เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 : สามกระบวนท่าแห่งเซวียนหยวน

บทที่ 12 : สามกระบวนท่าแห่งเซวียนหยวน

บทที่ 12 : สามกระบวนท่าแห่งเซวียนหยวน


[ราชันย์ครองพิภพ]: หนึ่งในสามกระบวนท่าแห่งเซวียนหยวน —— วิถีแห่งราชันย์ ระเบิดพลังอำนาจแห่งเซวียนหยวนอันไร้ผู้ต้านทาน เมินเฉยต่อกฎเกณฑ์ฟ้าดินและสรรพสิ่ง ทำลายล้างศัตรูด้วยท่วงท่าของราชาผู้ปกครองโลก

• ผลพิเศษ: ในชั่วพริบตาที่ออกกระบวนท่า จะสร้างแรงกดดันต่อศัตรูในรัศมี 10 เมตร ทำให้ติดสถานะ 'ศิโรราบ' (เคลื่อนที่และโจมตีไม่ได้) เป็นเวลา 1 วินาที

• เงื่อนไข: ใช้งานได้วันละ 1 ครั้ง เนื่องจากความสามารถของผู้ใช้ยังไม่เพียงพอ หลังใช้งานจะเข้าสู่สถานะ ‘อ่อนแอ’ เป็นเวลา 3 ชั่วโมง (ค่าสถานะทั้งหมดลดลง 70%)

เฟิงเซียวถึงกับยืนตะลึงงันราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน...

ไม่ใช่เพราะเลเวลที่พุ่งกระฉูดจนน่าตกใจ แต่เขากำลังช็อกกับอานุภาพของ “ราชันย์ครองพิภพ” ต่างหาก ไม่เพียงแต่จะเจาะเกราะ 100% แต่ยังมีพลังโจมตีมหาศาลถึง 5000%... ห้าสิบเท่า! มันคือพลังโจมตีห้าสิบเท่า!

แม้จะพอรู้มาบ้างว่ากระบี่เซวียนหยวนนั้นแข็งแกร่ง แต่เฟิงเซียวคาดไม่ถึงเลยว่าจะแข็งแกร่งถึงขั้นนี้ มันทำให้เขาที่มีเลเวลเพียง 6 สามารถสังหารบอสทองคำเลเวล 30 ได้ในพริบตา... ย้ำว่าในพริบตา!

และนี่เป็นเพียงอานุภาพจากการคลายผนึกได้เพียงชั้นเดียวเท่านั้น...

บ้าไปแล้ว... นี่มันไม่ใช่แค่เก่งแล้ว คำว่า ฝืนลิขิตสวรรค์ คงบัญญัติมาเพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะ!

“พี่... พี่เฟิง ท่านเปิดใช้งานวิถีแห่งราชันย์ของเซวียนหยวนได้แล้วหรือ! นี่มัน... นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว” เสียงอุทานด้วยความตื่นตระหนกของเซวียนหยวนหว่านเอ๋อร์ดังแทรกเข้ามาในห้วงจิตสำนึก

“หว่านเอ๋อร์ เธอตื่นแล้วเหรอ? ท่านี้เรียกว่า ‘วิถีแห่งราชันย์’ สินะ? แฮ่กๆ... มันเปิดใช้งานยากมากเลยหรือ?” เฟิงเซียวถามพลางหอบหายใจ สถานะอ่อนแอจากสกิลราชันย์ครองพิภพทำให้เขารู้สึกอ่อนเพลียชั่วขณะ แต่เขากลับไม่มีความขุ่นเคืองใดๆ สกิลที่โกงระดับนี้ หากไม่มีข้อจำกัดโหดร้ายตามมา ผู้เล่นคนอื่นคงไม่ต้องมีที่ยืนกันพอดี

เซวียนหยวนหว่านเอ๋อร์ตอบกลับว่า “นับตั้งแต่กระบี่เซวียนหยวนถือกำเนิด มีผู้ครอบครองมาแล้ว 12 คน... พี่เฟิงลองทายดูสิเจ้าคะว่า นอกจากท่านแล้ว คนที่ใช้เวลาน้อยที่สุดในการเปิดใช้วิถีแห่งราชันย์ เขาใช้เวลาไปเท่าไหร่?”

เฟิงเซียวครุ่นคิดครู่หนึ่ง “ดูเหมือนฉันจะใช้เวลาแค่วันเดียว แต่คนที่จะมาเป็นนายของกระบี่เซวียนหยวนได้ย่อมต้องไม่ใช่คนธรรมดา น่าจะใช้เวลาพอๆกันมั้ง”

“พี่เฟิงทายผิดแล้วเจ้าค่ะ” เสียงของเซวียนหยวนหว่านเอ๋อร์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงแปลกๆ “ในประวัติศาสตร์ของเซวียนหยวน ผู้ที่มีค่าความรู้แจ้งสูงที่สุดอย่าง จักรพรรดิเหลือง... ยังต้องใช้เวลาถึง 5 ปีเต็ม”

“..........” เฟิงเซียวพูดไม่ออก “แล้วทำไมฉันถึงทำได้เร็วขนาดนี้ล่ะ? หรือจะเป็นเรื่องบังเอิญ?”

