เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 : ม้วนคัมภีร์ต้องห้ามเทพสงคราม

บทที่ 21 : ม้วนคัมภีร์ต้องห้ามเทพสงคราม

บทที่ 21 : ม้วนคัมภีร์ต้องห้ามเทพสงคราม


“นักรบเวทแล้วยังไง! อ้าวเฟิงในตอนนั้นข้าแค่ใช้ปลายนิ้วจิ้มทีเดียวก็ดับแล้ว!” เทียนซิวตวาดลั่นอย่างไม่ยี่หระ “ไอ้หนูเฟิงหุน อย่าไปฟังไอ้แก่หนังเหนียวนั่นพล่าม! พวกเราอาชูร่าทำตามใจปรารถนา ไม่ลดตัวไปเกลือกกลั้วกับพวกกิลด์กระจอกที่เอะอะก็รุมหมาหมู่หรอก!”

เทียนซิวดึงตัวเฟิงเซียวเข้ามาใกล้ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ฟังนะ อาชูร่าของเรามีพลังโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุด เพียงแต่ยังไม่มีใครค้นพบศักยภาพที่แท้จริงเท่านั้น แถมเรายังใช้อาวุธได้ทุกชนิด! และที่สำคัญที่สุด... อาชูร่าฆ่าคนแล้วชื่อไม่แดง! แล้วก็อย่าลืมสิ หน้ากากอสูรมายาไง! ขอแค่เจ้าเปลี่ยนเป็นอาชูร่า หน้ากากนั่นก็เป็นของเจ้าทันที!”

.........

คนอื่นเขาอ้อนวอนแทบตายยังไม่ได้เป็นอาชีพลับ แต่สำหรับเฟิงเซียว กลับมีคนแย่งกันยัดเยียดให้ถึงสองคน...

แล้วจะเลือกทางไหนดี?

สมองของเฟิงเซียวประมวลผลอย่างรวดเร็ว เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของทั้งสองอาชีพ...

‘นักรบเวท’ ดูจากสีหน้าของพวก NPC ก็รู้แล้วว่าเป็นอาชีพที่ทรงพลังขนาดไหน แม้แต่เทียนซิวเองก็ยังเผลอแสดงอาการตกใจตอนเห็นม้วนเปลี่ยนอาชีพ ในอดีตนักรบเวทเคยใช้เพียงท่าเดียวสยบทั้งทวีปมังกรสวรรค์ ความเก่งกาจย่อมเป็นที่ประจักษ์

‘อาชูร่า’ แม้จะดูมีความไม่แน่นอนสูง แต่ฟังจากคำคุยโวของเทียนซิวแล้ว ดูเหมือนจะเป็นอาชีพที่มีศักยภาพมหาศาล และตัวเขาเองก็น่าจะเหมาะสมกับอาชีพนี้ที่สุด ดีไม่ดีอาจจะระเบิดพลังอันน่าตกตะลึงออกมาก็ได้ เรื่องห้ามเข้ากิลด์อาจจะน่าเสียดายไปหน่อย แต่ไอ้คุณสมบัติ ‘ฆ่าคนไม่ติดโทษ’ (ชื่อไม่แดง) นี่สิ... มันโคตรจะโกง! นี่มัน ใบอนุญาตฆ่าคนชัดๆ!

เฟิงเซียวตัดสินใจเลือกอาชูร่า! เมื่อต้องเลือกระหว่างความแข็งแกร่งในปัจจุบันกับศักยภาพในอนาคต เขาเลือกศักยภาพ... และแน่นอนว่าฉายาเท่ๆกับหน้ากากอสูรมายาก็มีส่วนในการตัดสินใจไม่น้อย!

“ตกลง! ผมจะเป็นอา...”

“ช้าก่อน!”

เมื่อเห็นเฟิงเซียวโอนเอนไปทางเทียนซิว เทียนจ้านก็ร้อนรนจนนั่งไม่ติด เขากัดฟันกรอด ล้วงมือเข้าไปในอกเสื้ออย่างรวดเร็ว แล้วกระชากม้วนคัมภีร์ที่เปล่งแสงสีแดงฉานออกมา!

“ถ้าเจ้าเปลี่ยนเป็นนักรบเวท ม้วนคัมภีร์นี้จะเป็นของเจ้าทันที!” เพื่อสานต่อเจตนารมณ์สุดท้ายของเพื่อนรักที่ล่วงลับ เทียนจ้านยอมควักสมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิตออกมาเดิมพัน

แสงสีแดงเข้มที่แผ่ออกมาจากม้วนคัมภีร์ส่งกลิ่นอายแห่งการเข่นฆ่าที่รุนแรงจนยอดฝีมือทั้งหลายในที่นั้นไม่กล้าสบตาตรงๆ

“หรือว่า... หรือว่าจะเป็น...” ผ่านไปเนิ่นนาน เทียนกงถึงกับกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง

“ม้วนคัมภีร์ต้องห้าม!?”

