เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 ผู้หญิงสำส่อน

บทที่ 9 ผู้หญิงสำส่อน

บทที่ 9 ผู้หญิงสำส่อน


กำลังโหลดไฟล์

บทที่ 9 ผู้หญิงสำส่อน

หลินถงซูไตร่ตรองอยู่สักพักก่อนจะตอบกลับว่า

“เก็บภาพจากกล้องวงจรปิดระหว่างทางให้มากที่สุดเพื่อดูว่าใครเจอกับเธอบ้าง”

เฉินฉีอธิบาย “เข้าท่านี่ แต่ที่เกิดเหตุคือแถวสะพานอันฟูที่ไม่มีกล้องวงจรปิดเลยแม้แต่ตัวเดียว เพราะฉะนั้นผมไม่คิดว่ามันจะมีประโยชน์อะไรมากนักหรอก อีกอย่างตอนนั้นมันมืดมาก คุณภาพของกล้องวงจรปิดทั่วไปที่คุณภาพไม่ได้สูงนักต่อให้ได้วิดีโอมาก็คงเห็นอะไรไม่ชัดอยู่ดี”

หลินถงซูถามขึ้นมาว่า “แล้วคุณจำรูปร่างหน้าตาเธอได้ไหม?”

แทนการตอบคำถามเฉินฉียิ้มก่อนจะถามว่า “เหตุเกิดมากี่วันแล้วนะ?”

“สี่วัน”

“คุณคิดว่าคนขับรถอย่างผมต้องเจอผู้คนกี่คนกันในวันเดียว? คุณเคยได้ยินเรื่องภาวะความทรงจำเป็นพิษไหม? ต่อให้ผมพยายามนึกก็กลัวว่าจะเป็นแค่การเข้าใจผิดเปล่า ๆ”

เฉินฉีดีดนิ้ว “ไปกันเถอะ!”

“ไปที่ไหน?”

“ไปหาเฉินจุน”

หลินถงซูโทรถามเจ้าหน้าที่ในทีมก่อนจะได้รู้ว่าเฉินจุนทำงานอยู่ที่บริษัทต่างชาติที่หนึ่งและเช่าบ้านอยู่กับเพื่อนร่วมงานสองสามคน เมื่อทั้งคู่ไปถึงก็มีชายคนหนึ่งท่าทางดูเรียบร้อยเปิดประตูออกมา ดวงตาของเขาแดงก่ำ

เขาถามขึ้นว่า “มาหาใครครับ?”

หลินถงซูแสดงตราตำรวจของเธอขึ้นมาและถามว่า “คุณคือเฉินจุนใช่ไหม? ฉันอยากคุยอะไรด้วยนิดหน่อย”

“เข้ามาเลยครับ”

ข้าวของภายในบ้านค่อนข้างเละเทะตามประสาที่มีผู้ชายอาศัยอยู่หลายคน ชายที่ทั้งสองคิดว่าเป็นเฉินจุนเดินนำพวกเขาเข้าไปในห้องของเขาที่ดูสะอาดมาก เฉินฉีถามคำถามสองสามข้ออย่างชำนาญ และเฉินจุนก็ค่อย ๆ ตอบคำถามทีละข้อ

เขาอ้างว่าเขาคบหาอยู่กับกู้เหมิงซิงมาเป็นเวลาสามปีแล้ว พวกเขาเจอกันในเกมออนไลน์แล้วพบว่าทั้งสองอยู่ที่เมืองเดียวกันจึงได้ทำการนัดเจอกัน เมื่อรู้ว่าต่างฝ่ายต่างชอบกันจึงได้เริ่มคบหาดูใจกัน

กู้เหมิงซิงทำงานอยู่ในบริษัทด้านเภสัชกรรม ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอุปนิสัยเลยเพียงแค่หน้าตาของเธอก็สวยมากแล้ว ทำให้เฉินจุนรู้สึกภูมิใจทุกครั้งที่ได้อยู่กับเธอ แน่นอนว่าเขารักเธอมากจนอยากจะแต่งงานกับเธอในสักวันหนึ่ง

“ใครจะไปคิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น? ไอ้คนขับอูเบอร์ชาติชั่วนั่น!” เฉินจุนพูดเสียงสะอื้น

เฉินฉีไม่สนใจความเจ็บปวดของเฉินจุนและถามอย่างใจเย็นว่า

“ความสัมพันธ์ของแฟนคุณกับคนอื่นเป็นยังไงบ้าง? คุณมีเพื่อนร่วมกันบ้างไหม?”

เฉินจุนนึกแล้วเริ่มพูดชื่อให้เฉินฉีฟังในขณะที่เขากำลังจดรายชื่อเหล่านั้นลงในสมุดโน้ตของหลินถงซู เธอมองดูสิ่งที่เขาจดและสังเกตว่าลายมือของเขาเป็นระเบียบมากราวกับว่าเคยฝึกคัดลายมือมาก่อน

หลังจากจดบันทึกครบทุกชื่อแล้วเฉินฉีก็เหลือบดูรายชื่อก่อนจะถามว่า

“นี่คือทั้งหมดแล้วเหรอ? เธอมีเพื่อนสนิทบ้างไหม?”

