เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 ผู้หยั่งรู้

บทที่ 7 ผู้หยั่งรู้

บทที่ 7 ผู้หยั่งรู้


กำลังโหลดไฟล์

บทที่ 7 ผู้หยั่งรู้

หลังมื้อเที่ยงหลินชิวผูจึงเรียกทุกคนให้มารวมกันที่ห้องประชุม ทันทีที่หลินถงซูก้าวเข้าไปในห้องก็เห็นว่าสวีเสี่ยวตงกำลังคุยกับพวกตำรวจหญิงคนอื่นอย่างออกรส “พวกเธอรู้รึยัง? เมื่อกี้นี้หัวหน้าหลินของเราโดนคนขับอูเบอร์กระจอก ๆ คนนั้นซัดหน้าหงายมาแหละ แถมยังโดนเขางัดเหตุผลสารพัดออกมาสู้จนต้องปล่อยตัวไปง่าย ๆ...”

“พวกคุณกำลังพูดเรื่องอะไรกันอยู่เหรอ?” หลินถงซูกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะดังโครม

ตำรวจหญิงรีบผละออกจากวงสนทนาและนั่งตัวลีบสำนึกความผิดทันที ส่วนสวีเสี่ยวตงได้แต่ปั้นหน้ายิ้มและลุกเดินไปหา “ไม่มีอะไรซะหน่อย อย่าโกรธไปเลยน่า ไอ้หมอนั่นมันร้ายกาจก็จริงแต่ถ้าเรามีหลักฐานในมือครบยังจะต้องกังวลอะไรไปล่ะ จริงไหม?”

“อย่าเข้ามาใกล้ฉันนะ!” เธอพูดพลางทำท่าทีเหมือนรังเกียจ

“โธ่ คุณหลิน อย่าตีตัวออกห่างผมเลย คืนนี้ถ้าว่างเราแวะไปกินสตูเนื้อกันดีไหม? ผมเลี้ยงเอง”

“ถอยไปห่าง ๆ เลยนะ! ใครอยากให้คุณมาเลี้ยงกัน?”

ขณะนั้นเองหลินชิวผูก็ก้าวเข้ามาในห้องพอดี ทุกเสียงพูดคุยหรือหยอกล้อจึงเงียบลงโดยอัตโนมัติ

“ล่าสุดทางเราได้เบาะแสทุกอย่างมาครบแล้วเพียงแต่ยังขาดหลักฐาน ผมรู้ว่าทุกคนเหนื่อยกับการทำคดีนี้แต่ตอนนี้เรายังพักไม่ได้”

หลังจากที่สรุปข้อมูลที่มีอยู่อย่างคร่าว ๆ แล้วหลินชิวผูก็มอบหมายงานให้เจ้าหน้าที่ “เสี่ยวฉีกับเสี่ยวหวาง พวกคุณไปที่ศูนย์ควบคุมจราจรแล้วสืบดูว่ามีรถคันไหนขับผ่านที่เกิดเหตุในคืนนั้นบ้าง เสี่ยวตงกับเล่าหวัง ทั้งสองคนไปดูที่เกิดเหตุหน่อย ผมต้องการขยายขอบเขตของพยาน คนที่เหลือเดี๋ยวผมจะส่งบันทึกการสืบสวนให้จะได้ดูว่าที่เฉินฉีพูดเป็นความจริงไหม”

หลินถงซูตาเบิกโพลง เฉินฉีมีพลังทำนายอนาคตหรืออย่างไร? กระทั่งคำพูดยังแทบจะเหมือนกันเลย!

จู่ ๆ ก็มีคนลุกขึ้นถาม “หัวหน้าหลิน คุณยังคิดว่าเฉินฉีเป็นผู้ต้องสงสัยอยู่รึเปล่า?”

หลินชิวผูตอบกลับว่า “ผมไม่เชื่อว่าเขาบริสุทธิ์ทั้งหมดหรอก บางทีหมอนี่อาจจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้คดีคืบหน้าก็ได้จะทิ้งไปง่าย ๆ ไม่ได้เด็ดขาด!”

