- หน้าแรก
- หน้าต่างความชำนาญ ยิ่งฝึกข้ายิ่งเทพ
- บทที่ 6 - หนทางเซียนอยู่แค่เอื้อม
บทที่ 6 - หนทางเซียนอยู่แค่เอื้อม
บทที่ 6 - หนทางเซียนอยู่แค่เอื้อม
บทที่ 6 - หนทางเซียนอยู่แค่เอื้อม
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
หานอี้เผยรอยยิ้มแห่งความโล่งอกออกมา
"เมื่อคำนวณจากการปรุงยาทั้งแปดเตานี้ อัตราความสำเร็จในการปรุงยาบำรุงปราณของข้าในตอนนี้ เกือบจะถึงสี่ส่วนแล้ว"
หานอี้เก็บยาบำรุงปราณทั้งสามขวดลงในถุงสมบัติด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะลุกเดินออกจากห้องสงบไปยังสวนหลังบ้าน
"รออีกสองวันก็จะถึงกำหนดเวลารายงานตัว ถึงตอนนั้นค่อยเอายาบำรุงปราณไปขายให้ศิษย์พี่กวน แลกเป็นหินวิญญาณ แล้วค่อยซื้อวัตถุดิบมาเพิ่มให้เพียงพอ"
"จากนั้นก็ทำวนไปเรื่อยๆ"
"เท่านี้ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีหินวิญญาณไว้ใช้ฝึกตนแล้ว"
ห้าวันที่ผ่านมา หานอี้ไม่มีหินวิญญาณใช้ฝึกตน บ้านพักที่อาศัยอยู่ก็ไม่มีชีพจรวิญญาณ เขาถึงได้ตระหนักรู้ซึ้งถึงความสำคัญของชีพจรวิญญาณ
เขาจึงมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะกลับไปอยู่บนยอดเขาหลิงซวีให้ได้
จากนั้นเขาก็มองไปที่แผงความชำนาญ
【ชื่อ: หานอี้】
【อายุขัย: 21/87】
【ขอบเขต: กลั่นลมปราณชั้น 2 (19/100)】
【เคล็ดวิชา: เคล็ดวิชาโอสถอัคคี (ขั้นต้น 31/100)】
【ทักษะ:
ทักษะการปรุงยา (รู้แจ้งเบื้องต้น 21/100)
ดัชนีหลิงซวี (แรกเรียนรู้ 29/100)
】
"ไม่เลวเลย ทักษะการปรุงยาพัฒนาเร็วมาก"
"น่าเสียดายที่ระดับพลังขอบเขตกลั่นลมปราณชั้นสองยังนิ่งสนิทไม่ขยับเขยื้อน แม้แต่เคล็ดวิชาฝึกตน ความคืบหน้าก็ช้าเป็นเต่าคลาน"
"เรื่องการเพิ่มระดับพลังฝึกตนถือเป็นปัญหาใหญ่จริงๆ คงทำได้แค่หาทางหาหินวิญญาณให้ได้เยอะๆ เท่านั้น"
"จริงสิ ข้ายังมีทักษะอย่างที่สองอยู่นี่นา"
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่สวนหลังบ้าน สายตาของหานอี้ก็จับจ้องไปที่ทักษะลำดับที่สองบนแผงความชำนาญ
ดัชนีหลิงซวี
วิชาปรุงยาไม่ทำให้เขาผิดหวังไปแล้ว
แล้ว... ดัชนีหลิงซวีล่ะ?
เมื่อคิดได้ดังนั้น
หานอี้เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย สะบัดมือขวาไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ในจังหวะที่สะบัดมือนั้น นิ้วโป้งกดทับลงบนนิ้วชี้ และเมื่อวาดมือไปจนสุดระยะ
ฟุ่บ!
