เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 เพื่อนสนิท

บทที่ 13 เพื่อนสนิท

บทที่ 13 เพื่อนสนิท


กำลังโหลดไฟล์

บทที่ 13 เพื่อนสนิท

หลังเฉินฉีพูดจบเกาเสี่ยวฮุ่ยก็อยู่ไม่สุขอีกต่อไป เธอผุดลุกขึ้นยืนพร้อมตวาดเสียงดังลั่น “พวกคุณรวมหัวกันใส่ร้ายฉัน! ทั้งหมดนั้นก็แค่การคาดเดา อีแค่เสื้อตัวเดียวจะพิสูจน์อะไรได้?! ไม่ว่ายังไงก็เถอะแต่ฉันมีหลักฐานว่าในคืนนั้นฉันกำลังทำอะไรอยู่!”

ว่าแล้วเกาเสี่ยวฮุ่ยก็หยิบใบเสร็จรับเงินจากร้านอาหารส่งให้เฉินฉีอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาโบกมือเป็นเชิงปฏิเสธโดยไม่สนใจแม้แต่น้อย “เอกสารชิ้นนี้ใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายไม่ได้หรอก นอกซะจากจะมีอีกฝ่ายเป็นผู้ยืนยัน คุณติดต่อเพื่อนที่ไปกินมื้อนี้กับคุณในวันนั้นให้มาเป็นพยานได้ไหมล่ะ?”

เกาเสี่ยวฮุ่ยรู้สึกกระวนกระวายใจและหมดหนทางจะหาเรื่องมาหักล้างคำพูดของเฉินฉีอีก เธอพยายามกลบเกลื่อนมือของตัวเองที่เริ่มสั่นสะท้าน

“ความจริงหลักฐานไม่ได้มีเท่านี้” เฉินฉีอธิบายให้ความรู้กับอีกฝ่ายอย่างใจเย็น “บางทีคุณอาจไม่รู้ แต่นิสัยโดยแท้ของกู้เหมิงซิงไม่ใช่คนดีเด่อะไรมากมาย แฟนของเธอจึงตั้งเครื่องติดตามไว้กับโทรศัพท์มือถือเพื่อที่จะดูว่าเธอนอกลู่นอกทางหรือเปล่า ประจวบเหมาะกับที่คุณถือโทรศัพท์ของเธอและร่อนไปแถวบริเวณที่เกิดเหตุถึงสองครั้ง ไหนจะภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงแรม และยังมีพยานอีกปากที่สามารถยืนยันเรื่องนี้ได้” เฉินฉีชี้นิ้วเข้าหาปลายจมูกตัวเอง “ซึ่งคนคนนั้นก็คือผมเอง! หลักฐานทั้งสองอย่างนั้นเพียงพอที่จะชี้ชัดได้แล้วว่าผู้ก่อเหตุคือใคร หรือถ้าตรวจสอบข้อมูลจากทางโรงพยาบาลเพิ่มเติมอีกก็จะรู้เพิ่มเติมว่ามีตัวยาอีเธอร์หายไปจากคลังยาโดยไม่ทราบบันทึกที่แน่ชัด เป็นแบบนี้คุณมีอะไรจะแก้ตัวอีกรึ? หมอเกา?”

เกาเสี่ยวฮุ่ยรู้สึกว่ากระดูกสันหลังของตนอ่อนยวบ เธอทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้อีกครั้ง ดวงตาคู่นั้นสั่นไหว หลินถงซูเตรียมจะคว้ากุญแจมือออกเพื่อจับกุมแต่เฉินฉีส่งสัญญาณห้ามไว้เสียก่อน

เฉินฉีเฝ้ารอต่อไปอย่างเงียบเชียบ ฉับพลันท่าทีของเกาเสี่ยวฮุ่ยก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นคนละคน เธอขบริมฝีปากครั้งหนึ่งขณะเงยหน้าขึ้น “นังแพศยานั่นสมควรตายแล้ว! มันแย่งแฟนซึ่งควรจะเป็นของฉันไป”

เฉินฉีกระตือรือร้นและให้ความสนใจมากขึ้น เขาขยับเก้าอี้เข้าใกล้หล่อนอีกนิดพร้อมตั้งคำถาม “คุณก็เล่นเกมนั้นด้วยเหรอ?”

