- หน้าแรก
- สามก๊ก ข้าคือฝันร้ายของเล่าปี่และขงเบ้ง
- บทที่ 20 - เสือทึ่มชนะทางมังกรหลับ?
บทที่ 20 - เสือทึ่มชนะทางมังกรหลับ?
บทที่ 20 - เสือทึ่มชนะทางมังกรหลับ?
บทที่ 20 - เสือทึ่มชนะทางมังกรหลับ?
เคาทูคิดในใจด้วยความโล่งอกว่ารอดตัวไปที
แต่โจโฉไม่ได้คล้อยตามอารมณ์โกรธแค้นของทุกคน
เมื่อได้ฟังคำวิเคราะห์ แทนที่จะดีใจ เขากลับรีบตัดบทการวิจารณ์ทันที
"พอได้แล้ว ไอ้คำพูดสวยหรูว่าจะสังหารโจรชั่วน่ะ พูดไปตอนนี้ก็ไร้ความหมาย ใครๆ ก็พูดได้"
"กองทัพหน้าออกเดินทางไปแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือรีบเตือนสติโจหยิน"
"แฮหัวตุ้นพลาดท่าเสียทีให้ขงเบ้งไปแล้วก็ช่างเถอะ ข้าไม่อยากให้ใครต้องมาซ้ำรอยเดิมอีก"
ทุกคนรับคำสั่ง ทหารสื่อสารรีบนำคำสั่งไปดำเนินการ
เมื่อสั่งการเสร็จสิ้น การประชุมก็ยุติลง
ทุกคนเตรียมตัวแยกย้าย
เคาทูก็เตรียมจะเผ่นแน่บ
แต่ยังเดินไม่ทันพ้นสองก้าว ก็ถูกโจโฉเรียกไว้อีกครั้ง
"พวกเจ้า ออกไปให้หมด"
"จงคัง เจ้าอยู่ก่อน ข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้า..."
"ยังมีราชการทหารสำคัญบางอย่าง อยากจะหารือกับเจ้าและกงต๋า (ซุนฮิว) อีกสักหน่อย"
โจโฉเอ่ยยิ้มๆ
ข้างกายเขามีซุนฮิว ตันกุ๋ย เทียหยก และคนอื่นๆ ยืนอยู่
เรียกได้ว่าเป็นมันสมองระดับหัวกะทิของโจโฉทั้งสิ้น
การได้ยืนอยู่ตรงนั้น เป็นความใฝ่ฝันของขุนนางฝ่ายบุ๋นในเมืองฮูโต๋ทุกคน
นั่นหมายถึงความไว้วางใจสูงสุดและการยอมรับในสติปัญญาจากโจโฉ
เมื่อคิดได้ดังนี้ ขุนนางหลายคนถึงกับตาร้อนผ่าว
ยิ่งหันไปมองเคาทู ชายร่างยักษ์ท่าทางเหมือนคนบ้าพลัง
ก็ยิ่งรู้สึกเจ็บใจจนแทบจะกัดฟันแตก
"หา?"
"หารือราชการทหาร กับข้าเนี่ยนะ?"
เคาทูฟังแล้วก็เอ๋อรับประทาน
ในใจไม่ได้ยินดีปรีดาแม้แต่น้อย
ความรู้สึกเหมือนสุนัขฮัสกี้หลงเข้าไปในฝูงหมาป่า
รู้สึกประหม่าและร้อนตัวอย่างที่สุด
...
ณ เมืองซินเอี๋ย
โจหยินมองเมืองร้างตรงหน้า แล้วก็เริ่มเปิดแชมเปญฉลองล่วงหน้าด้วยความลำพองใจ ไม่ต่างจากแฮหัวตุ้นก่อนหน้านี้
"เฮอะ ขงเบ้งมังกรหลับอะไรกัน ก็มีดีแค่ใช้วิธีสกปรกพวกนั้น ไม่ว่าจะวางแผนอะไรมา ก็เปล่าประโยชน์"
"ถูกต้อง จากทุ่งพกบ๋องมาถึงซินเอี๋ย ทางสะดวกโยธิน ต่อให้ขงเบ้งมีแผนการล้ำเลิศแค่ไหน จะทำอะไรได้ ชาวเมืองซินเอี๋ยแสนคน ต่อให้เกณฑ์มาเป็นทหาร ก็สู้เราไม่ได้ ไม่ว่าจะดิ้นรนแค่ไหน จุดจบก็คือความตายสถานเดียว"
"ไป เข้าเมือง! วันนี้ข้าโจหยินยึดเมืองได้โดยไม่ต้องหลั่งเลือด วันหน้าเล่าลือออกไป ก็เป็นเกียรติประวัติอันงดงาม"
"ฮ่าฮ่าฮ่า!"
