- หน้าแรก
- หน้าต่างความชำนาญ ยิ่งฝึกข้ายิ่งเทพ
- บทที่ 7 - ตำรับยาขจัดมาร
บทที่ 7 - ตำรับยาขจัดมาร
บทที่ 7 - ตำรับยาขจัดมาร
บทที่ 7 - ตำรับยาขจัดมาร
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
เซี่ยชิงอีและเซียวอี้ ต่างนำขวดหยกออกมาจากตัวคนละสองขวด แล้วยื่นให้แก่กวนเซิ่ง
กวนเซิ่งเปิดขวดหยก เทเม็ดยาออกมาพินิจดูอย่างละเอียด จากนั้นก็ยกขึ้นดมกลิ่น แล้วจึงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ "ดี คุณภาพใช้ได้"
"ของศิษย์น้องเซี่ยคือยาเนตรวิญญาณ ของศิษย์น้องเซียวคือยารวมจิต ในด้านคุณภาพถือว่าอยู่ในเกณฑ์ยาทั่วไป"
"กฎเดิม คิดราคาที่แปดส่วนของราคาตลาด เดี๋ยวค่อยเคลียร์หินวิญญาณกันทีหลัง หากซื้อตำรับยาและวัตถุดิบปรุงยาที่นี่ จะได้รับส่วนลดเก้าส่วน"
หานอี้ไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับภาพตรงหน้า
เมื่อเจ็ดวันก่อน กวนเซิ่งได้อธิบายเรื่องนี้กับเขาแล้ว
สำหรับศิษย์ที่ถูกส่งตัวมาประจำสาขาภายนอก ในนามแล้วจำเป็นต้องทำภารกิจหลังถูกส่งตัว ซึ่งภารกิจเหล่านี้จะถูกจัดสรรโดยผู้ดูแลกิจการของสำนักอย่างกวนเซิ่ง
เปรียบเสมือนการมอบช่องทางทำมาหากิน ให้ศิษย์สาขาภายนอกมีโอกาสหาทรัพยากรมาฝึกตนด้วยตัวเอง
แน่นอนว่ามีรายละเอียดปลีกย่อยอีกหลายอย่าง ซึ่งหานอี้ได้ทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อนลงจากเขาแล้ว
ในความเป็นจริง
แนวคิดเริ่มแรกของผู้บริหารระดับสูงสำนักเสวียนตานในการกำหนดนโยบายนี้ คือต้องการให้ศิษย์ที่ถูกยึดบ้านพักและส่งตัวลงเขา ได้ทำประโยชน์ให้แก่กิจการของสำนักเป็นครั้งสุดท้าย
ในขณะเดียวกัน สำหรับศิษย์ที่ถูกส่งตัวมา พวกเขาก็จะได้รับสภาพแวดล้อมในการฝึกตนที่มั่นคงปลอดภัยกว่าการออกไปเป็นผู้บำเพ็ญเพียรพเนจรหรือซานซิ่ว
ถือเป็นวิธีที่ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย
แน่นอน
ศิษย์ที่ถูกส่งตัวมาสามารถเลือกที่จะไม่รับภารกิจจากร้านยาก็ได้ แล้วไปหาซื้อวัตถุดิบมาปรุงยาเอง หาช่องทางขายเอง
แต่หากทำเช่นนั้น นอกจากสถานะศิษย์สายนอกของสำนักเสวียนตานที่มีติดตัวแล้ว ชีวิตก็จะไม่ต่างอะไรกับผู้บำเพ็ญเพียรพเนจรเลย
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้องแบกรับความเสี่ยงด้วยตัวเอง
ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร ชีวิตของซานซิ่วนั้นไม่ง่าย การฆ่าคนชิงทรัพย์เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในเงามืดจนชินตา
ระหว่างที่หานอี้กำลังครุ่นคิด กวนเซิ่งก็ได้เก็บยาเนตรวิญญาณไปแล้ว และกล่าวต่อว่า
"กฎเดิม ข้าจะแจ้งรายชื่อยาที่ขายดีในร้านให้ทราบ ไตรมาสที่ผ่านมาที่ขายได้มากที่สุดคือ ยาขจัดมาร ยาทะลวงขั้น ยาบ่มเพาะจิต ยาบำรุงปราณ ยาเนตรวิญญาณ ยารวมจิต..."
