เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 แฟนคนที่สอง

บทที่ 10 แฟนคนที่สอง

บทที่ 10 แฟนคนที่สอง


กำลังโหลดไฟล์

บทที่ 10 แฟนคนที่สอง

หลินถงซูตั้งใจฟังแล้วถามออกไปโดยที่ไม่ทันคิดว่า “ทำไมคุณกับเธอถึงไม่...”

“อะแฮ่ม!” เฉินฉีตัดบทที่หลินถงซูกำลังพูดก่อนจะถามเฉินจุนว่า “คุณทั้งคู่รู้จักกันตั้งแต่ตอนไหน?”

“ผ่านเกมออนไลน์ที่ชื่อ...”

“ไม่ใช่อย่างนั้น ผมหมายความว่าพวกคุณเห็นหน้าอีกฝ่ายมาก่อนจะเจอกันรึเปล่า?”

“นอกจากรูปการ์ตูนในเกมผมก็ไม่ได้รู้เลยว่าหน้าตาเธอเป็นยังไง เรามีเวลาว่างตรงกันเลยได้เล่นด้วยกันบ่อย ๆ เธอเลยนัดเจอผม ครั้งแรกนัดของเราล่มเพราะเธอมีธุระด่วนต้องไปทำ สัปดาห์ต่อมาเราเลยเจอกันที่ร้านกาแฟ เรารู้สึกดี ๆ ต่อกันก็เลยตัดสินใจคบกัน”

เฉินฉีลูบคางอย่างใช้ความคิด “เวลาว่างของพวกคุณคือช่วงเวลาไหนบ้าง?”

“งานที่บริษัทยุ่งมาก ผมจะว่างแค่ช่วงกลางวันที่ผมไม่เผลองีบหลับ แล้วก็เลิกงานตอนสามทุ่มทุกวัน ผมหยุดวันพุธตรงกันกับเธอ”

“ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือนะครับ!”

เฉินฉีกล่าวคำลาตามแบบฉบับตำรวจก่อนจะเดินออกไป เมื่อเขาเดินลงบันไดไปหลินถงซูก็เอ็ดเขา “คุณยุ่มย่ามกับเรื่องส่วนตัวของคนอื่นแต่ไม่คิดจะปลอบเขาสักคำสองคำหน่อยเหรอ?”

“ปลอบเขาเหรอ? คุณเป็นตำรวจนะไม่ใช่นักบำบัด”

“คุณมันคนเย็นชาจิตใจดำจริง ๆ ! เขาทุ่มเทมากถึงจะเกิดเรื่องอย่างนั้นขึ้นเขาก็ยังไม่เลิกกับเธอ”

“กฎหมายประเทศเราไม่ได้จำกัดสิทธิ์ใครนี่ ระดับการยอมรับเรื่องพวกนี้ได้ของแต่ละคนมันแตกต่างกันนะ บางคนแค่ครั้งเดียวก็ทนไม่ได้แล้ว แต่บางคนทนได้แม้จะโดนสวมไปสักร้อยเขา! ซึ่งถ้าเป็นผมคงทนไม่ได้แม้แค่ครั้งเดียว...”

จู่ ๆ เฉินฉีก็หยุดพูดไปชั่วขณะ “รอผมอยู่ตรงนี้นะ ผมลืมถามอะไรไปบางอย่าง”

เฉินฉีรีบเดินกลับไปทางเดิม ระหว่างที่หลินถงซูกำลังรอก็มีสายเรียกเข้าจากสวีเสี่ยวตงถามว่า “คุณอยู่ที่ไหน?”

“จะอยู่ที่ไหนก็ไม่ใช่เรื่องของคุณซะหน่อย”

“ฮิฮิ ผมได้สุดยอดเบาะแสของเจ้าผู้ต้องสงสัยของเรามาจากเพื่อนคนขับรถของหมอนั่น เขาเพิ่งเข้าวงการนี้ได้ไม่ถึงปีด้วยซ้ำ แม้แต่ใบขับขี่เขาก็เพิ่งได้มาเมื่อปีที่แล้วนี่เอง”

“เขาทำอะไรมาก่อนจะเป็นคนขับรถเหรอ?”

“ในปี 2015 เขาติดคุกที่เมืองอื่น หลังจากปล่อยตัวออกมาก็ไม่มีใครเจอเขาเลย จริง ๆ แล้วต้องบอกว่าไม่มีประวัติอะไรเลยมากกว่า มีข่าวลือว่าเขาตายไปแล้วด้วยซ้ำ แต่จู่ ๆ เขาก็ปรากฏตัวที่หลงอันตัวคนเดียวเมื่อปี 2018”

“ตัวคนเดียว? ไม่ใช่ว่าที่บ้านเขามีแม่เหรอ?”

