เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 ฆาตกรเป็นผู้หญิง

บทที่ 8 ฆาตกรเป็นผู้หญิง

บทที่ 8 ฆาตกรเป็นผู้หญิง


กำลังโหลดไฟล์

บทที่ 8 ฆาตกรเป็นผู้หญิง

หลินถงซูตกใจจนหน้าซีดเผือด

“ไม่ใช่คนเดียวกันงั้นเหรอ? ไม่มีทาง...ข้อมูลจากแอปในโทรศัพท์ของเธอบอกว่าเธออยู่บนรถของคุณ อย่ามาโกหกกันดีกว่า!”

เฉินฉีส่ายหัวด้วยความเหนื่อยหน่าย

“ถ้าคุณยังคิดว่าผมเป็นฆาตกรอยู่เราก็คงคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วล่ะ คุณรู้ได้ยังไงว่าโทรศัพท์เครื่องนี้เป็นของผู้ตาย?”

“คุณกำลังจะบอกว่าผู้หญิงอีกคนที่อยู่บนรถคุณเป็นคนฆ่าอย่างงั้นเหรอ!?”

“ผมว่าผมบอกชัดแล้วนะว่าการข่มขืนมันถูกจัดฉาก!”

“ฆาตกรเป็นผู้หญิงเหรอ? คุณจำหน้าได้ไหม?”

เฉินฉีส่งสัญญาณให้หลินถงซูนั่งหลง  “อย่าเพิ่งด่วนสรุปจากการสัณนิษฐานอย่างเดียวสิ ผู้หญิงคนนั้นอาจจะไม่ได้เป็นคนฆ่าก็ได้ เรามาค่อย ๆ คิดกันทีละขั้นตอนดีกว่า”

เฉินฉีเลื่อนดูรูปในโทรศัพท์ของหลินถงซูก่อนจะพบรายละเอียดเล็ก ๆ มือขวาของผู้ตายมีลวดลายคล้ายวงกลมอยู่ แต่มันดูจางและเบลอมาก

เฉินฉีถามขึ้น “ในที่เกิดเหตุเจอของอะไรที่ผู้ตายถืออยู่มั้ย?”

“ไม่มี เราหากันอย่างละเอียดแล้วแต่ก็ไม่เจออะไรแบบนั้นเลย”

“ถ้าคุณพาผมไปดูแถวนั้นได้ก็คงดี”

“มีเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบอยู่ ฉันคงพาคุณไปแถวนั้นตอนนี้ไม่ได้”

“ผมแค่พูดว่าถ้าได้ก็คงดี แต่เอาเถอะ คุณสังเกตไหมว่าที่เกิดเหตุมีหินที่ถูกน้ำพัดมาเต็มไปหมด? แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่โดนพวกมันขูดจนร่างกายเกิดรอยขีดข่วน เสื้อผ้าของผู้ตายบางมากและมีรอยฉีกหลายจุดถ้าถูกข่มขืนจริงน่าจะมีรอยช้ำตามร่างกายด้วยแต่กลับไม่มีเลยนอกเสียจากว่า…”

“นอกจากอะไร?”

เฉินฉียิ้มออกมา “นอกเสียจากว่าฆาตกรจับเธอแขวนคอไว้ก่อนจะข่มขืนและฆ่าเธอ”

“สารเลว!” หลินถงซูสาดน้ำชาในถ้วยใส่เขา

“โอ๊ย คุณทำอะไรเนี่ย!?” เฉินฉีร้องโอดโอยไปพลางใช้กระดาษชำระเช็ดเสื้อไปพลาง

เฉินฉีดูรูปในโทรศัพท์ต่อ หลินถงซูถามต่อ “คุณเจออะไรเพิ่มอีกไหม?”

“ตอนนี้ผมคงบอกได้แค่เท่านี้แหละนอกเสียจากว่าผมจะได้เห็นศพ”

“ฮึ! เดี๋ยวพอคุณเจอเพิ่มก็พูดอีกอยู่ดีแหละ”

“คิดว่าผมจะเป็นเหมือนคุณรึไง!?”

เฉินฉีส่งแฟ้มกับโทรศัพท์คืนให้หลินถงซู เขาได้วิเคราะห์ทุกอย่างและสร้างสมมติฐานทั้งหมดอย่างสมบูรณ์แบบจากรายละเอียดที่มีอยู่จนหลินถงซูอดถามไม่ได้ “จริงๆแล้วคุณเป็นใครกันแน่?”

“ก็แค่ผู้ชายคนนึงที่ชอบดูหนังอาชญากรรมของฮ่องกงและไต้หวันไง ตอบแบบนี้พอใจคุณหรือยัง?” เฉินฉีหัวเราะเบาๆ

“อย่ามาไร้สาระ! ฉันไม่เชื่อหรอก!” หลินถงซูจ้องลึกเข้าไปในตาของเขา

เฉินฉีจุดบุหรี่ขึ้นสูบ “แล้วคุณยังอยากจะร่วมมือกับผมอยู่ไหม?”

