- หน้าแรก
- หน้าต่างความชำนาญ ยิ่งฝึกข้ายิ่งเทพ
- บทที่ 33 - เชี่ยวชาญล้ำเลิศ
บทที่ 33 - เชี่ยวชาญล้ำเลิศ
บทที่ 33 - เชี่ยวชาญล้ำเลิศ
บทที่ 33 - เชี่ยวชาญล้ำเลิศ
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
สามปีก่อนหน้านั้น
หานอี้ทะลวงจากขอบเขตกลั่นลมปราณชั้น 4 ขึ้นสู่ชั้น 5
แต่สามปีรอบนี้ ในด้านระดับพลัง หานอี้ก็ยังคงอยู่ที่ชั้น 5 แม้จะเหลือระยะห่างอีกนิดเดียวก็จะถึงชั้น 6
ยิ่งระดับสูงขึ้น ความยากในการเลื่อนขั้นก็ยิ่งทวีคูณ
เพียงแต่
อุปสรรคด้านระดับพลัง ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความก้าวหน้าในด้านทักษะ
เริ่มจากดัชนีหลิงซวีที่ทะลวงผ่านระดับ [แตกฉานชำนาญศิลป์] ไปสู่ระดับ [เชี่ยวชาญล้ำเลิศ]
และดัชนีหลิงซวีหลังจากการเลื่อนระดับ อานุภาพของมันก็ไม่ทำให้หานอี้ผิดหวัง
เพียงแค่บีบอัดพลังเวทในร่างหนึ่งในสิบส่วน แล้วยิงดัชนีออกไปหนึ่งนิ้ว ก็สามารถสั่นคลอนค่ายกลป้องกันเรือนพักได้โดยตรง
หานอี้ประเมินว่า พลังทำลายของดัชนีนี้ เทียบเท่ากับระดับการโจมตีของผู้ฝึกตนชั้น 7 เลยทีเดียว
หมายความว่า
หานอี้ในตอนนี้ สามารถใช้พลังระดับชั้น 5 ต่อกรกับศัตรูระดับชั้น 7 ได้ แม้จะบอกไม่ได้ว่าจะแพ้หรือชนะ เพราะนี่เป็นแค่การคาดคะเนของเขาเอง ยังไม่ได้ลองสู้จริง แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสิ่งนี้ทำให้ความมั่นใจของหานอี้พุ่งสูงขึ้นมาก
และหลังจากดัชนีหลิงซวีเลื่อนระดับ
ทักษะที่สองที่เลื่อนระดับตามมา ไม่ใช่วิชาควบคุมกระบี่ แต่เป็นทักษะการปรุงยา
หลังจากเมื่อสามปีก่อนที่เขาใช้เงินฟาดเคราะห์จนหินวิญญาณเกลี้ยงกระเป๋า เขาจึงทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ไปกับการปรุงยา
การเลื่อนระดับของทักษะการปรุงยา ทำให้ฝีมือการปรุงยาของเขาสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด
ปัจจุบัน
การปรุงยาบำรุงปราณของเขา อัตราความสำเร็จแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ แถมทุกๆ สิบเตา อย่างน้อยต้องได้ยาบำรุงปราณคุณภาพมาตรฐานถึงหกเตา
ส่วนการปรุงยาขจัดมาร อัตราความสำเร็จก็สูงถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์ และยังมีโอกาสได้ยาคุณภาพมาตรฐานออกมาเป็นระยะๆ
ต้องรู้ไว้ว่า
การทะลวงขอบเขตในช่วงกลั่นลมปราณช่วงปลาย จำเป็นต้องใช้ยาขจัดมารคุณภาพมาตรฐาน
ยาคุณภาพระดับนี้ ราคาในตลาดจะพุ่งสูงขึ้นแบบก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับคุณภาพทั่วไป
