เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 ใช้เหตุผลอธิบายสถานการณ์

บทที่ 18 ใช้เหตุผลอธิบายสถานการณ์

บทที่ 18 ใช้เหตุผลอธิบายสถานการณ์


กำลังโหลดไฟล์

บทที่ 18 ใช้เหตุผลอธิบายสถานการณ์

หลินถงซูถลึงตาใส่เฉินฉี “เฮ้ แล้วคุณจะตามเข้ามาทำไมเนี่ย? เราควรรอให้ทีมตำรวจเข้ามาเก็บตัวอย่างกับรอยนิ้วมือก่อนไม่ใช่เหรอ? ถ้าเผลอไปแตะโดนบริเวณที่เกิดเหตุเข้าละก็ พี่ชายจะต้องลงโทษฉันแน่ๆ!”

เฉินฉีตอบกลับ “แล้วถ้าข้างในยังมีคนที่ยังมีชีวิตรอดอยู่ล่ะ?”

“โอเค... ที่คุณพูดมาก็มีเหตุผล!” หลินถงซูเดินเข้าไปในห้องทั้งที่รู้สึกขนลุกขนพองไปทั้งตัว เธอกลืนน้ำลายขณะค่อย ๆ เดินหลบเลี่ยงรอยเลือดบนพื้นที่กระจายเป็นคราบไปทั่วอย่างระมัดระวัง

ข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านไม่มีจำนวนมากนัก ดูเหมือนว่าฆาตกรจะลงมือทำการฆาตกรรมอย่างรวดเร็ว ทั้งคู่เดินอ้อมไปหลังโซฟาและเห็นผู้หญิงคนหนึ่งในชุดอยู่บ้านกำลังนอนคว่ำหน้าอยู่ คาดเดาอายุว่าอาจมากกว่าสามสิบปี ทั้งศีรษะนั้นอาบไปด้วยเลือด

เฉินฉีกำลังจะทำการตรวจวัดชีพจรของเหยื่อแต่หลินถงซูรีบห้ามเขาไว้ได้ทัน “เดี๋ยวสิ อย่าทิ้งรอยนิ้วมือไว้นะ”

เฉินฉีหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วเอาไปจ่อไว้ใต้จมูกของหญิงสาว หลังรอเงียบ ๆ ไม่กี่วินาทีก็ไม่มีไอร้อนจากลมหายใจปรากฏขึ้นบนหน้าจอ “เธอตายแล้ว” เขายืนยัน

ทั้งคู่เดินไปที่ห้องนอนต่อ ห้องนอนกับห้องนั่งเล่นถูกตกแต่งคนละสไตล์กันโดยสิ้นเชิง ทั้งยังเต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ซึ่งผลิตจากไม้มะฮอกกานี รวมถึงเก้าอี้โยกที่ผลิตจากไม้หวายสาน เห็นได้ชัดจากรสนิยมดังกล่าวว่าเจ้าของห้องต้องเป็นผู้สูงวัย ภายในมีร่างของหญิงชราคนหนึ่งนอนอยู่บนพื้น ลำคอของเธอมีบาดแผลฉกรรจ์เหมือนถูกสัตว์ร้ายกัดกระชากจนเลือดเจิ่งนองกระจายอยู่ทั่วพื้นไม้เนื้อแข็ง

เฉินฉีสำรวจบริเวณโดยรอบจึงเจอขวานเล่มหนาถูกโยนทิ้งไว้บนพื้นอย่างลวก ๆ คราบเลือดแห้งกรังเปื้อนเปรอะอยู่ทั่วขวานเล่มนั้น “ดูเหมือนว่านี่จะเป็นอาวุธที่ใช้ในการฆาตกรรม” เขาสรุป

ทั้งคู่เดินไปยังห้องนอนอีกห้องหนึ่ง พอคาดเดาได้ว่าเป็นห้องของคู่สามีภรรยาเพราะรูปภาพพรีเวดดิ้งถูกแขวนไว้เหนือหัวเตียง ในห้องนอนนี้ไม่มีคนหรือร่างของใครอยู่เลย มีเพียงถ้วยซุปที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง เฉินฉีหยิบมาดมดู

“เป็นเห็ดหูหนูขาวในซุปเมล็ดบัวหวาน”

เฉินฉีหันไปสำรวจอีกทางและพบเข้ากับระเบียงเล็ก ๆ ซึ่งอยู่ติดกับห้องนอน ตรงระเบียงมีบานกระจกที่ถูกเปิดอ้าไว้ครึ่งหนึ่งและมีม้านั่งตัวเล็กวางไว้บนพื้นใต้หน้าต่างบานนั้น เขาเริ่มตั้งคำถาม “ตอนที่คุณเรียกให้ช่างกุญแจมาเปิดประตู ประตูห้องถูกล็อกจากด้านในรึเปล่า?”