"พวกเจ้าจะเลือกปรุงยาที่ขายดีพวกนี้ หรือจะเลือกปรุงยาที่ตัวเองถนัดก็ได้"
หานอี้ลอบยินดีในใจ
ยาบำรุงปราณก็ติดอันดับสินค้าขายดี และตัวเขาเองก็มีอยู่กับตัวถึงสามขวด
จากนั้น ทั้งสี่คนก็คุยกันต่ออีกสักพัก ส่วนใหญ่จะเป็นอีกสามคนที่คุยกัน หานอี้เป็นฝ่ายนั่งฟัง
จากการฟังบทสนทนา ทำให้เขาเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างศิษย์สาขาภายนอกและกิจการของสำนักลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ครู่ต่อมา
เซียวอี้และเซี่ยชิงอีซื้อสมุนไพรวิญญาณกันไปจำนวนหนึ่ง แล้วเดินจากไปอย่างพอใจ
เมื่อทั้งสองกลับไปแล้ว กวนเซิ่งก็หันมามองหานอี้ แววตาเป็นประกายวูบหนึ่ง
"ศิษย์น้องหานไม่ต้องใจร้อน เจ้าเพิ่งลงเขามาไม่กี่วัน คงเพิ่งจะปรับตัวได้"
"อีกอย่าง เห็นแก่ความสัมพันธ์ของกวนตี๋ ข้าไม่มองเจ้าเป็นคนอื่นคนไกลหรอก"
หานอี้ได้ยินดังนั้นก็ยิ่งวางใจ
สังคมผู้ฝึกตนก็คือสังคมมนุษย์ เส้นสายความสัมพันธ์ย่อมมีผลเสมอ
"ขอบคุณศิษย์พี่กวนขอรับ"
"ศิษย์พี่กวน ข้าปรุงยาบำรุงปราณมาได้สามขวด อยากจะขายให้ทางร้านโดยตรงเลยขอรับ"
พูดจบ หานอี้ก็หยิบขวดหยกใสสามขวดออกมา ภายในขวดมียาสีขาวขนาดเท่าเล็บมือวางสงบนิ่งอยู่
กวนเซิ่งเลิกคิ้วสูง "ศิษย์น้องหาน ทักษะปรุงยาของเจ้าทะลวงขั้นแล้วรึ?"
หานอี้ประสานมือคารวะ "นับว่าโชคช่วยขอรับ ลงจากเขามาแล้วเกิดบรรลุความเข้าใจบางอย่างขึ้นมา จึงโชคดีปรุงยาบำรุงปราณสามเตานี้ได้สำเร็จ"
กวนเซิ่งตาลุกวาว มุมปากฉีกยิ้มกว้างขึ้น
"ดี ดีมาก แบบนี้โอกาสที่ปีหน้าเจ้าจะผ่านบททดสอบกลับเข้าสำนักก็ยิ่งสูงขึ้น"
พูดพลางกวนเซิ่งก็หยิบยาบำรุงปราณมาเปิดฝา ดมกลิ่นยา แล้วดวงตาก็เป็นประกาย "เยี่ยม แม้จะเป็นคุณภาพทั่วไป แต่ดีกว่าของศิษย์น้องเซี่ยกับศิษย์น้องเซียวเสียอีก"
"สามขวด ยี่สิบหกเม็ด เอาอย่างนี้ เห็นว่าเป็นครั้งแรกของเจ้า ข้ารับซื้อที่เก้าส่วนของราคาตลาด คิดเป็นหินวิญญาณสี่สิบก้อน เป็นไง?"