เสียงดีดนิ้วแผ่วเบาดังขึ้นวูบหนึ่ง
ห่างออกไปหกเมตร พุทราแดงลูกที่อยู่ใกล้ที่สุดบนต้นพุทรากลางสวนก็ระเบิดดัง 'ผละ' แตกกระจาย
หานอี้ส่ายหน้า
"เบา เบาเกินไปแล้ว"
"อานุภาพของดัชนีหลิงซวีในตอนนี้ เทียบได้แค่ผู้ใหญ่ขว้างก้อนหินขนาดเท่าเล็บมือออกไปสุดแรงเท่านั้น"
"ถ้าปาใส่คนธรรมดาก็คงหัวร้างข้างแตกได้ แต่ถ้าเจอผู้ฝึกตน ต่อให้อยู่แค่ขอบเขตกลั่นลมปราณชั้นหนึ่ง ก็คงทำอันตรายไม่ได้แม้แต่ผิวเผิน"
ดัชนีหลิงซวี เป็นเพียงคาถาพื้นฐานทั่วไปของยอดเขาหลิงซวี
หลักการของมันเรียบง่ายมาก คือการบีบอัดพลังปราณในร่างด้วยเคล็ดวิชาเฉพาะไปไว้ที่ปลายนิ้ว แล้วดีดส่งออกไป พลังที่ถูกบีบอัดจะพุ่งด้วยความเร็วสูง เมื่อกระทบเป้าหมายก็จะระเบิดออกสร้างความเสียหายในพริบตา
หลักการที่เรียบง่าย ย่อมบ่งบอกว่าขีดจำกัดสูงสุดของคาถานี้ไม่ได้สูงส่งอะไรนัก
ศิษย์สายนอกระดับล่างยังพอมีคนฝึกกันให้เห็นอยู่บ้าง แต่พอถึงระดับกลาง ก็แทบไม่เห็นใครฝึกวิชานี้กันแล้ว
แต่สำหรับหานอี้ นี่เป็นทักษะเดียวที่เขามีในตอนนี้ที่สามารถใช้โจมตีได้
ไม่มีทางเลือกอื่น
ฝึกไปก่อนก็แล้วกัน
ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ...
ในสวนหลังบ้าน เริ่มแรกหานอี้ใช้มือข้างเดียวดีดดัชนีหลิงซวีออกไปอย่างต่อเนื่อง
สักพักเริ่มรู้สึกไม่ทันใจ จึงงัดออกมาใช้ทั้งสองมือ ไม่จำกัดแค่ต้องใช้นิ้วกลาง แต่ระดมดีดมันทั้งสิบนิ้ว
พลังปราณดั่งกระแสน้ำ ไหลบ่าออกมาดุจพายุฝนกระหน่ำ
ยิ่งดีดก็ยิ่งรู้สึกเข้ามือ
ทุกครั้งที่ลงมือ เขาจะปรับเปลี่ยนรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ จากครั้งก่อนหน้า ปรับวิธีการส่งแรง ปรับปริมาณพลังปราณ และแรงบีบอัด
เพียงไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ต้นพุทราที่เคยดกหนาก็ล้านโล่งไปแถบหนึ่ง
กำแพงและพื้นดินด้านหลังต้นพุทราเต็มไปด้วยคราบเนื้อผลไม้สีแดง กลิ่นหอมหวานฟุ้งกระจายไปทั่ว
หานอี้หยุดมือยืนนิ่ง ลมหายใจหอบกระชั้นเล็กน้อย
พลังปราณในร่างแทบจะแห้งเหือด
แม้แต่ละนิ้วที่ดีดออกไป เขาจะควบคุมให้ใช้พลังปราณน้อยที่สุด แต่ก็ต้านทานจำนวนครั้งที่มากมหาศาลไม่ไหว
ในช่วงเวลาสั้นๆ เมื่อครู่ อย่างน้อยเขาก็ใช้วิชาดัชนีหลิงซวีไปกว่าสามสิบครั้ง
"แฮ่ก แฮ่ก"
หานอี้หอบหายใจอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็มองไปที่แผงความชำนาญ
