เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 รายละเอียดพวกนี้แหละสำคัญ

บทที่ 19 รายละเอียดพวกนี้แหละสำคัญ

บทที่ 19 รายละเอียดพวกนี้แหละสำคัญ


กำลังโหลดไฟล์

บทที่ 19 รายละเอียดพวกนี้แหละสำคัญ

หลินถงซูมองเฉินฉีด้วยความงุนงง ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงได้ดูดีใจนัก เฉินฉียิ้มแฉ่ง “ผมพิสูจน์ข้อหักล้างสมมติฐานของคุณสำเร็จแล้ว คุณบอกว่าฆาตกรซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำ ถ้าอย่างนั้นผู้ตายจะเข้ามาขับถ่ายในห้องน้ำได้ยังไงถ้ามีคนซ่อนอยู่ข้างในจริง ๆ?”

หลินถงซูลองคิดตามคำพูดของเขาและคิดว่าค่อนข้างสมเหตุสมผล แต่คล้ายว่ายังมีข้อบกพร่องบางอย่างจึงเถึยงเขากลับ “ไม่ ไม่สิ ปัสสาวะนั่นอาจจะไม่ใช่ของผู้ตายก็ได้ อาจจะเป็นของฆาตกรที่อั้นไม่ไหวจนต้องขับถ่ายออกก่อน และเขาก็กลัวครอบครัวนี้จะรู้ตัวเลยไม่ได้กดชักโครกให้เกิดเสียง”

เฉินฉียิ้มและชื่นชมเธอ “คุณเริ่มเรียนรู้กระบวนการคิดแล้ว ไม่เลวเลย! ส่วนเรื่องที่ว่าใครเป็นเจ้าของปัสสาวะนั่นเราจะรู้หลังจากที่เก็บตัวอย่างไปตรวจสอบแล้ว… เพราะงั้นอย่าลืมบอกผลที่ออกมาให้ผมรู้ด้วยล่ะ”

หลินถงซูเกาหน้าด้วยความเขินเมื่อถูกชมเชย “ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ฉันยังไม่เข้าใจเท่าไหร่ มีคนตายที่นี่สามคน สถานที่เกิดเหตุก็เละเทะไปหมด แต่คุณไม่ได้ดูที่อาวุธฆาตกรอาจใช้ในการสังหาร กลับเอาแต่วิเคราะห์เรื่องปัสสาวะแทน มันสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“คุณหลิน รายละเอียดเล็กน้อยพวกนี้สำคัญต่อรูปคดีไม่น้อยเลยเชียว! ในการทำคดีเราจะต้องศึกษาสิ่งผิดปกติเหล่านี้ให้ทะลุปรุโปร่ง เพราะบ่อยครั้งที่สิ่งเหล่านี้สามารถนำไปสู่การไขคดีได้”

“อ้างอิงแนวคิดนี้มาจากใครกัน?”

“ผมเป็นคนคิดเองน่ะ”

“คุณเนี่ยนะคิดขึ้นเอง? ได้แรงบันดาลใจมาจากแหล่งไหน?”

เฉินฉีตอบอย่างใจเย็น “ผมชอบดูรายการที่เกี่ยวข้องการสืบสวนอาชญากรรมน่ะ ก็เลยคิดอะไรแบบนี้ออกมาได้ ผมจะคิดคำสวยหรูพวกนี้เองไม่ได้รึยังไงกัน?”

“ตัวคุณน่าเชื่อถือซะตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะ?!” หลินถงซูทำท่าทางฮึดฮัด

เฉินฉีเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นจริงจังอีกครั้ง “ผมคิดว่าศพของชายคนนี้มีส่วนที่ต้องตรวจสอบอีกมาก พอทีมชันสูตรมาถึงที่นี่แล้วคุณอย่าลืมแจ้งให้พวกเขาชันสูตรศพนี้อย่างละเอียดด้วยนะ”

พูดถึงผีผีก็มา ขณะนั้นเองเสียงไซเรนดังขึ้นจากด้านล่างตึก เฉินฉีรีบเดินออกมาจากห้องน้ำทันที “รีบเร่งมือเถอะ”

