เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 เปิดเผยฆาตกรตัวจริง

บทที่ 12 เปิดเผยฆาตกรตัวจริง

บทที่ 12 เปิดเผยฆาตกรตัวจริง


กำลังโหลดไฟล์

บทที่ 12 เปิดเผยฆาตกรตัวจริง

สองวันต่อมาเฉินฉียังคงขับรถรับส่งลูกค้าตามปกติ ทั้งยังสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าแต่ละรายด้วยความอัธยาศัยดีและเป็นกันเอง ไม่ว่าพบใครก็จะชวนคุยไม่หยุดอยู่อย่างนั้น

ฝั่งตำรวจยังคงเดินหน้าสอบปากคำเพื่อนร่วมงานรวมถึงมิตรสหายที่ไปกินข้าวด้วยกันในคืนวันเกิดเหตุ ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้อะไรเลยจากเบาะแสจากการสืบสวนครั้งนี้ อีกทั้งเพื่อน ๆ ของเขาก็ทำหน้าที่เพื่อนได้ดีโดยการติดต่อเฉินฉีผ่านการโทรหรือผ่านวีแชททุกครั้งว่าตำรวจสอบถามอะไรไปบ้าง

ขณะเดียวกันหลินถงซูได้ขอให้เจ้าหน้าที่ชันสูตรศพทำการทดสอบยา ซึ่งได้รับการยืนยันว่ามีสารอีเทอร์ตกค้างอยู่ในร่างของผู้เสียชีวิตจริง จึงรีบบอกกล่าวข่าวนี้ให้กับเฉินฉี

สายเรียกเข้าจากหลินถงซูดังขึ้นขณะที่เฉินฉีกำลังพูดคุยกับผู้โดยสารคนล่าสุดถึงเรื่องเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างออกรส

เสียงของหญิงสาวจากปลายสายเต็มไปด้วยความตื่นเต้น “ฉันเจอแล้ว! ผู้ตายมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งชื่อเกาเสี่ยวฮุ่ย เธอมีอาชีพเป็นแพทย์ทำงานในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง”

“ส่งโลเคชันมาเลย”

“ได้ ถ้าอย่างนั้นฉันจะแชร์ผ่านวีแชทก็แล้วกัน”

“ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหนล่ะ?”

“เกาเสี่ยวฮุ่ยขึ้นวอร์ดจนถึงเที่ยง ดังนั้นเธอน่าจะเลิกงานในอีกประมาณสิบนาที ฉันจะรีบไปพบเธอเดี๋ยวนี้!”

“เฮ้! เดี๋ยวสิ!”

“รีบตามมาเร็ว ๆ แล้วกัน” หลินถงซูกำชับก่อนกดวางสายไป

หลังจากวางสายไปหลินถงซูก็ถือบัตรคิวรอขานเลขอยู่บริเวณหน้าโถงใหญ่ในโรงพยาบาลแห่งนั้นซึ่งมีพยาบาลหลายคนเดินขวักไขว่ เธอสูดลมหายใจสองสามครั้งก่อนเดินขึ้นบันไดเลื่อนไป

เธอสืบทราบว่าเกาเสี่ยวฮุ่ยเป็นแพทย์ประจำแผนกโรคผิวหนังและเวทยวิทยา หลินถงซูจึงตรงดิ่งไปยังแผนกนั้นทันทีพร้อมสอบถามพยาบาลว่าห้องประจำของเกาเสี่ยวฮุ่ยอยู่ที่ไหน เมื่อพบแล้วจึงเคาะประตูและเดินเข้าไปภายใน ภาพตรงหน้าคือหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งแต่งกายด้วยชุดแบรนด์เนมดูสง่าผ่าเผย หล่อนยิ้มให้ผู้มาใหม่ก่อนเอ่ยถามอย่างสุภาพ “วันนี้คุณไม่สบายตรงไหนหรือคะ?”

หลินถงซูแสดงตราว่าตนเป็นเจ้าพนักงาน “ฉันเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจค่ะ มาที่นี่เพื่ออธิบายเรื่องบางอย่างให้คุณทราบ”

เกาเสี่ยวฮุ่ยเลิกคิ้ว “คุณเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เดาว่าต้องการสอบถามเรื่องเกี่ยวกับกู้เหมิงซิงใช่ไหมคะ? ฉันทราบข่าวการจากไปของเธอแล้วจากกลุ่มเพื่อนในวีแชท ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกใจหายเหลือเกินค่ะ ถึงอย่างไรก็เคยเป็นเพื่อนเรียนร่วมมหาวิทยาลัยกัน ไม่น่าเชื่อเลยจริง ๆ...”