“ฉันกับเฉินจุนเจอกันครั้งแรกในเกม เราสองคนคุยกันผ่านแชทมาโดยตลอด จนวันหนึ่งเขาก็เสนอว่าเราสองคนควรมาพบหน้า ตัวฉันไม่เคยมีประสบการณ์นัดเจอใครในโลกอินเทอร์เน็ตมาก่อนเลยพากู้เหมิงซิงไปด้วย เฉินจุนมาตามนัดจริง ฉันและเหมิงซิงแอบดูเขาอยู่ไกล ๆ และรู้สึกถูกตาต้องใจเขามาก แต่แล้วนังสำส่อนนั่นกลับบอกว่าปวดท้องกะทันหันและลากฉันออกไปซะก่อน...”

“ไม่กี่วันต่อมาฉันคุยกับเฉินจุนในเกมอีกครั้งเรื่องการนัดหมายที่ล่มไปเพราะเหตุสุดวิสัย แต่เขาบอกว่าเราสองคนก็ได้เจอกันแล้วนี่นา ถึงขั้นนี้ฉันถึงเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ฉันไปพบกู้เหมิงซิงและคาดคั้นเอาความจริงให้ได้ แน่นอนว่าครั้งแรกมันปฏิเสธ แต่แล้วก็ปิดบังความจริงไว้ไม่ได้เลยสารภาพตามตรงว่ามันน่ะเล็งเฉินจุนไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ทั้งยังไปพบเขาและบอกว่าตัวเองเป็นฉัน เป็นคนที่เขาคุยด้วยในเกม และสิ่งที่ทำให้ฉันโกรธจนเลือดเดือดพล่านยิ่งกว่าคือเขาสองคนขึ้นเตียงด้วยกันเรียบร้อยแล้ว!”

“ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่าเพื่อนสนิทคนนี้จะแย่งคนของฉันไปได้อย่างหน้าด้าน ๆ ไม่สิ... ที่จริงแล้วฉันเองก็พอรู้มาบ้างว่าคนอย่างนางน่ะขาดผู้ชายไม่ได้ และฉันเองก็ไม่ใช่คนที่จะกินของเหลือเดนต่อจากคนอื่น นึกแล้วก็ยังโกรธไม่หาย หลังจากนั้นฉันก็ติดต่อกับนังนั่นน้อยลง แต่กลายเป็นนางที่เอาแต่ติดต่อหาฉันอยู่เรื่อย คล้ายจะยั่วให้ฉันอิจฉาที่นางกับเฉินจุนไปกันได้ดี ส่วนฉันก็นึกอยู่ตลอดว่านางสมควรถูกเขาจับได้และแทงให้ตาย ๆ ไปซะ”

“ฉันคิดว่าเรื่องทั้งหมดคงจบเพียงเท่านี้ ไม่คิดเลยว่าคนไข้ที่มาพบฉันเมื่อประมาณสามเดือนก่อนจะเป็นเฉินจุน ผลตรวจที่ออกมาคือเขาเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์! ฉันช็อกมาก และสาเหตุก็คงจะเป็นเพราะนังสารเลวคนนั้นแน่ ๆ ฉันเริ่มสืบเรื่องราวและพบว่าลางสังหรณ์ถูกเผง นางยังไม่ทิ้งนิสัยมั่วเซ็กส์กับชายอื่นและนำเชื้อนั่นไปแพร่ให้กับเฉินจุนซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์ ตอนนั้นฉันไม่รู้ว่าควรสงสารหรือสมน้ำหน้า แต่เฉินจุนเป็นคนดี สุขภาพที่ดีของเขาไม่ควรถูกพรากไปเพราะนังผู้หญิงร่านคนนั้นที่ไม่รู้เอาซะเลยว่ามีเพชรแท้อยู่ในมือตัวเอง!”

เมื่อเล่ามาถึงจุดนี้เกาเสี่ยวฮุ่ยจึงซบใบหน้าตนเองลงกับฝ่ามือด้วยท่าทีราวรู้สึกเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ขณะที่เฉินฉียังถามต่อไป “เพราะงั้นคุณเลยทุ่มเทเวลาหลังจากนั้นเพื่อวางแผนฆ่ากู้เหมิงซิงซะ?”