“ในสามกระบวนท่าแห่งเซวียนหยวน การจะเปิดใช้งานวิถีแห่งราชันย์จำเป็นต้องใช้ ‘อำนาจราชา’ และ ‘ความรู้แจ้ง’ ที่สูงส่งอย่างยิ่ง เมื่อครู่นี้ไม่ทราบด้วยเหตุใดอำนาจราชาของพี่เฟิงจึงพุ่งทะยานถึงขีดสุด ข้าเองก็ตื่นขึ้นเพราะแรงกระตุ้นนั้น ส่วนค่าความรู้แจ้ง... พี่เฟิงบอกข้าได้ไหมเจ้าคะว่าท่านมีค่าความรู้แจ้งเท่าไหร่? คงไม่เกิน 10 หรอกใช่ไหม?”

“เอ่อ... หว่านเอ๋อร์ คืออย่างนี้นะ ค่าความรู้แจ้งของฉัน... ดูเหมือนจะเป็น 50 น่ะ”

ตอนนี้เฟิงเซียวรู้สึกว่าการที่เขาเทค่าสถานะทั้งหมดไปลงที่ความรู้แจ้งในตอนแรกนั้นช่างเป็น ‘การตัดสินใจ’ ที่ชาญฉลาดระดับอัจฉริยะ จนถึงตอนนี้ สกิลทั้งหมดที่เขาเรียนรู้และปลดล็อกมาได้ ล้วนมีเงื่อนไขจำเป็นคือค่าความรู้แจ้งที่สูงส่งทั้งสิ้น และค่าความรู้แจ้งของเฟิงเซียวนั้น ต้องเรียกว่า ‘สูงจนน่าขนลุก’

“อะ—อะไรนะเจ้าคะ? พะ—พี่เฟิง หว่านเอ๋อร์เหมือนจะหูฝาดไป ช่วยพูดอีกทีได้ไหมเจ้าคะ?”

“50! เธอฟังไม่ผิดหรอก 50 แต้มถ้วน! ตอนสร้างตัวละครมีเหตุผลพิเศษบางอย่างทำให้ฉันต้องจัดสรรค่าสถานะเอง ผลก็คือฉันเท 50 แต้มใส่ความรู้แจ้งไปหมดเลย” เฟิงเซียวอธิบายรวดเดียวจบ

“..........” หากเซวียนหยวนหว่านเอ๋อร์มีร่างกายให้จับต้อง เฟิงเซียวคงได้เห็นเธออ้าปากค้างและเบิกตาโพลงด้วยความตกตะลึงเป็นแน่

แต่ประโยคถัดมาของหว่านเอ๋อร์เล่นเอาเฟิงเซียวแทบหน้าคะมำ

“พี่เฟิง... ท่านมัน ‘โรคจิต’ ชัดๆ!”

เฟิงเซียวปาดเหงื่อเย็นบนหน้าผาก ไม่คิดเลยว่าจิตวิญญาณกระบี่โบราณผู้น่ารักจะหลุดคำสมัยใหม่แบบนี้ออกมาเป็นด้วย

“จริงสิหว่านเอ๋อร์ ‘สามกระบวนท่าแห่งเซวียนหยวน’ ที่เธอพูดถึงเมื่อครู่คืออะไรเหรอ?” เฟิงเซียวรีบเปลี่ยนเรื่อง

“ราชันย์ครองพิภพที่พี่เฟิงเพิ่งใช้ไปคือหนึ่งในนั้นเจ้าค่ะ เรียกว่า ‘วิถีแห่งราชันย์’ นอกจากนี้ยังมี ‘วิถีแห่งการย้อนคืน’ และ ‘วิถีแห่งการทำลาย’ เจ้าค่ะ”

“วิถีแห่งการย้อนคืน มีชื่อว่า ‘เคลื่อนดารา’ ต้องใช้ค่าความว่องไว, ค่าโชค และค่าความรู้แจ้งที่สูงมากจึงจะเปิดใช้งานได้ ในประวัติศาสตร์เซวียนหยวนมีเพียง 4 คนที่เคยทำสำเร็จ”