ยาขจัดมารคุณภาพมาตรฐานหนึ่งเม็ด ราคาตลาดอยู่ที่ประมาณสามสิบหินวิญญาณระดับล่าง แพงกว่ายาขจัดมารคุณภาพทั่วไปถึงหกเท่าตัว
ในขณะเดียวกัน
รายการยาที่เขาสามารถปรุงได้ นอกจากสี่สูตรเดิมแล้ว เขายังได้สูตรยาใหม่มาอีกสองสูตร คือ ยาสัมผัสวิญญาณ และ ยาหลอมปราณ
ยาทั้งสองชนิดนี้เป็นยาสามัญประจำตัวของผู้ฝึกตนระดับกลั่นลมปราณช่วงปลาย
หานอี้ยอมจ่ายเงินก้อนโตซื้อสูตรยาสองสูตรนี้มา ก็เพื่อบุกเบิกตลาดลูกค้าระดับช่วงปลาย
ด้วยทักษะการปรุงยาของเขาในตอนนี้ การปรุงยาพื้นๆ กลายเป็นเรื่องง่ายดายเหมือนปลอกกล้วย แต่กำไรก็น้อยนิดเกินไป
ดังนั้น เขาจึงมองหาการปรุงยาที่ขายได้ราคาแพง
ยาสัมผัสวิญญาณและยาหลอมปราณ คือยาที่เขาคัดเลือกมาแล้วว่าเหมาะแก่การทำเงิน
ยาสัมผัสวิญญาณ เป็นยาสำหรับระดับชั้น 7 ใช้ขยายขอบเขตการสัมผัสไอวิญญาณ เพื่อวางรากฐานให้แก่แอ่งพลังเวทในร่างกายที่ขยายใหญ่ขึ้น
เมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงปลาย ก็จำเป็นต้องเตรียมตัวสำหรับการสร้างรากฐานแห่งเซียนล่วงหน้า นี่คือช่วงรอยต่อที่สำคัญ เป็นกำลังหลักสำรองของสำนัก
ส่วนยาหลอมปราณ จะใช้ควบคู่กับยาสัมผัสวิญญาณ ช่วยให้การหลอมรวมไอวิญญาณที่ดูดซับเข้ามากลายเป็นพลังเวทของตนเองทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ยาทั้งสองชนิดนี้เกื้อหนุนกัน มักจะขายเป็นชุด และขายได้ราคางาม
เวลาสามปี การปรุงยาขายยา ทำให้เขาสั่งสมความมั่งคั่งได้มากกว่าแต่ก่อน ทรัพย์สินเพิ่มพูนขึ้นหลายเท่าตัวเมื่อเทียบกับสามปีก่อน
หลังจากทักษะการปรุงยาเลื่อนระดับ ก็ตามมาด้วยวิชาควบคุมกระบี่ และต่อด้วยวิชากายาเบา
และตลอดสามปีมานี้ นอกจากจะตระเวนไปตามตลาดนัดของยอดเขานอกแล้ว เขายังเคยก้าวเท้าเข้าไปขายยาในตลาดของยอดเขาในด้วย
ความจริงแล้ว
ในสำนักเสวียนตาน เดิมทีไม่ว่าจะยอดเขาในหรือนอก ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า 'ตลาดนัด' ศิษย์ทุกคนต้องทำการแลกเปลี่ยน ซื้อขาย ผ่านส่วนกลางของสำนักเท่านั้น
แต่ต่อมาทางสำนักพบว่า มีศิษย์จำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้แลกเปลี่ยนผ่านส่วนกลาง แต่แอบจัดตั้ง 'ตลาดมืด' ซื้อขายกันเอง
ผู้ฝึกตนคนไหนบ้างจะไม่มีความลับ เช่น ไปฆ่าคนชิงทรัพย์มา ได้อาวุธวิเศษมา ของพวกนี้เปิดเผยไม่ได้ จำเป็นต้องปล่อยของในที่ลับ
หรืออย่างเช่นบังเอิญไปได้มรดกเซียนมา ได้สูตรยาลึกลับ หรือยาคุณภาพสูง
ของพวกนี้ ขืนเอาไปขายผ่านส่วนกลาง มีหวังโดนตรวจสอบ และตกเป็นเป้าสายตาได้ง่ายๆ