“มีครับ แต่ผมไม่รู้จักพวกเขา คุณจะถามไปทำไม?”

“ก็เป็นปกติอยู่แล้วที่ตำรวจจะต้องการรายละเอียดตอนกำลังสืบคดี ผมหิวน้ำ ขอน้ำสักแก้วหน่อยได้ไหม?”

“ได้ครับ เดี๋ยวผมไปหยิบมาให้”

ทันทีที่เฉินจุนเดินไป เฉินฉีก็เริ่มค้นข้าวของอย่างสบายใจ ส่วนหลินถงซูกระซิบ

“นี่! คุณกำลังทำอะไรน่ะ? นี่ไม่ได้อยู่ในระเบียบการทำงานนะ!”

“ผมไม่ใช่ตำรวจสักหน่อย” เฉินฉีเจอกล่องยาสองสามกล่องอยู่ในลิ้นชักแล้วเขาก็โยนมันลงบนโต๊ะ เสียงเท้าเดินใกล้เข้ามาหลินถงซูถาม “ทำไมคุณไม่เอาทุกอย่างเก็บไว้ที่เดิมล่ะ?”

เฉินฉีทำเป็นไม่ได้ยินสิ่งที่เธอพูดเฉินจุนเดินเข้ามาพร้อมชาก่อนที่เฉินฉีจะพูดขอโทษ

“ขอโทษนะ ผมตรวจดูลิ้นชักชองคุณไปนิดหน่อยน่ะ”

เห็นได้ชัดว่าเฉินจุนไม่ชอบใจนักแต่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร

“ยาพวกนี้ถ้าผมจำไม่ผิดมันเอาไว้รักษาโรคหนองในนี่ คุณมีอะไรที่ยังไม่ได้บอกเราหรือเปล่า?”

“นะ... หนองในเหรอ?” หลินถงซูมองดูเด็กหนุ่มคนนี้ที่ดูไม่เหมือนคนที่หมกมุ่นในเรื่องพวกนี้เลยแม้แต่น้อย

“นะ... นี่...” เฉินจุนกัดริมฝีปากแล้วพูดตะกุกตะกัก

“ผมหวังว่าคุณจะไม่โกหกเรานะ ไม่ต้องห่วงหรอกผมจะไม่เอาไปพูดต่อให้คนอื่นฟังแน่นอน”

“ผม...ผมเป็นหนองในครับ!” เฉินจุนสารภาพ

“คุณติดเชื้อจากที่ไหน?”

“มันเป็น... งานสังสรรค์ประจำปี... บริษัทแจกโบนัสให้เพื่อนผมเลยลากผมไปที่อย่างว่า... พอกลับมาแล้ว... ผมก็รู้สึกคันแล้วก็เจ็บตรงนั้น...” เฉินจุนถูจมูก

“คุณยังบอกไม่หมด สีหน้ากับการกระทำมันบ่งบอกว่าคุณกำลังโกหกอยู่ ผมอยากให้คุณเลิกปิดบังผมสักที!”

เฉินจุนหน้าแดงขึ้นทันที “มันเกี่ยวอะไรกับคดีฆาตกรรมล่ะ? นี่มันเรื่องส่วนตัวของผม มันชัดอยู่แล้วว่าคืนนั้น

เหมิงซิงถูกไอ้คนขับรถนั่นฆ่า ทำไมคุณไม่ไปสอบสวนเขาแทนที่จะเป็นผม?”

“จะสำคัญไหมนั่นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพวกเราไม่ใช่คุณ! คุณไม่อยากจะบอกความจริงเหรอ? งั้นผมจะช่วยให้คุณพูดออกมาก็แล้วกัน คุณรักแฟนคุณมากก็เลยพยายามปกป้องเธอโดยไม่รู้ตัวคุณเชื้อหนองในติดจากเธอใช่ไหม?

เฉินจุนเกาหัวอย่างหงุดหงิดเฉินฉีพูดต่อ “คุณมีแก้วคู่กับรูปแฟนอยู่บนโต๊ะ ทุกครั้งที่ผมพูดถึงเธอแววตาของคุณจะเปลี่ยนไป เป็นข้อบ่งบอกได้อย่างดีว่าคุณมีความรู้สึกที่ลึกซึ้งต่อเธอ เพราะฉะนั้นคุณเลยไม่อยากให้เธอเสื่อมเสียทั้งที่รู้ว่าชีวิตลับ ๆ ของเธอไร้ระเบียบแถมยังแพร่เชื้อโรคให้คุณ”

“พอได้แล้ว!” เฉินจุนโยนแก้วทิ้งไป “ผมไม่อยากให้คุณพูดถึงเธอแบบนั้น!”

หลินถงซูสั่นกลัวแต่เฉินฉีจุดบุหรี่อย่างใจเย็นและยิ้ม “โกรธเหรอ? เหมือนว่าผมจะพูดจี้จุดล่ะสิ!”

