- หน้าแรก
- ตำนานแห่งอาชูร่า
- บทที่ 20 : อาชูร่าและนักรบเวท
บทที่ 20 : อาชูร่าและนักรบเวท
บทที่ 20 : อาชูร่าและนักรบเวท
“วะฮ่าๆๆๆๆ... วะฮ่าๆๆๆๆ...”
เทียนซิวระเบิดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งราวกับคนเสียสติ มือขวาดำเมี่ยมของเขาฟาดลงบนไหล่เฟิงเซียวอย่างแรงไม่ยั้ง
“ไอ้หนู! ตลอดหนึ่งพันปีมานี้ เจ้าเป็นคนแรกที่กล้าต่อปากต่อคำกับข้าแบบนี้! ใช้ได้! ใช้ได้! ถูกใจข้าจริงๆ! วะฮ่าๆๆๆๆ...”
เฟิงเซียวถูกตบไหล่จนหน้าเบ้ ฟันแทบกระทบกัน คิดในใจว่าตาแก่นี่ท่าจะเป็นโรคจิตประเภทชอบความเจ็บปวด โดนด่าจนโกรธควันออกหูขนาดนั้นยังมีหน้ามาบอกว่า 'ถูกใจ' อีกเรอะ? หรือว่าเขาจะเป็นศัตรูเก่ากลับชาติมาเกิด พอเจอหน้ากันเลยตื่นเต้นจนเป็นบ้า?
“ไอ้หนู! เจ้าอยากได้หน้ากากของข้าไม่ใช่รึ? เอ้านี่! ขอแค่เจ้ารับปากเงื่อนไขเล็กๆน้อยๆของข้าข้อเดียว ข้าจะยก ‘หน้ากากอสูรมายา’ ระดับเทพชิ้นนี้ให้ฟรีๆ! ว่าไงล่ะ?”
เทียนซิวพยายามทำน้ำเสียงให้ดูสงบนิ่ง แต่ในใจเต้นโครมครามจนแทบระเบิด รอคอยท่อนไม้มาจุดไฟอยู่นับพันปี บทจะเจอก็ดันเจอเป็นป่าดงดิบทั้งผืน! อาการตื่นเต้นของเขาตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับสาวทึนทึกที่รอคอยคืนเข้าหอมาทั้งชีวิต
อุปกรณ์ระดับเทพ? หน้ากากอสูรมายา? ให้ฟรี?
เฟิงเซียวรู้สึกเหมือนมีขนมเปี๊ยะก้อนโตหล่นทับใส่หัวจากฟากฟ้า กำลังจะอ้าปากรับคำ แต่สัญชาตญาณระวังภัยก็ทำงาน... ของฟรีไม่มีในโลก ยิ่งกับพวกตาแก่พันปีเขี้ยวลากดินพวกนี้ มีหรือจะยอมขาดทุน?
เฟิงเซียวถามเสียงแข็ง “เงื่อนไขอะไรหรอครับ?”
“โอ้ ไอ้หนู... เงื่อนไขนี้มีแต่ได้กับได้สำหรับเจ้า! แค่เปลี่ยนอาชีพเป็น ‘อาชีพลับ’ เท่านั้นเอง!”
เปลี่ยนอาชีพลับ? เฟิงเซียวมึนตึ้บ... นี่เรียกว่าเงื่อนไขเรอะ? ใครๆใน ‘หลุนหุย’ ต่างก็ฝันอยากได้อาชีพลับกันทั้งนั้น เพราะมันแข็งแกร่งและมีศักยภาพเหนือกว่าอาชีพทั่วไปหลายเท่าตัว แต่การจะได้มานั้นยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร ต้องอาศัยทั้งฝีมือ โชคชะตา และวาสนา เพราะอาชีพลับมีจำนวนจำกัดและมีเพียงหนึ่งเดียว
แต่ตาแก่ประหลาดนี่กลับขอร้องให้เขาเปลี่ยนเป็นอาชีพลับ แล้วยังแถมของเทพให้อีก... เฟิงเซียวชักสงสัยแล้วว่าสมองตาแก่นี่คงโดนลาเตะแล้วน้ำเข้าสมองซ้ำอีกรอบแน่ๆ
เหล่า NPC เปลี่ยนอาชีพคนอื่นๆต่างทำหน้าเหมือน ‘กะแล้วเชียว’ แต่ไม่มีใครปริปากพูดสักคำ ยกเว้นเทียนจ้านที่หน้าแดงก่ำ อึกๆอักๆเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ลังเลอยู่นาน สุดท้ายก็กลืนคำพูดลงคอไปด้วยสีหน้าพิลึกพิลั่น
“แน่ใจหรอครับ?” เฟิงเซียวถามย้ำอย่างระมัดระวัง
“โว้ย! ข้าหน้าเหมือนนักต้มตุ๋นรึไง? ฟังนะไอ้หนู... อาชีพที่ข้าจะมอบให้เจ้าคือ ‘อาชูร่า’ เป็นอาชีพที่เก่าแก่และทรงพลังที่สุดในทวีปมังกรสวรรค์ มีพลังทำลายล้างอันไร้ผู้ต่อกร... เอาเป็นว่าข้าบอกรายละเอียดมากไม่ได้ สรุปง่ายๆ... จะเปลี่ยนไม่เปลี่ยน!” เทียนซิวทำท่าหยิ่งยโสเหมือนไม่ง้อ แต่ในใจลุ้นจนเหงื่อตก กลัวเฟิงเซียวจะปฏิเสธ
“โอ้... เปลี่ยนสิครับ! ผมเปลี่ยน! ผมจะเป็นอาชูร่า!”