เฉินฉีรีบเดินกลับไปตรวจสอบศพของหญิงสาวในห้องนั่งเล่นด้วยขั้นตอนเดียวกันก่อนพูดข้อสรุปออกมา “เวลาเสียชีวิตของเธอคือเที่ยงคืนโดยประมาณเช่นกัน มีรอยช้ำและแผลถลอกตรงบริเวณเข่าและศอก คาดเดาว่าอาจเกิดจากการหกล้ม หน้าผากด้านขวาปรากฏรอยฟกช้ำด้วย…” เขาเหลือบมองไปที่ด้านหลังโซฟาไม้ “แผลฟกช้ำน่าจะมาจากการกระแทกขอบโซฟาไม้ เป็นอาการบาดเจ็บที่เธอได้รับก่อนจะเสียชีวิต และยังมีแผลตรงข้อมือจากการพยายามต่อสู้ขัดขืนเพราะฉะนั้นฆาตกรก็ควรมีร่องรอยเหล่านี้”

เฉินฉีพูดรัวเร็วมาก ส่วนหลินถงซูก็รีบจดข้อมูลลงไปในสมุดบันทึกเล่มเล็กที่พกมาด้วยอย่างคร่าว ๆ

หลังตรวจดูศพของหญิงสาวแล้ว เฉินฉีก็กลับไปดูบริเวณที่ศพของหญิงชรานอนอยู่และลงมือพลิกศพตรวจดูเบื้องต้น “เวลาเสียชีวิตไล่เลี่ยกันกับอีกสองศพ บนร่างกายของเธอแทบไม่มีร่องรอยของการพยายามต่อสู้เลย ดูเหมือนว่าเธอถูกฆาตกรรมในขณะที่เพิ่งตื่นนอน งั้นในตอนที่กำลังจะถูกฆ่าเธอได้ตะโกนออกมารึเปล่านะ? ต้องลองทดสอบผนังห้องดูว่าเก็บเสียงมากน้อยแค่ไหน คุณรีบเดินออกไปด้านนอกห้องให้หน่อยสิ!”

“โอ้ ค่ะ!” หลินถงซูเดินออกไปอยู่นอกห้องทันที เฉินฉีตะโกนถามจากด้านในห้อง “อยู่ตรงนั้นคุณได้ยินเสียงผมชัดไหม?”

“ได้ยินชัดเลย”

เมื่อหลินถงซูเดินกลับเข้าไปในห้องเฉินฉีก็เริ่มอธิบาย “วัสดุที่ใช้ทำประตูทำจากไม้จึงเก็บเสียงได้ไม่ค่อยดีนัก หญิงชราคนนี้อาจร้องออกมาเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะถูกฆ่า หรืออาจเป็นการเตือนคนที่อยู่ด้านนอกห้อง…” เขาลูบคางอย่างครุ่นคิดก่อนหยิบอาวุธขึ้นตรวจดู “ฆาตกรรม ขวาน มีดแล่เนื้อ ในครัวมีมีดเล่มหนึ่งหายไป น่าจะเป็นเล่มนี้แหละ คมมีดบิ่นเล็กน้อยด้วยรึ? ดูจากบาดแผลแล้วฆาตกรคงใช้มีดเล่มนี้จ้วงแทงหลายครั้ง ตัวด้ามทำจากไม้จึงมีรอยแตกหักหลายจุด เดี๋ยวนะ มีคราบเลือดติดอยู่ที่ด้ามด้วยนี่!”

เฉินฉีตกอยู่ในห้วงภวังค์ความคิดและกำลังวิเคราะห์เบาะแสนี้อย่างตั้งใจ หลินถงซูมองเขาด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา ราวกับเธอเห็นนักสืบระดับแนวหน้ากำลังคิดหาเหตุผลอย่างรวดเร็วและชำนาญ ยิ่งมองยิ่งทำใจให้เชื่อได้ยากว่าเขาเป็นเพียงคนขับรถธรรมดาเท่านั้น

“มีรอยเลือดติดอยู่บริเวณด้ามเล็กน้อย เดาว่าเป็นเลือดของฆาตกร ส่วนนี้ถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญเลยล่ะ” เฉินฉีเดินไปดมกลิ่นปากของผู้ตายแล้ววิเคราะห์เพิ่มเติม “เหยื่อกินอะไรมาก่อนหน้าที่จะเสียชีวิตกันนะ? เหมือนจะเป็นบางอย่างที่มีรสหวาน ในห้องนอนอีกห้องมีถ้วยซุปเมล็ดบัวหวานวางอยู่ แล้วผมก็เห็นหม้อใบใหญ่ในครัวด้วย จากหลักฐานทั้งหมดผมสันนิษฐานว่าฆาตกรอาจจะผสมยานอนหลับไว้ในอาหาร… แปลกแฮะ ฆาตกรเป็นคนทำเหรอ? หมายความว่าเขาวางแผนไว้ก่อนแล้วหรือนี่?”

