เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 - ความเปลี่ยนแปลงในรอบสามปี

บทที่ 28 - ความเปลี่ยนแปลงในรอบสามปี

บทที่ 28 - ความเปลี่ยนแปลงในรอบสามปี


บทที่ 28 - ความเปลี่ยนแปลงในรอบสามปี

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

หลังจากสรุปบทเรียนจากการปะทะกันครั้งนี้

หานอี้ไม่ได้หลงระเริงที่ตัวเองเป็นฝ่ายชนะ แต่กลับรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาแทน

ทุกการต่อสู้ล้วนมีความเสี่ยง

สมมติว่าครั้งนี้เขาไปเจอโจรผู้ฝึกตนระดับขอบเขตกลั่นลมปราณช่วงปลาย เข้า คงมีโอกาสสูงมากที่เขาจะต้องจบเห่

ต่อให้ไม่ตาย ก็คงยากที่จะถอยออกมาได้โดยไร้บาดแผล

จากการประเมินของหานอี้ ถ้าเจอกับระดับชั้น 6 เขาน่าจะมีโอกาสชนะสูง แน่นอนว่านี่เป็นแค่การคาดเดา เขามีท่าไม้ตาย อีกฝ่ายก็อาจจะมีท่าไม้ตายเหมือนกัน ถ้าเกิดท่าไม้ตายของอีกฝ่ายดันแพ้ทางกันพอดี ความไม่แน่นอนก็จะยิ่งสูงขึ้น

แต่ถ้าต้องเจอกับระดับชั้น 7 อย่าว่าแต่โอกาสชนะเลย แค่ต้านทานได้สักพักก็นับว่าเก่งมากแล้ว

เว้นเสียแต่ว่าดัชนีหลิงซวีหรือวิชาควบคุมกระบี่ของเขาจะทะลวงไปสู่ระดับใหม่ ถึงตอนนั้นหานอี้ถึงจะมั่นใจพอที่จะประจันหน้ากับระดับชั้น 7 ได้

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ หานอี้ก็ส่งกระแสจิตเรียกหน้าต่างสีแดงจางๆ กึ่งโปร่งแสงให้ปรากฏขึ้นตรงหน้า

[อายุขัย: 25/99]

[ระดับพลัง: ขอบเขตกลั่นลมปราณชั้น 5 (6/100)]

[วิชาหลัก: เคล็ดวิชาโอสถอัคคี (เชี่ยวชาญ 29/100)]

[ทักษะ: ทักษะการปรุงยา (แตกฉานชำนาญศิลป์ 48/100)

ดัชนีหลิงซวี (แตกฉานชำนาญศิลป์ 90/100)

วิชาควบคุมกระบี่ (แตกฉานชำนาญศิลป์ 49/100)

วิชากายาเบา (แตกฉานชำนาญศิลป์ 19/100) ]

เมื่อมองดูทักษะทั้งสี่ที่ล้วนอยู่ในระดับแตกฉานชำนาญศิลป์ หานอี้ก็ยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ

ตลอดสามปีมานี้

ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีโอกาสได้เรียนรู้วิชาอื่น เขาหาซื้อได้ทั้งจากช่องทางของสำนัก จากตลาด หรือแม้แต่ขอซื้อจากศิษย์หญิงยอดเขาน้อยหลิงซวีที่สนิทกันก็ได้

แต่เขาเลือกที่จะไม่ทำ

หลักการที่ว่าโลภมากลาภหาย หรือเรียนเยอะแต่ไม่รู้จริงสักอย่าง เขาย่อมเข้าใจดี

โดยเฉพาะดัชนีหลิงซวีและวิชาควบคุมกระบี่ สองวิชาสายต่อสู้นี้เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน การต่อสู้ที่แท้จริงระหว่างผู้บำเพ็ญเพียรไม่มีการยื้อเยื้อหรอก ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงในชั่วพริบตา ตัดสินความเป็นความตายกันในเสี้ยววินาที

ความคิดลึกๆ ของหานอี้คือรอให้สองวิชานี้ทะลวงผ่านระดับ [แตกฉานชำนาญศิลป์] ไปสู่ระดับถัดไปก่อน แล้วค่อยพิจารณาเรียนรู้วิชาใหม่