“คุณต้องตอบคำถามของฉันก่อน ฉันไม่ทำงานร่วมกับคนที่ฉันไม่รู้จักหรอกนะ”

“ผมคงบอกคุณไม่ได้หรอก แกล้งทำเป็นว่าผมเป็นคนธรรมดาที่พอมีฝีมืออยู่บ้างโอเคไหม? เอาไว้ตอนที่เราสนิทกันแล้วผมจะบอกหมดเปลือกเลย!” เฉินฉียกคิ้วขึ้นอย่างโรคจิต

“ใครอยากจะไปสนิทกับคุณกัน? อย่ามาเอาเปรียบกันสิ!” หลินถงซูยกมือขึ้นมาหมายจะตีเขา

“อย่านะ อย่าตีผมเลย!” เฉินฉีแกล้งทำเป็นอ้อนวอนขอความเมตตาจนหลินถงซูเอามือลง ก่อนจะเสนอว่า

“เรามาตั้งกฎในการร่วมมือกันดีกว่า!”

“ฉันฟังอยู่!”

“อย่างแรกเลยห้ามถามว่าผมเป็นใครเพราะผมต้องการความเป็นส่วนตัว อย่างที่สองเรื่องนี้จะต้องเก็บเป็นความลับ ผมจะช่วยคุณคุณทำการสืบคดีแบบลับ ๆ ถ้าสำเร็จความดีความชอบทั้งหมดเป็นของคุณ และหากคุณต้องการตอบแทนผมก็แล้วแต่คุณเลย ส่วนข้อสุดท้าย… ผมต้องการให้คุณไว้ใจผม”

หลินถงซูไม่อยากจะเชื่อว่ามันจะดีขนาดนี้ คนธรรมดาที่มีความสามารถเทียบเท่ากับผู้เชี่ยวชาญจะช่วยเธอไขคดีโดยที่ไม่เอาความดีความชอบอะไรเลย เธอรู้สึกระแวงขึ้นมาจึงถามว่า “ทำไมคุณถึงทำแบบนี้ล่ะ?”

“เพราะว่าผมชอบน่ะ!”

หน้าของหลินถงซูแดงก่ำ “คุณพูดเรื่องอะไรกัน?”

“ผมบอกแล้วไงว่าผมจะตามสืบคดี อีกอย่างผมเห็นพี่ชายของคุณกำลังสืบเรื่องนี้ไปผิดทางจนผมทนไม่ได้ ผมเป็นชายผู้มีความยุติธรรม ผมก็ต้องแก้ไขในสิ่งที่ผมรู้ว่ามันผิดสิ”

“คุณมีคุณธรรมขนาดนั้นเลยเหรอ?” ใบหน้าของหลินถงซูแสดงออกว่าเธอไม่เชื่อเขาเลยสักนิดเดียว

“ผมบอกคุณไปก่อนหน้านี้แล้วไง ว่าการมีคุณธรรมกับการเสียสละมันไม่เหมือนกัน ผมพูดเรื่องที่ต้องพูดไปหมดแล้ว ผมจะขอรางวัลแล้วนะคุณต้องพาผมไปกินข้าวเย็น!”

หลินถงซูกัดริมฝีปากตัวเอง หมอนี่คาดเดาไม่ได้และเธอก็มองเขาไม่ออกเลยแม้แต่น้อย บางทีเธออาจจะยอมเชื่อเขาแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเพราะดูเหมือนเขาจะมีความสามารถมากพอที่จะไขคดีนี้ได้

หลังจากนั้นเธอก็จะได้รับความดีความชอบมากกว่าคนอื่น เธอต้องการให้คนเหล่านั้นตะลึงที่ได้เห็นเธอเฉิดฉาย

“ตกลง!”

เฉินฉียื่นมือของเขาออกมาก่อนที่หลินถงซูจะถามว่า “ทำอะไรน่ะ?”

“สัญลักษณ์ว่าเราร่วมมือกันไง!”

“จำเป็นต้องทำด้วยเหรอ?”

“แน่นอนว่าจำเป็นสิ!”

หลินถงซูยื่นมือไปจับมือของเฉินฉี มือของเขาอ่อนนุ่มและอุ่นไม่หยาบกระด้างเหมือนกับมือของคนขับรถแม้แต่น้อย

เมื่อทั้งสองเข้ามาในโรงแรงเฝิงจื้อหลิน เฉินฉีก็เข้าไปพูดคุยกับพนักงานต้อนรับอย่างคล่องแคล่ว

“ผมบอกไปแล้วว่าผมลืมเอาตรามาแต่ไม่มีใครเชื่อผมเลย ตอนนี้ผมพาตำรวจจริง ๆ มาแล้วเพราะฉะนั้นเชื่อผมได้แล้ว!”

