เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 เดิมพัน

บทที่ 20 เดิมพัน

บทที่ 20 เดิมพัน


กำลังโหลดไฟล์

บทที่ 20 เดิมพัน

ระหว่างที่กำลังตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุฆาตกรรม เจ้าหน้าที่ตำรวจต่างรู้สึกสลดใจ

“น่าเศร้าที่ทั้งครอบครัวต้องมา…”

“เมืองหลงอันไม่มีคดีฆาตกรรมสังหารหมู่มานับสิบปีแล้ว!”

“ฆาตกรต้องโหดเหี้ยมแค่ไหนถึงทำเรื่องโหดร้ายแบบนี้ได้ลงคอ!?”

เรื่องนี้ต้องกลายเป็นคดีใหญ่อย่างไม่ต้องสงสัย และคงเป็นคดีที่ใหญ่ที่สุดในรอบปี ทั้งยังเป็นคดีที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตการเป็นตำรวจที่หลินชิวผูต้องจัดการสะสาง เขาสั่งให้ทุกคนเก็บหลักฐานอย่างรอบคอบเพื่อให้ไม่พลาดรายละเอียดต่าง ๆ ที่อาจถือเป็นร่องรอยของฆาตกร

จากนั้นหลินชิวผูก็เดินเข้าไปในที่เกิดเหตุ หยิบรีโมทโทรทัศน์ซึ่งวางอยู่บนโต๊ะขึ้นเปิดดู บ้านหลังนี้มีโทรทัศน์อยู่หนึ่งเครื่อง ทั้งยังแสดงเวลาล่าสุดที่เปิดใช้ว่าเป็นเมื่อคืนประมาณห้าทุ่ม ดังนั้นเขาจึงเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่งเพื่อมอบหมายคำสั่ง “ลงไปพบฝ่ายนิติบุคคลของที่นี่แล้วตรวจสอบกล้องวงจรปิดดูว่ามีใครท่าทางน่าสงสัยเข้ามาที่นี่หลังห้าทุ่มของเมื่อคืนนี้บ้าง”

เขาพบศพนอนนิ่งอยู่บริเวณหน้าห้องน้ำ ซึ่งเขาทำการสรุปแบบเดียวกันกับหลินถงซูในตอนแรกว่าชายเจ้าของห้องนี้ถูกฆ่าทันทีโดยฆาตกรหลบซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำ

หลินชิวผูลูบคางพลางครุ่นคิด ถ้ามีใครสักคนในบ้านกำลังดูทีวีอยู่ตอนห้าทุ่ม นั่นหมายความว่าฆาตกรน่าจะแอบเข้ามาหลังจากที่ทั้งครอบครัวเข้านอนแล้วและเข้าไปซ่อนตัวอยู่ภายในห้องน้ำ เมื่อชายเจ้าของห้องกลับมาจากการทำงานจึงถูกฆ่าเป็นคนแรก จากนั้นฆาตกรก็ไปฆ่าหญิงชราในห้องนอนเป็นรายต่อไป หญิงสาวได้ยินเสียงจึงวิ่งออกมาดูเหตุการณ์และถูกฆ่าในเวลานั้นเอง

แต่ทำไมเขาถึงไม่ฆ่าเด็กล่ะ? ฆาตกรเกิดใจอ่อนขึ้นมางั้นเหรอ?

แล้วอะไรคือแรงจูงใจของฆาตกรกันแน่? ล้างแค้น? หรืออารมณ์ชั่ววูบ?

ขณะนั้นเองเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เดินกลับเข้ามารายงาน “ผู้กองหลินครับ เราได้รับข้อมูลของครอบครัวนี้จากเพื่อนบ้าน ชายเจ้าของห้องชื่อกงเหวิน เขาเป็นพนักงานของบริษัทขายประกันแห่งหนึ่ง ส่วนภรรยาของเขาแซ่หลี่ ชื่อหยู เธอเป็นแม่บ้านไม่ทำงานประจำอื่น ทั้งคู่มีเพียงลูกชายเดียว กงเหวินเป็นคนจากพื้นที่อื่นส่วนหลี่หยูมีพื้นเพอยู่ที่นี่ ตอนที่ทั้งคู่เพิ่งแต่งงานกันครอบครัวของฝ่ายหญิงได้ขายบ้านไปในราคาถูก พ่อตากับแม่ยายของกงเหวินจึงย้ายมาอยู่ด้วยกันกับพวกเขา ประมาณเดือนมีนาคมที่ผ่านมาพ่อตาของกงเหวินเสียชีวิตจากโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร ส่วนหญิงชราที่ตายในเหตุการณ์นี้คือแม่ยายของเขา”

