- หน้าแรก
- ฟ้องให้ยับ ปราบเกรียนด้วยหมายศาล
- บทที่ 26 จ่ายเงินชดใช้ยังไม่แน่ว่าจะจบเรื่อง เผลอๆ อาจต้องติดคุก!
บทที่ 26 จ่ายเงินชดใช้ยังไม่แน่ว่าจะจบเรื่อง เผลอๆ อาจต้องติดคุก!
บทที่ 26 จ่ายเงินชดใช้ยังไม่แน่ว่าจะจบเรื่อง เผลอๆ อาจต้องติดคุก!
"ติ๊งต่อง!"
เสียงกริ่งประตูดังขึ้น
"มาแล้วครับ"
เฉาเต๋อซ่วงขานรับพลางเดินลากรองเท้าแตะไปเปิดประตู
แต่พอเปิดประตูออกไป เขาก็ถึงกับยืนนิ่ง
เพราะหน้าประตูคือตำรวจในเครื่องแบบถึงสองนาย
"คุณตำรวจ มีอะไรรึเปล่าครับ?"
เฉาเต๋อซ่วงถามด้วยความสงสัย
"สวัสดีครับ ผมหลี่เจี้ยนซวิน ตำรวจจากสถานีตำรวจชุมชนคังหัว และนี่คือเฉินเหย่ เพื่อนร่วมงานของผม"
ตำรวจหลี่แสดงบัตรประจำตัว แล้วพูดต่อ "เรามาที่นี่เพราะมีคดีหนึ่งที่ต้องขอให้คุณจางไคเฟิ่งไปให้ปากคำเพิ่มเติม คุณเป็นสามีเธอใช่ไหมครับ เธออยู่บ้านหรือเปล่า?"
"คดีเหรอ? คดีอะไรกัน!?"
หัวใจของเฉาเต๋อซ่วงกระตุกวูบ
เรื่องอะไรกัน อยู่ดีๆ ตำรวจถึงมาหาถึงบ้าน?
ตำรวจหลี่กล่าว "คืออย่างนี้ครับ เราได้รับแจ้งความจากชายหนุ่มคนหนึ่งว่าคุณจางไคเฟิ่งพาสุนัขเดินเล่นโดยไม่ใส่สายจูง และยังปล่อยสุนัขมาทำร้ายเขา จนทำให้ถ้วยกระเบื้องโบราณของเขาแตกเสียหาย เราจึงต้องเชิญคุณจางไคเฟิ่งไปให้ปากคำเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจครับ"
เมื่อได้ยินดังนั้น เฉาเต๋อซ่วงก็ขมวดคิ้ว
เดี๋ยวนี้พวกต้มตุ๋นมันใจกล้าขนาดนี้แล้วเหรอ?
ถึงกับกล้าไปแจ้งความเองเลย?
เฉาเต๋อซ่วงขมวดคิ้วพูด "คุณตำรวจครับ เรื่องนี้เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายกำลังสร้างเรื่อง"
"เขาเป็นแค่คนที่มาเช่าห้องอยู่ที่นี่ ขนาดบ้านยังต้องเช่า แล้วจะมีปัญญาหาของโบราณมาจากไหนกันครับ"
"ไอ้หนุ่มนั่นเพิ่งมีเรื่องกับภรรยาผมเมื่อไม่กี่วันก่อน นี่มันจงใจแก้แค้นกันชัดๆ"
ตอนนั้นเอง จางไคเฟิ่งที่ดูทีวีอยู่ในห้องนั่งเล่นก็ได้ยินเสียงพูดคุยกัน เธอรีบเดินออกมาแล้วตวาดลั่น "เดี๋ยวนะ พวกคุณเป็นตำรวจภาษาอะไรกัน!"
"ยังไม่ได้สืบสวนให้ดีก็คิดจะมาจับฉันแล้วเหรอ!"