เกาเสี่ยวฮุ่ยพูดพลางยกกระดาษขึ้นซับหัวตา ท่าทางของเธอเห็นได้ชัดว่ารู้สึกสะเทือนใจกับเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้ต้องสงสัยที่อาจเป็นฆาตกรเป็นครั้งแรก หลินถงซูอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหม่าเล็กน้อย แต่จิตสำนึกอีกด้านที่ไม่ยอมแพ้ก็บอกตัวเองให้ใจแข็งเข้าไว้... อย่างไรก็ต้องจับตัวผู้กระทำความผิดให้ได้

“ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ แล้ว... คุณพบกับกู้เหมิงซิงครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?”

“ประมาณสองสามเดือนที่แล้วค่ะ เธอมาชวนฉันออกไปทานข้าวด้วยกัน”

“ถ้าอย่างนั้น...” หลินถงซูทบทวนว่าควรถามคำถามใดต่อไปดี “วันที่กู้เหมิงซิงถูกฆาตกรรม เวลานั้นคุณกำลังทำอะไรอยู่หรือคะ?”

มุมปากของเกาเสี่ยวฮุ่ยกระตุกเล็กน้อย “คุณเจ้าหน้าที่คะ รู้ตัวไหมว่าถามอะไรออกมา? อย่าบอกนะว่าคุณสงสัยว่าฉันอาจเป็นคนฆ่าเธอ ฉันสนิทกับเหมิงซิงมานานหลายปีแล้วนะ!”

“ฉะ... ฉันก็แค่ถามน่ะค่ะ!” หลินถงซูหน้าแดง

“ตอนนั้นเหรอ...” เกาเสี่ยวฮุ่ยทำท่านึก “ฉันไปทานมื้อเย็นร่วมกับเพื่อนสมัยมหาลัยสองสามคน มีใบเสร็จในคืนนั้นเป็นหลักฐานด้วยนะคะ ขอฉันค้นสักครู่...”

ว่าแล้วเกาเสี่ยวฮุ่ยก็หยิบใบเสร็จรับเงินใบนั้นออกมาจากกระเป๋าในเวลาไม่นานนัก หลินถงซูรับมาตรวจสอบพร้อมสังเกตที่วันเวลา เมื่อเห็นว่าตรงกันกับเวลาก่อเหตุโดยประมาณจึงกัดริมฝีปากด้วยไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรต่อไป เกาเสี่ยวฮุ่ยส่งยิ้มให้ “พบข้อสงสัยตรงไหนไหมคะ? ถ้าไม่มีฉันต้องขอตัวกลับบ้านก่อน”

“คุณ... เอ่อ... คุณมีความขัดแย้งส่วนตัวกับกู้เหมิงซิงบ้างหรือเปล่าคะ?”

เกาเสี่ยวฮุ่ยชักสีหน้าเป็นเชิงประหลาดใจกับคำถามนั้น “ไม่เลยค่ะ อย่างที่ฉันแจ้งไปก่อนหน้านี้ว่าฉันเคยเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันกับเธอ ความสัมพันธ์เราทั้งคู่ค่อนข้างสนิทกันทีเดียว”

หลินถงซูกำหมัดแน่นอย่างจนปัญญา ขณะเดียวกันเกาเสี่ยวฮุ่ยจึงลุกขึ้นพร้อมพูดขอตัว “ขอโทษนะคะ ฉันต้องรีบไปแล้ว ถ้าช้ากว่านี้เกรงว่าโรงอาหารจะปิดในช่วงบ่าย ขอตัวก่อนนะคะ”

ทันใดนั้นประตูกลับถูกผลักให้เปิดออกพร้อมกับเฉินฉีที่ก้าวเข้ามา ข้างแก้มขึ้นสีแดงเรื่อแสดงให้เห็นว่าเขาวิ่งด้วยความเร็วไม่น้อยกว่าจะมาถึงที่นี่ เฉินฉีหอบอยู่พักหนึ่งก่อนพูดขึ้น “คุณหมอเกา... ขอโทษที่มาขัดขวางไม่ให้คุณไปทานมื้อกลางวัน แต่ผมยังมีบางคำถามต้องการถามคุณ!”

“คุณเป็นใคร?”