“เขาพูดแบบนั้นเหรอ? ไม่นี่ เขาไม่มีคนในครอบครัวเลย เขาอ้างว่ามีญาติอยู่ที่บ้านเกิดแต่เราไปตรวจสอบดูแล้วไม่เห็นเจอ อีกอย่างที่ที่เขาเรียกว่าบ้านเกิดก็ไม่มีชื่อเขาอยู่ในทะเบียนบ้านเลย เหมือนกับเขาโผล่มาจากอากาศยังไงยังงั้น”

เสียงคนเดินลงบันไดใกล้เข้ามา หลินถงซูรีบวางสายก่อนมองไปยังเฉินฉี เธออดสงสัยไม่ได้ว่าประวัติจริง ๆ ของชายคนนี้เป็นยังไงกันแน่?

“มีอะไรเหรอ?” เมื่อเห็นท่าทางของหลินถงซูเฉินฉีก็ถามพร้อมรอยยิ้ม

“ไม่มีอะไร เราจะไปที่ไหนกันต่อ?”

“คุณคิดว่ายังไงล่ะ?”

หลินถงซูคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ถ้าจะสืบหาความสัมพันธ์ของคนรอบข้างกับกู้เหมิงซิงก็น่าจะเริ่มจากการหากิ๊กของเธอ?”

เฉินฉียิ้มแล้วส่ายหน้า “เราทำแบบนั้นได้ด้วยเหรอ? ไปที่บ้านกับบริษัทของเธอกันก่อนเถอะ!”

หลังจากที่ทั้งคู่ขึ้นรถหลินถงซูก็มองไปยังฝั่งของเฉินฉีพลางคิดในใจว่าชายคนนี้ต้องเป็นอันธพาลที่มีคดียาวเป็นหางว่าวแน่ ๆ แต่หลังจากที่เธออยู่กับเขามาระยะสั้น ๆ แล้วเธอก็ไม่เห็นว่าเขาจะทำตัวหยาบคายหรือก้าวร้าวเลย ตรงกันข้ามรอบตัวเขามีแต่กลิ่นอายของความยุติธรรมลอยออกมา

ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมีทักษะการไขคดีที่สูงมากสำหรับคนที่ไม่เคยประสบการณ์มาก่อน ไม่มีทางเลยที่จะสืบมาได้ไกลขนาดนี้จากการเรียนรู้ด้วยตัวเอง

เกิดอะไรขึ้นกับเขาในสามปีที่เขาไม่มีประวัติ? อะไรทำให้เขาเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้?

ทั้งสองมุ่งตรงไปยังบริษัทยาที่กู้เหมิงซิงเคยทำงานอยู่ เธอเพิ่งเสียได้ไม่นานโต๊ะของเธอจึงยังไม่ถูกเก็บของออกไป บนโต๊ะมีดอกกุหลาบแดงช่อใหญ่ถูกวางไว้ เฉินฉีพูดสรุป “ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงานมากทีเดียวเลยล่ะ!”

ตอนนี้เป็นเวลาเกือบห้าโมงแล้ว พนักงานส่วนใหญ่จึงออกไปทานข้าวมื้อเย็น ทำให้ออฟฟิศนี้ว่างเปล่า

เฉินฉีนั่งลงที่โต๊ะทำงานของเธอแล้วเริ่มกวาดสายตาสำรวจสิ่งของรอบ ๆ หลินถงซูรีบเตือนเขาว่า

“นี่! ระวังรอยนิ้วมือของคุณด้วยสิ!”

“ผมใส่ถุงมือแล้วน่า!” เฉินฉีชูมือขึ้นมาเผยให้เห็นถุงมือสะอาดสีขาวที่ได้รับจากบริษัทของกู้เหมิงซิงบนมือของเขา

เขาเปิดดูลิ้นชักจึงเห็นว่าข้างในนั้นมีกล่องยาอยู่หลายกล่องที่ถูกกินหมดไปแล้วหลายแผง

เฉินฉีกล่าวว่า “ยาพวกนี้เหมือนกับที่เจอในบ้านเฉินจุนเลย ยาที่เขาใช้รักษาโรคหนองในน่ะ”

เฉินฉีมองไปที่โต๊ะแล้วตั้งข้อสังเกต “ผู้ตายน่าจะเป็นคนไม่ถือตัว น่าจะเชื่อคนง่ายและชอบลองสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอแต่ก็ยังมีความหัวดื้ออยู่ลึก ๆ คนแบบนี้มักจะเก่งในเรื่องการตอบสนองความต้องการของตัวเอง”

“แค่ดูโต๊ะเธอแค่นี้จะรู้ขนาดนั้นได้ยังไง?”

