เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 : เปลี่ยนอาชีพเป็นนักรบเวท

บทที่ 24 : เปลี่ยนอาชีพเป็นนักรบเวท

บทที่ 24 : เปลี่ยนอาชีพเป็นนักรบเวท


อาชูร่า: เมื่อหมื่นปีก่อน หลัวเจียตกลงสู่วิถีอาชูร่าด้วยความสิ้นหวัง จนกลายเป็นต้นกำเนิดของอาชีพนี้ ครั้งหนึ่งอาชูร่าเคยสร้างความหวาดหวั่นไปทั่วทวีป แต่ภายหลังได้ตกต่ำลงจนผู้คนค่อยๆลืมเลือนไป

• ไม่สามารถเข้าร่วมหรือก่อตั้งกิลด์ได้ (ยกเว้นจะบรรลุขั้น ‘จักรพรรดิอาชูร่า’ ในตำนาน)

• สามารถใช้อาวุธได้ทุกชนิด

• สามารถสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันได้ทุกอาชีพ

• ไม่อยู่ภายใต้กฎหมายของราชวงศ์มังกรสวรรค์ (เช่น ฆ่าคนชื่อไม่แดง, พูดคำหยาบไม่โดนแบน ฯลฯ)

• ต้านทานธาตุความตายโดยสมบูรณ์

• สกิล:

• หัตถ์อาชูร่า: สกิลติดตัว (ขั้นต้น) อาชูร่าเชี่ยวชาญการใช้อาวุธทุกชนิดและเปลี่ยนมันให้เป็นเครื่องมือสังหาร

• ผลลัพธ์: เมื่อใช้อาวุธใดๆ พลังโจมตีเพิ่มขึ้น 20%

• กายาอาชูร่า: สกิลติดตัว (ขั้นต้น) อาชูร่าสามารถสวมใส่เกราะได้ทุกประเภทและเสริมความแข็งแกร่งด้วยพลังอาชูร่า

• ผลลัพธ์: เมื่อสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันใดๆ พลังป้องกันเพิ่มขึ้น 20%

• อาชูร่าคืนชีวา: สกิลติดตัว (ขั้นต้น)

• ผลลัพธ์: ฟื้นฟูพลังชีวิตและมานาอัตโนมัติทุกวินาที (ปริมาณเท่ากับค่าความอึดและค่าจิต)

“อาชูร่า... ถึงจะไม่มีสกิลโจมตี แต่โคตรจะเก่ง!” นี่คือความประทับใจแรกของเฟิงเซียวที่มีต่ออาชีพนี้

เขาจำได้แม่นว่าค่าสถานะโบนัสจากการเปลี่ยนอาชีพเป็นอาชูร่านั้น มากกว่าอาชีพทั่วไปถึง 3-4 เท่า! โดยเฉพาะพลังโจมตีที่บวกมาดื้อๆ 100 แต้ม นั่นเท่ากับพลังโจมตีของอาวุธเลเวล 20 เลยทีเดียว

ยิ่งสกิลติดตัวทั้งสามยิ่งน่ากลัว ปกติอาชีพอื่นจะมีสกิลเพิ่มพลังโจมตีเฉพาะอาวุธแค่ 5% แต่อาชูร่าเล่นเพิ่ม 20% กับทุกอาวุธ! ส่วนสกิลรีเจนยิ่งโกงเข้าไปใหญ่ ปกติมีแต่อัศวินโล่ถึงจะมีสกิลแบบนี้ แต่อาชูร่ากลับรีเจนเลือดตามค่าความอึด! ด้วยค่าความอึดของเขาตอนนี้ เท่ากับเขากระดกยาแดงขวดกลางทุกวินาที!