หลินถงซูรีบหันไปมองด้วยสายตายินดีราวเขาคือวีรบุรุษผู้มาช่วยกอบกู้เอกราช จากนั้นจึงแนะนำว่า “เขาคือคู่หูของฉันเองค่ะ ที่มาช้าน่าจะเพราะวนรถหาที่จอดใต้อาคารโรงพยาบาล”

เฉินฉีขยิบตาส่งสัญญาณให้หลินถงซูว่าอย่าแทรกแซงการสืบถามของเขา จากนั้นจึงงับประตูปิดและลากเก้าอี้เพื่อนั่งลง “เชิญนั่งก่อนครับคุณหมอเกา”

“ตอนนี้ฉันออกเวรแล้ว เพราะงั้นรีบถามหน่อยก็ดีนะคะ” เกาเสี่ยวฮุ่ยดูหมดความอดทนเล็กน้อย

“เกรงว่าจะไม่ได้” เฉินฉียิ้ม “เพราะผมจะแสดงให้ดูว่าคุณฆ่ากู้เหมิงซิงยังไง!”

ดวงตาของเกาเสี่ยวฮุ่ยเบิกกว้างอย่างตระหนก หลินถงซูก็มีปฏิกิริยาคล้ายกันกับอีกฝ่าย ในชั้นเรียนวิชาสืบสวนคดีอาญาไม่เห็นมีระบุในหลักสูตรเลยว่าการสอบสวนโดยใช้ถ้อยคำที่ตรงไปตรงมาก็ได้ผลเช่นเดียวกัน

“คุณพูดบ้าอะไรน่ะ?!” เกาเสี่ยวฮุ่ยตะคอกดังลั่น “ฉันมีเหตุผลอะไรต้องฆ่ากู้เหมิงซิง?! จู่ ๆ คุณก็บุกเข้ามาและกล่าวหาฉันอย่างร้ายแรง ทำแบบนี้ฉันฟ้องร้องหมิ่นประมาทคุณได้นะ!”

“คุณหมอเกา ผมแน่ใจว่าเราสองคนเคยเจอกันมาแล้วครั้งหนึ่ง” เฉินชี้นิ้วเข้าหาใบหน้าตัวเอง

“เราสองคน?”

“ตอนนั้นมืดค่ำแล้ว อีกอย่างคุณอาจไม่เห็นรูปร่างหน้าตาของผมแบบชัด ๆ แต่ผมจำคุณได้ คุณคือคนที่ขึ้นรถของผมในคืนนั้น”

“คุณคือ...” ดวงตาของเกาเสี่ยวฮุ่ยเริ่มฉายแววสับสน

“ทำเหมือนจำเสียงผมได้เลยนะครับ ผมไง... ผมคือคนขับอูเบอร์ที่รถคุณขึ้นรถในคืนนั้น!” เฉินฉียิ้ม “แถมปลายทองที่คุณปักหมุดไว้บังเอิญอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุเสียเหลือเกิน!”

ทันทีที่เขาสังเกตว่าหญิงสาวตกหลุมพราง เกาเสี่ยวฮุ่ยจึงแสดงกิริยาเป็นเชิงกลบเกลื่อนทันที เธอยกแขนขึ้นกอดอก ย่นคิ้วเล็กน้อย ทั้งยังเม้มริมฝีปาก ซึ่งการเคลื่อนไหวแม้เพียงเล็กน้อยเหล่านั้นก็ไม่อาจหลุดรอดไปจากสายตาของเฉินฉี

เขาหยิบโทรศัพท์มือถือและกดเข้าไปในคลังภาพจากนั้นจึงยื่นให้เกาเสี่ยวฮุ่ยดู เป็นภาพถ่ายเสื้อโค้ตตัวหนึ่งซึ่งเขาขอซื้อจากหญิงชราที่กำลังเก็บขยะอยู่ริมแม่น้ำ เขาเริ่มตั้งคำถาม “คุณรู้สึกว่าเสื้อตัวนี้ดูคุ้นตาบ้างหรือเปล่า?”

เกาเสี่ยวฮุ่ยขบริมฝีปาก “ฉันไม่เข้าใจว่าคุณหมายถึงอะไร”

“คืนนั้นอุณหภูมิของเมืองหลงอันอยู่ที่ประมาณสิบถึงสิบหกองศา ซึ่งเป็นสภาพอากาศที่อำนวยเหลือเกินต่อการสวมใส่เสื้อประเภทนี้ แต่ผมจำได้ว่าตอนที่คุณขึ้นรถของผม เสื้อผ้าของคุณกลับบางมาก เวลานั้นผมได้แต่นึกสงสัยว่าคนสวยอย่างคุณไม่กลัวลมหนาวเลยหรือยังไงกัน...”

“คุณพูดเรื่องอะไรกันแน่?”

“เสื้อตัวนี้เป็นของคุณใช่ไหม?”

“ไม่! ฉันไม่เคยเห็นมันมาก่อน!”