【ดัชนีหลิงซวี (แรกเรียนรู้ 59/100)】
เมื่อเห็นตัวเลขความคืบหน้าที่พุ่งพรวดจาก 29/100 ไปเป็น 59/100 เขาก็แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
หลับตาลง แล้วลืมตาขึ้นมองใหม่
ก็ยังเป็น 59/100
ความปิติยินดีระเบิดขึ้นในใจทันที
"เท่ากับว่าทุกครั้งที่ดีดนิ้ว ค่าความชำนาญเพิ่มขึ้นทุกครั้งเลยหรือนี่"
"ความก้าวหน้าของวิชานี้ช่างรวดเร็วเหลือเกิน"
"คู่มือการทำงาน หรือเจ้าแผงความชำนาญนี่ ไม่ธรรมดาจริงๆ ด้วย"
ตอนที่ค้นพบแผงความชำนาญครั้งแรก หานอี้เคยพยายามสื่อสาร หรือลองใส่รหัสลับต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจมัน
แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้รับความรู้อะไรเลย เขาเคยคิดว่ามันเป็นแค่แผงข้อมูลที่บันทึกสถานะ อายุขัย และวิชาของเขาเท่านั้น ไม่มีประโยชน์อื่นใด
แต่หลังจากทักษะการปรุงยาทะลวงขั้น มาจนถึงความก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดของดัชนีหลิงซวีในตอนนี้ ทำให้เขาแน่ใจในความจริงข้อหนึ่ง
นั่นคือ นิ้วทองคำหรือสูตรโกงนี้ ไม่ได้มีไว้แค่บันทึกข้อมูล
แต่มันยังมีฟังก์ชันบังคับเพิ่มระดับความชำนาญของทักษะตามจำนวนครั้งที่ฝึกฝน อย่างผิดปกติวิสัยอีกด้วย
พูดง่ายๆ ก็คือ
ในโลกนี้ คนปกติฝึกดัชนีหลิงซวีร้อยครั้ง อาจไม่มีความก้าวหน้าอะไรเลย
แต่หานอี้ต่างออกไป ทุกครั้งที่เขาดีดนิ้ว แถบความคืบหน้าของทักษะจะถูกบังคับให้ขยับไปข้างหน้าเสมอ
ทุกครั้งที่ลงมือ ล้วนได้รับผลตอบแทน ล้วนเกิดความเข้าใจ
มิน่าล่ะ ยิ่งเขาดีดนิ้วไปเรื่อยๆ เมื่อครู่นี้ ถึงได้รู้สึกคล่องมือขึ้นเรื่อยๆ ราวกับมีความเข้าใจลึกซึ้งผุดพรายขึ้นมาไม่หยุดหย่อน
นี่แหละคือบั๊กของแผงหน้าจอนี้
เมื่อคิดได้ดังนี้ หานอี้ก็ระงับความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่
"วิชาปรุงยาก็เป็นแบบนี้ ดัชนีหลิงซวีก็เป็นเหมือนกัน แสดงว่าทักษะทุกอย่าง สามารถพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว"
"แบบนี้ก็หมายความว่า..."
"ร้อยแปดวิถีแห่งเซียน คาถาอาคมต่างๆ นานา สำหรับข้าแล้ว มันก็แค่เรื่องของเวลาเท่านั้น ทุกอย่างล้วนคว้ามาอยู่ในกำมือได้ง่ายดาย"
"หนทางเซียนอยู่แค่เอื้อม หนทางเซียนอยู่แค่เอื้อมจริงๆ!"
