เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 โชคเข้าข้าง

บทที่ 11 โชคเข้าข้าง

บทที่ 11 โชคเข้าข้าง


กำลังโหลดไฟล์

บทที่ 11 โชคเข้าข้าง

คนที่กำลังถูกสอบสวนถูกยั่วยุและกำลังโมโหทำให้หลินถงซูรู้สึกกลัวเป็นอย่างมาก กลับกันเฉินฉีไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เขาเอื้อมมือไปวางบนบ่าของชายคนนั้นก่อนจะมองหน้าอีกฝ่ายแล้วถามว่า “รู้ไหมว่าเราเจออะไรในศพของกู้เหมิงซิง?”

“อะไร!?” อีกฝ่ายถามอย่างงุนงง

เฉินฉีกระซิบเบา ๆ ที่หู “โรคติดต่อทางเพศไง”

ชายคนนั้นหน้าแดงลามไปถึงปลายหู เขาหันไปทางหลินถงซูแล้วกระซิบ

“เพราะอย่างนั้น...คุณเลยจะถามว่าผมกับเธอเคยทำ... เรื่องอย่างว่าไหมน่ะเหรอ?”

“มีเพศสัมพันธ์กันนั่นแหละ!”

หน้าของชายหนุ่มแดงขึ้นไปอีกจนดูราวกับมะเขือเทศเมื่อโดนเฉินฉีไล่ต้อน ทำให้เขาจำใจรับสารภาพอย่างตะกุกตะกัก “เราเข้าโรงแรมด้วยกันหลังจากงานเลี้ยงบริษัทครั้งหนึ่ง ตอนนั้นดึกมากแล้วผมเลยอาสาไปส่งเธอที่บ้าน ผมแกล้ง ๆ ถามเธอว่าอยากจะเข้าโรงแรมด้วยกันไหม แต่ผมไม่คิดว่าเธอจะตอบตกลง มันเป็นครั้งแรกของผม เพราะอย่างนั้นก็เลยสับสนและประหม่าเล็กน้อย เรื่องนี้เกี่ยวกับคดีบ้างไหมเนี่ย?”

“คุณได้ป้องกันหรือเปล่า?”

“ผมใส่ถุงยางอนามัยนะ”

“คุณเคยติดโรคทางเพศสัมพันธ์มาก่อนไหม?”

“ไม่เคยเลย ผมสุขภาพดีมาก”

“เรื่องนั้นเกิดขึ้นเมื่อไหร่แล้ว?”

“เมื่อสองเดือนก่อน”

หลังจากตอบคำถามเสร็จเขาก็มองไปทางหลินถงซูด้วยสีหน้าเขินอาย เฉินฉีตบไหล่เขา “ขอบคุณครับ ข้อมูลนี้มีประโยชน์มากต่อการสืบสวนคดี”

“คุณตำรวจครับ ผมไปได้หรือยัง?”

“อ๋อ อีกเรื่องหนึ่ง วันหยุดของกู้เหมิงซิงคือวันไหนนะ?”

“วันพุธครับ!”

“วันพุธตลอดเลยเหรอ?”

เขาครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะบอกให้ทั้งสองรอสักครู่ขณะที่เขาเปิดดูรายชื่อเข้างานแล้วให้ข้อสังเกตว่า “บริษัทจัดเวลาให้เธอหยุดวันจันทร์แต่เธอกับเสี่ยวชางขอสลับกัน เพราะงั้นเธอเลยเปลี่ยนมาหยุดวันพุธตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว”

เฉินฉีมองดูรายชื่อเข้างานแล้วเหมือนจะใช้ความคิดอยู่พักหนึ่ง จากนั้นเขาจึงถามออกมาว่า “เอาล่ะ คำถามสุดท้าย เพื่อนสนิทของเธอเป็นใคร?”

“โอ้ เรื่องนั้นผมไม่รู้อะไรมากนักหรอกครับ”

“ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือครับ”

ทันทีที่เฉินฉีกับหลินถงซูออกจากบริษัทไปหลินถงซูก็ถามว่า “ทำไมคุณถึงอยากจะสอบสวนเพื่อนสนิทของเธอนักล่ะ? หรือคุณคิดว่าฆาตกรคือเพื่อนสนิทของเธอ?”

เฉินฉีอธิบายว่า “จากมุมมองของนักจิตวิทยาอาชญากรแล้ว แรงจูงใจในการฆาตกรรมของฆาตกรหญิงส่วนใหญ่มักจะชัดเจนมาก มักจะเกี่ยวข้องกับความสนใจส่วนตัวโดยเฉพาะเรื่องอารมณ์ ผมมั่นใจประมาณเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ว่าผู้หญิงคนนั้นในรถผมกับกู้เหมิงซิงรู้จักกันดี”

“นักจิตวิทยาอาชญากรรมเหรอ?” หลินถงซูมองไปยังเฉินฉีด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ

“ไม่เอาน่า คนขับรถจะอ่านหนังสือในเวลาว่างบ้างไม่ได้หรือไงกัน? เลิกตั้งคำถามเรื่องความสามารถกับความเป็นมืออาชีพของผมสักทีได้ไหม?”