เฉินฉีมองไปที่หลินถงซูเพื่อให้แสดงตราของเธอ “เรากำลังสืบคดีอยู่ หวังว่าทางโรงแรมจะให้ความร่วมมือกับพวกเรา”

พนักงานต้อนรับเหลือบมองเฉินฉีอย่างไม่ไว้ใจก่อนจะถามว่า “พวกคุณต้องการใช้อะไรในการสืบสวนบ้างล่ะ?”

“เราอยากจะดูบันทึกการเข้าใช้โรงแรมระหว่างวันที่ 10 ถึงวันที่ 11 กันยายน” เฉินฉีระบุรายละเอียด

พนักงานโหลดข้อมูลในคอมพิวเตอร์เฉินฉีที่กำลังเหลือบมองรายชื่อถามหลินถงซูว่า “แฟนของกู้เหมิงซิงชื่ออะไรนะ?”

“เฉินจุน!”

“เห็นได้ชัดว่าวันนั้นเขาไม่ได้เข้ามาโรงแรมนี้คุณได้ไปหาเขาแล้วหรือยัง?”

“อืม… ยังหรอก”

“คุณยังไม่ได้ไปพบคนใกล้ชิดผู้ตายแต่กลับพุ่งเป้ามาที่ผมเลยอย่างนั้นเหรอหืม?” เฉินฉีถามพนักงาน “ที่นี่มีที่จอดรถไหม?”

“มีสิอยู่ข้าง ๆ นี่ไง”

เฉินฉีมองไปแล้วเห็นว่ารถจอดอยู่เต็มไปหมดเขาถามว่า “ที่จอดรถมีกล้องวงจรปิดไหม?”

“มีสิ!”

ทั้งสองเดินเข้าไปในห้องกล้องวงจรปิดแล้วดูวิดีโอของวันนั้น เฉินฉีเร่งความเร็วไปแปดเท่าและจ้องไปที่จอตาไม่กระพริบ เมื่อหน้าจอแสดงเวลาตีสองที่มุมบนของจอจู่ ๆ เขาก็หยุดวิดีโอแล้วชี้ไปที่ด้านขวาของจอที่มีแสงไฟสว่างออกมาก่อนที่จะพูดว่า “นั่นไงรถของผม!”

“คุณแน่ใจเหรอ?” หลินถงซูไม่ค่อยอยากจะเชื่อเขาสักเท่าไหร่

“มันเป็นรถที่ผมรักที่สุด ผมมองไม่ผิดแน่ วันนั้นผู้โดยสารขอให้ผมจอดที่นี่”

พวกเขาดูวิดีโอต่อไปเรื่อย ๆ หลังจากที่เฉินฉีขับรถออกไปผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งสวมกระโปรงทรงเอก็เดินเข้าไปยังที่จอดรถ เนื่องจากเธอเดินอย่างรวดเร็วประกอบกับที่แสงส่องไปไม่ถึงจึงทำให้ไม่สามารถเห็นใบหน้าของเธอได้ถนัดนัก

“ไม่ได้ขับรถมาแต่ก็เดินเข้าไปในที่จอดรถเนี่ยนะ?” เฉินฉีพึมพำกับตัวเอง

ทั้งคู่ยังคงดูวิดีโอนั้นต่อเพื่อดูว่าเมื่อไหร่ที่หญิงคนนั้นออกไปแต่ทว่าทั้งหมดที่เห็นมีเพียงแต่รถหลายคันถูกขับออกไป หลินถงซูดูไปพลางจดทะเบียนรถไปพลาง

“ไม่จำเป็นต้องจดหรอก เธอไม่ได้อยู่ในรถพวกนั้น!” เฉินฉีกล่าว

“คุณรู้ได้ยังไง?”

เฉินฉีย้อนวิดีโอกลับไปและกดเล่นทีละฉากจนกระทั่งมีรถครอบครัวสีดำคันหนึ่งปรากฎขึ้นเขาหยุดอยู่ที่ฉากหนึ่งและชี้ไปที่ใต้ท้องรถที่มีรองเท้าส้นสูงโผล่ออกมา

“เธอใช้รถเล่นกลหายตัวไปจากสายตาของพวกเรา!” เฉินฉียิ้ม “ดูเหมือนว่าเธอจะรู้นะว่ามีกล้องอยู่ตอนที่เธอออกมาเลยตั้งใจที่จะหลบเพื่อไม่ให้ถูกถ่ายไว้ได้อีก!”

“ชัดเลยว่านี่มันน่าสงสัยมาก!” ในที่สุดหลินถงซูก็เชื่อเขาว่าฆาตกรไม่ใช่เขาแต่เป็นคนอื่น

“ให้ผมได้ทดสอบฝีมือคุณหน่อยสิ จากตรงนี้คุณจะสืบคดีต่อยังไง?”

จบบทที่ บทที่ 8 ฆาตกรเป็นผู้หญิง

คัดลอกลิงก์แล้ว