- หน้าแรก
- ตำนานแห่งอาชูร่า
- บทที่ 23 : เปลี่ยนอาชีพเป็นอาชูร่า
บทที่ 23 : เปลี่ยนอาชีพเป็นอาชูร่า
บทที่ 23 : เปลี่ยนอาชีพเป็นอาชูร่า
เทียนซิวเล่าที่มาของอาชีพอาชูร่าอย่างละเอียดจนจบ เขาหยุดพักหายใจครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นเคร่งขรึมและกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ข้า เทียนซิว ผู้สืบทอดอาชูร่ารุ่นที่ 22 ขอถามเจ้าอย่างเป็นทางการ... เจ้าพร้อมหรือไม่ที่จะสืบทอดพลังอาชูร่า ประกาศศักดาอาชูร่า และทำให้ชื่ออาชูร่าดังกึกก้องไปทั่วหล้า?”
“พร้อมครับ!” เฟิงเซียวแอบเบ้ปากในใจ จะพิธีรีตองอะไรนักหนา แต่ในใจลึกๆ ก็อดตื่นเต้นไม่ได้
“ดี!” ใบหน้าของเทียนซิวแดงก่ำด้วยความปิติ “ข้า เทียนซิว ในนามแห่งอาชูร่า ขอถ่ายทอดพลังอาชูร่าให้แก่ เฟิงหุน ผู้สืบทอดรุ่นที่ 23 ณ บัดนี้!”
แสงสีแดงเข้มระเบิดออกมาจากร่างของเทียนซิว ภายใต้การควบคุมของจิต พลังแสงสีแดงทั้งหมดค่อยๆไหลมารวมกันที่ปลายนิ้วชี้ ก่อตัวเป็นลูกบอลแสงสีดำทมิฬ
ความโหดเหี้ยม การฆ่าฟัน ความอาฆาตแค้น... กลิ่นอายด้านลบมหาศาลแผ่ออกมาจากลูกบอลแสงนั้น เทียนซิวพึมพำคาถาบางอย่าง ทันใดนั้นนิ้วชี้ของเขาก็พุ่งออกไป จิ้มเข้าที่กลางหน้าผากของเฟิงเซียวด้วยความเร็วที่ไม่อาจมองตามได้ทัน!
ตูม!
เฟิงเซียวรู้สึกเหมือนมีระเบิดดังสนั่นก้องในหัว สติสัมปชัญญะค่อยๆเลือนหายไป ภาพเบื้องหน้าพร่ามัว... เมื่อสายตากลับมาชัดเจนอีกครั้ง ร่างกายของเขาก็สั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ —— เพราะสิ่งที่เขาเห็นคือ ทะเลเลือด... และการฆ่าฟันอันไร้สิ้นสุด
ชายคนหนึ่งถือดาบยักษ์ นัยน์ตาสีแดงฉานราวกับเทพสังหารที่ผุดขึ้นมาจากขุมนรก เดินหน้าเก็บเกี่ยวชีวิตผู้คนรอบข้างอย่างไม่หยุดยั้ง ศัตรูคนแล้วคนเล่าล้มลง เลือดสดๆย้อมดาบยักษ์และเสื้อผ้าของเขาจนแดงฉาน แต่เขาดูเหมือนจะไม่รู้สึกรู้สา สีหน้ายังคงเรียบเฉย ขณะที่เท้ายังคงก้าวเดินไปข้างหน้าเพื่อพรากวิญญาณต่อไป!
หลัวเจีย!
...นับไม่ได้ว่าเขาฆ่าไปกี่คน นับไม่ถ้วนว่าเขาฆ่าไปนานเท่าไหร่ แผ่นดินกลายเป็นทะเลเลือด ท้องฟ้าถูกย้อมด้วยสีแดง สิ่งเดียวที่ลอยมากับสายลมคือกลิ่นคาวเลือดที่ชวนคลื่นเหียน... สิ่งเดียวที่ไม่เปลี่ยนแปลงคือแววตาที่สงบนิ่งคู่นั้น จนกระทั่งรอบกายไร้ซึ่งสัญญาณแห่งชีวิต เขาถือดาบยักษ์ ยืนอยู่อย่างเดียวดายท่ามกลางซากศพและกองเลือดราวกับมนุษย์โลหิต... ไม่รู้จะไปไหน... ไม่รู้ว่าต้องฆ่าใครอีก...