การซื้อขายส่วนตัวจึงถือกำเนิดขึ้นและค่อยๆ เติบโตบนพื้นฐานเหล่านี้
การรวมตัวกันค้าขายแบบนี้ คนยิ่งมายิ่งเยอะ ระดับของคนที่เข้าร่วมก็ยิ่งสูงขึ้น ถึงขั้นมีศิษย์สายในระดับสร้างรากฐานและผู้อาวุโสผู้ดูแลเข้าร่วมด้วยมากมาย
ภายหลังมีผู้ฝึกตนระดับสร้างแกนทองคำท่านหนึ่งเสนอแนะ จึงเริ่มมีตลาดนัดที่แยกตัวเป็นอิสระจากส่วนกลางของสำนักปรากฏขึ้น
ตลาดแบบนี้ถือเป็นกึ่งทางการ ช่วยให้การซื้อขายเก็บเป็นความลับได้ระดับหนึ่ง รับประกันความปลอดภัยของศิษย์ และสำนักเองก็ยังได้ส่วนแบ่งรายได้ มีแต่ได้กับได้
นี่จึงเป็นสาเหตุที่ตลาดนัดของยอดเขาในและนอกถือกำเนิดขึ้น
ตลาดนัดยอดเขานอกสิบแปดแห่ง ตลาดนัดยอดเขาในสามแห่ง เปิดดำเนินการอย่างมั่นคงมาหลายปี
สามปีมานี้ หานอี้ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในตลาดนัดยอดเขานอก เคยเข้าไปตลาดนัดยอดเขาในแค่สามครั้ง
ทุกครั้ง เขาจะเตรียมตัวอย่างดี ระมัดระวังตัวถึงขีดสุด
เขารู้ดีว่าทำแบบนี้เสี่ยง แต่ในอีกมุมหนึ่ง ความเสี่ยงนี้เขาจำเป็นต้องแบกรับ ในตลาดนัดยอดเขานอก ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นศิษย์ระดับช่วงกลาง น้อยคนนักที่จะมีกำลังซื้อยาของเขา
อีกมุมหนึ่ง การที่ดัชนีหลิงซวี วิชาควบคุมกระบี่ และวิชากายาเบา เลื่อนระดับขึ้นมา หมายความว่าพลังการต่อสู้โดยรวมของเขาพุ่งสูงขึ้นมาก ทำให้หานอี้มีความมั่นใจขึ้นในระดับหนึ่ง
ยอดเขาน้อยหลิงซวี ภายในเรือนพัก
หานอี้หยุดเดินพลังแล้วลุกขึ้นยืน หน้าต่างสีแดงจางๆ กึ่งโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้า แสดงสถานะปัจจุบันของเขา
[อายุขัย: 28/99]
[ระดับพลัง: ขอบเขตกลั่นลมปราณชั้น 5 (86/100)]
[วิชาหลัก: เคล็ดวิชาโอสถอัคคี (เชี่ยวชาญ 89/100)]
[ทักษะ: ทักษะการปรุงยา (เชี่ยวชาญล้ำเลิศ 7/100)
ดัชนีหลิงซวี (เชี่ยวชาญล้ำเลิศ 4/100)
วิชาควบคุมกระบี่ (เชี่ยวชาญล้ำเลิศ 2/100)
วิชากายาเบา (เชี่ยวชาญล้ำเลิศ 2/100) ]
"เผลอแป๊บเดียว ทะลุมิติมาเจ็ดปีแล้ว"
"อีกไม่นานก็จะถึงชั้น 6 แล้ว เชื่อว่าอีกสักปี น่าจะทะลวงขึ้นชั้น 6 ได้"
หานอี้สูดหายใจลึก ในใจมีแผนการและความมั่นใจสำหรับการฝึกตนขั้นต่อไป
"อีกอย่าง ศึกถ้ำมาร ก็เพิ่งจบลงเมื่อไม่นานมานี้"
"โชคดีจริงๆ ที่ตอนนั้นข้ายอมทุ่มหมดตัวเพื่อแลกกับการไม่ต้องไป"
พอคิดถึงผลลัพธ์ของศึกถ้ำมารที่ได้ยินมา หานอี้ก็ยังรู้สึกขนลุกไม่หาย
เมื่อไม่นานมานี้
กองทัพที่ออกศึกเดินทางกลับมา
กองทัพชุดเดิมที่ไปสู้รบในถ้ำมาร บาดเจ็บล้มตายไปเกินครึ่ง