คำพูดของหลินชิวผูเต็มไปด้วยความมั่นใจราวกับเขาทำถูกทุกอย่างและหลายคนก็พยักหน้าให้เขาอย่างเชื่อมั่น

หากว่าหลินถงซูไม่เคยพูดคุยกับเฉินฉีมาก่อนเธอเองก็อาจคล้อยตามไปด้วย ทว่าตอนนี้ความคิดเธอยุ่งเหยิงไปหมด ถึงเธอจะเกลียดพี่ชายของเธอแต่เธอก็ไม่สามารถปฏิเสธในความสามารถของเขาแต่ตอนนี้เธอเริ่มเกิดข้อกังขาในข้อนี้แล้ว

หลินถงซูไม่ได้ฟังคำปราศรัยครึ่งหลังของหลินชิวผูแม้แต่น้อยจนกระทั่งเขาพูดว่าการประชุมจบแล้วเธอจึงลุกขึ้นแล้วเดินออกไป

หลังจากที่ออกมาจากห้องประชุมแล้วหลินถงซูก็โทรหาเฉินฉีทันที “คุณอยู่ที่ไหน?”

“ดูเหมือนว่าผมจะพูดถูกสินะ?” น้ำเสียงที่ออกมาจากโทรศัพท์ฟังดูปราศจากความกังวลใด ๆ

หลินถงซูไม่อยากให้อีกฝ่ายเหลิงไปมากกว่านี้จึงพูดตัดบท “งั้น ๆ แหละ แทบจะไม่ถูกด้วยซ้ำ”

“ฮ่าฮ่า” เฉินฉีหัวเราะ “ตอนนี้ผมอยู่ข้างนอกโรงแรมเฝิงจื้อหลิน มาหาผมภายในหนึ่งชั่วโมงนะ เอาผลชันสูตรศพกับรูปถ่ายที่เกิดเหตุมาด้วยล่ะ”

“นี่คุณ! นี่!” หลินถงซูตะโกนเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายวางสายแต่ดูเหมือนจะไม่ทันแล้ว เธอโกรธจนกระทืบเท้าลงกับพื้น

มีสำเนาผลชันสูตรหลายฉบับที่ถูกแจกจ่ายให้กับคนในทีมหลินถงซูจึงสามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย แต่กับรูปถ่ายที่เกิดเหตุเธอต้องแอบเข้าไปในห้องของหลินชิวผูเพื่อถ่ายรูปด้วยโทรศัพท์มือถือส่วนตัว

หลินถงซูเรียกรถแท็กซี่เพื่อไปยังโรงแรมที่ได้นัดหมายไว้กับเฉินฉีพลางเหลียวมองซ้ายขวา ขณะที่เธอกำลังจะหยิบโทรศัพท์กดโทรหาเขาก็มีเสียงหนึ่งเรียกเธอ “ทางนี้ ทางนี้!”

เฉินฉีกำลังนั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่ที่ร้านข้างทาง หลินถงซูนั่งลงตรงข้ามเขาก่อนจะพูดว่า “คุณนี่ว่างดีนะ!”

“ผมกำลังสืบสวนคดีอยู่” เฉินฉีซดก๋วยเตี๋ยวคำใหญ่

“เรากำลังสืบหาอะไรอยู่กันแน่เนี่ย?”

“ผมบอกพวกคุณไปตั้งหลายรอบแล้วว่าผู้โดยสารของผมในคืนนั้นเธอลงจากรถที่โรงแรมนี้ แต่พวกคุณก็ไม่ยอมเชื่อ ผมเลยทำได้แค่แอบสืบด้วยตัวเอง แต่พวกเขาไม่ยอมให้ผมดูประวัติเช็คอินเพราะฉะนั้นเราถึงต้องใช้ตราของคุณ”

“โรงแรมเฝิงจื้อหลินเนี่ยน่ะเหรอ? แต่เธอตายระหว่างทางมาที่นี่นะ ถ้าอย่างนั้นแล้ว...”

เฉินฉีพูดอย่างหมดหนทาง “คุณยังคิดว่าผมเป็นฆาตกรอยู่เหรอ?”

