เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 : ราชันย์หมาป่าขาวโลหิตคลั่ง

บทที่ 9 : ราชันย์หมาป่าขาวโลหิตคลั่ง

บทที่ 9 : ราชันย์หมาป่าขาวโลหิตคลั่ง


เมื่อก้าวออกจากแคปซูลเกม เวลาก็ล่วงเลยไปจนห้าโมงเย็นแล้ว เฟิงเซียวงีบหลับไปครู่หนึ่ง เพราะเมื่อคืนเขามัวแต่ตื่นเต้นกับวันเปิดเซิร์ฟเวอร์ของ 'หลุนหุย' จนแทบไม่ได้พักผ่อน

ตื่นมาอีกทีก็ปาเข้าไปทุ่มกว่า เฟิงเซียวโทรหาน้องสาวที่กำลังเรียนอยู่ ก่อนจะจัดการมื้อเย็นแบบง่ายๆ แล้วเริ่มเข้าสู่สภาวะเข้าฌาน

ยังคงเหมือนเดิม... เขาไม่อาจสัมผัสถึงการไหลเวียนของพลังใดๆ เฟิงเซียวถอนหายใจด้วยความจำยอม “ฝึก ‘ศิลปะแห่งความโกลาหล’ มา 17 ปีเต็ม แต่ก็ยังทลายกำแพงกั้นไม่ได้สักที ยังคงติดแหง็กอยู่ที่ขั้นแรก... พ่อบุญธรรมคงผิดหวังในตัวเราน่าดู”

เมื่อนึกถึงพ่อบุญธรรม จิตใจของเฟิงเซียวก็หนักอึ้งขึ้นมา... ความคิดถึง ความอบอุ่น ความสงสัย ความโศกเศร้า และความแค้น หลากหลายอารมณ์ผสมปนเปจนจิตใจของเขาสั่นไหวอย่างรุนแรง

พ่อบุญธรรมของเฟิงเซียวเป็นบุคคลลึกลับ ลึกลับเสียจนแม้แต่เฟิงเซียวที่ใช้ชีวิตอยู่กับท่านมา 22 ปีเต็มก็ยังไม่อาจล่วงรู้ตัวตนที่แท้จริงของท่านได้

ตอนอายุ 3 ขวบ ท่านพร่ำสอนให้เขาเรียกท่านว่า “พ่อบุญธรรม” แทนที่จะเป็น “พ่อ” เฉยๆ แถมยังบอกความจริงอย่างตรงไปตรงมาว่าเขาเป็นแค่เด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยง โดยไม่สนใจเลยว่าเด็ก 3 ขวบจะรับไหวหรือไม่

ตอนอายุ 4 ขวบ ท่านเริ่มสอน ‘ศิลปะแห่งความโกลาหล’ ให้ พร้อมกับเปรยขึ้นมาลอยๆว่าวิชานี้มีเพียงเฟิงเซียวคนเดียวในใต้หล้าที่ฝึกได้ แต่ที่น่าแปลกใจคือเฟิงเซียวฝึกมาเป็นสิบปีกลับไม่อาจสัมผัสถึง ‘ลมปราณ’ หรือกำลังภายในใดๆเลย ทว่าร่างกายและความเร็วของเขากลับพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด จนแซงหน้าพ่อบุญธรรมไปในสองด้านนี้

นอกจากเวลาฝึกวิชาที่เข้มงวดแล้ว ในเวลาปกติท่านคือพ่อผู้เปี่ยมเมตตาและใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อดูแลเฟิงเซียวและน้องสาว ท่านยอมละทิ้งชีวิตจอมยุทธ์ผู้รักอิสระ ละทิ้งการแสวงหาจุดสูงสุดแห่งวิถี ละทิ้งการแต่งงานมีครอบครัว แล้วมาลงหลักปักฐานที่ปักกิ่ง เลี้ยงดูพวกเขาจนเติบใหญ่ด้วยตัวคนเดียว ความยากลำบากของผู้ชายคนหนึ่งที่ต้องเลี้ยงเด็กสองคน... สองพี่น้องต่างรับรู้ด้วยดวงตาและซาบซึ้งด้วยหัวใจ

พ่อบุญธรรมมักจะพูดจาแปลกๆ ทำตัวแปลกๆ สอนวิชาลึกลับที่แม้แต่ตัวเองก็ฝึกไม่ได้ แล้วยังชอบพึมพำภาษาที่เขาฟังไม่เข้าใจอยู่คนเดียว แต่สิ่งที่ทำให้เฟิงเซียวตกตะลึงที่สุดคือ บางครั้งพ่อบุญธรรมสามารถล่วงรู้เหตุการณ์ในอนาคตได้! เฟิงเซียวเชื่อเสมอว่า ต่อให้มีใครมาบอกว่าพ่อบุญธรรมของเขาเป็นเซียนวิเศษ เขาก็คงไม่แปลกใจสักเท่าไหร่

เฟิงเซียวจำประโยคสุดท้ายที่พ่อบุญธรรมสั่งเสียไว้ก่อนจะถูกลอบสังหารเมื่อ 3 ปีก่อนได้แม่นยำ:

“อีก 3 ปีข้างหน้า ‘หลุนหุย’ ของอิงลั่วจะต้องปรากฏขึ้น เซียวเอ๋อร์... เจ้าต้องเป็นที่หนึ่งในหลุนหุยให้ได้! ต้องทำให้ได้!”