โจหยินควบม้านำหน้า
พุ่งเข้าสู่เมืองซินเอี๋ย
ยิ่งคิด ในใจก็ยิ่งกระหยิ่มยิ้มย่อง
ถึงกับเงยหน้าหัวเราะร่าออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่
ทันใดนั้น——
เสียงกีบม้าดังกุบกับแว่วมาข้างหู
ม้าเร็วตัวหนึ่งวิ่งตะบึงจากนอกเมืองซินเอี๋ย ตรงดิ่งมาหาโจหยิน
"ท่านแม่ทัพ!"
"ด่วน! ข่าวด่วนจากฮูโต๋!"
"ท่านแม่ทัพ ท่านอัครมหาเสนาบดีส่งม้าเร็วแปดร้อยลี้ กำชับให้ส่งถึงมือท่านแม่ทัพโดยเร็วที่สุดขอรับ!"
นายทหารลงจากม้ารายงาน
"อะไรนะ ม้าเร็วแปดร้อยลี้?!"
โจหยินตกใจ
รีบรับจดหมายลับจากนายทหารมาเปิดอ่าน
แต่เพิ่งกวาดสายตาไปได้สองสามบรรทัด สีหน้าก็เปลี่ยนไปมาอย่างซับซ้อน
เดี๋ยวเขียวเดี๋ยวแดง ราวกับโรงย้อมผ้า
เห็นสีหน้าเขาเปลี่ยนไปมาอย่างรุนแรง
คนสนิทข้างกายย่อมสงสัย
อดถามไม่ได้ว่า
"ท่านแม่ทัพ จดหมายด่วนแปดร้อยลี้ของท่านอัครมหาเสนาบดีว่าอย่างไรบ้างขอรับ"
"เจ้าดูเอาเองเถอะ"
"ไม่รู้ไอ้โง่ตัวไหน ไปเป่าหูท่านอัครมหาเสนาบดี ให้ระวังขงเบ้งใช้มุกเดิม..."
"ตลกสิ้นดี"
"ที่นี่ไม่ใช่ทุ่งพกบ๋อง จะใช้ไฟยังไง หรือจะเผาทั้งเมืองซินเอี๋ยให้วอดวาย?"
โจหยินพูดจบก็แค่นหัวเราะ
ชัดเจนว่าเขาไม่ได้ใส่ใจคำเตือนนี้เลยแม้แต่น้อย
และไม่ได้เก็บมาคิดจริงจัง
แต่คนพูดไม่คิด คนฟังกลับคิด
โจหยินไม่ใส่ใจ
แต่คนสนิทกลับตื่นตัว
เตือนเขาด้วยสีหน้าจริงจัง
"ระวังไว้ดีกว่าแก้นะขอรับ ท่านแม่ทัพ อย่าลืมบทเรียนของแฮหัวตุ้น"
"แฮหัวตุ้น?"
โจหยินที่เมื่อครู่ยังทำท่าดูแคลน
พอนึกถึงแฮหัวตุ้นที่กลับไปฮูโต๋แล้วโดนรุมประณาม จนป่านนี้ยังเก็บตัวเงียบไม่ออกมาพบผู้คน ก็ตัวสั่นสะท้านขึ้นมาทันที
สติสตางค์กลับมาครบถ้วน
หันกลับไปไม่พูดพร่ำทำเพลง
สั่งให้หน่วยลาดตระเวนสองสามนายล่วงหน้าเข้าไปตรวจสอบในเมืองทันที
ครู่ต่อมา หน่วยลาดตระเวนก็วิ่งกลับมารายงาน
"รายงาน! ——
เรียนท่านแม่ทัพ พบน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวนมากในเมืองขอรับ!"
"ไม่ใช่แค่น้ำมัน ยังมีหญ้าแห้งกิ่งไม้แห้งอีกเพียบ อีกอย่าง เมืองซินเอี๋ยเงียบผิดปกติ ไม่มีคนเลยสักคนขอรับ!"
"รายงาน! ท่านแม่ทัพ ทางทิศตะวันออกของเมืองพบทหารซินเอี๋ยจำนวนหนึ่งถือคบเพลิง ตอนนี้ถูกจับกุมตัวไว้แล้วขอรับ!"
ข่าวสารปลิวว่อนมาราวกับเกล็ดหิมะ
"เชี่ย!"
"ถอย! รีบถอยทัพ!"