ส่วนวิชากายาเบานั้นเจ้าของยอดเขาน้อยหลิงซวีเป็นคนมอบให้ ประจวบกับหานอี้ขาดแคลนวิชาสายหลบหนีพอดี ก็เลยฝึกฝนติดตัวไว้

และตลอดสามปีที่เขาตระเวนไปตามตลาดต่างๆ บนยอดเขานอก เขาก็ตั้งใจฝึกฝนวิชานี้จนเลื่อนระดับขึ้นมาเป็น [แตกฉานชำนาญศิลป์] เช่นกัน

น่าเสียดาย

พอทักษะทุกอย่างเข้าสู่ระดับ [แตกฉานชำนาญศิลป์] แล้ว ความเร็วในการปั่นค่าความชำนาญก็ลดฮวบลงอย่างน่าใจหาย กินเวลาชีวิตสุดๆ

สามปีมานี้ วิชาควบคุมกระบี่และดัชนีหลิงซวีที่เขาให้ความสำคัญมากที่สุด ก็ขยับไปถึงแค่ 49/100 และ 90/100 เท่านั้น ความคืบหน้าไม่ได้ดั่งใจเท่าไหร่

นอกจากนี้

เคล็ดวิชาโอสถอัคคีซึ่งเป็นวิชาหลักที่ส่งผลต่อความเร็วในการบำเพ็ญเพียร ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากเปลี่ยน

แต่เขาไปสืบทราบมาว่าวิชานี้เหมาะกับการปูพื้นฐานให้นักปรุงยาที่มีรากวิญญาณธาตุไฟที่สุด โดยเฉพาะในช่วงขอบเขตกลั่นลมปราณช่วงต้นและช่วงกลาง

รอให้ก้าวเข้าสู่ชั้น 7 ก่อนค่อยเปลี่ยนไปใช้วิชาที่ระดับสูงกว่า ลำดับขั้นตอนที่ถูกต้องแบบนี้เป็นสิ่งที่สำนักเสวียนตานพิสูจน์มาแล้วผ่านประวัติศาสตร์อันยาวนาน

หานอี้จึงไม่ฝืน และใช้วิชานี้ต่อไปก่อน เวลาสามปีทำให้วิชานี้เลื่อนจากระดับชำนาญขึ้นมาเป็นระดับเชี่ยวชาญ

หลังจากตรวจสอบสถานะของตัวเองจนครบถ้วน หานอี้ก็หยิบถุงมิติที่ยึดมาจากโจรผู้ฝึกตนออกมา

ใช้เวลาครึ่งค่อนวันกว่าจะลบตราประทับของเจ้าของเดิมออกได้ พอส่องดูข้างใน หัวใจเขาก็เต้นแรงด้วยความตื่นเต้น

ของในถุงมิติของโจรรายนี้มีของจิปาถะเต็มไปหมด

หานอี้หยิบเฉพาะของที่เขาสนใจออกมา

หินวิญญาณสามร้อยกว่าก้อน ทรายวิญญาณอีกกว่าร้อยชั่ง ขวดเล็กขวดน้อย เศษยันต์ จานค่ายกล และแผ่นหยกถ่ายทอดวิชาที่ยังไม่ได้ใช้อีกสองแผ่น

ของพวกนี้ แม้สำหรับหานอี้ที่มีสินทรัพย์เกินสองพันหินวิญญาณจะไม่นับว่าเป็นเงินก้อนโตอะไรมากมาย แต่ของที่ได้มาฟรีๆ ยังไงก็น่าดีใจอยู่ดี

หานอี้ไม่ได้เสียเวลาไปศึกษายาในขวด ยันต์ หรือจานค่ายกลพวกนั้น

การมานั่งวิจัยของพวกนี้มันเปลืองเวลาเกินไป

สิ่งที่หานอี้ขาดแคลนที่สุดก็คือเวลา เอาเวลาพวกนั้นไปปั่นค่าความชำนาญดัชนีหลิงซวีให้ทะลวงระดับเร็วๆ ยังจะดีเสียกว่า