“ใครอยู่ข้างในน่ะ?!” เสียงเข้มดุดันตวาดเข้ามาจากบริเวณในห้องนั่งเล่น หลินถงซูที่กำลังตั้งใจฟังเฉินฉีวิเคราะห์อยู่สะดุ้งสุดตัวเพราะตกใจจากเสียงของบุคคลที่สามซึ่งดังขึ้นอย่างกะทันหัน

เมื่อเธอหันไปมองเธอก็พบว่าเป็นหลินชิวผูที่พากำลังตำรวจเข้ามาในห้อง พวกเขาคิดว่าผู้อยู่ข้างในอาจเป็นผู้ต้องสงสัยจึงยกปืนขึ้นเล็งอยู่อย่างนั้น

ทันทีที่หลินชิวผูเห็นคนทั้งสองแล้ว คิ้วของเขาก็ขมวดแน่นทันที “เป็นคุณอีกแล้วเหรอ!?”

เฉินฉีลุกขึ้นยืนพร้อมส่งยิ้มให้เขา “ผู้กองหลิน เจอกันอีกครั้งแล้วนะครับ”

“ใครอนุญาตให้พวกคุณเข้ามาในที่เกิดเหตุแล้วเดินไปทั่วกันแบบนี้? รู้ไหมว่าแบบนี้จะยิ่งทำให้ตำรวจทำงานยากขึ้นไปอีก? หลินถงซู ในฐานะที่คุณเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจแผนกอาชญากรรม นอกจากคุณจะไม่ปิดกั้นพื้นที่เหตุในทันทีแล้วยังปล่อยให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาเพ่นพ่านอีก!”

เมื่อถูกหลินชิวผูตำหนิ หลินถงซูก็รู้สึกเสียใจแทบร้องไห้ออกมา “เขา… เอ่อ... เราก็แค่กลัวว่าอาจจะยังมีคนที่ยังรอดชีวิตอยู่ด้านใน จึงเข้ามาพร้อมกันเผื่อจะช่วยเหลืออะไรได้ง่ายขึ้น”

เฉินฉีชี้ไปที่ถุงมือที่ตัวเองสวมอยู่ “ผู้กองหลิน อย่าด่วนร้อนใจไปสิครับ ผมใส่ถุงมือป้องกันไว้แล้วนะ”

“คุณเตรียมถุงมือมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะเลยเหรอ!?”

“ไม่ครับ ผมค้นมาจากในครัว”

“อะไรนะ!?” หลินฉิวผูตวาดเสียงดัง “คุณใช้สิ่งของจากในที่เกิดเหตุด้วยเหรอ?! รู้ไหมว่าพฤติกรรมของคุณมัน…”

“ผมรู้ ผมรู้ ผมรู้!” เฉินฉียอมรับผิดแต่โดยดี “ผมรู้น่าว่าผมทำผิด! งั้นผมไม่กวนผู้กองหลินในการตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วล่ะ หวังว่าครั้งนี้คุณจะปิดคดีด้วยตัวเองได้นะครับ ผมขอตัวก่อน”

เฉินฉีไม่สนใจสายตาแข็งกร้าวจากหลินชิวผู หลินถงซูเถียงอีกฝ่ายทันที “พี่คะ เขาก็แค่มาช่วยฉันสำรวจที่เกิดเหตุเฉย ๆ แล้วทุกเรื่องที่เขาวิเคราะห์ก็สมเหตุสมผลมาก เราพบจุดสำคัญบางอย่าง…”

“หลิน ถง ซู!” เขาตอบโต้ด้วยการตะคอกจนผนังห้องสั่นสะเทือน “คุณกำลังฝ่าฝืนระเบียบวินัยและไม่รู้จักทำงานเป็นทีมเอาซะเลย! ไปบอกไอ้หมอนั่นซะ ถ้าผมเจอรอยนิ้วมือหรือรอยเท้าของเขาแม้แต่รอยเดียว ผมจะจับกุมเขาซะข้อหาขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่!”

