือโอกาสเลียแข้งเลียขาจักรพรรดิไปในตัว

การตอบรับภารกิจที่เป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาดของเขา สร้างความประหลาดใจให้ทุกคนในท้องพระโรง แม้แต่เทียนซิวเองก็ยังมองเขาด้วยสายตาแปลกใหม่... ไอ้เด็กนี่... ถึงจะดูไม่เจียมตัว แต่ความกล้าหาญน่านับถือใช้ได้

จักรพรรดิมังกรสวรรค์ดีพระทัยเป็นล้นพ้น “ดี! สมแล้วที่เป็นผู้กล้าคนแรกที่มาถึงทวีปมังกรสวรรค์! ช่างห้าวหาญนัก! ความหวังของข้าเพิ่มขึ้นมาอีกหน่อยแล้ว... ฮ่าๆๆๆ...” แล้วพระองค์ก็ไอโขลกๆต่อ

“ติ๊ง! ผู้เล่นเฟิงหุน ท่านได้รับภารกิจลับระดับตำนาน ‘ตามหาโลหิตกิเลน’”

• เงื่อนไขความล้มเหลว: หากไม่สำเร็จภายใน 3 เดือน จักรพรรดิมังกรสวรรค์จะสวรรคต และภารกิจล้มเหลว

• รางวัล: รางวัลมหาศาลจากราชวงศ์มังกรสวรรค์ และการยอมรับจากขุนนางทั้งปวง

• บทลงโทษ: หากล้มเหลว จะถูกขุนนางทั้งปวงดูแคลน

“นี่คือ ขวดหยกวิญญาณ หากเจ้าหาโลหิตกิเลนพบจริงๆ ให้เก็บใส่ขวดใบนี้แล้วนำกลับมา” จักรพรรดิสั่งให้ขันทีนำขวดหยกสีขาวใบเล็กมามอบให้เฟิงเซียว

[ขวดหยกวิญญาณ]: อุปกรณ์ระดับวิญญาณ

• ความจุ: ไม่จำกัด

“เก็บน้ำได้ไม่จำกัด? ขวดสารพัดประโยชน์ชัดๆ!” เฟิงเซียวรีบเก็บลงกระเป๋า

“ฝ่าบาท! แย่แล้วพะยะค่ะ!”

ทันใดนั้น เสียงร้องตื่นตระหนกก็ดังมาจากนอกตำหนัก ขันทีน้อยคนหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่น ล้มลุกคลุกคลานเข้ามาในท้องพระโรง ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

จักรพรรดิมังกรสวรรค์ขมวดคิ้ว ตวาดถาม “มีเรื่องอันใดถึงได้ตื่นตระหนกเช่นนี้!”

“ฝ่าบาท... องค์... องค์หญิงสุ่ยเยว่ พระอาการกำเริบอีกแล้วพะยะค่ะ...”

“อะไรนะ!” จักรพรรดิผุดลุกขึ้นยืน พระพักตร์ซีดเผือดยิ่งกว่าเดิม “ไหนว่าคราวก่อนหายดีแล้วไง ทำไมถึง...”

“กระหม่อมก็มิทราบ... แต่ครั้งนี้... ครั้งนี้ดูเหมือนจะรุนแรงกว่าครั้งก่อนมาก ขอฝ่าบาทรีบเสด็จเถิดพะยะค่ะ...”

.........

หลังจากรับเงินหนึ่งแสนเหรียญทองมานอนกอดให้อุ่นใจ เทียนซิวก็ยิ้มแก้มปริจนปากแทบฉีกถึงรูหู เดินตัวปลิวออกจากวังหลวงอย่างมีความสุข ท่าทางระริกรี้นั้นทำเอาเฟิงเซียวหมั่นไส้จนต้องส่งสายตาเหยียดหยามไปให้

“องค์หญิงสุ่ยเยว่นี่เป็นใครเหรอครับ? ดูเหมือนจะป่วยหนักน่าดู” เฟิงเซียวถามด้วยความสงสัย

“เฮอะ! ข้าจะไปรู้ได้ไง แต่ได้ยินมาว่าตาแก่นั่นมีลูกสาวคนเดียว รักปานแก้วตาดวงใจ ถ้าองค์หญิงเป็นอะไรไป ตาแก่นั่นคงขาดใจตายตามแน่! แล้วก็... นี่ไอ้หนูเฟิงหุน เจ้าจะไปหาโลหิตกิเลนจริงๆเรอะ? ข้าจะบอกให้นะ ต่อให้เจ้าดวงดีเจอกิเลนเข้าจริงๆ เจ้าจะไปเอาเลือดมันมายังไง? แค่มันผายลมใส่ทีเดียวเจ้าก็ตายไปแปดร้อยรอบแล้ว!” เทียนซิวเบ้ปากใส่ความบ้าระห่ำของเฟิงเซียวอย่างไม่ปิดบัง

“ก็มันไม่มีหวังอยู่แล้วนี่นา อาจารย์จะมาซ้ำเติมทำไม... สบายใจเถอะ จักรพรรดิบอกเองว่าหาไม่เจอก็ไม่เป็นไร” ปากบอกไปอย่างนั้น แต่ในใจเฟิงเซียวมุ่งมั่นเต็มเปี่ยม โลหิตกิเลนคือกุญแจสำคัญในการปลดผนึกกระบี่เซวียนหยวน เขาต้องหามันให้เจอให้ได้ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม

แต่ก่อนอื่น... เขาต้องแข็งแกร่งขึ้น! แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้นถึงจะมีความหวัง!

เทียนซิวกลอกตามองบน “อย่าโลกสวยไปหน่อยเลย ถ้าไม่รับปากก็แล้วไป แต่รับปากแล้วทำไม่ได้... คนทั้งวังหลวงจะดูถูกเหยียดหยามเจ้า! ถึงตอนนั้นเจ้าคงไม่มีหน้าเดินเข้าวังหลวงอีกแล้วล่ะ”

“หา? รุนแรงขนาดนั้นเลยเหรอ?” เฟิงเซียวเริ่มหน้าเสีย ถ้าโดน NPC ทั้งเมืองดูถูก เวลาเดินไปไหนคงโดนชี้หน้าด่า ซื้อของไม่ได้ ขายของไม่ออก... ชิบหายแล้วไง!

“ก็เออสิวะ! เพราะฉะนั้นรีบๆไปทำให้ตัวเองเก่งขึ้นซะ! ด้วยความกระจอกงอกง่อยเลเวล 10 ของเจ้าตอนนี้... อ้าว เฮ้ย 14 แล้วเรอะ? ก็ยังกระจอกอยู่ดีนั่นแหละ! รีบไสหัวไปเก็บเลเวลไป๊! มีหน้ากากอสูรมายาของข้าอยู่ ถ้าเวลไม่พุ่งกระฉูดก็ให้มันรู้ไป!” พูดถึงหน้ากาก เทียนซิวก็อดถลึงตาใส่เฟิงเซียวด้วยความเสียดายไม่ได้

*****

จบบทที่ บทที่ 26 : ตามหาโลหิตกิเลน

คัดลอกลิงก์แล้ว