“วิถีแห่งการทำลาย มีชื่อว่า ‘วิญญาณดับสูญ’ มีพลังทำลายล้างที่สั่นสะเทือนฟ้าดิน การเปิดใช้งานต้องใช้พละกำลัง, ค่าจิต และค่าความรู้แจ้งมหาศาล ผู้ครอบครองคนที่ 3 ของกระบี่เซวียนหยวนเคยเกิดการหยั่งรู้ฉับพลันในสถานการณ์สิ้นหวัง และใช้วิชานี้แลกชีวิตกับศัตรูนับหมื่น เขาเป็นเพียงคนเดียวที่เคยเปิดใช้งานวิญญาณดับสูญเจ้าค่ะ”

“สามกระบวนท่าล้วนทรงพลังอย่างยิ่ง แต่หากเทียบกันจริงๆแล้ว... วิถีแห่งราชันย์ยังถือว่าด้อยกว่าอีกสองวิถีที่เหลือเจ้าค่ะ”

“อะไรนะ?! อีกสองท่าร้ายกาจยิ่งกว่านี้อีกเหรอ?” เฟิงเซียวรู้สึกเหมือนลิ้นพันกัน หัวใจเต้นโครมคราม อยากจะก้มลงกราบแล้วตะโกนว่า “กระบี่เซวียนหยวน... แกมันปีศาจชัดๆ!”

“แต่ว่าพี่เฟิง ค่าความรู้แจ้งของท่านมัน ‘โรคจิต’ มากจริงๆ ไม่แน่ว่าท่านอาจจะเปิดใช้งานสกิลในตำนานบทนั้นของกระบี่เซวียนหยวนได้ก็ได้นะเจ้าคะ” เซวียนหยวนหว่านเอ๋อร์กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“สกิลในตำนาน? ฟังชื่อก็รู้แล้วว่าต้องสุดยอดแน่ๆ”

“ใช่เจ้าค่ะพี่เฟิง แข็งแกร่งมาก... แข็งแกร่งจนไม่อาจใช้คำว่าแข็งแกร่งมาบรรยายได้ กระบวนท่านี้เรียกว่า ‘วิถีแห่งความว่างเปล่า’ ตำนานกล่าวว่าเมื่อใช้วิชานี้ ทุกสรรพสิ่งในโลกจะกลับคืนสู่ความว่างเปล่า แม้แต่ดวงดาวและกาแล็กซีในจักรวาลก็ยังแหลกสลาย ดังนั้นวิถีแห่งความว่างเปล่าจึงมีชื่อว่า: ‘ทลายสรรพสิ่ง’!”

“เพียงแต่วิถีแห่งความว่างเปล่ายังไม่เคยมีใครพบเห็น และไม่เคยมีใครใช้มาก่อน แต่มันมีอยู่จริงในตำนานของแดนเทพ พี่เฟิงต้องพยายามเข้านะเจ้าคะ ข้าเชื่อว่ามันจะต้องปรากฏขึ้นในมือของท่านแน่นอน”

ทำลายได้แม้กระทั่งกาแล็กซี... เฟิงเซียวสูดหายใจเฮือก พลังที่เกินกว่าความรู้ความเข้าใจของเขาไปไกลลิบนี้ ทำให้เขาเริ่มเข้าใจความหมายที่แท้จริงของคำว่า “พลังที่แข็งแกร่งที่สุด”

“เมื่อก่อนชอบโม้ให้เหยาเอ๋อร์ฟังว่ากระบี่เซวียนหยวนผ่าภูเขาแยกหินผาได้ ที่ไหนได้... กลายเป็นว่าฉันเล่าเรื่องตลกให้ฟังซะงั้น...” เฟิงเซียวคิดอย่างปลงๆ

“พลังมหาศาลขนาดนี้ จะปล่อยมือไปได้ยังไง เซวียนหยวน แกถูกลิขิตให้เปล่งประกายในมือฉัน! ส่วนหว่านเอ๋อร์... ก็ต้องอยู่เป็นเพื่อนฉันไปตลอดชีวิตนะ! ฮี่ฮี่...”

เซวียนหยวนหว่านเอ๋อร์ที่เชื่อมต่อกับจิตสำนึกของเฟิงเซียวถึงกับใจสั่นไหว...

“พะ... พี่เฟิง หว่านเอ๋อร์ง่วง... อยากจะไปนอนแล้ว ลาก่อนเจ้าค่ะพี่เฟิง...” หว่านเอ๋อร์พูดตะกุกตะกักจบก็เงียบเสียงไป ราวกับจะหนีไปตั้งหลักด้วยความเขินอาย

เฟิงเซียวมองดูแถบค่าประสบการณ์ที่พุ่งมาอยู่ที่เลเวล 14 (38%) และกองไอเทมที่เกลื่อนพื้น ในที่สุดเขาก็อดไม่ได้ที่จะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง

เฟิงเซียวแทบอยากจะเข้าไปกอดศพจักรพรรดิหมาป่าหิมะทองคำแล้วหอมสักฟอดสองฟอด ไม่เพียงแต่ทำให้เลเวลของเขาพุ่งขึ้นถึง 8 ระดับ แต่ยังดรอปของแบบชุดใหญ่ไฟกะพริบอีกด้วย

เฟิงเซียวรีบเก็บเหรียญทองและไอเทมบนพื้น เพราะหากไม่มีใครเก็บภายใน 10 นาที ของที่มอนสเตอร์ดรอปจะหายไป เมื่อกี้มัวแต่คุยกับหว่านเอ๋อร์เพลินไปหน่อย เขาเกือบจะทำของล้ำค่าพวกนี้หลุดมือไปเสียแล้ว

จักรพรรดิหมาป่าหิมะทองคำดรอปของทั้งหมด 12 ชิ้น นอกจากเงิน 30 เหรียญทองและอุปกรณ์ระดับทั่วไป 4 ชิ้นแล้ว ยังมีอุปกรณ์สีทองที่ส่องประกายระยิบระยับถึง 6 ชิ้น! และยังมีของแปลกๆอีกจำนวนหนึ่ง แม้เฟิงเซียวจะคาดหวังว่าการฆ่าบอสทองคำข้ามเลเวลจะได้ของดี แต่เขาก็ยังอดตื่นตะลึงไม่ได้

ในเกม ‘หลุนหุย’ อุปกรณ์แบ่งระดับตามสีของแสงออร่า ซึ่งเป็นความรู้พื้นฐานที่ผู้เล่นต้องรู้:

ระดับต่ำ: อุปกรณ์ทั่วไป (สีขาว) และอุปกรณ์เหล็กกล้า (สีเขียว) เพิ่มค่าสถานะ 0-1 อย่าง

ระดับกลาง: อุปกรณ์เหล็กชั้นดี (สีน้ำเงิน) เพิ่มค่าสถานะ 2 อย่าง

ระดับสูง: อุปกรณ์ทองแดง (สีส้ม) เพิ่มค่าสถานะ 2-3 อย่าง

ตั้งแต่ระดับต้นถึงระดับสูงถือเป็นอุปกรณ์ทั่วไปที่คนส่วนใหญ่หาได้หากมีความพยายาม แต่อุปกรณ์ระดับหายากอย่างระดับเงินถือเป็นจุดแบ่งแยกความแตกต่าง โอกาสปรากฏของอุปกรณ์ระดับเงินขึ้นไปจะน้อยมาก แต่ค่าสถานะจะสูงกว่ามาก และอุปกรณ์ระดับเงินขึ้นไปจำเป็นต้องได้รับการ ‘ประเมิน’ (Identify) ก่อนใช้งาน

ระดับหายาก: อุปกรณ์ระดับเงิน (สีเงิน) มีค่าสถานะสูงกว่าอุปกรณ์ระดับสูงมาก ค่อนข้างหายาก

ระดับล้ำค่า: อุปกรณ์ระดับทอง (สีทอง) การมีสักชิ้นช่วยยกระดับความสามารถได้มากกว่าหนึ่งขั้น แต่โอกาสปรากฏน้อยมาก ผู้เล่นทั่วไปอาจหาไม่ได้เลยสักชิ้นแม้จะใช้เวลาหลายเดือน

ระดับตำนาน: อุปกรณ์ระดับวิญญาณ (สีแดง) แต่ละชิ้นจะมีผลพิเศษเฉพาะตัว

ระดับมหากาพย์: อุปกรณ์ระดับเซียน (ขาว) ว่ากันว่าเป็นสิ่งของตกทอดจากแดนเซียนมายังโลกมนุษย์ มีค่าสถานะอันทรงพลัง

ระดับเทพนิยาย: อุปกรณ์ระดับเทพ (ม่วง) เพียงครอบครองศาสตราเทพชิ้นเดียวก็เพียงพอจะเดินกร่างในหลุนหุยได้ การจะได้มาต้องมีทั้งฝีมือและโชคอย่างมหาศาล

ระดับทัณฑ์สวรรค์: อุปกรณ์ระดับเหนือเทพ (ม่วงดำ) สิ่งของที่ทำลายสมดุลของโลก ว่ากันว่าทุกครั้งที่ศาสตราเหนือเทพปรากฏขึ้นจะเรียกทัณฑ์สวรรค์ลงมา จึงมีเพียงไม่กี่ชิ้นที่หลงเหลืออยู่

ระดับความว่างเปล่า: อุปกรณ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ (ไร้สี) มีอยู่เพียงในตำนานเท่านั้น

ในหมู่บ้านมือใหม่ที่ระดับมอนสเตอร์ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน โอกาสดรอปอุปกรณ์ระดับทองแทบเป็นศูนย์ แต่เฟิงเซียวกลับได้มาทีเดียว 6 ชิ้น เขารีบตรวจสอบไอเทม:

