- หน้าแรก
- ตำนานแห่งอาชูร่า
- บทที่ 27 : สุสานยมทูต
บทที่ 27 : สุสานยมทูต
บทที่ 27 : สุสานยมทูต
“อาจารย์เทียนซิว พอจะรู้ไหมว่าที่ไหนมีมอนสเตอร์ประเภท ‘มนุษย์’ ให้เก็บเลเวลบ้าง?”
เฟิงเซียวถามขึ้น เพราะหน้ากากอสูรมายามีโบนัสความเสียหายต่อมนุษย์ถึง 50% ถ้าไม่ใช้ให้คุ้มค่าก็น่าเสียดายแย่
“หึ! รู้อยู่แล้วว่าเจ้าต้องถาม” เทียนซิวทำหน้าอวดรู้ “คนตาย... นับว่าเป็นมนุษย์ไหมล่ะ?”
“เอ่อ... ก็พอนับได้มั้ง อาจารย์คงไม่ได้จะให้ผมไปตีซอมบี้หรอกนะ?” เฟิงเซียวทำหน้าขยะแขยง
“ซอมบี้บ้าบออะไร! ข้าหมายถึง ‘สุสานยมทูต’ ต่างหาก! ที่นั่นเป็นสถานที่ฝึกฝนสำหรับอาชูร่าโดยเฉพาะ!”
“สุสานยมทูต? ฟังดูน่ากลัวชะมัด”
“กลัวก็ไม่ต้องไป! สมัยก่อนข้าฝึกอยู่ที่นั่นตั้ง 3 ปี ไม่เห็นจะน่ากลัวตรงไหน” เทียนซิวทำท่าดูแคลน
“ผมไม่ได้บอกว่ากลัวสักหน่อย! แต่ทำไมต้องเป็นอาชูร่าเท่านั้นที่ไปได้ล่ะครับ?”
“เพราะรอบๆสุสานยมทูตปกคลุมไปด้วย ‘ไอแห่งความตาย’ ที่เข้มข้น คนธรรมดาเข้าไปจะถูกดูดพลังชีวิตจนตาย แต่พวกเราอาชูร่ามีภูมิต้านทานต่อไอแห่งความตายอย่างสมบูรณ์”
“ตำนานเล่าว่าสุสานยมทูตมีทั้งหมด 7 ชั้น แต่ละชั้นมีองครักษ์พิทักษ์อยู่ ซึ่งก็คือวิญญาณที่เกิดจากไอแห่งความตายนั่นแหละ และที่ชั้นล่างสุด... ว่ากันว่ามีร่างของ ‘ยมทูต’ ที่ถูกผนึกไว้ ไม่รู้จริงเท็จแค่ไหน เพราะข้าเองก็ลงไปได้แค่ชั้น 5 ถ้ามีโอกาสก็อยากจะลงไปดูหน้าไอ้เจ้ายมทูตสักครั้งเหมือนกัน” เทียนซิวถอนหายใจด้วยความเสียดาย
“ตกลง! ผมจะไปที่นั่น ผมต้องรีบเก่งขึ้นให้ได้ ไปล่ะนะอาจารย์เทียนซิว!” ได้ข้อมูลครบแล้ว เฟิงเซียวก็วิ่งปรู๊ดออกไปทันที
เทียนซิวยืนอึ้ง พยายามข่มความโกรธรออยู่ตรงนั้น
สามนาทีผ่านไป...
เฟิงเซียววิ่งหน้าตั้งกลับมา ถามด้วยความเขินอาย “เอ่อ... สุสานยมทูตไปทางไหนหรอครับ?”
“ไอ้เวรเอ๊ย! กะแล้วเชียว! ซุ่มซ่ามแบบนี้จะเป็นอาชูร่าที่ยิ่งใหญ่ได้ยังไง! แล้วแผนที่ที่ข้าให้ไปมีไว้ดูเล่นรึไงวะ...” เทียนซิวเทศนาชุดใหญ่ไฟกระพริบ เฟิงเซียวได้แต่พยักหน้าหงึกๆรับคำ แต่ในใจคิดว่า ‘บ่นไปเถอะลุง เข้าหูซ้ายทะลุหูขวาอยู่แล้ว’
หนึ่งชั่วโมงต่อมา...