เฟิงเซียวมั่นใจเลยว่า แค่ค่าสถานะพื้นฐานของอาชีพนี้ก็น่ากลัวเกินพอแล้ว หากขุดศักยภาพของมันออกมาได้หมด... จะไร้เทียมทานขนาดไหน

“เหมือนจะยังมีอีกหนึ่งอาชีพเทพๆรอให้ฉันไปเปลี่ยนอยู่แฮะ” เฟิงเซียวนึกขึ้นได้ว่าลืมตาแก่ห้าคนนั้นไปเสียสนิท

“ท่านอาจารย์เทียนจ้าน รบกวนช่วยเปลี่ยนอาชีพให้ผมหน่อยนะครับ” วันเดียวได้สองอาชีพลับ แถมยังมีคนมาอ้อนวอนให้เป็นอีก... เฟิงเซียวรู้สึกว่าโชคชะตาของเขานี่แหละที่ ‘ฝืนลิขิตสวรรค์’ ยิ่งกว่าม้วนคัมภีร์เสียอีก

เทียนจ้านไม่พูดพร่ำทำเพลง กางม้วนคัมภีร์เปลี่ยนอาชีพในมือออกแล้วสะบัดใส่เฟิงเซียว... แสงสีเขียวพุ่งออกมาจากม้วนคัมภีร์ เข้าปกคลุมร่างของเฟิงเซียวอย่างช้าๆ

แสงสีเขียวคงอยู่ประมาณสิบวินาทีแล้วค่อยๆจางลง ขณะที่ทุกคนคิดว่าการเปลี่ยนอาชีพเสร็จสิ้น จู่ๆแสงสีขาวเจิดจ้าที่ทรงพลังกว่าก็ระเบิดออกมาจากร่างเฟิงเซียว จนมองไม่เห็นตัวเขาเลย

เทียนจ้านเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง “ทำไมถึงเป็นแสงสีขาวล่ะ? เป็นไปไม่ได้...” ทันใดนั้นเขาก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จนแทบจะกระโดดตัวลอย “หรือว่า... หรือว่าเขา...”

แสงสีขาวค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นลำแสงรูปมังกรนับไม่ถ้วนที่ว่ายวนรอบกายเฟิงเซียวอย่างบ้าคลั่ง เฟิงเซียวรู้สึกว่าพลังงานมหาศาลกำลังวิ่งพล่านไปทั่วร่าง สุดท้ายพลังเหล่านั้นก็หลอมรวมเป็นลำแสง 7 สี 7 สาย ก่อนจะผสานกันเป็นหนึ่งเดียว กลายเป็นก้อนแสงสีขาวบริสุทธิ์ที่ซึมหายเข้าไปในร่างของเขา

แสงสว่างจางหายไป...

“ติ๊ง! ยินดีด้วย ผู้เล่นเฟิงหุน ท่านเปลี่ยนอาชีพเป็น ‘นักรบเวท’ สำเร็จ, ชื่อเสียง +100”

• โบนัส: อัตราคริติคอล +10%, ต้านทานพิษ +20%, ต้านทานธาตุทั้ง 5 (น้ำ, ไฟ, ลม, สายฟ้า, ดิน) +20%

“ติ๊ง! สกิล ‘แยกพสุธา’ ของท่านผสานกับพลังธาตุน้ำในร่างกาย วิวัฒนาการเป็นวิชานักรบเวทธาตุน้ำ ‘ดาบผ่าเหมันต์’”

“ติ๊ง! พลังธาตุน้ำในกายท่านตื่นขึ้น ท่านเรียนรู้สกิล ‘บุปผาวารี’”

“ติ๊ง! สกิล ‘กงจักรสังหาร’ ของท่านผสานกับพลังธาตุลมในร่างกาย วิวัฒนาการเป็นวิชานักรบเวทธาตุลม ‘กงจักรวายุ’”

“ติ๊ง! พลังธาตุลมในกายท่านตื่นขึ้น ท่านเรียนรู้สกิล ‘ภูตวายุ’”

เสียงแจ้งเตือนรัวจนเฟิงเซียวฟังแทบไม่ทัน สกิลเดิมของเขาถูกวิวัฒนาการจนหมด! เขารีบตรวจสอบสกิลใหม่อย่างตื่นเต้น

[ดาบผ่าเหมันต์]:

วิชานักรบเวทธาตุน้ำขั้นต้น เฉพาะผู้มีกายาเทพอสูรและค่าความรู้แจ้งสูงส่งเท่านั้นที่เรียนรู้ได้