“ก็ไม่นะ” หลินถงซูตอบ

เฉินฉีมองลงไปที่พื้นด้านล่าง “เดาว่าเด็กผู้ชายคนนั้นคงกระโดดลงไปจากตรงระเบียงนี้เพราะว่ากลัวมาก โชคดีที่ข้างล่างนั่นเป็นแปลงดอกไม้จึงพอช่วยลดแรงกระแทกได้ส่วนหนึ่ง แต่เขาก็ยังได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่ดี”

“พอเขาฟื้นขึ้นมาแล้วรู้ว่าคนในครอบครัวตายหมดจะต้องรู้สึกเจ็บปวดมากแน่ ๆ” หลินถงซูนึกสงสารเด็กคนนั้น

“พอเขาฟื้นขึ้นมางั้นเหรอ?” เฉินฉีมองเธอด้วยความงงงวย

หลินถงซูรู้ตัวว่าเธอน่าจะพูดอะไรสักอย่างผิดไปจึงพยายามอธิบาย “ฉันก็แค่พูดไปอย่างนั้นแหละ คุณต้องคอยจับผิดคำพูดของฉันทุกประโยคเลยหรือยังไงกัน? รอให้เจ้าหน้าที่ชันสูตรศพมาระบุเวลาเสียชีวิตของศพเหล่านี้โดยประมาณก็แล้วกัน”

“ไปดูที่ห้องครัวกันดีกว่า”

ทั้งสองเดินตรงไปที่ห้องครัว ห้องครัวและห้องน้ำเชื่อมต่อกัน ร่างชายคนหนึ่งนอนอยู่กึ่งกลางระหว่างห้องครัวและห้องน้ำ เมื่อเห็นหน้าแล้วจึงรู้ว่าเขาคือชายคนเดียวกันกับเจ้าบ่าวในภาพพรีเวดดิ้ง ศีรษะของเขาถูกทุบจนเป็นกะโหลกยุบลึกลงไป “ฮึบ” เฉินฉีออกแรงพลิกศพเพื่อทำการตรวจสอบ

“อาวุธที่ใช้ฆ่าผู้ชายคนนี้ไม่เหมือนกับของอีกสองศพที่เราเจอ”

เฉินฉีพึมพำกับตัวเองอยู่สักพักจากนั้นก็รีบวิ่งหายเข้าไปในห้องครัว เขารีบค้นดูในตู้เก็บของแล้วหยิบถุงมือยางจากในตู้ออกมาคู่หนึ่ง หลินถงซูพยายามจะห้ามปรามเขา “นี่! คุณจะทำอะไรน่ะ?!”

“ผมไม่มีทางสงบใจได้แน่จนกว่าจะได้ตรวจสอบดู”

“อย่าเพิ่งขยับเขยื้อนศพตอนนี้สิ! รอพี่ชายฉันก่อน เขากำลังมา...”

“ถ้าพี่ชายของคุณมาถึงจริง คุณคิดว่าเขาจะยอมให้ผมตรวจศพดูไหมล่ะ?”

“ไหนตอนแรกคุณบอกว่ากลัวไง? ทำไมตอนนี้อยู่ดี ๆ ก็ไม่กลัวซะแล้ว” หลินถงซูบ่นอุบ

เฉินฉีพลิกศพดูอีกรอบและก็เห็นเศษบางอย่างในเส้นผมของผู้ตาย เขากวักมือเรียกเธอ “มาดูนี่สิ มีเศษกระเบื้องแตกสีขาวฝังอยู่บนผมของเขาด้วย!”

หลินถงซูก้มดูตามที่เขาบอก “โอ้ จริงด้วย!”

เฉินฉีลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำและเจอเศษกระเบื้องชิ้นเล็กชิ้นน้อยสีขาวกระจายอยู่ทั่วพื้นกระเบื้องห้องน้ำ ฝาครอบโถกดน้ำของชักโครกหายไป ดูจากปริมาณที่ร่วงหล่นอยู่ตามพื้นแล้วก็พอดีกับตัวเซรามิกที่เป็นฝาครอบดังกล่าว

หลินถงซูพยายามวิเคราะห์ตาม “ฉันคาดว่าตอนแรกฆาตกรซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำ แล้วผู้ชายเจ้าของห้องก็บังเอิญเดินเข้ามาเจอเขา ฆาตกรจึงรีบหยิบฝาครอบนั่นมาทุบเข้าที่หัวเขาซะ”

“อย่าเพิ่งตั้งสมมุติฐานมั่วซั่ว ก่อนอื่นเราต้องรวบรวมหลักฐานให้ครบ”

เฉินฉีเดินเข้าไปในห้องน้ำแล้วปิดประตู ประตูของห้องน้ำทำจากกระจกฝ้า เขาถามจากอีกฝั่งหนึ่ง “คุณมองเห็นตัวผมไหม?”

“ไม่เห็นเลย”

“ไหนลองเปิดไฟดูซิ”

ทันทีที่หลินถงซูเปิดไฟในห้องน้ำจากสวิตช์ด้านนอก เฉินฉีก็เห็นเงาราง ๆ ของเธอผ่านประตูกระจกฝ้า เธอพูดขึ้นบ้าง “มองเห็นแล้ว! แต่เห็นไม่ชัดเท่าไหร่”

“แต่ผมมองเห็นคุณชัดมากจากข้างใน” เฉินฉีเปิดประตูเดินออกมาแล้วชี้ไปที่ประตูซึ่งอยู่ตรงข้ามกับกระจกฝ้าตรงประตูครัวพอดิบพอดี “กระจกฝ้าสองบานหันเข้ามาหากัน ทำให้แสงสะท้อนเข้าชัดมาก ทำให้ตัวคุณถูกเห็นได้อย่างง่าย ๆ”

“แสดงว่าเหตุผลของฉันถูกต้องสินะ?” หลินถงซูพูดด้วยความมั่นใจ

เฉินฉีก็ตอบกลับอย่างจริงจังเช่นกัน “เหตุผลอาจจะถูกต้องหรือไม่ถูกซะทีเดียว มีแค่สมเหตุสมผลหรือไม่สมเหตุสมผลเท่านั้น”

“ว้าว การชมใครสักคนจะทำให้คุณสำลักน้ำลายตายหรือไงกัน?”

เฉินฉียิ้มแต่ไม่ตอบ จากนั้นจึงเข้าไปตรวจดูร่างของชายคนนั้น เขาเบิกดูดวงตาของผู้ตายพร้อมบีบกล้ามเนื้อและขยับแขนให้หมุนรอบก่อนสรุปผล “ดวงตาของเขาพร่ามัวเล็กน้อย ก่อนเสียชีวิตเขาคงพบเจอเรื่องเลวร้ายถึงขีดสุด สีผิวของเขาค่อนข้างซีดซึ่งจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อได้รับแรงกดดันมาก ทั้งนิ้วมือและข้อต่อต่าง ๆ แข็งทื่อไปหมด อุณหภูมิเมื่อคืนเย็นประมาณสิบถึงสิบห้าองศา จากที่กล่าวมาคาดว่าเวลาที่ผู้ตายเสียชีวิตน่าจะเป็นเวลาประมาณเที่ยงคืน ไม่น่าคลาดเคลื่อนเกินไปกว่าสองชั่วโมง”

หลินถงซูมองไปที่เฉินฉีเหมือนพบเจอเข้ากับสัตว์ประหลาด เขายังอธิบายต่อไป “นี่เป็นแค่ความรู้พื้นฐานเอง คุณซื้อหนังสือเกี่ยวกับรายงานการชันสูตรศพทั่วไปมาอ่านก็สามารถเรียนรู้เรื่องพวกนี้ได้แล้ว”

“ฉันยังไม่ได้พูดอะไรซะหน่อย!”