"ถ้วยกระเบื้องนั่นเขาทำตกเองชัดๆ จะมาเรียกร้องค่าเสียหายจากฉันได้ยังไง!"
ตำรวจหลี่ทำหน้าขรึมแล้วกล่าว "ชายหนุ่มผู้แจ้งความมีทั้งวิดีโอและพยานบุคคลที่ยืนยันได้ว่าคุณเป็นคนปล่อยสุนัขไปทำร้ายเขาจนถ้วยตกแตก ดังนั้นคุณต้องรับผิดชอบ!"
"การที่คุณพาสุนัขเดินเล่นโดยไม่ใส่สายจูงก็ผิดกฎหมายอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น คุณยังยุยงให้สุนัขทำร้ายคนอื่นจนทรัพย์สินเสียหายอีก ยิ่งถือเป็นคดีอาญาที่ร้ายแรงยิ่งขึ้น"
"กรุณาให้ความร่วมมือในการสอบสวนด้วย!"
จางไคเฟิ่งมีท่าทีเลิ่กลั่กก่อนจะเถียง "แต่ลูกชายฉันเชื่อฟังมากนะคะ เขาไม่กัดคนหรอก ทำไมต้องเอาเชือกมาผูกมัดเขาด้วย สุนัขทุกตัวก็รักอิสระ ถ้าโดนล่ามไว้พวกเขาก็ไม่มีความสุขสิคะ"
ตำรวจหลี่ถึงกับกุมขมับ
รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ความคิดไม่ค่อยปกติเท่าไหร่
"นี่ไม่ใช่ประเด็นว่าสุนัขของคุณจะเชื่อฟังหรือไม่ การจูงสุนัขเดินเล่นต้องใส่สายจูงเป็นข้อบังคับตามกฎหมาย!"
"กฎหมายป้องกันโรคระบาดสัตว์บัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า การนำสุนัขออกนอกเคหสถาน จะต้องติดป้ายทะเบียนสุนัขและใช้มาตรการเช่นการผูกสายจูง เพื่อป้องกันสุนัขทำร้ายคนและการแพร่ระบาดของโรค"
"การพาสุนัขเดินเล่นโดยไม่ใส่สายจูงเป็นสิ่งผิดกฎหมาย มีโทษปรับตั้งแต่ 200 ถึง 500 หยวน"
"แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นคือสุนัขของคุณสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้อื่น ในฐานะเจ้าของ คุณต้องรับผิดชอบ"
ใบหน้าของจางไคเฟิ่งพลันซีดเผือด
เธอบ่นพึมพำ "ไอ้กระจอก ไอ้ผู้ชายห่วยแตก เรื่องขี้ประติ๋วแค่นี้ถึงกับไปแจ้งตำรวจ ประสาทหรือไง!"
เฉาเต๋อซ่วงดึงแขนภรรยาไว้
เขามีสติมากกว่า
ด่าทอไปก็ไม่มีประโยชน์ ยิ่งเป็นการทำต่อหน้าตำรวจ ก็มีแต่จะหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวเปล่าๆ
เรื่องแค่นี้เอง
ถ้าใช้เงินแก้ปัญหาได้ก็จบ
เฉาเต๋อซ่วงยึดหลักเลี่ยงปัญหาดีกว่าสร้างปัญหา จึงหันไปพูดกับตำรวจหลี่ "คุณตำรวจพูดถูกครับ การไม่ใส่สายจูงเป็นความผิดของเราจริงๆ ต่อไปเราจะระวังให้มากขึ้นครับ"
"ส่วนเรื่องที่จะพาภรรยาผมไปให้ปากคำ ผมว่าคงไม่จำเป็นขนาดนั้นหรอกครับ"
"อีกฝ่ายก็แค่อยากได้เงินไม่ใช่เหรอครับ เราชดใช้ให้เขาก็สิ้นเรื่อง"
"เขาต้องการเท่าไหร่ครับ?"