นี่หรือคืออาชูร่า... หัวใจของเฟิงเซียวสั่นไหว เมื่อเทียบกับอาชูร่าที่แท้จริงแล้ว สิ่งที่เขาเคยทำมา หรือการเรียกตัวเองว่าจักรพรรดิโลหิตในอดีต มันช่างเป็นเรื่องตลกที่น่าขบขันสิ้นดี
“ติ๊ง! ยินดีด้วย ผู้เล่นเฟิงหุน ท่านเปลี่ยนอาชีพเป็นอาชีพลับเฉพาะหนึ่งเดียว ‘อาชูร่า’ สำเร็จ, ชื่อเสียง +50”
• ค่าสถานะพื้นฐานทั้ง 4: +20
• ความต้านทานธาตุทั้ง 7: +10%
• โชค: +3
“ติ๊ง! ยินดีด้วย ผู้เล่นเฟิงหุน ท่านเป็นผู้เล่นคนแรกของโลกที่เปลี่ยนอาชีพสำเร็จ ได้รับรางวัล ชื่อเสียง +200, เงิน +1,000 เหรียญทอง”
เสียงแจ้งเตือนจากระบบปลุกเฟิงเซียวให้ตื่นจากภวังค์ เขามองไปที่เทียนซิวด้วยสายตาเลื่อนลอย เทียนซิวที่มีใบหน้าซีดเผือดพยักหน้าให้เขาด้วยแววตาที่สื่อความหมายว่า ‘เข้าใจแล้วสินะ’ ผู้ที่จะเป็นอาชูร่าทุกคนต้องผ่านการทำความเข้าใจเบื้องต้นว่า ‘อาชูร่าคืออะไร’ ก่อนเสมอ
ใบหน้าของเทียนซิวไร้สีเลือด ร่างกายค่อยๆทรุดฮวบลง เฟิงเซียวตกใจรีบเข้าไปประคอง ‘ชายชราผู้นี้ทุ่มเทให้เราอย่างหมดหน้าตักจริงๆ ถึงกับใช้พลังชีวิตทั้งหมดเพื่อเปลี่ยนอาชีพให้เรา...’
“เฮ้อ... เหนื่อยชะมัด เปลี่ยนอาชีพให้คนทีไร ใช้พลังอาชูร่าไม่ได้ตั้ง 3 นาที” เทียนซิวบ่นอุบ
เฟิงเซียวมืออ่อน ปล่อยเทียนซิวร่วงลงกระแทกพื้นดัง ตุ้บ!
“มารดามันเถอะ! นึกว่าตาแก่นี่สลายวรยุทธ์ยอมตายเพื่อถ่ายทอดวิชาซะอีก! เปลืองความรู้สึกชะมัด!”
“โอ๊ย! ไอ้เด็กบ้า ถีบหัวส่งกันเรอะ! รู้จักเคารพผู้หลักผู้ใหญ่บ้างไหม! กระดูกกระเดี้ยวข้ามันทนแรงกระแทกแบบนี้ไหวที่ไหน!” เทียนซิวลุกขึ้นมาด่าฉอดๆ ปัดฝุ่นตามตัว แล้วเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้ม “ช่างเถอะ ข้าไม่ถือสาเด็กเมื่อวานซืนอย่างเจ้า เฮ้อ... รอคอยมาตั้งพันปี ในที่สุดข้าก็จะได้ไปทำตามความฝัน ท่องเที่ยวทั่วทวีปมังกรสวรรค์สักที ข้าไปล่ะ... เอ้า! รับไป!”