“ฉันก็แค่สงสัยว่าทำไมคุณถึงดูเป็นมืออาชีพจัง?” หลินถงซูบ่นพึมพำใส่เขา “ถ้างั้นคุณอยากจะพุ่งเป้าไปที่ผู้สงสัยคนนี้เลยใช่ไหม? เริ่มสอบสวนจากความสัมพันธ์ของผู้ตายกันเถอะ!”

“ผมมอบหน้าที่นี้ให้คุณเลย...” เฉินฉีถูกแทรกด้วยเสียงเรียกเข้าของเขาเป็นสายของเพื่อนร่วมงานของเขานั่นเอง เสียงปลายสายพูดด้วยความกังวล “ตาเฒ่าเฉิน นายไปทำอะไรมาเนี่ย? ตอนนี้ตำรวจมาหาฉันแล้วถามถึงนายว่านายทำอะไรอยู่เมื่อสามคืนก่อน”

หลังจากพูดคุยกันไม่กี่คำเฉินฉีก็วางสายไป เขาส่ายหัวแล้วยิ้ม “พี่ชายคุณนี่ช่างมีพรสวรรค์จริง ๆ เขานำกำลังไปสืบหาข้อมูลมั่ว ๆ แถมยังสืบจากแอปอูเบอร์อยู่เลย ทำไมเขาถึงได้หมกมุ่นนักนะ? หัวดื้อชะมัด”

หลินถงซูกระทืบเท้า “อย่าพูดลับหลังพี่ฉันแบบนั้นนะ!”

“ผมแค่พูดตามความเป็นจริง ถ้าคุณอยากปิดคดีนี้เพื่อเอาผลงานละก็อย่าหวังพึ่งให้พวกเขาสืบหาข้อมูลคนใกล้ชิดกับผู้ตายเลย”

“มันไม่เกี่ยวกับผลงาน ฉันอยากทำคดีนี้เพราะอยากให้ผู้ตายได้รับความเป็นธรรม คุณไม่คิดถึงเรื่องนี้เลยหรือไง?” หลินถงซูแค่นเสียง

“โอเค โอเค งั้นก็โทรหาพี่ชายคุณเลยสิว่า ‘โทษทีนะ ตอนนี้ฉันกับผู้ต้องสงสัยคนสำคัญกำลังไปสืบคดีด้วยกัน’”

ท่าทีของเฉินฉีทำให้หลินถงซูตกตะลึงจนพูดไม่ออก ขณะที่เฉินฉีจุดบุหรี่สูบเขาก็สั่งว่า “การสืบสวนของเราจะมีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้องเยอะมากคุณควรตัดสินใจได้แล้วว่าอยากได้ผลงานหรือเปล่า ถ้าเจอผู้ต้องสงสัยที่ตรงกับข้อสันนิษฐานแล้วอย่าลืมติดต่อผมละกัน”

“ตรงกับข้อสันนิษฐานเหรอ? ข้อสันนิษฐานไหน? คุณจำได้ว่าเธอเป็นยังไงเพียงแค่เจอเธอในเวลาสั้น ๆ งั้นเหรอ?”

เฉินฉีลูบคางแล้วย้อนคิด “เธอเป็นผู้หญิงอายุประมาณยี่สิบห้าปีหน้าตาดูเรียบร้อยสูงราวหนึ่งร้อยเจ็ดสิบห้าเซนติเมตร ดูเหมือนเธอจะทำงานที่เกี่ยวข้องกับด้านการแพทย์อาจจะเป็นหมอก็ได้ เธอดูเป็นคนเงียบ ๆ และระมัดระวังตัวพอสมควร”

“คุณรู้ได้ยังไงว่าเธอเป็นหมอ?”

“ตอนผู้ตายยังมีชีวิตอยู่เธอทำอาชีพอะไรล่ะ? ผู้แทนยาไง เธอมีโอกาสสูงที่จะทำงานร่วมกับหมอ”

“ถ้าเป็นอย่างนั้นไม่ใช่ว่าทั้งคู่รู้จักกันผ่านทางธุรกิจเหรอ?”