“ฉันไม่รู้! คุณมันปลิ้นปล้อนจะตาย!” หลินถงซูไม่แน่ใจในตัวเองว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่คนคนนี้อาจจะเป็นฆาตกรก็ได้แต่เธอกลับพูดคุยกับเขาเรื่องคดีเสียอย่างนั้น

คำพูดและท่าทางของเฉินฉีนั้นดูมั่นใจมาก เขาดูเหมือนจะเป็นฆาตกรอยู่เล็กน้อยแต่ในขณะเดียวกันก็ยังไม่สามารถแน่ใจได้ หลินถงซูอยู่ในกรมตำรวจมาครึ่งปีแล้ว ถึงแม้จะมีส่วนร่วมในหลายคดีแต่เธอก็ทำงานปลีกย่อยมากกว่าที่จะทำหน้าที่สืบสวนหลัก ดังนั้นเธอจึงไม่รู้อย่างแน่ชัดว่าฆาตกรจริง ๆ มีลักษณะอย่างไร

เฉินฉีหยิบผลชันสูตรจากมือของเธอก่อนจะเปิดอ่านแล้วพูดว่า

“ถ้าคุณเชื่อผมล่ะก็ ผมจะตอบแทนคุณอย่างดีเลย”

เฉินฉีเหลือบมองผลชันสูตรและอ่านข้อความข้างในนั้น “รอยบีบรัดแสดงให้เห็นว่าผู้ลงมืออยู่ข้างหลัง...พบร่องรอยของแอลกอฮอล์ในร่างของผู้ตาย... มีร่องรอยของเพศสัมพันธ์ก่อนเสียชีวิต... มีร่องรอยแอลกอฮอล์ในกระเพาะอาหารไหม? พวกเขาไม่ได้ลงไว้ในรายงาน!”

หลินถงซูพูดขึ้นว่า “ผู้ตายเป็นผู้แทนยาเป็นปกติอยู่แล้วที่เธอต้องเข้าสังคม จากที่ฟังเพื่อนร่วมงานของเธอให้การว่าเธอจะไปทานมื้อเย็นในคืนนั้นอยู่แล้ว”

“เธอได้ดื่มมั้ย?”

“ก็อาจจะดื่มอะไรสักอย่างก็ได้?”

เฉินฉีพูดอย่างเหลืออด “คุณหลิน คุณใช้อะไรในการสืบคดีกันแน่?”

หน้าของหลินถงซูแดงขึ้นมาเธอแย้งว่า “คำถามนั้นมันสำคัญด้วยเหรอ? ชัดเจนอยู่แล้วว่าฆาตกรลงมือได้เพราะเป็นคนโรคจิต สิ่งที่ผู้ตายได้ดื่มไปไม่มีผลอะไรในคดีนี้”

“ที่คุณพูดมาเมื่อกี้มีจุดที่ผิดเยอะจนผมไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนเลย ทุกอย่างที่เกิดขึ้นก่อนการลงมือสำคัญทั้งนั้นแหละผมจะแสดงให้ดูว่าทำไม ถ้าไม่มีแอลกอฮอล์ในกระเพาะอาหารแต่มีในเลือดแสดงว่าผู้ตายได้รับจากช่องทางอื่น”

“ช่องทางอื่น?”

“คุณนี่ซื่อบื้อจัง แอลกอฮอล์เป็นตัวทำละลายของยาเสพติดบางชนิดเช่นอีเทอร์”

หลินถงซูเข้าใจในทันที เฉินฉีหยิบปากกาเหล็กออกมาจากกระเป๋าและเขียนลงในผลชันสูตรศพ “มีร่องรอยของแอลกอฮอล์ในกระเพาะอาหารไหม? พบร่องรอยของยาสลบในเลือดด้วยหรือเปล่า?”

เขายังคงพูดต่อไปว่า “ผู้ตายเป็นทูตทางการแพทย์หรือก็คือนักศึกษาแพทย์ ถ้าเกิดฆาตกรรู้จักเธอเป็นไปได้ว่ายาสลบจะถูกเอามาใช้”

เฉินฉีอ่านเอกสารต่อไป เขาเคาะนิ้วลงบนกระดาษ “มีร่องรอยการมีเพศสัมพันธ์ เสื้อผ้าฉีกขาดและรอยฟกช้ำมากมายบนร่างกายจึงสรุปได้ว่ามีการฆ่าข่มขืน ผมว่าข้อนี้ด่วนสรุปไปหน่อย”

หลินถงซูคิดตามเขาอย่างรอบคอบก่อนจะตั้งข้อสังเกตว่า

“ถ้าคุณอยากจะตัดข้อสงสัยออก คุณต้องไม่สับสนกับข้อเท็จจริงสิ แบบนี้จะไม่ใช่การข่มขืนได้ยังไง?”