กระบี่เขี้ยวหมาป่าทองคำ: อุปกรณ์ระดับทอง เลเวล 30 (ยังไม่ทราบคุณสมบัติ)

หมวกศึกหมาป่าทองคำ: อุปกรณ์ระดับทอง เลเวล 30 (ยังไม่ทราบคุณสมบัติ)

ปลอกแขนหมาป่าทองคำ: อุปกรณ์ระดับทอง เลเวล 30 (ยังไม่ทราบคุณสมบัติ)

เกราะศึกหมาป่าทองคำ: อุปกรณ์ระดับทอง เลเวล 30 (ยังไม่ทราบคุณสมบัติ)

กางเกงศึกหมาป่าทองคำ: อุปกรณ์ระดับทอง เลเวล 30 (ยังไม่ทราบคุณสมบัติ)

รองเท้าศึกหมาป่าทองคำ: อุปกรณ์ระดับทอง เลเวล 30 (ยังไม่ทราบคุณสมบัติ)

บ้าไปแล้ว! เฟิงเซียวรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะเป็นบ้า เขาเล่นดรอปอุปกรณ์ชุด ‘หมาป่าทองคำ’ เลเวล 30 มาได้ครบทั้งเซตในคราวเดียว

อุปกรณ์ซีรีส์เดียวกันหากสวมใส่พร้อมกันจะมีค่าสถานะพิเศษของชุดเซตเพิ่มขึ้นมา แต่การจะสะสมให้ครบชุดนั้นยากยิ่งกว่ายาก ทว่าการดรอปมาครบชุดในครั้งเดียวนั้น โอกาสแทบจะไม่ต่างอะไรกับการดรอปอุปกรณ์ระดับเทพเลย

เมื่อตรวจสอบอุปกรณ์ที่เหลือ เขาเห็นสร้อยคอเส้นหนึ่งส่องแสงสีม่วงอ่อนๆ หัวใจของเฟิงเซียวเต้นแรงขึ้นมาทันที... หรือว่าจะดรอปอุปกรณ์ระดับเทพ?

สร้อยใจบริสุทธิ์หยกม่วง: ไอเทมพิเศษ จะดรอปเมื่อราชันย์หมาป่าโลหิตคลั่งถูกฆ่าตายครั้งแรกเท่านั้น เป็นสร้อยคอที่ผู้สัญจรทำหายและถูกราชันย์หมาป่าเก็บไป อาจหาเบาะแสได้จากผู้ใหญ่บ้าน

ไอเทมภารกิจ? กะแล้วเชียวว่าไม่มีเรื่องดีๆขนาดนั้น เฟิงเซียวรู้สึกเสียดายเล็กน้อย แต่การได้ภารกิจลับมาก็ทำให้เขาพอใจแล้ว รางวัลจากภารกิจลับย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน

ไอเทมชิ้นสุดท้ายคือแผ่นหนังที่ส่องแสงสีขาวทองเป็นประกาย

หนังจักรพรรดิหมาป่าหิมะทองคำ: วัตถุดิบระดับเซียน ใช้สำหรับสร้างผ้าคลุม

ระดับของวัตถุดิบ ยา และอัญมณี แบ่งเป็น ต่ำ, กลาง, สูง, วิญญาณ, เซียน, เทพ... วัตถุดิบระดับเซียนนั้นหาได้ยากยิ่ง

รางวัลที่มากมายมหาศาลขนาดนี้ทำให้เฟิงเซียวรู้สึกหน้ามืดด้วยความสุข น่าเสียดายเพียงอย่างเดียวคือชุดเซตหมาป่าทองคำต้องรอเลเวล 30 ถึงจะใส่ได้ เพราะจักรพรรดิหมาป่าหิมะทองคำเป็นบอสเลเวล 30 นั่นเอง

สถานะอ่อนแอจะคงอยู่อีก 3 ชั่วโมง ภายใน 3 ชั่วโมงนี้ค่าสถานะทั้งหมดของเฟิงเซียวจะลดลง 70% การล่ามอนสเตอร์คงทำไม่ได้แล้ว เฟิงเซียวจึงนำแต้มสถานะ 40 แต้มที่ได้จากการอัปเลเวลไปเพิ่มในอัตราส่วน 4:1 (พละกำลัง:ความอึด) แล้วเริ่มออกเดินทางกลับหมู่บ้านมือใหม่

เฟิงเซียวคอยหลบเลี่ยงมอนสเตอร์ตลอดทางอย่างระมัดระวัง แม้พวกมันส่วนใหญ่จะไม่โจมตีก่อน แต่เขาก็ไม่ประมาท ขนาดจักรพรรดิหมาป่ายังทำอะไรเขาไม่ได้ ถ้ามาตายเพราะมอนสเตอร์กระจอกพวกนี้คงน่าหดหู่พิลึก