“ครอบครัวนี้ดูปกติมาก พวกเขาเผอิญมีความแค้นกับใครมาหรือเปล่า? คุณไปสืบหาข้อมูลตรงนี้มาด้วย” หลินชิวผูออกคำสั่ง

เจ้าหน้าที่ตำรวจคนนั้นเดินออกไป ผลัดกันกับเจ้าหน้าที่อีกคนที่เดินเข้ามารายงาน “ผู้กองหลิน ประมาณห้าทุ่มครึ่งเมื่อคืนนี้ กล้องวงจรปิดจับภาพชายเจ้าของห้องเดินกลับเข้ามาพร้อมชายแปลกหน้าคนหนึ่ง จากนั้นประมาณประมาณเที่ยงคืน กล้องก็จับภาพบุคคลนั้นได้อีกครั้ง ดูเหมือนว่าจะเป็นคนคนเดียวกันเพราะสังเกตจากความสูง ผมทำการคัดลอกวิดีโอจากกล้องวงจรปิดมาเรียบร้อยแล้ว”

“เห็นหน้าตาของเขาหรือเปล่า?” หลินชิวผูถาม

เจ้าหน้าที่คนนั้นส่ายหน้า “ชายคนนั้นดูเหมือนจะรู้ว่ากล้องวงจรปิดอยู่ตรงจุดไหนบ้าง เขาจึงตั้งใจหลบหน้าจากกล้องได้อย่างชำนาญ เขาพันผ้าพันคอและสวมเสื้อกันหนาวสีดำตอนที่เดินออกไป”

“คุ้นเคยกับจุดที่มีกล้องวงจรปิดงั้นเหรอ?” หลินชิวผูเดินกลับเข้าไปในห้องนอนทันทีก่อนก็เปิดตู้เสื้อผ้าออกดู เสื้อผ้าของครอบครัวนี้ถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบ แต่ส่วนที่เป็นราวเสื้อผ้าของผู้ชายมีไม้แขวนเปล่าแขวนทิ้งไว้

หลินชิวผูถาม “เห็นไหมว่าผ้าพันคอผืนนั้นสีอะไร?”

“เป็นผ้าไหมพรมสีขาวครับ”

หลินชิวผูหยิบไม้แขวนอันนั้นออกมาดูและพบว่ามีเศษใยผ้าสีขาวติดอยู่ เขายื่นไม้แขวนนั้นให้กับทีมเก็บข้อมูลเพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานพร้อมให้เหตุผล “ผู้ต้องสงสัยกับผู้ตายเข้ามาภายในตัวอาคารด้วยกัน ทั้งยังมีการหยิบฉวยเสื้อผ้าในห้องมาสวมใส่ หมายความว่าเขาจะต้องมีความคุ้นเคยกลับอาคารและห้องนี้เป็นอย่างดี สรุปก็คือฆาตกรต้องเป็นคนที่คุ้นเคยกลับคนในครอบครัวนี้แน่ ๆ!”

ตำรวจที่ไปสอบปากคำให้ข้อมูลเพิ่มเติม “โอ้ อีกอย่างครับ ฝ่ายนิติบุคคลของอาคารนี้บอกว่าถ้าต้องการขึ้นไปยังห้องชุดส่วนตัวจะต้องมีรหัสผ่านเข้าออก เพราะฉะนั้นถ้าเป็นคนนอกจะไม่สามารถเข้ามาได้”

หลินชิวผูพยักหน้า แน่ชัดแล้วว่าคนรู้จักต้องเป็นผู้ก่อคดี ถ้าพวกเขาสามารถสืบหาความสัมพันธ์ของคนที่ใกล้ชิดกับผู้ตายได้ คดีนี้ก็จะสามารถปิดลงอย่างรวดเร็ว อย่างน้อยตำรวจยังทำการสืบหาต้นตอได้ง่ายกว่าฆาตกรต่อเนื่องที่ฆ่าคนสุ่ม ๆ โดยไม่มีเหตุจูงใจ

อารมณ์ของหลินชิวผูเริ่มดีขึ้น เขาหันไปถาม “คนขับรถนั่นยังยืนอยู่ด้านนอกนั่นรึเปล่า?”

“ผมเห็นเขากำลังคุยกับเพื่อนบ้านอยู่ตอนที่ผมเดินขึ้นบันไดมาครับ” ตำรวจคนนั้นตอบ

“เรียกเขาเข้ามาข้างใน!”