"สามล้านครับ" ตำรวจหลี่ตอบ "อีกฝ่ายยืนยันว่าถ้วยกระเบื้องของเขาเป็นของโบราณสมัยราชวงศ์หมิง มูลค่าสามล้าน"
"เป็นไปไม่ได้ สามร้อยหยวนผมยังพอจ่ายให้ได้ แต่สามล้าน... ให้เขาไปปล้นธนาคารเลยดีกว่าครับ" เฉาเต๋อซ่วงปฏิเสธทันควัน
แม้ว่าเขาจะชอบใช้เงินแก้ปัญหาและไม่ชอบเรื่องยุ่งยาก
แต่สามล้านเป็นตัวเลขที่เป็นไปไม่ได้
จางไคเฟิ่งพูดเสริม "คุณตำรวจคะ นี่มันรีดไถกันชัดๆ ดูไม่ออกเหรอคะ? ดูสภาพเขาสิคะ จะมีปัญญาหาของโบราณราคาตั้งสามล้านได้ยังไง!"
ตำรวจหลี่กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง "อีกฝ่ายมีใบรับรองจากสถาบันที่น่าเชื่อถือมายืนยัน ว่าเป็นของโบราณสมัยเซวียนเต๋อแห่งราชวงศ์หมิง มูลค่าสามล้านจริง แน่นอนว่าหลังจากนี้เราจะให้หน่วยงานผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเพื่อยืนยันมูลค่าของมันอีกครั้ง"
"อะไรนะคะ!? มีใบรับรองด้วยเหรอ? ของปลอม ต้องเป็นของปลอมแน่นอน!" จางไคเฟิ่งโวยวาย
ตอนนี้เธอเริ่มมีอาการลนลานขึ้นมาบ้างแล้ว
แม้จะปักใจเชื่อว่าหลินเป่ยไม่มีทางมีของโบราณได้ แต่ตอนนี้อีกฝ่ายกลับมีใบรับรองมายืนยัน...
ถ้าหากมันเป็นของโบราณจริงๆ ล่ะ
สามล้านเชียวนะ
เฉาเต๋อซ่วงที่อยู่ข้างๆ ก็ขมวดคิ้วมุ่น ในใจพลันสังหรณ์ถึงเรื่องไม่ดี
ตำรวจหลี่กล่าวต่อ "คุณจาง ไปให้ปากคำกับเราเถอะครับ"
"ถ้วยใบนั้นเป็นของโบราณจริงหรือไม่ อีกไม่นานก็จะได้ข้อสรุปที่แน่ชัด"
"ถ้าไม่ใช่ของโบราณก็ถือเป็นแค่เรื่องทะเลาะวิวาทเล็กๆ น้อยๆ แต่ถ้าเป็นของโบราณจริงๆ ขึ้นมา..."
ตำรวจหลี่มองจางไคเฟิ่งแวบหนึ่งอย่างมีความหมาย
"เรื่องนี้ก็คงไม่ใช่แค่จ่ายเงินแล้วจะจบ"
"คุณอาจจะเข้าข่ายกระทำความผิดทางอาญาได้!"
"หา!?"
จางไคเฟิ่งสะดุ้งสุดตัว
"เดี๋ยวก่อนค่ะคุณตำรวจ นี่มันจะกลายเป็นคดีอาญาไปได้ยังไงคะ?"
"ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยสักหน่อย"
"ต่อให้มันเป็นของโบราณจริง เขาก็ทำตกเอง ไม่เกี่ยวกับฉันสักหน่อย!"
ตำรวจหลี่กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม "คุณจาง คุณได้ออกคำสั่งให้สุนัขของคุณเข้าโจมตีอย่างชัดเจน สุนัขของคุณได้ทำร้ายอีกฝ่ายตามคำสั่งของคุณ เป็นเหตุให้ทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลเสียหาย การกระทำของคุณจึงเข้าข่ายความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์โดยเจตนา"
"ถ้าถ้วยกระเบื้องใบนั้นมีมูลค่าสามล้านจริง คุณอาจต้องรับโทษจำคุกตั้งแต่สามปีขึ้นไป แต่ไม่เกินเจ็ดปี"
"เอื๊อก!"