ชื่ออาชีพ ‘อาชูร่า’ ฟังดูเท่มาก แถมยังมีของเทพให้อีก มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่จะปฏิเสธ
“ดี! ดีมาก!” เทียนซิวแทบจะกระโดดโลดเต้น รีบเริ่มพิธีกรรมทันที “ข้า... เทียนซิว ในนามแห่งอาชูร่า...”
“อย่าไปเปลี่ยนเป็นอาชูร่าของมันนะ! นั่นมันอาชีพที่ไม่มีสกิล!”
ในที่สุดเทียนจ้านก็ทนไม่ไหว ตะโกนโพล่งออกมาด้วยดวงตาแดงก่ำ ไม่สนใจสายตาอำมหิตของเทียนซิวที่จ้องจะกินเลือดกินเนื้อ เขากัดฟันพูดต่อ “ข้า... ข้ามีอาชีพลับที่แข็งแกร่งกว่านั้น! ถ้าเจ้าเปลี่ยนเป็นอาชีพของข้า ข้าจะมอบของที่ เหนือกว่าศาสตราเทพให้เจ้า!”
“ไอ้เทียนจ้าน! แก...” เทียนซิวโกรธจนหนวดชี้ชัน
“อาชีพไม่มีสกิล? เชี่ยเอ๊ย!” เฟิงเซียวเหงื่อแตกพลั่ก หันขวับไปจ้องหน้าเทียนซิว “กะแล้วเชียวว่ามันแปลกๆ! นี่คุณแค้นเรื่องเมื่อกี้เลยจะหลอกให้ผมเปลี่ยนอาชีพกากๆเพื่อแก้แค้นใช่ไหม!”
“เจ้าอย่ามาใส่ร้ายข้า! ข้าเป็นคนแบบนั้นรึไง? อีกอย่าง ใครบอกว่าอาชูร่าไม่มีสกิลกัน!!”
พูดจบ ร่างกายของเทียนซิวก็ระเบิดแสงสีแดงเข้มออกมา รังสีอำมหิตพุ่งทะยานขึ้นหลายเท่าตัว “อาชีพของข้าก็คืออาชูร่า! แหกตาดูให้ดีๆ นี่ไม่ใช่สกิลหรือไง!”
เทียนจ้านวันนี้มาแบบยอมหักไม่ยอมงอ เขาแค่นเสียงใส่เทียนซิว “นั่นมันบัฟ! แกมีสกิลโจมตีไหมล่ะ? ไหนลองใช้ให้ดูเป็นขวัญตาหน่อยสิ!”
เทียนซิวอึกอัก... อ้ำอึ้งอยู่นานก่อนจะตะโกนแก้เก้อ “พวกเราอาชูร่าเดินบนวิถีแห่งความโดดเดี่ยว กระบวนท่าขึ้นอยู่กับใจ ไร้รูปแบบตายตัว! ข้าไม่จำเป็นต้องมีสกิลโจมตีขยะๆพวกนั้นหรอก! หึ! พวกแกที่มีสกิลโจมตีเป็นกระบุง มีใครหน้าไหนสู้ข้าได้บ้าง!” พูดจบก็กวาดตามองคนอื่นอย่างดูแคลน
“เหอะ! ที่แกชนะพวกข้าได้เพราะแกฝึกวิชามาก่อนพวกข้าตั้งสามพันปีต่างหาก ยังจะมีหน้ามาคุย...”
เทียนซิว: “..........”