ผู้อาวุโสสูงสุดระดับสร้างแกนทองคำสามท่าน สิ้นชีพไปสอง ระดับสร้างรากฐานยี่สิบคน รอดกลับมาแค่แปดคน ส่วนระดับกลั่นลมปราณยิ่งน่าอนาถ จากสามพันสี่ร้อยคน เหลือกลับมาแค่แปดร้อยคน
ศึกครั้งนี้ สำหรับสำนักเสวียนตานแล้ว เรียกว่าเจ็บหนักสาหัสสากรรจ์
ความจริง ไม่ใช่แค่สำนักเสวียนตาน
ศึกถ้ำมารสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับวงการผู้ฝึกตนอาณาจักรต้าเฉียนทั้งหมด
ในศึกนั้น แม้แต่ผู้ยิ่งใหญ่ระดับแปลงจิตวิญญาณจากภูเขาอวี้จิงยังต้องสละชีพ เพื่อสังหารเทพเทวมารที่จุติลงมา นอกเหนือจากนั้น ผู้ฝึกตนระดับทารกวิญญาณก็ตกตายไปหลายท่าน
เรื่องพวกนี้ หานอี้ได้ยินมาจากข่าวซุบซิบในตลาด
แค่เอาข่าวพวกนี้มาปะติดปะต่อกัน หานอี้ก็สัมผัสได้ถึงความโหดร้ายของศึกถ้ำมาร
ระดับกลั่นลมปราณชั้น 5 ตัวเล็กๆ อย่างเขา ถ้าหลงเข้าไปในสมรภูมินั้น ชีวิตคงไม่ได้เป็นของตัวเองอีกต่อไป
การใช้เงินฟาดเคราะห์ครั้งนั้น คุ้มแสนคุ้ม
เมื่อสามปีก่อน หานอี้ยังรู้สึกเหมือนโดนฟ่านมั่วหลอกฟันเงิน แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกโชคดี
เมื่อเทียบกับชีวิตแล้ว โดนหลอกเอาหินวิญญาณไปบ้าง เขาก็ยอม
หลังจากเก็บข้าวของเรียบร้อย หานอี้ก็นำยาติดตัวมุ่งหน้าขึ้นสู่ยอดเขาน้อยกวานไห่
สามปีมานี้ เส้นสายทางยอดเขาน้อยกวานไห่เขายังคงรักษาไว้ตลอด ถือเป็นหนึ่งในช่องทางเส้นสายของเขา
เรื่องเมื่อสามปีก่อนสอนให้หานอี้รู้ว่า ในโลกใบนี้ หลับหูหลับตากบดานอย่างเดียวไม่ได้ผล จำเป็นต้องคอยติดตามข่าวสารของสำนักอยู่ตลอดเวลา
จะกบดาน ก็ต้องกบดานอย่างมีการเตรียมพร้อม
เส้นสาย ช่องทาง ข่าวสาร คือสิ่งที่เขาตั้งใจขยายเครือข่ายตลอดสามปีที่ผ่านมา
เมื่อขึ้นมาถึงยอดเขาน้อยกวานไห่ พอเห็นคนที่มารรับ หานอี้ก็ชะงักไปเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ
คนที่มา คือเยี่ยนหรูผู้มีหุ่นสะบึมเหมือนเดิม
แต่การพบกันครั้งนี้ ห่างหายกันไปถึงสามปี
สามปีก่อน เยี่ยนหรูถูกคัดเลือกให้เข้าร่วมกองทัพ และนางก็โชคดีมากที่รอดชีวิตกลับมาได้จากการฆ่าฟันตลอดสามปี
"ศิษย์น้องหาน ไม่เจอกันนานนะ" สีหน้าของเยี่ยนหรูเย็นชายิ่งกว่าเมื่อสามปีก่อน แม้จะเป็นการทักทาย แต่หานอี้กลับรู้สึกได้ถึงรังสีอำมหิตที่ไร้รูปร่างแผ่ออกมาปะทะใบหน้า
รังสีอำมหิตนี้ เกิดจากการสั่งสมในการฆ่าฟันตลอดสามปี ไม่ได้จงใจพุ่งเป้ามาที่หานอี้ แต่แผ่ออกมาเองโดยไม่รู้ตัว
หานอี้ใจเต้นรัว
คนที่รอดชีวิตมาจากสนามรบถ้ำมารตลอดสามปี ล้วนเป็นตัวอันตรายทั้งสิ้น
[จบแล้ว]