“โอ้... จริงเหรอ? แล้วถ้าส่งให้หน่วยชันสูตรตรวจสอบแล้วพบรอยนิ้วมือ เส้นผม แม้กระทั่งรังแคของคุณล่ะ? จะอธิบายเรื่องนี้ยังไงดี?”

เกาเสี่ยวฮุ่ยนิ่งงันไป แน่นอนว่าผลชันสูตรเหล่านั้นเป็นเพียงคำสมอ้างของเฉินฉีเท่านั้น ต่อให้เขาซื้อเสื้อโค้ตมาได้จริงแต่ก็ไม่มีเครื่องมือหรือฐานข้อมูลในมือพอที่จะทำการตรวจสอบ แต่ด้วยข้อสันนิษฐานหลายประการรวมถึงบทสนทนาในวันนั้นก็เป็นข้อสังเกตชั้นดีว่าฆาตกรต้องเป็นเธอไม่ผิดแน่

“อย่าเพิ่งสติแตกไปสิครับ รอให้ผมพูดอธิบายอย่างละเอียดก่อน คืนนี้กู้เหมิงซิงและคู่ขาคนหนึ่งของเธอเปิดห้องในโรงแรมเฝิงจื้อหลินด้วยกันก่อนออกมาจากห้องในเวลาประมาณสองทุ่ม คุณเดินทางไปพบเธอและขอให้เธอไปเดินเล่นเป็นเพื่อนเลียบริมฝั่งแม่น้ำ จากนั้นจึงอาศัยช่วงจังหวะฉีดอีเทอร์เข้าเส้นประสาทจนเธอหมดสติไป แล้วค่อยใช้เชือกรัดคอจากด้านหลัง น่าเสียดายที่ยาสลบดังกล่าวมีฤทธิ์ไม่เพียงพอกู้เหมิงซิงจึงตื่นในระหว่างนั้น พอรู้ว่าตัวเองถูกทำร้ายจึงพยายามดิ้นรนสุดแรงให้รอดชีวิตและคว้าเอาสิ่งหนึ่งติดมือมาได้ นั่นคือกระดุมเม็ดหนึ่งบนเสื้อโค้ตตัวนี้ที่คุณสวมใส่!”

“หลังรัดคอจนกู้เหมิงซิงขาดอากาศหายใจแล้วคุณจึงหยิบกระเป๋าของเธอติดมาด้วยความรีบร้อน ระหว่างทางที่คุณหลบหนีถึงได้สังเกตว่ากระดุมเม็ดหนึ่งบนเสื้อหายไป ดังนั้นคุณตึงตกใจมาก! เพราะถ้ากระดุมเม็ดนี้ร่วงหล่นอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุจะต้องเป็นหลักฐานชั้นดีที่มัดตัวคุณ เพราะฉะนั้นคุณจึงทำสองสิ่ง... หนึ่งคือจัดการทิ้งเสื้อตัวนั้นไปและใช้โทรศัพท์ของกู้เหมิงซิงเรียกอูเบอร์เพื่อกลับไปยังสถานที่เดิม และคุณคงไม่คาดคิดหรอกว่าคนขับคนนั้นจะเป็นผม นั่นคือสิ่งที่ผมจะพูดต่อไป ในตอนนั้นคุณเกิดจำได้ว่าไม่นานมานี้มีข่าวใหญ่ในอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับเหตุฆาตกรรมที่คนขับอูเบอร์รายหนึ่งเป็นผู้ก่อเหตุ คุณจึงเกิดไอเดียบางอย่างและใช้โทรศัพท์กู้เหมิงซิงส่งข้อความถึงแฟนหนุ่มของเธอ”

“พอผมขับไปส่งคุณที่ปลายทาง คุณก็รีบย้อนกลับไปที่ริมแม่น้ำและหากระดุมเม็ดนั้นจนพบว่ามันอยู่ในมือของกู้เหมิงซิง คุณตัดสินใจจัดฉากทั้งหมดให้ดูเหมือนเธอถูกข่มขืนโดยฉีกเสื้อผ้าของเธอออกและโยนกระเป๋าของเธอทิ้งแม่น้ำ แผนของคุณเกือบสำเร็จแล้วเชียว ตำรวจหน้าโง่ในสำนักงานปักใจเชื่อแล้วว่าฆาตกรคือคนขับอูเบอร์ แต่ต้องขอบคุณที่ตำรวจเชิญผมไปจิบชาสองสามถ้วยจึงทราบเรื่อง บนโลกนี้มีรถยนต์นับล้านคัน... แต่คุณดันซวยเพราะขึ้นรถคันที่ผมเป็นคนขับ!”

จบบทที่ บทที่ 12 เปิดเผยฆาตกรตัวจริง

คัดลอกลิงก์แล้ว