- หน้าแรก
- สามก๊ก ข้าคือฝันร้ายของเล่าปี่และขงเบ้ง
- บทที่ 19 - กระบี่แห่งคุณธรรม ไร้ผู้ต่อกร!
บทที่ 19 - กระบี่แห่งคุณธรรม ไร้ผู้ต่อกร!
บทที่ 19 - กระบี่แห่งคุณธรรม ไร้ผู้ต่อกร!
บทที่ 19 - กระบี่แห่งคุณธรรม ไร้ผู้ต่อกร!
คำพูดนี้ทำเอาทุกคนในที่นั้นพยักหน้าเห็นด้วยเป็นทิวแถว
โจโฉก็หันกลับมามองเคาทูอีกครั้ง "จงคัง ทุกคนถามเจ้าอยู่นะ ว่าเจ้ามีความเห็นอย่างไร"
แต่ครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อน
แววตาของเขาเต็มไปด้วยความคาดหวัง
เมื่อต้องเผชิญกับสายตาคาดหวังเช่นนี้
เคาทูเริ่มรู้สึกทำตัวไม่ถูก
"เอ่อ..."
ความเห็น?
ข้าจะมีความเห็นอะไรได้
ประโยคที่น้องซูให้มา ข้าเองยังตีความไม่ออกเลย
เคาทูร้องโอดโอยในใจ
แต่จะมาร้องขอความเป็นธรรมตอนนี้ก็เปล่าประโยชน์
เรื่องดำเนินมาถึงขั้นนี้ หากเขาบอกว่าไม่รู้ คงเป็นปัญหาใหญ่แน่ ดังนั้นเคาทูจึงต้องกัดฟันตอบแบบกำกวมไปว่า
"เรียนท่านอัครมหาเสนาบดี ข้าคิดว่านี่แหละคือสิ่งที่เล่าปี่จงใจทำ เพราะกระบี่แห่งคุณธรรม หากใช้ให้ดี มันจะไร้ผู้ต่อกร"
คำตอบนี้ย่อมไม่ทำให้ทุกคนพอใจ คิ้วของทุกคนขมวดมุ่น
"หือ? นี่มันเรื่องบ้าอะไร กระบี่แห่งคุณธรรม ไร้ผู้ต่อกร..."
"นั่นสิ ท่านแม่ทัพเคาทูมีอะไรก็พูดมาตรงๆ เถอะ ทำไมถึงมาเล่นลิ้นทายปริศนาในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ หรือว่าท่านไม่รู้ความจริง เลยแกล้งปล่อยควันอำพราง ให้พวกเราเดากันไปเอง?"
เห็นเสียงวิจารณ์เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ
เคาทูเกิดไหวพริบ ไม่รอให้ใครซักไซ้ ชิงเป็นฝ่ายรุกถามกลับก่อนว่า
"ทำไม ปกติพวกท่านต่างก็คุยโวว่าเป็นปราชญ์ผู้รอบรู้ อ่านตำรามาห้าเกวียน บอกว่าขงเบ้งก็งั้นๆ"
"ทำไมวันนี้ แค่ให้ทายปริศนา ตีความนิดหน่อย พวกท่านก็เป็นใบ้ พูดไม่ออกกันเสียแล้ว? ต้องให้ข้าพูดให้กระจ่างแจ้งหรือไง ถ้าเป็นอย่างนั้น ท่านอัครมหาเสนาบดีจะเลี้ยงพวกท่านที่อ้างตัวว่าเป็นบัณฑิตไว้ทำไม ให้เปลืองข้าวสุกหรือ"
"เจ้า..."
เหล่าขุนนางฝ่ายบุ๋นได้ยินดังนั้น ก็โกรธจนแทบกระอักเลือด
บางคนที่มีฝีปากกล้า ถึงกับถลกแขนเสื้อเตรียมจะเข้ามาถกเถียงกับเคาทูให้รู้ดำรู้แดง
แต่พอเดินเข้าไปใกล้
เห็นร่างทะมึนดั่งภูเขาของเคาทู
ถึงเพิ่งนึกได้ว่าไอ้หมอนี่ไม่ใช่บัณฑิต แต่เป็นขุนพลบ้าพลัง!
ขืนไปยั่วโมโห มีหวังโดนทุบเละ
พวกนั้นจึงค่อยๆ ถอยกลับมาเงียบๆ
ทั่วทั้งลานจึงตกอยู่ในความเงียบงันไปชั่วขณะ
ไม่ว่าฝ่ายบู๊หรือบุ๋น ต่างจ้องมองแผ่นหลังของเคาทูตาค้าง
ส่วนเคาทู ก็แหงนหน้ามองฟ้า ทำท่าทางเหมือนยอดยุทธ์ผู้โดดเดี่ยว
"เจ้าหมอนี่ ยังจะมาวางมาดอีก!?"
โจโฉเห็นแล้วก็ทั้งขำทั้งฉุน
แต่คราวนี้เขาไม่ได้เอ่ยปากห้ามปราม
กลับมองกลุ่มที่ปรึกษาเบื้องล่างด้วยสายตาขบขันและสนใจ
ชัดเจนว่าเขาอยากรู้ว่าจะมีใครตีความเจตนาที่แท้จริงของเคาทูออกหรือไม่
คิดพลางนิ้วมือก็เคาะโต๊ะเป็นจังหวะ
รอคอยคำตอบ
เสียงเคาะก๊อกๆ ดังก้อง ทำให้ทุกคนในใจเริ่มตึงเครียด
โชคดีที่ความตึงเครียดนี้อยู่ไม่นาน ก็มีคนเสนอหน้าออกมา
คราวนี้ไม่ใช่คนจากตระกูลบัณฑิตแห่งเองฉวน แต่เป็นเทียหยก เขาไม่ได้โจมตีเคาทู แต่กลับเอ่ยชมเชย
"ท่านแม่ทัพเคาทู ช่างคมในฝักจริงๆ ปกติไม่ค่อยแสดงออก นึกไม่ถึงว่าพอเอ่ยปาก ก็แทงใจดำเข้าจุดสำคัญทันที!"
"นับถือ! นับถือ!"
โจโฉหูผึ่ง รีบถาม "จ้งเต๋อ (ชื่อรองเทียหยก) หมายความว่าอย่างไร หรือท่านมองออกถึงความหมายแฝงในคำพูดของจงคัง?"
"ถูกต้องขอรับ!"
เทียหยกพยักหน้า วิเคราะห์ให้ฟัง
"เมื่อครู่การวิเคราะห์ของกงต๋า (ซุนฮิว) และฉางเหวิน (ตินกุ๋ย) ไม่ผิด หากเผาเมืองซินเอี๋ย จะทำให้ราษฎรนับแสนไร้ที่อยู่
แต่พวกเขามองข้ามความหน้าด้านและความเจ้าเล่ห์ของเล่าปี่ไป
นี่เป็นตราบาปก็จริง
แต่ตราบาปนี้ เขาไม่ได้คิดจะแบกรับไว้เอง แต่ตั้งใจจะโยนมาให้พวกเราต่างหาก"
"โยนให้พวกเรา!?"
"ถูกต้อง หากเล่าปี่พาชาวบ้านข้ามแม่น้ำไปเอง ย่อมทำให้ชาวบ้านโกรธแค้น แต่ถ้าไม่ใช่เพราะความสมัครใจ แต่เป็นเพราะถูกสถานการณ์บังคับ ท่านลองคิดดูสิว่าผลลัพธ์จะต่างกันแค่ไหน?"
[จบแล้ว]