เฉินฉีชี้ให้เห็นว่า “โต๊ะทำงานบ่งบอกถึงนิสัย รสนิยม และบุคลิกเฉพาะตัว ถ้าคุณดูที่โต๊ะของเธอจะเห็นได้ว่าของบนโต๊ะจะถูกวางให้มองเห็นง่าย หนังสือที่เธออ่านถูกวางแบบลวก ๆ ที่กั้นหนังสือก็เป็นซองผ้าอนามัยแบบสอดทำให้เห็นว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนยึดติดอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ดูที่บันทึกนี่สิลายมือยุ่งเหมือนไก่เขี่ย แสดงว่าเธอเป็นคนอบอุ่นและกระตือรือร้น แต่ลงน้ำหนักเยอะตรงหางตัวหนังสือแสดงว่าเธอเป็นคนหัวรั้น”

หลินถงซูถึงกับอึ้ง เฉินฉียิ้มแล้วมองมาที่เธอ

“ผมเป็นคนขับรถเห็นผู้คนมาหลากหลายก็เลยค่อนข้างจะมองคนออกน่ะ”

ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินถือกล่องอาหารเข้ามาก่อนจะเห็นทั้งคู่นั่งอยู่ที่โต๊ะของกู้เหมิงซิงเขาจ้องมองอย่างสงสัย “พวกคุณทำอะไรกันอยู่น่ะ? ใครอนุญาตให้คุณเข้ามาที่ส่วนบุคคลแล้วยุ่มย่ามกับข้าวของแบบนี้?”

หลินถงซูแสดงตราให้เห็น จากนั้นท่าทีของเขาก็อ่อนน้อมลงทันที

“ที่แท้พวกคุณก็เป็นตำรวจนี่เอง คุณกำลังสืบคดีของเธออยู่เหรอ?”

“เรากำลังสืบหาความสัมพันธ์ของเธอกับคนอื่น ๆ” เฉินฉีตอบกลับไป เขาสังเกตเห็นว่าชายคนนี้มองที่ดอกไม้บนโต๊ะจึงถามว่า “ช่อดอกไม้นี่คุณเอามาวางเหรอ?”

“มะ... ไม่... เพื่อนร่วมงานของเธอรวมเงินกันซื้อมาน่ะ ผู้หญิงดี ๆ จากไปเร็วขนาดนี้ทุกคนเลยสะเทือนใจกันมาก”

“แล้วความสัมพันธ์ของคุณกับเธอล่ะ?”

ชายคนนั้นเกิดประหม่าขึ้น “เราเป็นแค่เพื่อนร่วมงานกันทั่วไป”

“งั้นเหรอ?” เฉินฉีหยิบโน้ตจากดอกไม้ขึ้นมาแล้วเทียบกับชื่อบนกล่องอาหารของชายคนนั้น “ลายมือเหมือนกันเลยนะ พูดกันตามหลักแล้วคนที่เอาดอกไม้ช่อนี้มาวางก็คือคุณเอง เพื่อนร่วมงานทั่วไปที่ไหนเขาจะทำแบบนี้กัน?”

“ผม...”

“ที่นี่ไม่มีคนอื่นอยู่หรอก พูดออกมาเถอะ!”

แก้มของชายคนนั้นแดงขึ้นมา “ผม... เรากำลังคุย ๆ กันอยู่น่ะ!”

“อะไรนะ?!”หลินถงซูอึ้ง

“ผมติดต่อกับเธอมาครึ่งปีแล้ว เอาจริง ๆ ผมหลงรักเธอตั้งแต่ผมเข้ามาทำงานที่นี่ เธอเป็นคนสวยแล้วก็อ่อนโยนมาก เธอเป็นเหมือนนางฟ้าในใจของทุกคน ผมรู้สึกว่าผมคงไม่มีหวังกับเธอแล้ว แต่วันหนึ่งพวกเราไปคาราโอเกะกันทั้งออฟฟิศ ผมสารภาพรักกับเธอเพราะฤทธิ์ไวน์ ผมไม่คิดว่าเธอจะตอบตกลงวันนั้น ผมรู้สึกตายตาหลับแล้ว เราเริ่มสนิทกันมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่มีบางเรื่องดูแปลก ๆ ก็คือเธอไม่คุยกับผมในที่ทำงานเลย เราไม่เคยกลับบ้านด้วยกันหลังเลิกงาน เราแค่นัดเจอกันทุกวันอาทิตย์แต่ผมก็ยังรู้สึกมีความสุขมากอยู่ดี หลังจากเธอเสียไปผมก็ได้รู้ว่าเธอมีแฟนอยู่แล้ว ผมรู้สึกเจ็บมากแต่ก็รักเธอมากเหมือนกัน ช่อกุหลาบจึงเป็นสิ่งของจากผมเพื่อไว้ทุกข์ให้เธอ”

“ช่างเป็นความรักที่ซื่อสัตย์จริง ๆ!” เฉินฉียิ้ม

“ผมขอถามเรื่องส่วนตัวของคุณหน่อยได้ไหม? ช่วงนี้คุณรู้สึกป่วยบ้างรึเปล่า?”

“ไม่นะครับ”

“แล้วคุณได้รับเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ไหม?”

เมื่อได้ยินถึงกับอึ้งชายหนุ่มโยนกล่องอาหารทิ้งแล้วลุกขึ้นมาด้วยความโมโห “ไอ้สารเลวนี่! คุณกำลังพูดเรื่องอะไร?!”

จบบทที่ บทที่ 10 แฟนคนที่สอง

คัดลอกลิงก์แล้ว