เฉินฉีหุบยิ้มขณะที่มองไปที่ศพของชายคนนั้น เขาพึมพำแผ่ว “ไม่สิ น่าแปลก... มีบางอย่างผิดปกติ ผู้หญิงทั้งคู่ต่างก็ใส่ชุดอยู่บ้าน แล้วทำไมผู้ชายถึงสวมเสื้อแจ็กเกตล่ะ?”

“อาจเป็นเพราะเขาพึ่งกลับมาจากข้างนอกก็ได้” หลิงถงซูลองเดา

เฉินฉีส่ายหน้า “แต่เขายังใส่รองเท้าแตะอยู่เลย ในห้องนี้หลังจากที่เดินผ่านเข้าประตูมาก็มีเสื้อผ้าสำหรับสวมใส่ในบ้านของผู้ชายแขวนไว้ตรงกำแพงอยู่ก่อนแล้ว บ้านหลังนี้โดยรวมก็สะอาดเรียบร้อยดี ดังนั้นพอกลับถึงบ้านแล้วเปลี่ยนชุดทันทีถึงจะเป็นเรื่องปกติ พลังของความเคยชินไม่ใช่เรื่องที่จะละเลยได้ง่าย ๆ แล้วทำไมเขาถึงทำตัวผิดปกติแบบนี้ล่ะ?”

หลินถงซูพึมพำกับตัวเองอยู่สักพัก ทันใดนั้นเธอก็ร้องออกมาด้วยความดีใจ “ฉันรู้แล้ว! เขามีความจำเป็นต้องเข้าห้องน้ำกะทันหันไง! บางทีเขากลับมาแล้วอาจพุ่งเข้าห้องน้ำก่อนอื่นจึงไม่ทันได้เปลี่ยนชุด”

เฉินฉีส่ายหน้าอีกครั้ง “นั่นไม่เรียกว่าการตั้งสมมุติฐานหรอกนะ แบบนี้เขาเรียกว่าเดามั่ว!”

หลินถงซูบุ้ยปาก “คุณสองมาตรฐานนี่! ถ้าการคาดเดาของฉันไม่นับว่าเป็นการหาเหตุผล แล้วทำไมการคาดเดาของคุณถึงนับเป็นเหตุผลได้ล่ะ?”

“การให้เหตุผลคือการอนุมานจากเบาะแสทั้งหมดที่รวบรวมมาได้ สิ่งที่คุณเพิ่งพูดมาถือว่าเป็นแค่สมมติฐานเท่านั้น หลังจากสร้างข้อสมมติฐานแล้วก็ต้องได้ทำการพิสูจน์ หลังจากพิสูจน์ได้แล้วว่าถูกต้องถึงจะเรียกว่าเป็นการหาสาเหตุ คุณต้องมาดูนี่ซะก่อน” เฉินฉีพลิกศพให้อยู่ในท่านอนตะแคง หลินถงซูรู้สึกสับสน “คุณอยากให้ฉันดูอะไร?”

“ปัสสาวะของเขาไม่ราดเปียกกางเกง ถ้าเขาปวดท้องต้องการเข้าห้องน้ำเร่งด่วนอย่างที่คุณว่าจริง การถูกตีโดยแรงเข้าที่ศีรษะจะทำให้กล้ามเนื้อหูรูดเสียการควบคุม ทั้งยังเสียความสามารถในการอั้นปัสสาวะไปด้วย แต่ดูนี่สิ... กางเกงของผู้ตายยังแห้งดี… จนดูสะอาดเกินกว่าที่ควรจะเป็นด้วยซ้ำ”

หลังพูดจบแล้วเฉินฉีก็ลุกขึ้นยืนทันทีก่อนเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำอีกครั้งเพื่อเปิดฝาชักโครกขึ้น กลิ่นเหม็นตุของปัสสาวะแผ่กระจายออกมา เฉินฉีมองไปที่มันราวเจอขุมทรัพย์ชิ้นใหญ่แล้วร้องออกมาเสียงดัง “ฉี่ในชักโครกยังไม่ถูกกดล้าง! แสดงว่าผู้ตายเดินมาเข้าห้องน้ำก่อนที่เขาจะถูกฆ่า!”

จบบทที่ บทที่ 18 ใช้เหตุผลอธิบายสถานการณ์

คัดลอกลิงก์แล้ว