จางไคเฟิ่งกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเริ่มเต้นระรัว
"ไม่ เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!"
"เขาไม่มีทางมีของโบราณ!"
"มันกำลังไถเงินฉัน มันจงใจแกล้งฉัน!"
"ฉันจะไปทำผิดกฎหมายได้ยังไง? เป็นไปไม่ได้!"
จางไคเฟิ่งกรีดร้อง
เฉาเต๋อซ่วงเองก็ขมวดคิ้วแน่น เขารู้สึกได้ว่าเรื่องราวเริ่มจะไม่ง่ายอย่างที่คิด
ดูเหมือนว่า... จะเจอเรื่องใหญ่เข้าให้แล้ว
เขารีบพูด "คุณตำรวจครับ เรื่องนี้อาจจะมีความเข้าใจผิดอะไรหรือเปล่าครับ?"
"จะเข้าใจผิดหรือไม่ เดี๋ยวสืบสวนก็รู้เอง" ตำรวจหลี่ตอบเรียบๆ
แล้วหันไปมองจางไคเฟิ่ง
"คุณจาง ไปเถอะครับ ไปให้ความร่วมมือกับเรา"
"ไม่... ไม่ใช่ค่ะ!"
"นี่มันเป็นความผิดของเขาเองชัดๆ จะมาโยนให้ฉันได้ยังไง?"
"ลูกชายฉันไม่ได้กัดเขาสักหน่อย เขาตกใจไปเองจนถือของไม่มั่นคงทำถ้วยตกแตก ต่อให้ถ้วยใบนั่นเป็นของโบราณจริง ก็ไม่เกี่ยวกับฉัน!"
"เป็นความผิดของเขาเอง!"
จางไคเฟิ่งเหงื่อกาฬแตกพลั่ก พลางแก้ตัวเสียงดัง
ในที่สุดตำรวจหลี่ก็หมดความอดทน เขาทำหน้าขรึมแล้วประกาศ "จางไคเฟิ่ง! คำเตือนครั้งที่หนึ่ง กรุณาไปกับเราเพื่อรับการสอบสวน!"
"ฉันไม่ไป! ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น!" จางไคเฟิ่งร้องโวยวาย พลางโบกมือปฏิเสธพัลวันแล้วถอยหนีเข้าไปในบ้าน
ตำรวจหลี่ตะเบ็งเสียง "คำเตือนครั้งที่สอง กรุณาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่!"
"ฉันไม่ไป!"
จางไคเฟิ่งยังคิดจะหนี
เฉาเต๋อซ่วงรีบคว้าตัวเธอไว้ แล้วพูดรัวเร็ว "ที่รัก ใจเย็นๆ ก่อน!"
"ไม่ว่าจะยังไง เราก็ต้องให้ความร่วมมือกับตำรวจ ไม่อย่างนั้นต่อให้เราเป็นฝ่ายถูกก็จะกลายเป็นผิดไป"
"เรื่องนี้ก็ไม่แน่ว่าจะเป็นความรับผิดชอบของคุณทั้งหมด"
"อีกอย่าง ถ้วยของเขาก็ยังไม่แน่ว่าเป็นของโบราณจริงไหม อาจจะเป็นใบรับรองปลอมที่ไปหามาจากไหนก็ได้ เดี๋ยวนี้มีเยอะแยะไป"
"ไม่เป็นไรหรอก ไม่เป็นไรแน่นอน"
เมื่อถูกเฉาเต๋อซ่วงเกลี้ยกล่อม ในที่สุดจางไคเฟิ่งก็สงบลงได้
แม้จะยังไม่เต็มใจ แต่อย่างน้อยเธอก็ยอมให้ความร่วมมือและเดินตามตำรวจไปแต่โดยดี