โจหยินที่เมื่อครู่ยังทำท่าอวดดี พอฟังจบก็รู้สึกเหมือนสมองจะระเบิด
ได้สติก็ตัดสินใจเด็ดขาด
รีบชักม้าหันหลัง ควบหนีอย่างไม่คิดชีวิต
ความเร็วเรียกได้ว่าเร็วที่สุดในชีวิต
ไม่กลัวอะไร กลัวแค่จะซ้ำรอยแฮหัวตุ้น ถูกขังอยู่ในเมืองซินเอี๋ย กลายเป็นเต่าในไหให้เขาจับต้มยำ
หลังจากควบหนีออกมาได้สองสามลี้
หัวใจที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายถึงค่อยๆ กลับลงสู่ที่เดิม
หันกลับไปมองเมืองซินเอี๋ยที่ปกคลุมด้วยความมืดมิดเบื้องหลัง กัดฟันกรอดด้วยความแค้น
ปากก็สบถด่าด้วยความโกรธแค้น
"ไอ้ชาวนาจูกัด จิตใจช่างโหดเหี้ยมอำมหิตนัก!"
"โชคดี โชคดีจริงๆ ที่ท่านอัครมหาเสนาบดีส่งจดหมายมาทันเวลา ไม่งั้นข้าคงแย่แน่ๆ"
โจหยินแม้จะดูมุทะลุและชอบเอาหน้า
แต่ก็ไม่ใช่คนไม่รู้เรื่องการทหาร ไม่อย่างนั้นโจโฉคงไม่แต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพหน้าคุมทัพออกศึก
ด้วยเหตุนี้
ยิ่งคิด เขาก็ยิ่งรู้สึกหวาดกลัวจับใจ
เหงื่อเย็นไหลอาบแผ่นหลัง
พอนึกถึงคำวิจารณ์ที่ตนมีต่อกุนซือผู้นั้นเมื่อครู่
ในใจก็รู้สึกละอาย
หันไปถามคนสนิทอย่างจริงจังว่า
"เจ้ารู้หรือไม่ว่ากุนซือท่านใดเป็นคนเสนอแนะเรื่องนี้แก่ท่านอัครมหาเสนาบดี ครั้งนี้ถือว่าเขาช่วยชีวิตข้าไว้แท้ๆ กลับไปข้าต้องไปขอบคุณเขาให้งามๆ เสียหน่อย"
เขาถามด้วยสีหน้าจริงใจ แต่คนสนิทฟังจบ สีหน้ากลับดูแปลกพิกล
ผ่านไปครู่ใหญ่จึงยอมบอกคำตอบ หลุดชื่อเคาทูออกมา
"เจ้าว่าใครให้ข่าวมานะ เคาทู?"
"ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ที่ไอ้ทึ่มนั่นฉลาดกว่าข้า?"
โจหยินตะลึง
ได้ยินดังนั้น ตาเบิกกว้าง แทบจะสงสัยในชีวิตตัวเอง
"ท่านแม่ทัพอย่าได้ดูแคลนแม่ทัพเคาทูอีกเลยขอรับ"
"ได้ยินมาว่าข่าวเรื่องขงเบ้งจะใช้ไฟเผาทุ่งพกบ๋องก่อนหน้านี้ ก็เป็นแม่ทัพเคาทูที่มาเตือนท่านอัครมหาเสนาบดีและแม่ทัพแฮหัวล่วงหน้า
โบราณว่าจากกันสามวันต้องมองกันใหม่ ดูท่าแม่ทัพเคาทูจะฉลาดขึ้นจริงๆ ขอรับ"
คนสนิทเสริม
แต่ยังพูดไม่ทันจบ ก็ถูกโจหยินขัดจังหวะ
"รู้แล้ว รู้แล้ว ไม่ต้องพูดมาก!"
กลัวเพื่อนลำบาก แต่ก็กลัวเพื่อนได้ดีกว่า คำนี้ใช้บรรยายความรู้สึกของโจหยินตอนนี้ได้ดีที่สุด
เขากับเคาทูสนิทสนมกันมาก
ย่อมยินดีที่เคาทูได้ดี แต่เวลามันเพิ่งผ่านไปไม่กี่วันเองนะ
ไหนตกลงกันว่าจะโง่ไปด้วยกัน จะเป็นคู่หูจอมพลัง
บทจะฉลาด นายก็เก่งทั้งบุ๋นทั้งบู๊ขึ้นมาเฉยเลย
ใครมันจะไปรับได้
แถมก่อนออกศึก เขาก็คุยกับเคาทูมาแล้ว ไม่เห็นรู้สึกว่าเจ้านั่นจะมีแววฉลาดขึ้นตรงไหนเลย
"หรือว่านี่จะเป็นสิ่งที่เรียกว่างูเหลือมแพ้เชือกกล้วย... หรือว่าเจ้าเสือทึ่มจะเกิดมาเพื่อปราบมังกรหลับโดยเฉพาะ?!"
[จบแล้ว]