• ผลพิเศษ: เสริมความเสียหายธาตุน้ำ 50 หน่วย, มีโอกาส 10% ที่จะแช่แข็งศัตรู

• เงื่อนไข: ใช้มานา 30, ไม่มีคูลดาวน์

[บุปผาวารี]:

สกิลเสริมพลัง ใช้พลังธาตุน้ำสร้างเกราะบุปผารอบกาย

• เงื่อนไข: ใช้มานา 10, ระยะเวลา 10 นาที, ไม่มีคูลดาวน์

[กงจักรวายุ]:

วิชานักรบเวทธาตุลมขั้นต้น เฉพาะผู้มีกายาเทพอสูรและค่าความรู้แจ้งสูงส่งเท่านั้นที่เรียนรู้ได้

• ผลพิเศษ: ทะลุทะลวงเป้าหมาย, เสริมความเสียหายธาตุลม 50 หน่วย, มีโอกาส 10% ที่จะทำให้ศัตรูหลับ

• เงื่อนไข: ใช้มานา 30, คูลดาวน์ 10 วินาที

[ภูตวายุ]:

สกิลเสริมพลัง เรียกภูตลมมาสถิตร่าง

• เงื่อนไข: ใช้มานา 10, ระยะเวลา 10 นาที, ไม่มีคูลดาวน์

“นี่สินะอานุภาพของนักรบเวท... ร้ายกาจจริงๆ!” เฟิงเซียวพอใจมาก โดยเฉพาะสกิลเสริมพลังทั้งสองที่ใช้มานาน้อยแต่ผลลัพธ์มหาศาล

“แปลกแฮะ... ทำไมรู้สึกว่าสกิลที่ฉันเรียนรู้มาก่อนหน้านี้ เหมือนมีไว้เพื่อรองรับการเป็นนักรบเวทโดยเฉพาะเลย?”

“อาจารย์เทียนจ้าน ผมเปลี่ยนอาชีพเสร็จแล้วครับ ขอบคุณมาก... ผมสัมผัสได้เลยว่าอาชีพนี้ทรงพลังมาก”

เทียนจ้านที่สมหวังดั่งใจยิ้มกว้างอย่างมีความสุข “ไม่ใช่แค่ทรงพลังหรอกนะเฟิงหุน... ต้องคนที่เคยเห็นกับตาเท่านั้นถึงจะรู้ว่ามันน่ากลัวแค่ไหน... เจ้าอยากฟังที่มาของอาชีพนี้ไหม?”

เฟิงเซียวพยักหน้า

“เรื่องมันไม่ยาวนัก... ทางตะวันออกของทวีปมังกรสวรรค์ มีชนเผ่าเล็กๆเผ่าหนึ่งที่ทรงพลังมาก ผู้คนที่นั่นสื่อสารกับธาตุธรรมชาติได้ตั้งแต่เกิด ทุกคนจึงเป็นจอมเวทโดยกำเนิด”

“แต่แล้ว... จอมเวทธาตุลมผู้ยิ่งใหญ่สองคนกลับให้กำเนิดลูกชายที่ไร้ซึ่งพลังเวทโดยสิ้นเชิง แต่กลับมีร่างกายที่แข็งแกร่งดุจนักรบ สำหรับเผ่าที่บูชาเวทมนตร์ เด็กคนนี้คือตัวกาลกิณี เป็นความอัปยศ... เมื่ออายุ 10 ขวบ เขาถูกขับไล่ออกจากเผ่า แม้แต่พ่อแม่ก็ช่วยอะไรไม่ได้”

“แต่เด็กน้อยไม่เคยโกรธแค้น เขาไม่ย่อท้อ แม้จะใช้เวทมนตร์ไม่ได้ แต่เขามีพลังธาตุลมที่สืบทอดจากพ่อแม่อยู่ในกาย เขาเชื่อว่าจะต้องมีทางกลับไปหาครอบครัวได้”

“เขาเริ่มทดลองผสานพลังธาตุลมเข้ากับวรยุทธ์ ด้วยความเพียรพยายามและปัญญาอันเป็นเลิศ... 20 ปีต่อมา เขาทำสำเร็จ และบัญญัติวิชา ‘ระบำเทพวายุ’ ที่ทำให้ทั่วหล้าต้องสยบ! ซึ่งก็คือร่างสมบูรณ์ของสกิลที่เจ้าใช้เมื่อกี้นั่นแหละ!”