ได้ยินดังนั้น หานอี้ก็ยินดีปรีดา
ราคาที่กวนเซิ่งเสนอมานั้นยุติธรรมมาก มากกว่าที่เขาคาดไว้ถึงสี่ก้อน
กำไรเห็นๆ
กวนเซิ่งเห็นสีหน้าดีใจของหานอี้ เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวต่อ
"ศิษย์น้องหาน ในเมื่อทักษะปรุงยาของเจ้าพัฒนาแล้ว เจ้าลองปรุง 'ยาขจัดมาร' ดูไหม"
"ยาขจัดมาร?" หานอี้ชะงักไปครู่หนึ่ง นึกไม่ออกในทันที
"ใช่ ยาขจัดมารปรุงยากมาก แต่เป็นยาที่ตลาดต้องการที่สุดและขายได้ราคาสูง"
ข้อมูลเกี่ยวกับยาขจัดมารผุดขึ้นมาในสมองของหานอี้ ทำให้เขาเข้าใจทันที
โลกผู้ฝึกตนแห่งนี้แตกต่างจากที่หานอี้เคยจินตนาการไว้
ความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดคือเรื่องของ 'มารฟ้า'
ในโลกนี้ ภัยคุกคามที่ร้ายแรงที่สุดของผู้ฝึกตนแบ่งเป็นสองประเภท คือ ภัยมนุษย์ และ ภัยสวรรค์
ภัยมนุษย์ไม่ต้องพูดถึง ส่วนภัยสวรรค์ ก็คือมารฟ้านั่นเอง
มารฟ้าสถิตอยู่นอกขอบเขตฟ้า ไร้ร่องรอย ไร้ตัวตน แต่เมื่อใดที่ผู้ฝึกตนในโลกนี้ทะลวงระดับพลัง มารฟ้าจากนอกโลกจะเหมือนฉลามได้กลิ่นคาวเลือด พุ่งลงมาจุติทันที
มารฟ้า ก็คือสิ่งที่เทียบเท่ากับทัณฑ์สวรรค์
และยาขจัดมาร ก็คือยาที่ปรุงขึ้นเพื่อป้องกันมารฟ้าโดยเฉพาะ
พูดง่ายๆ คือ ก่อนจะทะลวงระดับ ให้กินยาขจัดมารดักไว้ ระหว่างกระบวนการทะลวงระดับ แม้มารฟ้าจะลงมา แต่กลิ่นอายของยาขจัดมารในตัวจะทำให้มันไม่กล้ารุกรานเข้าร่าง
พอดำรงตนจนผ่านช่วงทะลวงระดับไปได้ มารฟ้าก็จะจากไปเอง
แน่นอนว่าถ้ามารฟ้าที่ลงมาแกร่งเกินไป เช่น ทะลวงจากขอบเขตกลั่นลมปราณชั้นสามไปสี่ แต่ดันเจอมารฟ้าระดับจูจีหรือสร้างรากฐาน ต่อให้ยาขจัดมารคุณภาพดีแค่ไหนก็คงรอดยาก
แต่สถานการณ์แบบนั้นมักไม่ค่อยเกิดขึ้น
การทะลวงระดับพลังขั้นต่ำ เช่น จากชั้นหนึ่งไปชั้นสอง กินยาขจัดมารเม็ดเดียวก็พอ ยิ่งระดับสูง ก็ยิ่งต้องกินเยอะขึ้น
พอถึงระดับกลั่นลมปราณชั้นเจ็ดขึ้นไป ปริมาณยาขจัดมารจะช่วยไม่ได้แล้ว แต่ต้องใช้ยาขจัดมารที่มีคุณภาพระดับ 'มาตรฐาน' ขึ้นไปเท่านั้น จึงจะรอดปลอดภัย
นี่คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ขอบเขตกลั่นลมปราณชั้นเจ็ดเป็นเส้นแบ่งเขตแดนที่สำคัญ ผู้ฝึกตนชั้นเจ็ดจึงแข็งแกร่งกว่าชั้นหกอย่างเทียบไม่ติด
"ยาขจัดมารคุณภาพทั่วไป ราคาตลาดอยู่ที่ห้าก้อนหินวิญญาณ หากราคาวัตถุดิบขึ้น ราคายาก็จะขึ้นตาม"