ถ้าเทียนจ้านเป็นผู้หญิง เทียนซิวคงจับขืนใจแล้วฆ่าทิ้งไปนานแล้ว วันนี้ตาแก่นี่กินดีหมีหัวใจเสือมาจากไหน ปกติเจอหน้าเขาแทบไม่กล้าหายใจ แต่วันนี้กลับกล้ามาต่อล้อต่อเถียงฉอดๆ
“ไอ้หนูเฟิงหุน! ฟังนะ... อาชีพอาชูร่าของเราไม่ใช่ไม่มีสกิลโจมตี แต่เราไม่มีสกิลโจมตีพื้นฐาน! สกิลทั้งหมดต้อง ‘เรียนรู้ด้วยตัวเอง’ เท่านั้น! และนั่นต้องอาศัยค่าความรู้แจ้งที่สูงส่ง!”
“ข้า... เทียนซิว แบกรับคำสั่งเสียของอาชูร่ารุ่นก่อน เฝ้ารอผู้ที่มีค่าความรู้แจ้งเกิน 10 เพื่อสืบทอดเจตนารมณ์และกอบกู้ศักดิ์ศรีแห่งอาชูร่า ข้ารอมาหนึ่งพันปีเต็ม... ในที่สุดก็เจอเจ้า! พรสวรรค์ของเจ้า... เกิดมาเพื่อเป็นผู้สืบทอดของอาชูร่าโดยแท้!” เทียนซิวจ้องเฟิงเซียวด้วยสายตาหวานหยดย้อย สื่อความหมายชัดเจนว่า ถ้าเจ้าไม่ยอม ข้าจะตามรังควานเจ้าไปจนวันตาย!
“เฟิงหุน! อย่าไปหลงกลมัน! อาชีพนั้นนอกจากไม่มีสกิลโจมตีแล้ว ยังห้ามตั้งกิลด์ด้วยนะ!” เทียนจ้านงัดไม้ตายออกมาขัดขวาง
“ห้ามตั้งกิลด์?”
“ใช่! อาชูร่าคือผู้โดดเดี่ยว ห้ามตั้งหรือเข้าร่วมกิลด์ใดๆทั้งสิ้น! ถ้าเจ้าอยากจะเป็นใหญ่ในทวีปมังกรสวรรค์ อย่าได้ริอ่านไปเป็นอาชูร่าเด็ดขาด!”
เมื่อเห็นเฟิงเซียวเริ่มลังเล เทียนจ้านรีบคว้อม้วนคัมภีร์เก่าแก่ออกมา “นี่คือม้วนเปลี่ยนอาชีพในตำนาน ‘นักรบเวท’! เป็นอาชีพที่ผสานเวทมนตร์เข้ากับวรยุทธ์ มีพลังโจมตีและพลังป้องกันเวทมนตร์ที่แข็งแกร่ง ในอดีตผู้ก่อตั้งอาชีพนี้คือ ‘อ้าวเฟิง’ เคยใช้วิชานี้เพียงท่าเดียวสยบคนทั้งทวีปมาแล้ว!”
“ม้วนเปลี่ยนอาชีพนักรบเวท!?”
ทุกคนในที่นั้น (ยกเว้นเฟิงเซียวที่ยืนงงกับเทียนจ้าน) ต่างอุทานด้วยความตกตะลึง จ้องมองเทียนจ้านตาค้าง
เทียนตุ้นเอ่ยเสียงสั่น “นั่นมันอาชีพในตำนาน... นักรบเวท... แต่ว่ากันว่ามีเพียงผู้ที่มี ‘กายาเทพอสูร’ เท่านั้นถึงจะเปลี่ยนอาชีพนี้ได้... และในประวัติศาสตร์ทวีปมังกรสวรรค์ก็มีเพียงอ้าวเฟิงคนเดียวที่มีกายานี้...”
กายาเทพอสูร?
เฟิงเซียวหันขวับไปมองเทียนจ้านด้วยความประหลาดใจ เขาจำได้ว่าคำอธิบายสกิลของเขา 2 สกิล ระบุชัดเจนว่า ‘เรียนรู้ได้เฉพาะผู้ที่มีกายาเทพอสูร’... หรือว่า...
เทียนจ้านพยักหน้าให้เฟิงเซียวอย่างมั่นใจ “เจ้าคือผู้มีกายาเทพอสูร... ใช่ไหม! สกิลที่เจ้าใช้เมื่อครู่... มันคือรูปแบบพื้นฐานของ ‘ระบำวายุ’ ท่าไม้ตายสร้างชื่อของอ้าวเฟิง! มีเพียงผู้มีกายาเทพอสูรเท่านั้นที่ใช้ท่านี้ได้!”
*****