เฉินฉีส่ายหัวแล้วกล่าวว่า “ไม่จำเป็นหรอก ผู้แทนยามักจะมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบในโรงพยาบาลเท่านั้น อีกอย่างถ้าคุณอยากดูข้อมูลคนไข้คุณจำเป็นต้องขอหมายอนุญาตก่อน มันไม่ได้ขอกันง่าย ๆ แล้วก็เสียเวลามากด้วย ทั้งคู่อายุไล่เลี่ยกันผมเลยคิดว่าน่าจะเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันมากกว่า คุณควรจะไปหาข้อมูลเพื่อนร่วมชั้นของเธอโดยเฉพาะเพื่อนสมัยมหาวิทยาลัย”

ถึงแม้ว่านี่จะเป็นขั้นตอนทั่วไปที่ใช้ในการสืบสวนแต่เมื่อคำพูดพวกนั้นออกมาจากปากของเฉินฉีแแล้กลับฟังดูชัดเจนและมีเหตุผลมาก หลินถงซูพยักหน้าและจดคำแนะนำของเขาลงไป

“ผมไปก่อนแล้วดีกว่า วันนี้ผมยังไม่ได้ทำงานเลย ถ้าผมไม่ได้ลูกค้าสักสองสามคนละก็คงกระเป๋าแห้งแน่ ๆ ถ้ามีอะไรก็โทรหาผมแล้วกัน” เฉินฉีเดินตรงไปที่ประตูหน้าของบริษัท

หลังจากแยกกันเฉินฉีไม่ได้ไปหาลูกค้าในทางกลับกันเขากลับไปยังที่เกิดเหตุ หลังจากเหตุการณ์ผ่านไปแล้วสามวันตำรวจได้เอาเทปกั้นที่ล้อมไว้ออกแล้ว เฉินฉีล้วงกระเป๋าแล้วเดินเข้าไปในความมืดบนชายหาดที่เต็มไปด้วยหินกรวด เสียงคลื่นสาดซัดดังเข้ามาในหูของเขา

เขาใช้ตาสอดส่ายหาเบาะแส แต่หลังจากผ่านแสงแดดและสายลมไปสามวันดูเหมือนจะไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่แล้ว

หลังจากเดินเสียเวลาอยู่หลายรอบเฉินฉีก็หัวเราะและบ่นพึมพำกับตัวเอง “มันก็เป็นแค่อดีตไปแล้วนี่ ทำไมไม่ปล่อยให้หัวใจมันด้านชาไปซะล่ะ? นี่เป็นโชคชะตาของคุณเหรอ?”

เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมาทันใดนั้นจึงเห็นหญิงแก่คนหนึ่งกำลังเก็บขยะอยู่ข้างทางเพียงคนเดียว ในมือถือถุงที่เต็มไปด้วยกระป๋องโซดาและขวดเปล่า เธอสวมเสื้อโค้ตสีไวน์แดงตัวยาวที่ดูไม่เหมาะกับผู้สวมใส่แม้แต่น้อย

เฉินฉีสังเกตเห็นรายละเอียดได้เพียงมองแค่ปราดเดียว เสื้อโค้ตยาวตัวนั้นมีกระดุมคู่กันสองแถวแต่หนึ่งในนั้นกลับหายไป ฉับพลันเหมือนว่าเขาจะคิดอะไรได้บางอย่างจึงบ่นพึมพำกับตัวเอง “นั่นใช่สิ่งที่ผู้ตายถือไว้ตอนนั้น...”

คิดได้ดังนั้นเขาจึงเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วก่อนจะถามอย่างสุภาพว่า “คุณป้าครับ ชุดที่กำลังใส่อยู่คุณป้าเอามาจากที่ไหนเหรอ?

หญิงคนนั้นมองเฉินฉีด้วยความกลัวเล็กน้อยและไม่ตอบคำถาม เมื่อเฉินฉีถามหลายครั้งเข้าในที่สุดเธอก็ยอมตอบด้วยน้ำเสียงลังเลว่า “ป้าเอามาจากถังขยะในตอนดึกคืนหนึ่ง คุณต้องการอะไร?”

เฉินฉียิ้ม “อย่าเข้าใจผิดนะ ผมแค่ชอบสไตล์ของมันมาก ๆ น่ะ ผมขอเสื้อโค้ตตัวนี้ได้ไหม?”

หญิงชราตื่นกลัวก่อนจะเอามือกุมที่อกเสื้อแล้วถามว่า “อะไรนะ? คุณจะแย่งเอาของฉันไปเหรอ?”

เฉินฉีหยิบกระเป๋าเงินออกมาแล้วหยิบเงินสามร้อยหยวนออกมา “ไม่ครับ ไม่ได้จะแย่งไป ผมอยากจะซื้อมันน่ะ!”

คุณป้าคนนั้นยังคงตื่นตระหนกและระแวงอยู่ เฉินฉีโกหกหล่อนว่าเขาจะซื้อไปให้แฟน แม้หญิงชรายังเคลือบแคลงอยู่แต่ก็ขายให้เขาไป เฉินฉีใส่เสื้อลงในถุงพลาสติกอย่างบรรจงไม่ให้ลายนิ้วมือของเขาทำให้หลักฐานเสียรูป

หลังจากหญิงชราเดินจากไป เฉินฉีมองไปที่เสื้อโค้ตในมือก่อนจะร้องตะโกนด้วยความดีใจ “โชคเข้าข้างแล้ว!”

จบบทที่ บทที่ 11 โชคเข้าข้าง

คัดลอกลิงก์แล้ว