“ใช่!” เกาเสี่ยวฮุ่ยตอบรับทั้งที่ยังไม่เงยหน้าขึ้น “กระบวนการทั้งหมดถูกต้องตามที่คุณบอกมาทุกประการ ฉันคิดว่าฉันวางแผนทุกอย่างมาดีแล้ว ทำไมคุณถึงอ่านออกอย่างละเอียดยิบขนาดนี้กัน?”

“คุณคิดว่าแผนการของคุณเพอร์เฟกต์นักหรือไง? ไม่เลย... มันมีแต่ข้อบกพร่องเต็มไปหมด”

“ฉะ... ฉันจะถูกตัดสินโทษประหารชีวิตไหม? ฉันยังไม่อยากตาย! ได้โปรดปล่อยฉันไปเถอะนะ” เกาเสี่ยวฮุ่ยเริ่มร้องไห้

“เรื่องนั้นผมเองก็ให้คำตอบไม่ได้ แต่ถึงยังไงคุณก็ต้องชดใช้ในเรื่องที่ตัวเองคิดลงมือฆ่าคน ในเมื่อตัดสินใจแล้วก็ต้องรับผลที่จะตามมาด้วย ผมเห็นใจในสิ่งที่คุณถูกกระทำ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าผมสนับสนุนการกระทำของคุณหรอกนะ การฆ่าคนเป็นสิ่งที่โง่ที่สุดแล้วสำหรับการแก้ไขปัญหา”

เฉินฉีลุกขึ้นยืนพร้อมโบกมือให้หลินถงซูจัดการ

หลินถงซูสูดลมหายใจเข้าลึก เธอไม่คิดไม่ฝันเลยว่าฆาตกรตัวจริงจะถูกจับกุมภายในวันนี้ และนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตการเป็นตำรวจที่เธอได้ใส่กุญแจมือจับกุมฆาตกร ความภาคภูมิที่ก่อตัวขึ้นในจิตใจมากเสียจนไม่อาจอธิบายเป็นคำพูด

ขณะเดียวกันนั้นเอง เกาเสี่ยวฮุ่ยกลับผุดลุกขึ้นอย่างกะทันหันและออกแรงผลักหลินถงซูไปให้พ้นทาง ก่อนจะคว้าเอาเข็มฉีดยาออกมาจากลิ้นชักหมายจ้วงแทงเข้าที่ต้นขาของตัวเองให้รู้แล้วรู้รอด

เฉินฉีตอบสนองอย่างรวดเร็วและรีบเข้าถึงตัวอีกฝ่ายได้ทันเวลา เขาจับข้อมือของเธอบิดไปอีกทางจนเข็มฉีดยาร่วงตกพื้น กลิ่นตัวยาขมปร่าจากในหลอดที่หกออกฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง

เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอและพยายามพูดปลอบโยน “ฟังนะ จากมูลเหตุจูงใจทั้งหมดบางทีคุณอาจไม่ถึงขั้นต้องโทษประหารชีวิต ดังนั้นถ้าคุณพยายามสู้คดีอย่างเต็มที่ บางทีอาจมีโอกาสที่คุณจะได้กลับมาเห็นท้องฟ้าอีกครั้ง”

เกาเสี่ยวฮุ่ยร้องไห้ขณะคร่ำครวญ “ต่อให้ฉันมีโอกาสออกมาเห็นท้องฟ้าอีกครั้ง แต่ถึงเวลานั้นฉันคงแก่หง่อมกลายเป็นหญิงชราไปแล้ว! ชีวิตของฉันพังพินาศไปหมด! ฉันยังไม่เคยได้สัมผัสความรักจากใครสักคนแม้แต่ครั้งเดียว...”

พูดไปเธอก็ร้องไห้ไปจนตัวโยน เฉินฉีดึงตัวเธอเข้ามากอดทันทีพร้อมตบไหล่เบา ๆ เป็นการปลอบประโลม

ฉากตรงหน้าทำให้หลินถงซูนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ แต่แล้วก็ตระหนักว่าเฉินฉีกำลังส่งสายตาให้เธอยื่นกุญแจมือมาให้เขาจัดการแทน เขารับกุญแจมือมาล็อกข้อมือเกาเสี่ยวฮุ่ย ซึ่งครั้งนี้เธอยินยอมแต่โดยดี เขาสาธยายต่อ “ทุกคนต้องรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่เกิดจากการกระทำของพวกเขา นี่เป็นทางที่คุณเลือก เพราะฉะนั้นอย่าเอาแต่โทษฟ้าโทษดินหรือคนอื่นไปเลย อีกอย่างถ้าคุณอยากฆ่าตัวตายจริงละก็ ยังมีวิธีอีกมากเลยล่ะหลังจากที่คุณเข้าคุกไปแล้ว”

“เฮ้!” หลินถงซูหลุดปากตะโกน ‘ไอ้บ้านี่พูดอะไรที่ขาดความรับผิดชอบแบบนี้ออกมาได้ยังไง?!’