พอจัดการเก็บของเสร็จ เขาก็กลับเข้าสู่โหมดการฝึกตน

การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอไม่เคยขาด บวกกับการมีหินวิญญาณใช้อย่างไม่อั้น นี่คือรากฐานสำคัญที่ทำให้เขาบรรลุชั้น 5 ได้ภายในสามปี

และช่วงนี้ เขาเน้นหนักไปที่การฝึกดัชนีหลิงซวี

เขาอยากรู้เหลือเกินว่า ระดับถัดไปของ [แตกฉานชำนาญศิลป์] มันคืออะไรกันแน่

ที่หลังบ้าน หานอี้สร้างห้องฝึกซ้อมขึ้นมาใหม่ ยอมทุ่มเงินซื้อวัสดุราคาแพงที่สามารถทนทานต่อพลังทำลายของดัชนีหลิงซวีได้ กิจวัตรการฝึกดัชนีของเขาจึงทำกันในห้องนี้

คืนนั้นผ่านไปโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เช้าวันรุ่งขึ้น

เขาจัดการธุระส่วนตัวเสร็จก็ออกจากบ้าน มุ่งหน้าตรงไปยังยอดเขาน้อยกวานไห่

สามปีมานี้ เขาซื้อขายกับศิษย์หญิงยอดเขาน้อยกวานไห่ไปแล้วเจ็ดแปดครั้ง เรียกได้ว่าเป็นคนคุ้นเคยกันดี

ครั้งนี้เขาไม่เจอฉู่จินม่อ แต่เป็นเยี่ยนหรูออกมาต้อนรับแทน

หลังจากรู้จักกันมาสามปี ศิษย์หญิงหุ่นสะบึมผู้นี้ก็ไม่ได้ทำท่าเย็นชาใส่หานอี้เหมือนแต่ก่อน สีหน้าดูอ่อนโยนขึ้นบ้าง

"ศิษย์น้องหาน เจ้าขึ้นชั้น 5 แล้วหรือ" เยี่ยนหรูตาไว สัมผัสได้ว่ากลิ่นอายของหานอี้ถึงเกณฑ์ของชั้น 5 แล้ว จึงอดแปลกใจไม่ได้

"โชคช่วยน่ะขอรับ โชคช่วย"

หานอี้ถ่อมตัว ครั้งล่าสุดที่มาเมื่อครึ่งปีก่อน เขายังอยู่แค่ชั้น 4 ขั้นสูงสุด

วันนี้กลับมาอีกที ก็ทะลวงขั้นเรียบร้อยแล้ว

เยี่ยนหรูปรายตามองเขา

"นี่ไม่ใช่โชคช่วยหรอก แต่เป็นความสามารถล้วนๆ"

"ไม่แน่อีกไม่นาน เจ้าคงทะลวงขึ้นชั้น 6 หรือเผลอๆ ก็ชั้น 7 ได้เข้าสู่ยอดเขาใน ทิ้งพวกข้าไว้ข้างหลังไม่เห็นฝุ่น"

น้ำเสียงของเยี่ยนหรูแฝงความน้อยเนื้อต่ำใจ

คนเราเทียบกันแล้วมันน่าเจ็บใจจริงๆ

นางติดอยู่ที่ชั้น 5 มาหลายปี ยังห่างไกลจากชั้น 6 อีกโข

"ศิษย์น้องหาน ความเร็วในการฝึกตนของเจ้าขนาดนี้ แค่เจ้าเอ่ยปากว่าอยากหาคู่บำเพ็ญเพียร ศิษย์น้องสาวๆ ในยอดเขาน้อยกวานไห่มากมายต้องสนใจเจ้าแน่"

"ไม่ลองพิจารณาดูหน่อยหรือ"

"หรือว่าเจ้า...ไร้น้ำยา"

หานอี้ที่เดินเคียงคู่มาแทบจะสะดุดหน้าทิ่ม

เขาหันขวับไปมองเยี่ยนหรู เห็นมุมปากของนางยกยิ้มอย่างมีเลศนัยซึ่งหาดูได้ยาก เขาได้แต่โบกไม้โบกมือ หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก

"ศิษย์พี่เยี่ยน อย่าล้อข้าเล่นสิขอรับ"

"ศิษย์น้องผู้นี้ยังไม่คิดเรื่องคู่บำเพ็ญเพียรจริงๆ"

หานอี้ปฏิเสธเสียงแข็ง

"ก็ได้ๆ ข้าแค่ล้อเล่น อย่าถือสาเลย ไปเถอะ หวังว่าวันนี้เจ้าจะเอายามาเยอะพอนะ"

เยี่ยนหรูหุบยิ้มกลับมาทำหน้านิ่งเหมือนเดิม พาเขาเดินเข้าไปในห้องห้องหนึ่ง

หานอี้รีบเดินตามไป "ไม่ทำให้ศิษย์พี่เยี่ยนผิดหวังแน่นอนขอรับ"

ครึ่งชั่วยาม (1 ชั่วโมง) ต่อมา

ทั้งสองเดินออกมาจากห้อง หานอี้หน้าตาอิ่มเอิบ ส่วนเยี่ยนหรูหน้าตาเสียดาย

หานอี้พอใจที่ได้หินวิญญาณเข้ากระเป๋ามาอีกก้อนโต

ส่วนเยี่ยนหรูเสียดายที่ปริมาณยาที่หานอี้เอามายังถือว่าน้อยไปหน่อย พอหารแบ่งกันยี่สิบกว่าคน แต่ละคนก็ได้ไปไม่มาก

"จริงสิ ศิษย์พี่เยี่ยน เมื่อไหร่ศิษย์พี่ฉู่จะกลับมาหรือขอรับ" ก่อนกลับหานอี้เอ่ยถาม

เยี่ยนหรูส่ายหน้า "ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน นางติดตามอาจารย์อาชีลงเขาไป เป็นปีแล้วยังไม่มีข่าวคราวส่งกลับมาเลย"

หานอี้พยักหน้า ไม่ได้ซักไซ้ต่อ เรื่องภายในของยอดเขาน้อยกวานไห่ เขาไม่ควรไปยุ่งย่ามมากนัก

"การซื้อขายครั้งหน้า อาจจะต้องเลื่อนออกไปหน่อยนะขอรับ พอดีข้าติดคอขวดของวิชาบางอย่างอยู่ เลยว่าจะเก็บตัวฝึกวิชาสักพัก"

"น่าจะอีกสักครึ่งปีถึงจะมาทำการค้าได้ใหม่"

"รบกวนศิษย์พี่เยี่ยนฝากขอโทษศิษย์พี่ศิษย์น้องคนอื่นๆ ในยอดเขาด้วยนะขอรับ"

เยี่ยนหรูได้ยินดังนั้น สีหน้ายิ่งฉายแววเสียดายหนักกว่าเดิม แต่ในเมื่อเป็นเรื่องส่วนตัวของหานอี้ นางก็บังคับอะไรไม่ได้

สามปีมานี้

ยาที่หานอี้ขายให้ยอดเขาน้อยกวานไห่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม

ยาบำรุงปราณ ยาขจัดมาร ยารวมจิต ยาทะลวงขั้น

ยาทั้งสี่ชนิดนี้ล้วนสำคัญอย่างยิ่งต่อผู้ฝึกตนระดับกลาง

โดยเฉพาะยาของหานอี้ ที่เรียกได้ว่าคุณภาพดีราคาถูกของจริง

พอรู้ว่าครั้งหน้าต้องรออีกตั้งครึ่งปี จะไม่ให้นางเสียดายได้อย่างไร

หานอี้ลงจากยอดเขาน้อยกวานไห่ แวะไปยอดเขาน้อยผานสือเพื่อหาเจิ้งไห่ก่อน แต่ไม่เจอตัว จึงต้องถอดใจ แล้วมุ่งหน้ากลับยอดเขาน้อยหลิงซวี

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 28 - ความเปลี่ยนแปลงในรอบสามปี

คัดลอกลิงก์แล้ว