ในสถานะอ่อนแอ ผู้เล่นจะรู้สึกเหนื่อยล้าได้ง่าย เฟิงเซียวใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงกว่าจะกลับถึงหมู่บ้านมือใหม่

เวลานี้หมู่บ้านมือใหม่เนืองแน่นไปด้วยผู้คนจอแจ มีทั้งเดินเล่น ทะเลาะกัน ด่าทอ จีบสาว หาภารกิจ และเดินเตร็ดเตร่ ผู้เล่นเริ่มมีอุปกรณ์สวมใส่กันแล้ว ตามทางเดินในหมู่บ้านจึงเต็มไปด้วยแผงลอยขายของสารพัดชนิด

เฟิงเซียวในตอนนี้ยังคงสวมชุดมือใหม่ที่ระบบแจกให้ (อุปกรณ์เลเวล 5 ที่ดรอปมาเขาคร้านจะเปลี่ยน) จึงดูไม่สะดุดตาใคร เฟิงเซียวเบียดเสียดฝูงชนเข้าไปในร้านยาของหมอหวังอย่างยากลำบาก ส่งภารกิจสมุนไพร ได้รับค่าประสบการณ์ 300 และน้ำยาฟื้นพลังขนาดกลางหนึ่งมัดจากหมอหวัง

(1 มัด = 50 ขวด กินพื้นที่ในกระเป๋าเพียง 1 ช่อง โดยกระเป๋าเริ่มต้นของมือใหม่มี 50 ช่อง)

น้ำยาฟื้นพลังขนาดกลาง: ฟื้นฟูพลังชีวิต 200 ทันที, เงื่อนไข: เลเวล 10, คูลดาวน์ 10 วินาที

ก่อนออกจากร้านยา เฟิงเซียวเหลือบดูราคายาฟื้นพลังชนิดต่างๆ:

ยาฟื้นพลังขนาดเล็กราคา 10 เหรียญทองแดง ส่วนขนาดกลางราคา 40 เหรียญทองแดง แพงกว่ากันถึง 4 เท่า เฟิงเซียวเดาะลิ้น... ถ้าขึ้นราคาในอัตรานี้ ยาระดับสูงๆคงแพงหูฉี่แน่นอน

คูลดาวน์ของยาฟื้นพลังชนิดเดียวกันจะไม่สามารถซ้อนทับกันได้ เช่น หากใช้ยาฟื้นพลังขนาดเล็กไปแล้ว ภายใน 10 วินาทีจะไม่สามารถใช้ยาฟื้นพลังชนิดเดียวกันได้อีก (ยกเว้นยาพิเศษบางชนิดที่หายากมาก) ดังนั้นเมื่อปริมาณการฟื้นฟูเพิ่มขึ้น ราคาจึงเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

“สวัสดีครับคุณปู่ผู้ใหญ่บ้าน นี่หญ้าทานตะวัน 10 ต้นที่ท่านต้องการ” ออกจากร้านยา เฟิงเซียวก็ตรงไปหาผู้ใหญ่บ้าน

“โอ้ เฟิงหุนนี่เอง ขอบใจมากที่เก็บหญ้าทานตะวันมาให้ เอ้า นี่รางวัลของเจ้า” ผู้ใหญ่บ้านยังคงตอบรับด้วยท่าทีเนือยๆเหมือนหุ่นยนต์ พร้อมส่งน้ำยาฟื้นมานาขนาดกลาง 1 มัดให้เฟิงเซียว

“ติ๊ง! ท่านทำภารกิจของผู้ใหญ่บ้านสำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ 300, น้ำยาฟื้นมานาขนาดกลาง 50 ขวด” เสียงแจ้งเตือนภารกิจสำเร็จดังขึ้น แถบค่าประสบการณ์ของเฟิงเซียวขยับไปข้างหน้าเพียงนิดเดียวอย่างยากลำบาก

“จริงสิครับผู้ใหญ่บ้าน ขอถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ” หลังจากโยนยาลงกระเป๋าแบบส่งๆ เฟิงเซียวพลันนึกถึงสร้อยใจบริสุทธิ์หยกม่วงขึ้นมาได้

“มีเรื่องอะไรหรือพ่อหนุ่ม?” ผู้ใหญ่บ้านถามอย่างอ่อนแรง

เฟิงเซียวตอบว่า “คืออย่างนี้ครับคุณปู่ ในหมู่บ้านมือใหม่มีใครเคยทำสร้อยคอสีม่วงหายบ้างไหมครับ ที่ชื่อว่า สร้อยใจบริสุทธิ์หยกม่วง”

ทันทีที่เฟิงเซียวพูดชื่อสร้อยจบ ดวงตาที่ดูไร้ชีวิตชีวาของผู้ใหญ่บ้านก็เบิกโพลง มือทั้งสองข้างพุ่งมาคว้าไหล่เฟิงเซียวรวดเร็วปานสายฟ้า ความเร็วนั้นทำให้ยอดฝีมืออย่างเฟิงเซียวต้องตกใจเล็กน้อย

“เจ้ารู้จักสร้อยใจบริสุทธิ์หยกม่วงได้ยังไง? หรือว่ามีคนเจอมันแล้ว?! เฟิงหุน หรือว่าเจ้าเป็นคนเจอ?”