ในตอนนั้นเฟิงเซียวไม่เข้าใจความหมาย ได้แต่พยักหน้าทั้งน้ำตาด้วยความงุนงง จนกระทั่ง 2 ปีต่อมา เมื่อโฆษณาของ ‘หลุนหุย’ กระจายไปทั่วโลก...

เฟิงเซียวค่อยๆสงบจิตใจลง แล้วกล่าวในใจเงียบๆ “พ่อบุญธรรม เซียวเอ๋อร์กำลังก้าวเดินไปตามเส้นทางที่ท่านชี้แนะแล้วนะ เหยาเอ๋อร์เองตอนนี้ก็อยู่ปี 2 แล้ว ใกล้จะปิดเทอมกลับบ้านแล้วด้วย”

“พ่อบุญธรรม... หากวิญญาณท่านรับรู้ ได้โปรดเฝ้ามองผมกับเหยาเอ๋อร์... พวกเราจะเป็นความภาคภูมิใจของท่านให้ได้!”

เมื่อนึกถึงน้องสาวตัวแสบผู้มีความงามระดับล่มเมือง รอยยิ้มอบอุ่นก็ผุดขึ้นที่มุมปากของเฟิงเซียว... มีเธออยู่เคียงข้าง เราก็ไม่เหงาอีกต่อไป

เช้าวันรุ่งขึ้น เฟิงเซียวตื่นสายโด่ง หลังจากล้างหน้าแปรงฟันและกินมื้อเช้าแบบลวกๆ เขาก็ทิ้งตัวลงนอนในแคปซูลเกมเพื่อสานต่อตำนานใน ‘หลุนหุย’

แสงสีขาววาบขึ้น เฟิงเซียวปรากฏตัวที่เดิมที่ล็อกเอาต์ไปเมื่อวาน หมาป่าขาวที่เกิดใหม่ดูเหมือนจะจำหน้าฆาตกรล้างเผ่าพันธุ์คนนี้ไม่ได้ พวกมันยังคงเล็มหญ้าอย่างสบายใจ ไม่สนใจการมาถึงของเขา

รอบกายยังคงไร้เงาผู้เล่นอื่น เฟิงเซียวเริ่มแปลกใจ “หมาป่าขาวเกิดไว ไม่ตีคนก่อน แถมค่าประสบการณ์ก็ไม่ใช่น้อยๆ น่าจะเป็นแหล่งปั๊มเลเวลชั้นดีแท้ๆ ทำไมไม่มีคนเลย หรือว่าคนอื่นจะไม่รู้ว่ามีที่นี่อยู่? แต่ในแผนที่หมู่บ้านมือใหม่ก็เขียนชัดเจนว่าเป็นเนินอัสดง ถิ่นของหมาป่าขาวเลเวล 5 นี่นา”

ถ้าเฟิงเซียวลองเข้าเว็บบอร์ดหรือถามผู้ใหญ่บ้านให้มากกว่านี้ เขาจะรู้ว่ามอนสเตอร์ทางทิศเหนือของหมู่บ้านแม้จะนิสัยดี ไม่ดุร้าย แต่อัตราการดรอปเงิน ยา และอุปกรณ์นั้นต่ำเตี้ยเรี่ยดิน สำหรับผู้เล่นใหม่ที่กระเป๋าแบนแฟนทิ้ง การมาตีมอนสเตอร์แถวนี้มีแต่จะ ‘เข้าเนื้อ’ ได้ไม่คุ้มเสีย มีแต่คนบ้าพลังที่มีค่าโชค ค่าโจมตี และค่าปฏิกิริยาสูงลิ่วอย่างเฟิงเซียวเท่านั้นแหละที่หากินแถวนี้ได้

คิดไม่ออกก็เลิกคิด เฟิงเซียวตบกระเป๋าเป้ที่มีน้ำยาฟื้นพลังขวดจิ๋วตุนไว้ยี่สิบกว่าขวด ความมั่นใจพุ่งพรวด เขาเริ่มเดินลึกเข้าไปในเนินอัสดง

ถัดจากเนินอัสดงคือหุบเขาอัสดง ถิ่นของหมาป่าคลั่งเลเวล 8 เฟิงเซียวประเมินพลังโจมตี 200 และพลังชีวิต 450 ของตัวเองแล้วคิดว่าน่าจะพอไหว

ขณะกำลังจะก้าวพ้นเขตเนินอัสดง สายตาของเฟิงเซียวก็สะดุดเข้ากับถ้ำแห่งหนึ่ง

ถ้ำนั้นสูงท่วมหัวคน ก่อตัวขึ้นจากดินและหิน ดูเหมือนเกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่มันกลับดูโดดเด่นและขัดตาอย่างประหลาดท่ามกลางทุ่งหญ้าเขียวขจี

เฟิงเซียวจำได้ลางๆว่าผู้ใหญ่บ้านเคยพูดอะไรสักอย่างเกี่ยวกับถ้ำ... หรือว่าในถ้ำจะมีสมบัติ? ไม่รอช้า เฟิงเซียวรีบวิ่งแจ้นไปที่ถ้ำทันที

ทันทีที่มาถึงปากถ้ำ กลิ่นคาวเลือดและจิตสังหารก็พุ่งเข้าปะทะใบหน้า เฟิงเซียวเอี้ยวตัวหลบตามสัญชาตญาณ คมเล็บวาววับเฉียดหน้าเขาไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด!