ทั้ง 5 คนอุทานออกมาพร้อมกัน ความตกใจในครั้งนี้รุนแรงกว่าตอนที่เทียนจ้านหยิบม้วนเปลี่ยนอาชีพออกมาหลายเท่า

“ถูกต้อง! นี่คือ ‘ม้วนคัมภีร์เทพสงคราม’ หนึ่งในเจ็ดม้วนคัมภีร์ต้องห้าม! และเป็นของสะสมที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิตข้า!” เทียนจ้านยื่นม้วนคัมภีร์ไปตรงหน้าเฟิงเซียว แล้วกล่าวอย่างช้าๆ

“เฟิงหุน เจ้ามาจากต่างโลก อาจจะไม่รู้ว่าม้วนคัมภีร์ฝืนต้องห้ามคือตัวตนระดับไหน เดี๋ยวข้าจะเล่าให้ฟังคร่าวๆ”

“ในอดีตกาล ครั้งที่เทพีหนี่วาหลอมศิลาซ่อมนภา นางได้ทำ ‘ศิลาสวรรค์เจ็ดสี’ ก้อนหนึ่งหล่นหายไปในทวีปมังกรสวรรค์ ศิลาก้อนนั้นเป็นวัตถุดิบระดับ ‘จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์’... ใช่แล้วเฟิงหุน ระดับเดียวกับค่าความรู้แจ้งของเจ้านั่นแหละ มันคือราชาแห่งความศักดิ์สิทธิ์ เป็นตัวตนสูงสุดที่ไร้สิ่งใดเทียบเทียม”

“จนกระทั่งวันหนึ่ง เทพธิดามังกรสวรรค์ผู้ยิ่งใหญ่ได้ค้นพบร่องรอยของศิลาก้อนนี้ และใช้เวลาถึง 700 ปีเต็มในการขุดมันขึ้นมา นางตั้งใจจะหลอมมันให้เป็นศาสตราวุธที่ไร้เทียมทาน แต่ทว่า... ศิลาก้อนนี้ไฟเผาไม่ละลาย ทุบตีไม่บุบสลาย แม้แต่ศาสตราเหนือเทพก็ยังสร้างรอยขีดข่วนให้มันไม่ได้ สุดท้ายนางต้องล้มเลิกความตั้งใจ เพราะในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดคู่ควรที่จะนำมาใช้หลอมรวมกับมันได้”

“ด้วยความจนใจ เทพธิดามังกรสวรรค์จึงใช้พลังเทพอันมหาศาลของนาง ใช้เวลาอีก 7 ปีเต็มในการอัดฉีดพลังลึกลับ 7 ประการของศิลาสวรรค์เจ็ดสีลงไปในม้วนคัมภีร์ 7 ม้วน... จนกลายมาเป็น ‘เจ็ดม้วนคัมภีร์ต้องห้าม’”

“ในวินาทีที่ม้วนคัมภีร์ทั้งเจ็ดถือกำเนิด พลังทั้งเจ็ดเชื่อมโยงถึงกัน เกิดเป็นอำนาจที่สั่นสะเทือนฟ้าดิน จนสวรรค์พิโรธส่งสายฟ้าลงมาทำลายล้าง สายฟ้านั้นรุนแรงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แม้แต่เทพธิดามังกรสวรรค์ยังต้านรับอย่างยากลำบาก ท้ายที่สุด นางต้องสละพลังเทพจนหมดสิ้นเพื่อแยกม้วนคัมภีร์ทั้งเจ็ดออกจากกัน แล้วกระจายพวกมันไปทั่วทวีป... ทัณฑ์สวรรค์จึงสงบลง แต่นับจากนั้นมา ทั้งม้วนคัมภีร์ทั้งเจ็ดและเทพธิดามังกรสวรรค์ก็หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย”

เล่าจบ เทียนจ้านก็ถอนหายใจเบาๆ แล้วหันมากล่าวกับเฟิงเซียว “ที่มันได้ชื่อว่า ‘ต้องห้าม’ เพราะทุกม้วนล้วนมีพลังที่แหกกฎเกณฑ์ของโลก! ม้วนเทพสงครามในมือนี้ ข้าบังเอิญเก็บได้เมื่อ 600 ปีก่อ ตอนที่หลงเข้าไปในเขตแห่งความตาย ลึก 30 เมตรใต้บึงมรณะในป่าแห่งความหวาดกลัว... ลองดูคุณสมบัติของมัน แล้วเจ้าจะเข้าใจว่าความน่ากลัวที่แท้จริงคืออะไร!”