“ระบำเทพวายุ... กงจักรวายุ??”

“ใช่แล้ว! การผสานเวทมนตร์เข้ากับวรยุทธ์นั้นทรงพลังกว่าการใช้แยกกันหลายเท่า และที่สำคัญ การโจมตีธาตุของนักรบเวทนั้นเจาะทะลุค่าต้านทานเวทมนตร์ของศัตรูได้ แต่ถ้าศัตรูแพ้ทางธาตุนั้น ก็จะโดนแรงขึ้นไปอีก! สรุปง่ายๆคือ... ตีแรงขึ้นได้ แต่ไม่สามารถป้องกันได้!”

“เฟิงหุน ข้าเชื่อว่าอีกไม่นาน เจ้าจะนำเรื่องเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่มาให้ข้า... และให้ตัวเจ้าเองด้วย” เทียนจ้านยิ้มอย่างมีเลศนัย

“เอ้านี่! ม้วนคัมภีร์เทพสงครามเป็นของเจ้าแล้ว... แต่ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่มีวันได้ใช้มันนะ”

เฟิงเซียวรับม้วนคัมภีร์มาเก็บไว้อย่างดี เขาเข้าใจความหมายนั้น... ถ้าต้องใช้ม้วนนี้ แปลว่าเขากำลังเข้าตาจนถึงขีดสุด

“จริงสิเฟิงหุน ผู้เล่นคนแรกที่เปลี่ยนอาชีพจะได้รับสิทธิ์เข้าเฝ้าจักรพรรดิมังกรสวรรค์ เจ้าไปได้เลยนะ” เทียนจ้านกล่าวด้วยความอิจฉาเล็กน้อย เจ้าเด็กนี่ดวงดีจนน่าหมั่นไส้

“เข้าเฝ้าจักรพรรดิ? ภารกิจลับ! ต้องเป็นภารกิจลับแน่ๆ!” ตาของเฟิงเซียวลุกวาว รีบร่ำลาเหล่าอาจารย์ทั้งห้า เตรียมพุ่งตัวไปวังหลวง

แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวเท้า เงาดำสายหนึ่งก็พุ่ง ฟึ่บ! มาขวางหน้า

ชายชราชุดดำ หนวดเครายาวเฟื้อย เนื้อตัวมอมแมม แต่ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรี...

“เอ๊ะ? ตาแก่นี่หน้าคุ้นๆแฮะ เหมือนเคยเจอที่ไหน?”

ชายชราชุดดำแทบจะระเบิดลง “ไอ้เด็กบ้า! มองอะไร! จำข้าไม่ได้เรอะ! ข้าคือเทียนซิวไงโว้ย!”

“อ้อ! มิน่าล่ะหน้าคุ้นๆ... แปลกจัง วันนี้อาจารย์ไม่ใส่หน้ากากเหรอครับ... อุ๊บ! แค่กๆๆ... ว่าแต่อาจารย์ไปเที่ยวรอบโลกแล้วไม่ใช่เหรอครับ? ทำไมกลับมาแล้วล่ะ?” เฟิงเซียวเหงื่อแตกพลั่ก... ลืมไปเลยว่าหน้ากากอาจารย์อยู่บนหน้าตัวเองนี่หว่า

“หึ! ข้ากลับมาเพราะนึกเรื่องสำคัญขึ้นได้!” เทียนซิวทำหน้าขึงขัง “ได้ข่าวว่าใครที่ช่วยผู้กล้าจากต่างโลกคนแรกเปลี่ยนอาชีพ จะได้เงินรางวัลตั้งหนึ่งแสนเหรียญทอง! ข้าเกือบจะลืมไปทวงเงินกับตาแก่จักรพรรดิแล้วไหมล่ะ!”

ตุ้บ!

เฟิงเซียวและเหล่าอาจารย์ทั้งห้าล้มตึงลงไปกองกับพื้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย...

*****

จบบทที่ บทที่ 24 : เปลี่ยนอาชีพเป็นนักรบเวท

คัดลอกลิงก์แล้ว