มุมปากของหานอี้กระตุกยิ้มอย่างห้ามไม่อยู่
ทว่าเมื่อสายตาเหลือบขึ้นไปเห็นระดับพลังขอบเขตกลั่นลมปราณชั้นสองที่ยังคงนิ่งสนิทดั่งขุนเขา สีหน้าของเขาก็แข็งค้างไปเล็กน้อย
【ขอบเขต: กลั่นลมปราณชั้น 2 (19/100)】
"ทะลุมิติมาตั้งนาน ฝึกมาตั้งขนาดนี้ มีแค่ตอนอยู่บนยอดเขาหลิงซวีที่ใช้ทรายวิญญาณและหินวิญญาณช่วย ถึงพอจะขยับขึ้นมาได้ไม่กี่แต้ม"
"พอมาอยู่เมืองเหมิงซาน ไม่มีหินวิญญาณทรายวิญญาณ ต้องพึ่งพาแค่การดูดซับไอพลังจากอากาศ มันช่างน้อยนิดเหมือนเอาน้ำแก้วเดียวไปดับไฟบนรถฟางเกวียน เพิ่มขึ้นไม่ถึง 1 แต้มด้วยซ้ำ"
"ดูท่าทาง ในแง่ของระดับพลัง จะไม่สามารถใช้แผงความชำนาญช่วยเพิ่มระดับได้โดยตรง"
"แผนการตอนนี้ คือต้องเร่งฝึกทักษะเพื่อหาหินวิญญาณ แล้วเอาหินวิญญาณมาดันระดับพลังให้สูงขึ้น"
"ระดับพลังไม่พอ ก็ต้องใช้หินวิญญาณเข้าสู้"
หานอี้วางแผนการฝึกตนต่อจากนี้เสร็จสรรพ ก็กลับเข้าห้องสงบ นั่งขัดสมาธิฟื้นฟูพลังปราณ
ครั้งนี้ใช้เวลาไปหนึ่งวันเต็มๆ กว่าพลังจะฟื้นคืน
จากนั้น หานอี้ก็กลับไปฝึกดัชนีหลิงซวีที่สวนหลังบ้านต่อ คราวนี้ไม่มีพุทราให้เล็งแล้ว เขาจึงเล็งไปที่ใบไม้บนต้นแทน
มีเป้าหมาย ก็ยิ่งจดจ่อ
ดีด ดีด ดีด...
หนึ่งก้านธูปผ่านไป ใบพุทราหายไปเกินครึ่ง ต้นพุทรายิ่งดูโล้นเลี่ยนกว่าเดิม
หานอี้มองดูความคืบหน้าของดัชนีหลิงซวีที่เพิ่มจาก 59/100 เป็น 70/100 ด้วยความพึงพอใจ เขาคำนวณเวลาแล้วก็กลับเข้าห้องสงบ
หนึ่งวันผ่านไป
เขาฟื้นฟูพลังปราณเสร็จสิ้น ครั้งนี้เขาไม่ได้ฝึกดัชนีหลิงซวีต่อ เพราะครบกำหนดเจ็ดวันแล้ว
เขาหยิบยาบำรุงปราณสามขวด เปิดค่ายกลป้องกันบ้าน แล้วเดินตรงดิ่งไปยังร้านโอสถเสวียนฮั่ว
เมื่อมาถึงร้านโอสถเสวียนฮั่ว นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบกับศิษย์สาขาภายนอกอีกสองคน คือเซี่ยชิงอีและเซียวอี้
สิ่งที่ต่างจากหานอี้คือ ทั้งสองคนนี้อายุมากกว่าเขาห้าหกปี และถูกส่งตัวมาประจำที่นี่หลายปีแล้ว
สำหรับ 'เด็กใหม่' อย่างหานอี้ สองคนนี้ไม่ได้มีความคิดอยากจะสุงสิงเสวนาด้วย เพียงแค่ประสานมือทักทายเรียกศิษย์พี่ศิษย์น้องด้วยท่าทีเย็นชา แล้วก็ไม่พูดอะไรอีก
กวนเซิ่งเห็นคนมาครบแล้ว ก็เผยรอยยิ้มออกมาบางๆ
"มาสรุปภารกิจของไตรมาสที่แล้วกันก่อน ศิษย์น้องเซี่ยกับศิษย์น้องเซียว ปรุงยาได้ผลเป็นอย่างไรบ้าง?"
[จบแล้ว]