หลินถงซูคอตกน้ำตาคลอเบ้า พอหลินชิวผูเห็นแสดงท่าทีเช่นนั้นก็ให้นึกใจอ่อนขึ้นมา แต่ยังคงรักษาความเคร่งขรึมบนใบหน้าไว้ ต่อหน้าลูกน้องคนอื่นแล้วเขาไม่สามารถใจดีกับเธอเป็นกรณีพิเศษ จากนั้นเขาจึงหันไปออกคำสั่งกลบเกลื่อน “เร่งมือเข้า!”

หลินถงซูเดินออกมาข้างนอกเห็นว่าเฉินฉีกำลังยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงทางเดิน หลินถงซูตะโกนใส่เขาด้วยความโกรธเคือง “ฉันบอกคุณแล้วใช่ไหมว่าอย่าเข้าไป! แต่คุณก็จะยังดึงดันจะเข้าไปดูให้ได้!”

“ผมยินดีรับความผิดนี้ไว้ทั้งหมดและจะชดเชยให้คุณเอง โอเคไหม? คืนนี้เดี๋ยวผมพาคุณไปเลี้ยงหม้อไฟเป็นการไถ่โทษ แบบนี้เป็นไง?” เฉินฉีพูดยิ้ม ๆ

“ไม่มีทาง! คุณชักจะเอาแต่ใจมากเกินไปแล้วนะ!”

ทั้งคู่เงียบไปสักพัก ได้ยินเพียงเสียงกดชัตเตอร์ของกล้องที่ดังขึ้นจากภายในห้อง ทีมเก็บหลักฐานกำลังทำการถ่ายภาพและช่วยกันตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ เฉินฉีพ่นควันบุหรี่ครั้งสุดท้ายก่อนจะโยนขี้บุหรี่ทิ้งไปพร้อมออกความเห็น “คดีนี้ไม่ได้คลี่คลายง่าย ๆ เหมือนหลักฐานที่เราเห็นกันแค่ผิวเผินหรอกนะ มันค่อนข้างซับซ้อนน่าดู พี่ชายของคุณปิดคดีนี้ด้วยตัวเองไม่สำเร็จหรอก”

“งั้นฉันเดาว่าทางสถานีคงต้องเรียนเชิญอัจฉริยะยอดนักสืบอย่างคุณมาเป็นที่ปรึกษาเพื่อช่วยไขคดีนี้สินะคะ?” หลินถงซูพูดประชดประชัน ในใจก็คิดไปว่า ‘หมอนี่ต้องเป็นพวกเหลิงในความสามารถของตัวเองแน่ ๆ’

“ผมไม่ใช่อัจฉริยะอะไรทั้งนั้น เป็นแค่พลเมืองจิตใจดีที่ไม่สามารถทนกับความอยุติธรรมได้เท่านั้น”

“โอ๊ย คุณจะวางมาดว่าตัวเองเป็นพระเอกไปถึงเมื่อไหร่กัน?!”

“เลิกแขวะผมเรื่องนี้ก่อนเถอะ ผมบอกคุณอย่างจริงจังเลย... คดีนี้มีเงื่อนงำบางอย่าง คุณอยากทำผลงานชิ้นโบแดงอีกรึเปล่าล่ะ?”

หลินถงซูใช้ปลายนิ้วม้วนหมุนเส้นผมตัวเองเล่น “แยกตัวออกมาสืบคดีคนเดียวกับคุณตลอดแบบนี้ เพื่อนร่วมงานจะไม่นินทาฉันแย่เหรอ?”

“แย่ไม่แย่อยู่ที่ว่าคุณอยากทำผลงานไหม?”

“อยากสิ!”

“เหมือนกัน! ผมเองก็ต้องการเส้นสาย” เฉินฉียิ้ม “ผมยินดีช่วยคุณอีกครั้ง!”

จบบทที่ บทที่ 19 รายละเอียดพวกนี้แหละสำคัญ

คัดลอกลิงก์แล้ว