ผ่านไปสักพักหลินถงซูและเฉินฉีก็เดินเข้ามาด้วยกัน ยิ่งมองน้องสาวคนสวยของตัวเองที่ทำตัวติดอยู่กับตาลุงที่หน้าตาดูไม่จืดคนนี้แล้ว หลินชิวผูก็ยิ่งรู้สึกเหมือนมีไฟสุมอยู่ในอกจนนึกเขาจะสั่งสอนไอ้หมอนี่ขึ้นมา ‘กระหายอยากจะไขคดีมากงั้นเหรอ? ถ้าอย่างนั้นฉันจะสั่งสอนให้เขารู้ ว่าความแตกต่างระหว่างมือใหม่กับมืออาชีพมันเป็นยังไง!’

“คุณเจอปัญหาเข้าเหรอครับ?” เฉินฉีถามอย่างไม่ใส่ใจ

“อืม” รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นบนใบหน้าหลินชิวผู ‘ไอ้หมอนี่คงละเมอเพ้อพกว่าตัวเองเป็นเชอร์ล็อค โฮลม์* ล่ะมั้ง! ประเมินตัวเองสูงเกินไปหน่อยแล้ว!’ คิดแล้วเขาพูดต่อ “ดูเหมือนคุณเฉินค่อนข้างมั่นใจความสามารถของตัวเองในการไขคดีอาชญากรรมมากเชียวนะครับ”

* เชอร์ล็อค โฮลม์ = ตัวละครในนวนิยายชื่อดัง เขาเป็นนักสืบชาวลอนดอนผู้ปราดเปรื่องที่มีชื่อเสียงโด่งดังด้านทักษะการประมวลเหตุและผล รวมถึงทักษะด้านนิติวิทยาศาสตร์ โดยอาศัยหลักฐานและการสังเกตอันคาดไม่ถึงเพื่อคลี่คลายคดี

“ผมก็แค่ชอบดูหนังสืบสวนอาชญากรรม แล้วก็อ่านนิยายสืบสวนสอบสวนตอนที่ผมไม่มีอะไรทำ จริงสิ คุณชอบอกาธา คริสตี้* ไหม?”

* อกาธา คริสตี้ = บุคคลที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ เธอมีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะนักเขียนนิยายแนวสืบสวนสอบสวน ได้รับสมญานามว่า ‘ราชินีแห่งนวนิยายอาชญากรรม’

“ผมไม่มีเวลามาพูดจาไร้สาระกับคุณหรอกนะ เฉินฉี ผมจะบอกคุณให้... อย่ามาทำตัวอวดดีที่นี่!”

“อวดดีงั้นเหรอ?” เฉินฉียักไหล่ “ผู้กองหลิน ผมว่าตัวผมยังไม่ได้พูดอะไรสักคำเดียวเลย คุณรู้วิธีอ่านใจคนด้วยเหรอ?”

“มือใหม่แบบคุณชอบคิดว่าตัวเองทำได้ทุกอย่างแค่เพราะว่าฉลาดนิดหน่อยแล้วก็อาศัยโชคดีเล็กน้อย คุณคิดว่าตัวเองจะเก่งมากกว่าตำรวจงั้นเหรอ? ผมเคยเห็นคุณแบบคุณมาเยอะเหลือเกินแล้วก่อนที่จะขึ้นมาเป็นหัวหน้าคน และเคยเห็น ‘คนธรรมดา’ ที่เก่งกาจมานับไม่ถ้วน ผลก็คือเมื่อพวกเขาต้องมาสืบคดีเข้าจริง พวกนั้นก็ทำให้ตำรวจแบบผมหัวเราะกันจนฟันแทบร่วง!”

“คนธรรมดาที่เก่ง ๆ มันก็มีหลายระดับ เหมือนกับตำรวจที่มีทั้งฉลาดแล้วก็โง่นั่นแหละ” เฉินฉีตอบยิ้ม ๆ เมื่อหลินถงซูได้ยินเขาพูดจาน่าเกลียดแบบนี้จึงกระตุกชายเสื้อเพื่อห้ามปรามไม่ให้เขาคิดปะทะคารมจนเกินควร

การกระทำนี้ไม่หลุดรอดไปจากสายตาของหลินชิวผู เขาคิดในใจว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนาขึ้นมากถึงขั้นนี้เลยงั้นเหรอ? หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ ‘ถ้าฉันไม่สามารถเตะคนขับรถนี่ออกไปจากชีวิตได้ด้วยตัวเองแล้วละก็ ฉันไม่ขอใช้แซ่หลินอีกต่อไป’

“คนอย่างคุณนี่ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาจริง ๆ สินะ คุณบอกว่าคุณรู้วิธีไขคดีใช่ไหม? งั้นผมจะให้โอกาสคุณ เมื่อกี้นี้คุณได้ดูที่เกิดเหตุเรียบร้อยแล้วรึยังล่ะ? มาวิเคราะห์คดีให้ผมดูที อยากรู้นักว่าคุณจะมีน้ำยาแค่ไหน แต่ผมขอเตือนคุณไว้ก่อนเลยนะ ถ้าขืนสิ่งที่คุณพูดมาไม่สมเหตุสมผล ผมขอให้คุณออกห่างจากสายตาของผมไปซะ และอย่าคิดติดต่อหาหลินถงซูอีก”