เทียนซิวโยนม้วนกระดาษและหอยสังข์ให้เฟิงเซียว “แผนที่นี้อาชูร่ารุ่นก่อนเป็นคนวาดตอนเดินทางรอบทวีป ข้ากล้ารับประกันว่ามันคือแผนที่ที่ละเอียดที่สุดในตอนนี้ น่าจะมีประโยชน์กับเจ้า ส่วนหอยสังข์นี่เอาไว้ติดต่อข้าเวลาจำเป็น แต่จำไว้นะ ถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายห้ามเรียกเด็ดขาด! ไม่งั้นพ่อจะยึดคืน!”
เทียนซิวตบไหล่เฟิงเซียว แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “อาชูร่าเกิดมาเพื่อต่อสู้ ยึดมั่นถือมั่น ทรนงตน ทำทุกอย่างตามใจปรารถนา ไม่ยึดติดกฎเกณฑ์ใดๆของโลก แต่... ห้ามใช้อำนาจรังแกผู้ที่อ่อนแอกว่า และห้ามยอมให้ใครมารังแกเด็ดขาด! ไม่อย่างนั้นก็เสียชาติเกิดที่เป็นอาชูร่า!”
“อีกอย่าง ม้วนคัมภีร์หกดวงดาราที่เจ้าใช้ไป แลกมาด้วยชีวิตของอาชูร่ารุ่นที่ 21 ข้าไม่อยากให้เจ้าทำให้มันเสียของ ดังนั้น... ไม่ว่าจะยากลำบากแค่ไหน ข้าขอสั่งให้เจ้า เปลี่ยนอาชีพที่เหลือให้เป็นอาชีพลับทั้งหมด!”
“รับทราบครับ อาจารย์เทียนซิว!” เฟิงเซียวพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นเคารพนบนอบ
เทียนซิวหัวเราะร่า “ฮ่าๆๆๆ! ค่อยดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาหน่อย... ไปล่ะ!”
พูดจบเทียนซิวก็หายวับไปทันที ไม่แม้แต่จะร่ำลาเพื่อนฝูงอีกห้าคน
.........
“เฮ้ย!” เฟิงเซียวตบหน้าผากตัวเองดังฉาด ตะโกนลั่น “เดี๋ยวก่อนอาจารย์! กลับมาก่อนนนนน!”
“อะไรอีกเจ้าหนูเฟิงหุน! คิดถึงข้าแล้วเรอะ! ฮ่าๆๆ... เดี๋ยวเราคงได้เจอกันอีกแหละน่า” เสียงเทียนซิวลอยมาจากที่ไกลๆ
“หน้ากากอสูรมายา! หน้ากากของผมล่ะเฮ้ย!”
ฟิ้ววววว!
หน้ากากสีดำทมิฬลอยละลิ่วแหวกอากาศพุ่งเข้าใส่หน้าเฟิงเซียว พร้อมเสียงด่าทอที่ลอยตามลมมา “ไอ้เด็กเนรคุณ! วันๆจ้องแต่จะเอาของเทพของข้า!”
เฟิงเซียวรับหน้ากากมาอย่างทุลักทุเล แสงสีม่วงอันเป็นเอกลักษณ์ของศาสตราเทพส่องประกายวูบวาบ เขาแทบจะกรีดร้องด้วยความดีใจ “อุปกรณ์ระดับเทพ! ของจริงซะด้วย!”
เขารีบตรวจสอบค่าสถานะของหน้ากากทันที และบรรทัดแรกก็ทำเอาเขาแทบจะเป็นลม:
พลังชีวิต +100%!
เฟิงเซียวตื่นเต้นจนน้ำตาไหลพราก มีคุณสมบัตินี้ เขาจะเป็นยิ่งกว่ารถถังฝั่งธน ยิ่งกว่าอัศวินโล่สายเลือดล้วนเสียอีก! ต่อให้ถอดเสื้อตีบอสก็ยังไหว!