สุสานยมทูตตั้งอยู่ไม่ไกลจากทางทิศตะวันตกของนครหลวงมังกรสวรรค์ ด้วยสกิลเพิ่มความเร็วต่างๆ เฟิงเซียวจึงมาถึงในเวลาไม่นาน สถานะอ่อนแอหายไปแล้ว เขาจึงสวมใส่อุปกรณ์ครบชุด ทั้งหน้ากากอสูรมายาและผ้าคลุมวิญญาณหิมะ
ไอแห่งความตายที่หนาทึบรอบสุสานทำให้เฟิงเซียวอึดอัดเล็กน้อยในช่วงแรก แต่สักพักร่างกายก็ปรับตัวได้ เขาเปิดใช้งาน ‘เนตรวิญญาณ’ ตรวจสอบพื้นที่ทันที
[สุสานยมทูต]:
เมื่อ 50,000 ปีก่อน ‘จอมมาร’ ต้องการสยบ ‘ยมทูต’ ให้มาเป็นสมุน แต่ยมทูตขัดขืนสุดกำลัง จอมมารพิโรธแต่ไม่อาจสังหารยมทูตที่ทรงพลังได้ จึงใช้พลังมหาศาลผนึกยมทูตไว้ ณ ที่แห่งนี้ แม้จะถูกผนึก แต่ยมทูตยังคงแผ่ไอแห่งความตายออกมาไม่หยุดหย่อน จนที่แห่งนี้กลายเป็นเขตหวงห้ามสำหรับสิ่งมีชีวิตทุกชนิด
จอมมาร? เฟิงเซียวสะดุดใจอีกครั้ง นี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่ได้ยินชื่อนี้
เลิกคิดเรื่องปวดหัว เฟิงเซียวร่ายสกิลบัฟทันที
“กระบี่เซวียนหยวน! บุปผาวารี! ภูตวายุ!”
กระบี่ทองคำปรากฏขึ้นในมือ พร้อมกับออร่าสีฟ้าและเขียวที่หมุนวนรอบกาย เฟิงเซียวมองค่าสถานะของตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ:
[ข้อมูลตัวละคร]:
• อาชีพ: อาชูร่า, นักรบเวท
• เลเวล: 14
• ชื่อเสียง: 1,350
• เงิน: 2,670 เหรียญทอง
• ค่าสถานะพื้นฐาน: พละกำลัง 193, ความอึด 120, ความว่องไว 463, จิต 86
• ค่าสถานะคงที่: โชค 14, ความรู้แจ้ง 50
• พลังชีวิต: 4,796
• มานา: 2,860
• พลังโจมตี: 774
• พลังโจมตีเวท: 189
• พลังป้องกัน: 246
• แม่นยำ: 520 / หลบหลีก: 509
• ความเร็วโจมตี: ปกติ / ความเร็วเคลื่อนที่: 55 / ปฏิกิริยา: 147
• ต้านทานธาตุ: ไฟ 30%, น้ำ 40%, ลม 60%, สายฟ้า 30%, ดิน 30%, แสง 10%, มืด 10%
ค่าสถานะมหาศาล! โดยเฉพาะพลังชีวิตที่เกือบ 5,000 หน่วย! เลเวล 14 แต่เลือดเยอะพอๆกับอัศวินโล่เลเวล 40! อานุภาพของอุปกรณ์ระดับเทพช่างน่ากลัวจริงๆ
ด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม เฟิงเซียวผลักประตูชั้นแรกของสุสานยมทูตเข้าไป
“ติ๊ง! ยินดีด้วย ผู้เล่นเฟิงหุน ค้นพบแผนที่ลับ ‘สุสานยมทูต’ ได้รับค่าประสบการณ์ +1000, ชื่อเสียง +20”
เบื้องหน้าคือสุสานขนาดมหึมา เต็มไปด้วยหลุมศพและรั้วไม้ผุพัง บรรยากาศวังเวงน่าขนลุก ทหารยามชุดขาวถือดาบเดินล่องลอยไปมาเหมือนวิญญาณเร่ร่อน
เสียงประตูเปิดปลุกทหารยามเหล่านั้นให้ตื่นตัว พวกมันอยู่ที่นี่มาหลายหมื่นปีจนเบื่อแทบตาย พอเห็นเหยื่อหลงเข้ามา ก็พากันโห่ร้องยินดี (?) วิ่งกรูเข้ามาหาเฟิงเซียวพร้อมดาบในมือ
[ทหารยามชุดขาว]:
เลเวล 18, พลังชีวิต 680
วิญญาณที่เกิดจากไอแห่งความตายสะสม ปกป้องสุสานยมทูต มีสติปัญญาเล็กน้อยและจะโจมตีผู้บุกรุกทันที
• สกิล: ฟันดาบ - โจมตีเป้าหมายอย่างรุนแรง มีโอกาสสร้างความเสียหาย 2 เท่า
“ชั้นแรกก็เลเวล 18 แล้วเหรอ? แถมมากันโคตรเยอะ!” เฟิงเซียวบ่นยังไม่ทันจบ การโจมตีระลอกแรกก็ถาโถมเข้ามา
Miss, Miss, -40, Miss, -35, Miss...