น้ำเสียงร้อนรนของผู้ใหญ่บ้านทำให้เฟิงเซียวตั้งตัวแทบไม่ทัน เขาคิดในใจว่าสร้อยเส้นนี้น่าจะเป็นของผู้ใหญ่บ้านจริงๆ และดูท่าจะสำคัญมากเสียด้วย

เฟิงเซียวรีบหยิบสร้อยออกมาแล้วกล่าวว่า “ใช่ครับคุณปู่ มันดรอปมาจากราชันย์หมาป่าโลหิตคลั่ง” เฟิงเซียวไม่กล้าบอกว่าเป็นจักรพรรดิหมาป่าหิมะทองคำ เพราะต่อให้บอกไปชายชราตรงหน้าก็คงไม่เชื่อ

ผู้ใหญ่บ้านคว้าสร้อยคอที่ส่องแสงสีม่วงจากมือเฟิงเซียวไปประคองไว้อย่างทะนุถนอม พลิกดูซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความตื่นเต้น จนกระทั่งเสียงสั่นเครือเอ่ยออกมาว่า “สร้อยใจบริสุทธิ์หยกม่วงของข้าจริงๆด้วย... ข้าคิดว่าข้าเสียมันไปเพราะความสะเพร่าของตัวเองแล้ว ไม่นึกเลยว่ามันจะกลับมาหาข้าอีกครั้ง... ขอบคุณสวรรค์... ขอบคุณเทพธิดามังกรสวรรค์...”

ผู้ใหญ่บ้านยืนร้องไห้และพึมพำกับตัวเองอยู่นาน ราวกับลืมไปแล้วว่ามีเฟิงเซียวผู้มีความดีความชอบยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้ เฟิงเซียวอยากจะเข้าไปเคาะกะโหลกเตือนสติปู่แกเหลือเกิน

ในที่สุด ผู้ใหญ่บ้านก็สงบสติอารมณ์ลง กล่าวกับเฟิงเซียวด้วยความรู้สึกผิดว่า “ขอโทษด้วยนะเฟิงหุน สร้อยเส้นนี้สำคัญกับข้ามาก ข้าเลยเสียกิริยาไปหน่อย โปรดอย่าถือสาเลยนะ” จากนั้นผู้ใหญ่บ้านก็เริ่มเล่าเรื่องราวการทำสร้อยหายให้ฟัง

ปรากฏว่าสร้อยใจบริสุทธิ์หยกม่วงนี้เป็นของดูต่างหน้าชิ้นสำคัญของภรรยาผู้ล่วงลับของผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านรักภรรยามาก หลังจากนางเสียชีวิต เขาก็เห็นสร้อยเส้นนี้เปรียบเสมือนชีวิต ไม่เคยห่างกาย เห็นสร้อยก็เหมือนเห็นภรรยา แต่เมื่อครึ่งเดือนก่อน เขาไปเก็บหญ้าทานตะวันที่เนินอัสดงแล้วเผลอบุกรุกอาณาเขตของราชาหมาป่า จึงถูกไล่ล่า ระหว่างหนีตายอย่างทุลักทุเล เขาทำสร้อยเส้นนี้ตกหายไป คาดว่าคงถูกราชาหมาป่าเก็บไปนั่นเอง

จู่ๆผู้ใหญ่บ้านก็เปลี่ยนน้ำเสียง จ้องมองเฟิงเซียวเขม็ง “เฟิงหุน ขอบใจเจ้ามากที่ช่วยตามหาของดูต่างหน้าภรรยาข้ากลับมา ข้าไม่รู้จะตอบแทนเจ้ายังไงดี...”

เฟิงเซียวคิดในใจ “มาแล้ว! ไม่รู้ว่าจะให้อะไรเป็นรางวัลนะ? จะเป็นอุปกรณ์ระดับสูงหรือเปล่า?”