[หน้ากากอสูรมายา]: อุปกรณ์ระดับเทพ
• ที่มา: เดิมคือหน้ากากระดับเซียนชื่อ 'หน้ากากมายา' ของหลัวเจีย ภายหลังผ่านการชำระล้างด้วยเลือดของคนนับหมื่นและกลิ่นอายแห่งการฆ่าฟัน จนวิวัฒนาการเป็นอุปกรณ์ระดับเทพ
• ผลลัพธ์:
• พลังชีวิต +100%
• มานา +100%
• ค่าสถานะพื้นฐานทั้ง 4 เพิ่มขึ้นตาม (เลเวล x 3)
• ความเร็วการเคลื่อนที่ +10
• อัตราสังหารทันที +3%
• ต้านทานสถานะผิดปกติ +30%
• ต้านทานธาตุความตาย +30%
• โชค -3
• สร้างความเสียหายต่อศัตรูประเภท ‘มนุษย์’ เพิ่มขึ้น 50%
• สกิล:
• ดูดกลืนวิญญาณ: สกิลติดตัว, ดูดกลืนวิญญาณของศัตรูประเภทมนุษย์ที่ถูกฆ่าโดยอัตโนมัติ และผนึกไว้ในหน้ากาก (เก็บได้สูงสุด 50 ดวง)
• ระเบิดวิญญาณยมโลก: เรียกและสั่งการวิญญาณที่ดูดกลืนมาเพื่อโจมตี (รวมศูนย์หรือกระจายก็ได้) พลังโจมตีของวิญญาณแต่ละดวงเท่ากับ 2 เท่าของพลังโจมตีผู้ใช้ (เรียกได้สูงสุดครั้งละ [เลเวล/5] ดวง, ปัจจุบันมีวิญญาณ: 35/50)
• คลื่นยมทูตอาชูร่า: สกิลกดใช้, ปล่อยคลื่นยมทูตจากขุมนรกโจมตีศัตรูรอบตัว ศัตรูในรัศมีจะติดสถานะผิดปกติอย่างน้อย 1 อย่างแน่นอน (พิษ, ตาบอด, หวาดกลัว, อ่อนแอ, คำสาป, สับสน, มึนงง, อัมพาต, แช่แข็ง, หลับ, เป็นหิน) ระยะเวลาขึ้นอยู่กับความสามารถศัตรู, ใช้มานา 300, รัศมี = [เลเวล/2] เมตร, ใช้ได้ 2 ครั้งต่อวัน
เฟิงเซียวหยิกแขนตัวเองแรงๆเพื่อเช็กว่าไม่ได้ฝันไป... คุณสมบัตินี้มัน... โคตรพ่อโคตรแม่โหด!
“อุปกรณ์ระดับเทพ! นี่สินะที่เขาเรียกว่าอุปกรณ์ระดับเทพ! ใครบอกนะว่ามีอุปกรณ์ระดับเทพชิ้นเดียวก็ครองหลุนหุยได้... แม่งพูดถูกเผงเลย!”
“แต่ไอ้ ‘ธาตุความตาย’ นี่มันคืออะไร?” ในหน้าต่างสถานะมีแค่ความต้านทาน 7 ธาตุพื้นฐาน ไม่มีธาตุความตาย และในสายนักเวทก็ไม่มีสายนี้ด้วย
ส่วนค่า โชค -3 นั้น เฟิงเซียวเมินมันไปโดยสมบูรณ์ เมื่อเทียบกับคุณสมบัติเทพๆที่ได้มา การเสียโชคไปนิดหน่อยถือว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม
เฟิงเซียวที่มีโชคเกิน 10 ย่อมไม่เข้าใจหรอกว่าสำหรับผู้เล่นทั่วไป การลบโชค 3 แต้มนั้นหายนะขนาดไหน... ผู้เล่นทั่วไปมีโชคแค่ 1-5 แต้ม ถ้าโดนลบไป 3 อาจเหลือ 0 หรือติดลบ
โชคเหลือศูนย์ หมายถึง ตีมอนไม่ดรอปของ ไม่เจอภารกิจลับ
โชคติดลบ หมายถึง ความซวย! โดนคริติคอลบ่อยขึ้น, ตกหลุมพรางง่ายขึ้น, เจอเควสต์กับดัก, กินยายังสำลักตายได้, หรืออยู่ดีๆก็โดนลูกหลงชาวบ้านตีตาย... นรกชัดๆ!
*****