จู่ ๆ เฉินฉีก็ถามขึ้นมา “คุณยังบริสุทธิ์อยู่เหรอ?”

หลินถงซูหน้าแดงไปถึงปลายหูเธอตบมือลงกับโต๊ะ “คุณหมายความว่ายังไงกันแน่!?”

“การข่มขืนมักจะสรุปได้จากสองปัจจัยถ้ากิจกรรมทางเพศถูกบังคับร่างกายจะไม่ถูกกระตุ้นอวัยวะเพศจะแห้งมักจะมีน้ำตาและเลือดออกนอกจากนั้นร่องรอยของรอยช้ำจะบอกได้ว่าฆาตกรอยู่ในตำแหน่งไหน ผมรู้สึกว่าจะสรุปว่าเป็นการข่มขืนเพียงเพราะมีพฤติกรรมทางเพศที่ค่อนข้างประมาทเท่านั้นเองจะสรุปว่าผู้ตายมีเพศสัมพันธ์กับใครสักคนก่อนตายก็ได้ไม่ใช่เหรอ?”

“ฉันว่ามันก็สมเหตุสมผลอยู่นะ!” หลินถงซูยอมรับแบบไม่เต็มใจ

“อีกอย่างคือลองนึกภาพดูสิ ถ้าเหยื่อถูกข่มขืนฆาตกรจะต้องคุมทั้งมือทั้งเท้าเลยนะ ฆาตกรจะต้องจัดตำแหน่งก่อนจะลงมือ ถึงจะมีการบีบคอก็ต้องเป็นร่องรอยจากด้านหน้าแต่ในผลชันสูตรบอกว่าเธอถูกเข้าจากด้านหลังผมนึกภาพตามไม่ถูกว่าฆาตกรจะลงมือได้อย่างไร”

“อาจจะไม่ใช่แบบนั้นก็ได้ บางทีหลังจากเสร็จกิจเขาก็ฆ่า...” หลินถงซูสันนิษฐานด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ

“ผมพูดถึงเหตุการณ์ที่มีความเป็นไปได้สูง ในมุมมองของสัณฐานวิทยาอาวุธคือเชือกที่หนามากเหมือนจะเป็นเชือกที่ใช้กระโดดจากข้อสมมติฐานที่ว่ามีเชือกนั่นในที่เกิดเหตุโดยไม่มีเหตุผล”

ในขณะที่พูดอยู่เฉินฉีก็เขียนความเห็นของเขาลงบนเอกสารจนเกือบเต็มทั้งหน้ากระดาษ

หลินถงซูรู้สึกประทับใจมากชายคนนี้ไม่ใช่มืออาชีพในวงการนี้แต่ทุกอย่างที่เขาพูดดูมีเหตุผลและดีกว่าการบรรยายการสืบสวนที่เธอเคยเข้าฟังมาเสียอีก

“การฆาตกรรมจากการข่มขืน ในความเห็นของผมเหมือนกับว่าถูกจัดจากมากกว่า!” เฉินฉีสรุป

“อะไรนะ?!”

“ฆาตกรจงใจทำให้พวกคุณเข้าใจผิด!”

หลินถงซูตั้งใจคิดเกี่ยวกับคำพูดของเฉินฉี

“มีอีกอย่างนะ ผมกลัวว่าคุณจะไม่เชื่อแน่ผมถ้าผมพูด!” เฉินฉีลังเล

“อะไรล่ะ?”

เฉินฉีมองไปที่รูปของหน้าผู้เสียชีวิตก่อนจะพูดว่า “นี่ไม่ใช่ผู้หญิงคนเดียวกับที่ขึ้นรถผมคืนนั้น”

จบบทที่ บทที่ 7 ผู้หยั่งรู้

คัดลอกลิงก์แล้ว