เบื้องหน้าเฟิงเซียวปรากฏร่างของหมาป่าขาวตัวมหึมา ขนาดตัวใหญ่กว่าหมาป่าปกติถึงเท่าตัว ดวงตาของมันทอประกายสีแดงฉานน่าสยดสยอง จ้องเขม็งมายังผู้บุกรุก ร่างกายแผ่กลิ่นอายความโหดเหี้ยมอำมหิตออกมาอย่างรุนแรง

“ติ๊ง! ผู้เล่นเฟิงหุน ท่านได้บุกรุกอาณาเขตของ ‘ราชันย์หมาป่าขาวโลหิตคลั่ง’ และลบหลู่เกียรติแห่งราชันย์ ราชันย์หมาป่าขาวจะทำการไล่ล่าสังหารท่านจนกว่าท่านจะเสียชีวิตหรือออกไปจากอาณาเขตของมัน”

เฟิงเซียวเมินเสียงแจ้งเตือนระบบ ไม่มีความกลัวแม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้าม จิตใจของเขากลับเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นสุดขีด “บอส! บอสตัวเป็นๆ! มิน่าเมื่อวานไล่ตีทั้งบ่ายไม่เจอ ที่แท้เอ็งแอบมานอนอู้อยู่ในรังนี่เอง!”

คำว่า “บอส” สำหรับเกมเมอร์แล้ว มันหมายถึงกองภูเขาค่าประสบการณ์และอุปกรณ์ระดับเทพ การล่าบอสคือความใฝ่ฝันและงานอดิเรกของผู้เล่นทุกคน ต่อให้เจอบอสโหดแค่ไหน คนปกติก็จะรีบกลับไปเกณฑ์ญาติสนิทมิตรสหายมายำตีนมันให้จงได้ เจอบอสแล้วไม่ตี มีแค่สองประเภทคือ... ถ้าไม่ปอดแหก ก็ต้องเป็นพวกมือใหม่หัดเล่น (เว้นแต่จะห่างชั้นกันแบบฟ้ากับเหวอะนะ)

ราชันย์หมาป่าขาวโลหิตคลั่ง

ระดับ: บอสระดับสูง เลเวล 10

พลังชีวิต: 1,500

คำอธิบาย: ราชาแห่งเผ่าพันธุ์หมาป่าขาว ได้รับพลังวิญญาณบริสุทธิ์จากเนินอัสดงสั่งสมมานานจนวิวัฒนาการเป็นบอสระดับสูง ปกตินิสัยอ่อนโยน แต่จะไล่ล่าสังหารผู้ที่บุกรุกอาณาเขตอย่างโหดเหี้ยม

สกิล:

• กรงเล็บฉีกกระชาก : สกิลกดใช้, ใช้กรงเล็บอันแหลมคมโจมตีศัตรูอย่างรุนแรง มีโอกาสสูงที่จะติดคริติคอล

“โห เป็นบอสระดับสูงซะด้วย” แต่เฟิงเซียวก็ไม่ได้กังวลมากนัก ค่าสถานะของเขาตอนนี้เทียบเท่าผู้เล่นเลเวล 15 ได้สบายๆ บวกกับปฏิกิริยาตอบสนองระดับเทพ การดวลเดี่ยวกับมันไม่น่าจะมีปัญหา

ในเกม ‘หลุนหุย’ ระดับของบอสไล่จากต่ำไปสูงได้แก่: ทั่วไป, สูง, เงิน, ทอง โดยความเก่งกาจจะก้าวกระโดดอย่างมหาศาลในทุกระดับชั้น บอสระดับเงินตัวเดียวสามารถรับมือบอสระดับสูงได้ถึง 3 ตัว และบอสระดับทองตัวเดียวก็สามารถรับมือบอสระดับเงินได้ 3 ตัวเช่นกัน เหนือบอสระดับทองขึ้นไปคือ ‘สัตว์เซียน’ ที่ทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ เหนืออสูรเซียนคือ ‘สัตว์เทพ’ ในตำนาน เหนืออสูรเทพยังมี ‘สัตว์เหนือเทพ’ และจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารใน ‘หลุนหุย’ ตัวตนอันศักดิ์สิทธิ์ที่ไร้ผู้ต่อกร —— สัตว์ศักดิ์สิทธิ์

*****

จบบทที่ บทที่ 9 : ราชันย์หมาป่าขาวโลหิตคลั่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว