เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 - อพยพชาวบ้านข้ามแม่น้ำ

บทที่ 28 - อพยพชาวบ้านข้ามแม่น้ำ

บทที่ 28 - อพยพชาวบ้านข้ามแม่น้ำ


บทที่ 28 - อพยพชาวบ้านข้ามแม่น้ำ

เมื่อได้สติ มองดูท่าทางตื่นเต้นของเคาทู ซูเฉินก็อดขำไม่ได้

แต่เขาเห็นว่าคำอธิบายนี้เข้าท่าดี จึงเออออห่อหมกไปตามน้ำ

"ท่านจะเข้าใจแบบนั้นก็ไม่ผิด"

"ดังนั้นลิเหลงคีคนนี้ ข้าจำต้องช่วยนางให้ได้"

"วางใจเถอะ ข้าจะพยายามสุดความสามารถ เพื่อรักษาชื่อเสียงด้านความภักดีและคุณธรรมของท่าน!"

เคาทูพยักหน้า รับประกันอีกครั้ง

พูดไปได้ครึ่งหนึ่ง ก็นึกขึ้นได้ รีบเร่งเร้า "จริงสิ ท่านซู ทีนี้ท่านบอกข้าได้หรือยัง ว่าจะแก้แผนเล่าปี่พาชาวบ้านหนีได้ยังไง"

"ท่านไม่รู้หรอก ช่วงนี้ทหารโจโฉรบกันอย่างอึดอัดใจแค่ไหน

ชาวบ้านเกือบแสนคน ทอดยาวหลายสิบลี้

แถมคนที่เดินช้าๆ ส่วนใหญ่ก็มีแต่คนแก่ ผู้หญิง และเด็ก

มีหญิงชราผมขาวโพลนมายืนขวางหน้าแบบนี้

ทหารโจโฉก็มีหัวใจ จะให้ควบม้าเหยียบย่ำเข้าไปได้ยังไง

การรบช่วงนี้

เจ้าหูยาวเล่าปี่เหมือนก้อนเนื้อที่ห้อยอยู่หน้ารถลา

มองเห็นอยู่หลัดๆ แต่จะเข้าไปใกล้ก็ยากเย็นแสนเข็ญ"

เคาทูเงยหน้าบ่น

น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจ

ความจริงแล้ว

ไม่ต้องให้เคาทูบอก

ซูเฉินก็นึกภาพออกว่าศึกครั้งนี้ยากลำบากเพียงใด

ซูเฉินถามต่อ "ทหารโจโฉไม่ได้ลองบุกฝ่า หรือขับไล่ชาวบ้านดูหรือ"

"ลองแล้วสิ แต่ยิ่งขู่ยิ่งไล่ ชาวบ้านยิ่งเกาะกลุ่มรวมตัวกันแน่นรอบๆ เล่าปี่ เดินตามต้อยๆ ไม่ยอมห่างเลย"

เคาทูพยักหน้า พูดถึงตรงนี้ก็โมโห "ท่านว่าเจ้าเล่าปี่มันเอายาเสน่ห์อะไรให้พวกชาวบ้านกิน"

"ชาวบ้านตั้งเกือบแสน ทำไมถึงเชื่อฟังมันนัก ยอมเอาชีวิตมาเป็นโล่เนื้อ ไม่ยอมหนีไปไหน"

ซูเฉินกล่าว "นี่แหละคืออานุภาพของกระบี่แห่งคุณธรรม ชาวบ้านถูกเจ้าหูยาวล้างสมองตั้งแต่ก่อนออกเดินทางแล้ว ในใจพวกเขา โจโฉคือปีศาจร้าย ที่จะมาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

ยิ่งทหารโจโฉแสดงท่าทีคุกคามไล่ต้อนจากด้านหลัง ก็ยิ่งเป็นการพิสูจน์ว่าสิ่งที่เล่าปี่เป่าหูไว้เป็นเรื่องจริง"

"พวกเขาก็ยิ่งต้องสามัคคีรวมกลุ่มอยู่หลังเล่าปี่"

"ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้เล่าปี่มีภาพลักษณ์ผู้ทรงคุณธรรมค้ำคออยู่เล่า ลองเป็นท่าน ท่านจะเชื่อท่านอาเล่าปี่ผู้รักประชาชนดั่งลูกหลาน หรือจะเชื่อโจโฉผู้ประกาศก้องว่า 'ยอมให้ข้าทรยศคนทั้งโลก ดีกว่าให้คนทั้งโลกทรยศข้า'?"

"ถ้าท่านเป็นชาวบ้าน ท่านก็คงทำแบบเดียวกัน ไม่ใช่หรือ"

เจอคำถามย้อนกลับเข้าไป

แม้แต่เคาทูก็พูดไม่ออก

"เอ่อ..."

"มันก็จริงแฮะ"

"แล้วจะทำยังไงล่ะ? ปล่อยให้มันลากยาวไปแบบนี้ มองดูเล่าปี่พาคนไปเมืองอ้วนเสียเฉยๆ งั้นรึ?"

"นี่มันรบประสาอะไรวะ เหมือนดูเจ้าหูยาวแสดงละครปาหี่ชัดๆ"

"อีกไม่กี่วันท่านอุปราชจะเคลื่อนทัพมาถึงซินเอี๋ยแล้ว ข้าต้องติดตามไปด้วย ข้าไม่อยากไปยืนมองเจ้าหูยาวทำหน้ากวนประสาทใส่ข้าตอนนั้นหรอกนะ"

ได้แต่มองแต่กินไม่ได้

แถมยังต้องโดนด่า

เคาทูคิดแล้วก็หงุดหงิดหัวใจ

"อย่าเพิ่งใจร้อน"

"ตรงนี้คุยไม่สะดวก ตามข้ามาทางนี้~"

ต่างจากความร้อนรนของเคาทู

ซูเฉินยังคงสงบนิ่งดุจผู้หยั่งรู้

เขาไม่ได้ตอบทันที แต่ลากเคาทูออกจากประตูหลังจวนสกุลซูอย่างเงียบเชียบ

ครึ่งชั่วยามต่อมา

ทั้งสองมานั่งอยู่ในร้านน้ำชาอันเงียบสงบที่ซูเฉินเพิ่งซื้อไว้

เคาทูมองดูการตกแต่งร้าน แล้วมองไปที่จวนหลังใหญ่ด้านหลังร้านด้วยความสงสัย

"ข้างหลังนั่น... มันจวนของกาเซี่ยง กาเหวินเหอไม่ใช่รึ น่าจะเป็นประตูหลังด้วย?"

"เขาว่าหน้าต่างมีหูประตูมีช่อง

ท่านซู ท่านพาข้ามาทำอะไรที่นี่"

ซูเฉินมองป้ายจวนสกุลกา แล้วยิ้มออกมา

"ก็พามาหาแพะรับบาปน่ะสิ"

"แพะรับบาป?"

เคาทูงุนงง

กำลังจะถามต่อ

"ช่างเถอะ มาคุยเรื่องอพยพชาวบ้านข้ามแม่น้ำกันดีกว่า"

ซูเฉินโบกมือขัดจังหวะ เข้าเรื่องทันที

"กระบี่แห่งคุณธรรมเล่มนี้ ข้อดีของมันคือ เล่าปี่ใช้ได้ โจโฉก็ใช้ได้เช่นกัน"

"เล่าปี่อ้างคุณธรรมห่วงใยประชาชน พาชาวบ้านอพยพออกไป ท่านก็อ้างคุณธรรมต้อนรับชาวบ้านกลับมาไม่ได้หรือ

ขอแค่รับชาวบ้านกลับมาได้ พอไม่มีชาวบ้านเป็นโล่มนุษย์ การจะจัดการเล่าปี่ ก็ง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือแล้วไม่ใช่หรือ"

"หา?"

"แค่นี้เนี่ยนะ?"

เคาทูฟังแล้วมึนตึ้บ

ถามอย่างไม่ค่อยเชื่อถือ

"มันจะทำได้ง่ายขนาดนั้นเชียวรึ"

ซูเฉินกล่าว "เดิมทีมันไม่ง่ายหรอก

เพราะถ้าเทียบชื่อเสียงด้านคุณธรรม หากเจ้าหูยาวกับท่านอุปราชมายืนคู่กัน ชาวบ้านที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ย่อมเลือกเชื่อท่านอาเล่าปี่แบบไม่ลืมหูลืมตา มากกว่าท่านอุปราชอยู่แล้ว

แต่ตอนนี้ สถานการณ์มันมีจุดเปลี่ยนอยู่"

"จุดเปลี่ยนอะไร?" เคาทูถาม

ซูเฉินกางแผนที่บนโต๊ะ จิ้มไปที่เมืองด้านล่าง "นั่นคือเมืองซินเอี๋ย!"

"ซินเอี๋ย?"

"ถูกต้อง เมืองซินเอี๋ย!

หากแผนไฟเผาเมืองของขงเบ้งสำเร็จ ไม่เพียงทหารโจโฉจะเสียหายหนัก แต่ชาวบ้านนับแสนในซินเอี๋ยจะไร้ที่ซุกหัวนอน กลายเป็นผู้ลี้ภัยอย่างสมบูรณ์แบบ

ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ ก็จำต้องก้มหน้าก้มตาติดตามเจ้าหูยาวไปเมืองอ้วนเสีย ไปเป็นโล่เนื้อกันทหารม้าให้พวกมัน"

"แต่ท่านอย่าลืมว่า ชาวบ้านก็เป็นคน ไม่ใช่เครื่องจักร"

"เป็นคน ย่อมมีความผูกพันกับบ้านเกิด"

"โบราณว่าถิ่นกำเนิดยากตัดใจ ทิ้งบ้านทิ้งนา ใครจะอยากจากบ้านเกิดไปเป็นคนจรจัด เดินเท้าหลายสิบลี้ไปเกงจิ๋ว?

ถ้าเมืองซินเอี๋ยถูกเผาวอดวาย หมดสิ้นความหวัง ก็ว่าไปอย่าง

แต่ตอนนี้เมืองซินเอี๋ยยังอยู่ดีมีสุข

เชื่อข้าเถอะ ชาวบ้านอยากกลับบ้านใจจะขาด

ถ้าไม่มีทหารโจโฉคอยไล่หลังอยู่

ชาวบ้านนับแสน หกในสิบส่วนต้องเลือกกลับซินเอี๋ยแน่นอน

เพราะไปต่างถิ่น ไม่มีที่ดินทำกิน ไม่มีทรัพย์สิน โอกาสรอดริบหรี่เต็มที"

ซูเฉินกล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงสะเทือนอารมณ์

เคาทูฟังแล้วพยักหน้าอย่างครุ่นคิด

แต่เหมือนยังไม่เข้าใจถ่องแท้

เกาหัวแกรกๆ ถามต่อ

"ท่านหมายความว่า ให้พวกเราเลิกไล่ล่าเจ้าหูยาวงั้นรึ? งั้นชาวบ้านกลับบ้านก็จริง แต่เจ้าหูยาวก็หนีรอดไปได้น่ะสิ"

"ไม่ ไม่ ไม่"

ซูเฉินส่ายหน้า ไม่เล่นลิ้นอีกต่อไป พูดตรงประเด็นว่า

"ข้าหมายถึง ให้ท่านเปิด 'ช่องทางพิเศษ' ให้ชาวบ้านเดินทางกลับซินเอี๋ยได้สะดวกต่างหาก"

"เส้นทางนี้ นอกจากจะรับประกันว่าทหารโจโฉจะไม่ทำร้ายดุด่าแล้ว ยังจัดคนคอยดูแลความเรียบร้อย ตั้งโรงทานแจกข้าวต้มแจกน้ำตลอดทาง

ถ้าท่านเป็นชาวบ้านซินเอี๋ยที่ต้องจากบ้านมาไกล กำลังหิวโซ ท่านจะหวั่นไหวไหม?

ขอแค่มีคนใจกล้าลองดูสักคน แล้วปลอดภัย

ข่าวก็จะแพร่สะพัดแบบปากต่อปาก ไม่กี่วัน ชาวบ้านที่ตามหลังเจ้าหูยาว จะต้องสลายตัวกลับซินเอี๋ยกันหมดแน่

แผนอพยพชาวบ้านอะไรนั่น ก็จะพังครืนไม่เป็นท่าเอง"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 28 - อพยพชาวบ้านข้ามแม่น้ำ

คัดลอกลิงก์แล้ว