เฉินจุนเปิดประตู “ที่นี่ไม่ต้อนรับคุณแล้ว ออกไป!”

“อย่าลากฉันไปเกี่ยวด้วยนะ!” หลินถงซูกระซิบด้วยความกังวล เฉินฉีเพิ่งทำให้พยานคนสำคัญหัวเสียแบบสุด ๆ เธอก็หน้าบางเกินที่จะทนไหวทำให้หน้าของเธอแดงไปหมด

เฉินฉีส่ายหัว “หญิงสาวอายุยี่สิบห้าปีที่ยังไม่แต่งงานได้ใกล้ชิดกับชายหลายคน เห็นได้ชัดว่าความสัมพันธ์ของเธอกับคนอื่น ๆ ซับซ้อนกว่าที่คุณคิด การตายของเธอดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับยาที่คุณใช้ ถ้าทั้งสองอย่างเชื่อมโยงกันจริงแล้วเราออกไปตอนนี้ คราวหน้าคุณจะเห็นตำรวจอีกคนมาบอกกับคุณว่า ‘ขอโทษด้วยครับ เรายังปิดคดีนี้ไม่ได้ โปรดมารับร่างของแฟนคุณด้วย!’ ถ้าคุณอยากให้มันจบแบบนั้นก็บอกมาเลยแล้วพวกเราจะไป เพราะนี่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเราอยู่แล้ว แค่กังวลว่าจะได้โบนัสรึเปล่า งั้นเรามีอะไรจะเสียล่ะ? แต่สำหรับคุณ กู้เหมิงซิงจะแค้นเคืองคุณในโลกหลังความตายและฆาตกรก็จะไม่ถูกลงโทษ บางทีเร็ว ๆ นี้อาจจะมีเหยื่อแบบเธออีกสองสามคน ทั้งหมดนี่เกิดเพราะคุณไม่ให้ความร่วมมือกับตำรวจเพราะกลัวเสียชื่อเสียงไร้สาระนั่น! ใช้สมองได้แล้ว!”

ระหว่างที่เฉินฉีกำลังพูดได้ครึ่งทางหลินถงซูก็ทำปากบอกเขาว่า ‘อย่าพูดแบบนั้นนะ!’ แต่เขาก็ทำเป็นเหมือนว่าไม่เห็นท่าทางของเธอ

เฉินจุนรู้สึกราวกับว่าเขาถูกตบเข้าที่หน้าจนชา เขากำมือแน่นจนสั่นทันใดนั้นเขาก็ปิดประตูดังปังแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ตัวใกล้ ๆ เขาหยิกแล้วดึงผมของตัวเองอย่างเจ็บปวดก่อนจะพูดว่า “ผมขอปฏิเสธ... ผมจะพูด... เธอ... เธอสวมเขาผมอีกแล้ว ไม่ใช่แค่ครั้งแรกหรอก...”

“คุณรู้ได้ยังไง?” เฉินฉีถาม

“มีครั้งหนึ่งเพื่อนร่วมงานของผมบอกว่าเขาเห็นเธอกับชายแก่คนหนึ่งที่โรงแรม ตอนแรกผมก็ไม่เชื่อ แต่ผมก็ยังสงสัยอยู่ผมเก็บมาคิดซ้ำ ๆ ทั้งวันทั้งคืนจนนอนไม่หลับ ทุกครั้งที่ผมนึกภาพเธอเปลือยกายอยู่กับชายคนอื่นผมก็ทนไม่ไหว ผมเลยแอบเอาเครื่องติดตามใส่ไว้ในเคสโทรศัพท์ของเธอแล้วผมก็จับได้คาหนังคาเขา เรื่องตลกก็คือผู้ชายคนนั้นเป็นคนละคนกับครั้งแรกที่ผมรู้”

“เมื่อเธอกลับมาผมกับเธอก็ทะเลาะกัน ผมเลยจะขอเลิกกับเธอซะ แต่พอเห็นน้ำตาเธอผมก็ใจอ่อน หลังจากครั้งนั้นเธอก็ยังไม่เลิกหลับนอนกับผู้ชายคนอื่น ผมจำไม่ได้กว่าเราทะเลาะกันไปกี่รอบกับเรื่องนี้ จนหลัง ๆ มาแทนที่เธอจะร้องไห้แต่เธอกลับใช้ตรรกะไร้สาระมาอธิบายเหตุผลของตัวเอง เธอพูดย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าแม้ร่างกายเธอจะไม่ซื่อสัตย์ แต่ใจเธอเป็นของผมตลอด คำพูดพวกนี้ถูกพูดออกมาจากปากของเธอ ถึงแม้ว่าผมจะไม่เชื่อแต่ผมก็รักเธอมากเกินกว่าที่จะทิ้งเธอไป หลังจากนั้น...”

เฉินจุนยิ้มแล้วส่ายหัว “เธอก็ติดเชื้อสกปรกนี่แล้วก็แพร่มันให้ผม!”

จบบทที่ บทที่ 9 ผู้หญิงสำส่อน

คัดลอกลิงก์แล้ว