คัมภีร์ต้องห้าม? มันจะขนาดไหนเชียว? เฟิงเซียวมองดูค่าสถานะของม้วนคัมภีร์ด้วยความคาดหวัง:

[ม้วนคัมภีร์เทพสงคราม]:

หนึ่งในเจ็ดม้วนคัมภีร์ต้องห้าม (สีแดง)

• คุณสมบัติ: เพิ่มพลังชีวิต, มานา, พละกำลัง, ความอึด, พลังโจมตี, พลังป้องกัน, และความแม่นยำ ขึ้น 100 เท่า!

• ระยะเวลา: 3 วัน

• เงื่อนไข: ใช้แล้วหายไป

เฟิงเซียว: “..........”

เขาช็อก... ช็อกจนพูดไม่ออก สตั๊นไป 3 วินาทีเต็มๆ

บ้าไปแล้ว! คุณสมบัติบ้าบอคอแตกอะไรกันเนี่ย! เพิ่มทุกอย่าง 100 เท่า! นี่มันเกินจินตนาการไปไกลโข

ถ้ามีม้วนนี้ ผู้เล่นเลเวล 10 ก็ตบเลเวล 100 ตายได้สบายๆ ถ้าเลเวล 100 ใช้ ก็คงครองโลกได้ง่ายๆ นี่มันคือบั๊กที่ทำลายสมดุลเกมชัดๆ! คัมภีร์ต้องห้าม! สมชื่อจริงๆ!

แล้วนี่แค่ม้วนเดียว... อีก 6 ม้วนที่เหลือล่ะ?

แม้จะพอเดาเจตนาของเทียนจ้านได้ แต่เฟิงเซียวก็ยังอดถามไม่ได้ด้วยความไม่อยากเชื่อ “ที่เอามาให้ดูนี่หมายความว่า...”

“ขอแค่เจ้ายอมเปลี่ยนเป็นนักรบเวท ม้วนคัมภีร์เทพสงครามนี้... เอาไปเลย!” เทียนจ้านตอบโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย เก็บไว้กับตัวก็คงไม่ได้ใช้ สู้เอามาแลกกับการสานต่อเจตนารมณ์ของเพื่อนรักยังจะคุ้มค่ากว่า

ยั่วยวน! นี่มันการเอาของมาล่อกันซึ่งๆหน้า!

“เอ่อ... คือ... ให้จริงเหรอครับ?” เฟิงเซียวเริ่มใจแกว่ง เขาไม่ใช่คนโลเล แต่เดิมทีก็ตัดสินใจยากอยู่แล้ว พอเจอข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ลงแบบนี้...

เทียนซิวที่ยืนเงียบอยู่นาน เห็นเหยื่ออันโอชะกำลังจะหลุดมือไปต่อหน้าต่อตา ในที่สุดก็ทนไม่ไหว

ฟึ่บ!

เขาควักม้วนคัมภีร์ที่ส่องแสงสีเหลืองอร่ามออกมา ตะโกนลั่น “มีม้วนคัมภีร์ต้องห้ามแล้ววิเศษนักเรอะ! ข้าก็มีโว้ย! แถมยังเจ๋งกว่าของแกตั้งเยอะ!”

เพล้ง!

เสียงแว่นตาแตกกระจายเกลื่อนพื้น... (ถ้าพวกตาแก่พวกนี้ใส่แว่นน่ะนะ)

แสงสีเหลืองนวลตาที่แผ่ออกมาทำให้บรรยากาศโดยรอบเงียบกริบจนได้ยินเสียงเข็มตก...

เทียนตุ้นและเพื่อนๆอีกสามคนรู้สึกเหมือนจะเป็นลม วันนี้วันเดียวเจอเรื่องช็อกซีนีม่ามากเกินไปแล้ว... เริ่มจากเด็กหนุ่มที่มีความรู้แจ้งระดับจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ ต่อด้วยม้วนคัมภีร์เปลี่ยนอาชีพในตำนาน ตามมาด้วยม้วนคัมภีร์เทพสงครามที่ทำเอาหัวใจจะวาย แล้วนี่ยังไม่จบ... ตาเฒ่าเทียนซิวยังงัดของออกมาเกทับอีก!

เหล่าตาแก่ทั้งสี่รีบเอามือกุมหน้าอก เช็คดูว่าหัวใจยังเต้นอยู่ดีหรือเปล่า

*****

จบบทที่ บทที่ 21 : ม้วนคัมภีร์ต้องห้ามเทพสงคราม

คัดลอกลิงก์แล้ว