“จริงสิ... ข้าขอมอบผลงานที่รวบรวมมาทั้งชีวิตในช่วงครึ่งชีวิตหลังของข้าให้เจ้าก็แล้วกัน ไหนๆข้าก็คงไม่ได้ใช้พวกมันแล้ว”

ผลงานที่รวบรวมมาทั้งชีวิต? ฟังดูต้องเป็นของดีแน่ๆ เฟิงเซียวเริ่มตั้งตารอคอย

ผู้ใหญ่บ้านล้วงๆควักๆในตัวอยู่นาน กว่าจะหยิบม้วนคัมภีร์สีเหลืองซีดม้วนหนึ่งกับเข็มยาวส่องแสงสีแดงสามเล่มออกมาส่งให้เฟิงเซียว พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนภารกิจสำเร็จที่ดังขึ้นข้างหู:

“ติ๊ง! ยินดีด้วย ผู้เล่นเฟิงหุน ทำภารกิจลับ ‘สร้อยคอที่สาบสูญ’ สำเร็จ ได้รับค่าชื่อเสียง +20, เงิน +100 เหรียญทอง”

อุปกรณ์ระดับวิญญาณ! แถมยังมีตั้ง 4 ชิ้น! เฟิงเซียวรีบตรวจสอบคุณสมบัติทันที:

• ม้วนคัมภีร์ไร้ขอบเขต: ม้วนคัมภีร์พิเศษที่ผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านมือใหม่สร้างขึ้น สามารถวาร์ปไปยังสถานที่ใดก็ได้ในทวีปมังกรสวรรค์แบบสุ่มในทุกสถานการณ์ ใช้ได้ 1 ครั้งแล้วจะหายไป
• เข็มไร้ขอบเขต: อุปกรณ์พิเศษที่ผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านมือใหม่สร้างขึ้น สามารถทำลายม่านพลังและเขตแดนทั้งมวลในทวีปมังกรสวรรค์ได้ 1 เล่มใช้ได้ 1 ครั้งแล้วจะหายไป

ของดี! ของดีสุดๆ!

ม้วนคัมภีร์ไร้ขอบเขตคือไอเทมที่พรานหม่าใช้ตอนออกท่องเที่ยว สำหรับเฟิงเซียวแล้วถือว่าค่อนข้างไร้ประโยชน์ แต่เข็มไร้ขอบเขตนี่สิที่ทรงพลังของจริง มันทำให้เฟิงเซียวสามารถบุกเข้าไปในดินแดนต้องห้ามได้ทุกที่ และยังมีโอกาสถึง 3 ครั้ง

เฟิงเซียวเก็บเข็มและม้วนคัมภีร์ลงกระเป๋าด้วยความตื่นเต้น แล้วกล่าวกับผู้ใหญ่บ้านว่า “คุณปู่ผู้ใหญ่บ้านครับ ผมเลเวล 10 แล้ว ช่วยส่งผมไปเปลี่ยนอาชีพที่นครหลวงมังกรสวรรค์หน่อยครับ”

“อะไรนะ? เจ้าเลเวล 10 เร็วขนาดนี้เลยรึ?” ผู้ใหญ่บ้านมองเฟิงเซียวด้วยความสงสัย เพราะตอนนี้ทั่วทั้งโลกยังไม่มีใครถูกส่งไปเปลี่ยนอาชีพที่เมืองหลวงเลยสักคน แต่จู่ๆผู้ใหญ่บ้านก็หัวเราะลั่น “ดี! สมแล้วที่เป็นผู้ปราบราชาหมาป่าโลหิตคลั่ง เป็นผู้กล้าที่แข็งแกร่งที่สุดจริงๆ ไม่นึกเลยว่าหมู่บ้านมือใหม่หมายเลข 99999 ของข้าจะให้กำเนิดวีรบุรุษคนแรกของโลก!”

“ผมเป็นคนแรกของโลก!?” เฟิงเซียวตื่นเต้นขึ้นมาอย่างรุนแรง เพราะเขารู้สึกว่าเป้าหมายของตนใกล้เข้ามาอีกก้าวหนึ่งแล้ว

“หลังจากส่งไปนครหลวงมังกรสวรรค์แล้วจะกลับมาไม่ได้อีกนะ เฟิงหุน เจ้าแน่ใจนะว่าจะไปตอนนี้เลย?” ผู้ใหญ่บ้านมองเฟิงเซียวด้วยความชื่นชม

“ครับ ไปตอน... เอ๊ะ เดี๋ยวก่อนครับ... เหมือนผมจะลืมทำภารกิจไปอย่างหนึ่ง” เฟิงเซียวฉุกคิดขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ทำภารกิจขุดแร่ของช่างตีเหล็ก จึงรีบเบรกผู้ใหญ่บ้านไว้ เพราะตอนรับภารกิจ ช่างตีเหล็กได้สอนสกิล “วิชาขุดแร่” ให้ หากไม่ทำภารกิจให้จบ มีความเป็นไปได้ที่สกิลขุดแร่จะถูกริบคืน

*****

จบบทที่ บทที่ 12 : สามกระบวนท่าแห่งเซวียนหยวน

คัดลอกลิงก์แล้ว