เฉินฉีหยิบเสื้อโค้ตขึ้นคลุมข้อมือของเกาเสี่ยวฮุ่ยไว้เพื่อปกป้องชื่อเสียงในหน้าที่การงานของเธอ หลังจากเธอพอตั้งสติยอมรับได้แล้วจึงหันหน้าไปถามเขา “คุณเป็นใครกัน?”

“ผมเป็นแค่คนขับรถธรรมดาที่รักความยุติธรรม” เฉินฉีตอบพร้อมส่งยิ้มให้

ทั้งสามก้าวขึ้นรถ หลินถงซูรู้สึกตื่นเต้นมากจนเกือบควบคุมตัวเองไว้ไม่อยู่ ซึ่งแน่นอนว่าเธอไม่มีทางขอบคุณเฉินฉีต่อหน้าฆาตกรอย่างเด็ดขาด ทันใดนั้นเสียงเรียกเข้าก็ดังขึ้น เป็นหลินชิวผูที่โทรมาตามหาเธอ “ถงซู คุณหายไปไหนน่ะ? เมื่อเช้านี้ก็ไม่ได้ตอกบัตรเข้างาน อย่าบอกนะว่าแอบไปทำคดีโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผมอีกแล้ว? เราคุยเรื่องนี้ตั้งกี่ครั้งแล้ว? เอ่อ... ในฐานะตำรวจน่ะ”

“พี่คะ! ฉันจับผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมได้แล้ว!”

ด้านปลายสาย หลินชิวผูตกตะลึงเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดที่หลินถงซูใช้ นี่ใช่หลินถงซูคนเดียวกันกับยัยน้องสาวตัวแสบที่ไม่เคยเรียกเขาว่า ‘พี่’ ในเวลางานสักครั้งหรือเปล่าเนี่ย?!

เขารีบถามกลับ “เธอจับได้อีกแล้วเหรอ?”

“อย่าใช้คำว่าอีกครั้งสิ คราวนี้เป็นฆาตกรตัวจริง! พี่มั่นใจได้เลย หลักฐานอะไรก็มีครบ”

“แล้วตอนนี้เธออยู่ที่ไหน?”

“ฉันจะกลับไปที่สถานีเร็ว ๆ นี้ พี่เตรียมตัวสอบสวนพวกเขาได้เลย”

หลินชิวผูไม่ได้วางสายทันทีและไม่วายกำชับเธออีกครั้ง “ครั้งนี้อย่าพลาดอีกล่ะ!”

หลังวางสายเฉินฉีระเบิดเสียงหัวเราะออกมาทันที หลินถงซูถลึงตาขณะถามกลับ “คุณหัวเราะอะไร?!”

“คิดแล้วก็ตลกขึ้นมาน่ะ ว่าถ้ากลับไปหาพี่ชายของเธอรอบนี้แล้วเขาจะมีปฏิกิริยายังไง”

พูดจบแล้วเขาจึงหันกลับไปถามเกาเสี่ยวฮุ่ยซึ่งนั่งอยู่บนเบาะหลัง “หมอเกา ก่อนเข้าไปที่สถานีตำรวจคุณมีความปรารถนาสุดท้ายไหม?”

เกาเสี่ยวฮุ่ยเหมือนทำใจยอมรับชะตากรรมของตนได้แล้ว เธอส่งยิ้มอ่อนแรงพร้อมตอบกลับ “ฉันอยากกินซุปหม่าล่าที่ร้านโจววั่ง”

“โอ้! ดีเลย ผมเองก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกัน ไปกันเถอะ!” เฉินฉีสตาร์ทรถและออกตัวทันที

“นี่! อย่าตัดสินใจโดยพลการแบบนี้สิ!” หลินถงซูร้องด้วยความตระหนก

จบบทที่ บทที่ 13 เพื่อนสนิท

คัดลอกลิงก์แล้ว