"แต่ถ้าเป็นระดับคุณภาพมาตรฐาน ราคาจะพุ่งขึ้นอย่างน้อยสิบเท่า เป็นห้าสิบก้อนหินวิญญาณต่อเม็ด นับว่าแพงระยับ"
"นานๆ ทีศิษย์น้องหานจะทักษะก้าวหน้า ลองหัดปรุงยาขจัดมารดูสิ จะเป็นผลดีต่ออนาคตของเจ้ามากนะ"
กวนเซิ่งเห็นหานอี้ทำท่าครุ่นคิด จึงพูดเกลี้ยกล่อมต่อ
หานอี้กลับรู้สึกทะแม่งๆ ชอบกล แต่บอกไม่ถูกว่าตรงไหน
"แต่ว่า... ข้ายังไม่มีตำรับยาขจัดมารเลยนะขอรับ"
"แถมวัตถุดิบปรุงยาขจัดมารก็แพงมาก ข้าคงแบกรับต้นทุนไม่ไหว"
กวนเซิ่งได้ยินดังนั้นก็ลอบยิ้มในใจ หานอี้พูดแบบนี้แสดงว่าสำเร็จไปเก้าส่วนแล้ว เขากระซิบเสียงเบาว่า
"ศิษย์น้องหานวางใจเถอะ ความสัมพันธ์ของเราไม่ธรรมดา ตำรับยาขจัดมารข้าให้เจ้าได้ แถมข้ายังออกวัตถุดิบให้เจ้าได้ด้วย"
"แน่นอนว่าข้าไม่ได้ให้ฟรีๆ เจ้าก็รู้ว่าศิษย์พี่เป็นคนทำการค้า"
"ถ้าเจ้าปรุงสำเร็จ เราแบ่งกำไรกันแปดสอง ข้าแปดเจ้าสอง มีกำหนดเวลาหนึ่งปี พอครบหนึ่งปีเจ้ากลับเข้าสำนัก การแลกเปลี่ยนนี้ก็จบกัน"
"เป็นไง?"
"หนึ่งปีนี้ นอกจากเจ้าจะไม่ขาดทุนแล้ว ยังได้ประสบการณ์การปรุงยาขจัดมารเพิ่ม แถมยังได้ตำรับยาขจัดมารฟรีๆ นี่มันกำไรเห็นๆ"
คำอธิบายของกวนเซิ่งทำให้หานอี้เริ่มหวั่นไหว
แต่เขาก็ยังมีความระแวงอยู่บ้าง
"ข้อเสนอนี้น่าสนใจมากขอรับ"
"เพียงแต่ข้ายังมีข้อสงสัยอีกข้อ ทำไมต้องให้ข้าเป็นคนปรุงยาขจัดมารด้วย?"
"ปกติตามหลักแล้ว ยาล้ำค่าขนาดนี้ ทางสำนักน่าจะเป็นฝ่ายจัดหามาให้ ช่องทางมั่นคงกว่า ความเสี่ยงก็น้อยกว่าไม่ใช่หรือขอรับ"
กวนเซิ่งถอนหายใจเมื่อได้ยิน
"ไม่ปิดบังศิษย์น้องหาน ช่วงนี้สถานการณ์ไม่ค่อยสงบ ยาขจัดมารจากสำนักที่ส่งมาถึงร้านสาขาเมืองเหมิงซานมีน้อยลงเรื่อยๆ ของขาดตลาด ธุรกิจของข้าก็ได้รับผลกระทบไปด้วย"
"แถมข้าได้ข่าวมาว่า ตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป สำนักจะไม่ส่งยาขจัดมารมาให้แล้ว ให้ร้านสาขาแต่ละแห่งหาช่องทางแก้ปัญหากันเอาเอง"
"ศิษย์พี่เองก็ลำบากใจเหมือนกัน"
"ไม่สงบ?" หานอี้ขึ้นเสียงสูง ถามย้ำด้วยความสนใจ
"ใช่ ศิษย์พี่เองก็ได้ยินมาแค่นั้น รายละเอียดลึกๆ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน" กวนเซิ่งเลี่ยงที่จะตอบ ตัดบทไปดื้อๆ
หานอี้คิดทบทวนดู แล้วพยักหน้าหนักแน่น
ไม่ว่ายังไง ได้ตำรับยาฟรีมาก็ถือว่าไม่ขาดทุน
ส่วนส่วนแบ่งสองต่อแปดก็ไม่ได้ดูเอาเปรียบจนเกินไป ถ้าให้เยอะกว่านี้สิ เขาถึงจะระแวงว่ากวนเซิ่งมีเจตนาร้าย
"ตกลงขอรับ ข้ายอมรับข้อเสนอ"
[จบแล้ว]