หลินถงซูรู้สึกกระวนกระวายเมื่อถูกพาดพิงจึงรีบคัดค้าน “ผู้กองหลิน ฉันจะไปพบเจอใครมันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของฉัน ทำไมคุณต้องเข้ามายุ่งด้วยล่ะ? คุณคิดว่าฉันอายุกี่ขวบกัน? ทำไมถึงเอาแต่ควบคุมเหมือนฉันเป็นเด็ก ๆ ไปได้”

หลินชิวผูอธิบายอย่างเคร่งเครียด “เพราะในด้านการหน้าที่การงานผมมีอำนาจมากกว่าคุณ แล้วการที่คุณพาคนไม่มีประสบการณ์มาเดินเพ่นพ่านไปรอบที่เกิดเหตุก็ถือเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมากอยู่แล้ว จะไม่ให้ผมจะเข้ามายุ่งได้ยังไง? และในทางส่วนตัว…”

เมื่ออยู่ต่อหน้าลูกน้องคนอื่นหลินชิวผูจะพยายามหลีกเลี่ยงการใช้ความสัมพันธ์แบบพี่น้องเสมอ เขาจึงพูดอ้อมค้อมไปอีกทาง “ในเรื่องส่วนตัวแล้ว ผมก็มีเหตุผลที่เหมาะสมในการจัดการกับการกระทำของคุณเช่นกัน”

“ไม่มีเหตุผลเลย!” หลินถงซูทำหน้าตาบูดบึ้ง

“เฮ้ ยัยน้อง…” หลินชิวผูเสียความเยือกเย็นไปชั่วครู่ ทันใดนั้นจึงรีบตั้งสติใหม่อย่างรวดเร็วกลับมาวางมาดเป็นหัวหน้าอีกครั้ง “ไว้เราค่อยคุยเรื่องนี้กันทีหลัง”

เฉินฉีมองเหตุการณ์ดังกล่าวพร้อมอมยิ้มอย่างนึกขัน หลินชิวผูพูดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ทันควัน “คุณหัวเราะทำไม?”

“เปล่า! ผมคิดว่าผู้กองหลินกำลังวางแผนที่จะทดสอบผมใช่ไหม? เป็นแบบนี้นี่เอง! โอเค! ผมรับคำท้า!”

“ห้ามคืนคำด้วย!”

“แต่ในเมื่อคุณตั้งข้อเสนอมาแล้ว ผมก็มีข้อเสนอของผมเหมือนกัน”

“ลองว่ามาสิ”

“ถ้าข้อสันนิษฐานของผมสมเหตุสมผลละก็... คุณจะต้องให้ผมเข้าร่วมการไขคดีนี้ด้วย แบ่งข้อมูลออกเป็นสองส่วนและเริ่มกระบวนการการสืบสวนพร้อมกับผม แบ่งตำรวจให้มาช่วยเหลือด้วยเมื่อจำเป็น แน่นอนว่าผมจะไม่ข้ามเส้นแล้วทำให้คุณลำบากแน่นอน ถึงยังไงผมจะพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อไขคดีนี้ให้ได้”

“เป็นไปไม่ได้!” หลินชิวผูปฏิเสธเสียงดังลั่นแทบตะโกน “คุณเป็นแค่คนขับรถ แล้วจะเอาปัญญาที่ไหนมาไขคดีร่วม? อีกอย่างมันก็ผิดกฎของตำรวจด้วย!”

“กฎทั้งหลายก็มนุษย์ไม่ใช่หรือที่เป็นคนบัญญัติ เป็นตำรวจก็ใช่ว่าจะจ้างที่ปรึกษาไม่ได้ซะหน่อย”

“ที่ปรึกษางั้นเหรอ? คุณคิดเหรอว่าตำรวจเป็นพันนายในเมืองหลงอันจะไม่สามารถไขคดีนี้ได้ด้วยตัวเอง? แล้วคุณไม่มีแม้แต่บัตรประจำตัวหรือตรารับรองใด ๆ ด้วยซ้ำ เพราะงั้นจะใช้อำนาจจากไหนทำการสืบสวนล่ะ?”

เฉินฉีมองไปที่หลินถงซูแล้วยิ้ม “ผมไม่จำเป็นต้องใช้ตรารับรองอะไรทั้งนั้น ตราบใดที่ผมได้เธอเป็นคู่หู”

จบบทที่ บทที่ 20 เดิมพัน

คัดลอกลิงก์แล้ว