ด้วยความว่องไวจากผ้าคลุมวิญญาณหิมะ การโจมตีส่วนใหญ่พลาดเป้า ส่วนที่โดนก็เบาหวิว เลือดลดไม่ทันสกิลฟื้นฟู ‘อาชูร่าคืนชีวา’ ด้วยซ้ำ เฟิงเซียวชูนิ้วกลางให้พวกมัน แล้วสวนกลับด้วย ‘ดาบผ่าเหมันต์’
ตูม! เพล้ง!
ดาบน้ำแข็งระเบิดออก สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างในรัศมี 4 เมตร ตัวเลขสีแดงลอยขึ้นเป็นพรวน
-1612, -1601, -3194 (Crit!), -1583...
“ทีเดียวตาย! พลังป้องกันพวกนี้ไม่ถึง 100 แหงๆ”
ทหารยามชุดขาวล้มลงระเนระนาด ทิ้งเงินและขวดยาเกลื่อนพื้น พวกที่อยู่ข้างหลังดาหน้าเข้ามาแทนที่ แต่เพียงวินาทีถัดมาก็กลายเป็นศพตามเพื่อนไป
เฟิงเซียวไล่ฆ่ามอนสเตอร์ราวกับเสือขย้ำไก่ ถ้ามาตัวเดียวก็ฟันธรรมดา ถ้ามาเป็นฝูงก็ใช้ดาบผ่าเหมันต์ เสียงน้ำแข็งแตกกระจายและเสียงไอเทมตกดังประสานกันไม่ขาดสาย อัตราการเกิดของมอนสเตอร์ตามความเร็วในการฆ่าของเขาไม่ทันเลย
“ง่ายเกินไปแล้ว...” เฟิงเซียวบ่นอุบ ผ่านไปสิบนาที เลือดและมานาเขายังเต็มเปี่ยม สกิลฟื้นฟูของอาชูร่าทำงานได้ดีเกินคาด
ทหารยามชุดขาวถือเป็นมอนสเตอร์สายโจมตีแรงแต่เลือดน้อย เมื่อเจอกับพลังป้องกันของเฟิงเซียว พวกมันก็กลายเป็นแค่เต้าหู้เดินได้
บวกกับโบนัสพลังโจมตีมหาศาลจากอาชีพอาชูร่า และโบนัสความเสียหายต่อมนุษย์ 50% ของหน้ากากอสูรมายา การฆ่าพวกมันจึงง่ายดายยิ่งกว่าปอกกล้วย
เฟิงเซียวเดินหน้าฆ่าฟันไปเรื่อยๆพร้อมกับมองหาทางลงชั้น 2 แต่ฉากในชั้นนี้เหมือนกันไปหมด มีแต่หลุมศพกับรั้วไม้ เดินวนไปวนมาครึ่งชั่วโมงจนเริ่มมึนหัว ก็ยังไม่เจอทางไปต่อ
เดินต่อไปอีกร้อยเมตร เงาร่างสีขาว 3 ร่างปรากฏขึ้นไม่ไกล เฟิงเซียวไม่รอช้า ซัด ‘กงจักรวายุ’ ใส่ทันที!
กระบี่เซวียนหยวนหมุนคว้างกลางอากาศ ห่อหุ้มด้วยพายุสีเขียว พุ่งแหวกอากาศไปด้วยความเร็วสูงกว่ากงจักรสังหารเดิมมาก ทิ้งรอยฝุ่นตลบไว้เบื้องหลัง
ฉึก!
-1202, -1196
เงาสีขาวทั้งสามโดนโจมตี แต่ไม่ตาย! พวกมันพุ่งสวนกลับมาหาเฟิงเซียวทันที
“เฮ้ย! ไม่ตายเหรอเนี่ย?” เฟิงเซียวชะงักไปเล็กน้อย
*****