- หน้าแรก
- สามก๊ก ข้าคือฝันร้ายของเล่าปี่และขงเบ้ง
- บทที่ 7 - ใช้การ์ดวาสนา
บทที่ 7 - ใช้การ์ดวาสนา
บทที่ 7 - ใช้การ์ดวาสนา
บทที่ 7 - ใช้การ์ดวาสนา
ห้าวันต่อมา
ณ เหลาอาหารในเมืองฮูโต๋
แม้จะเพิ่งย้ายเมืองหลวงมาได้ไม่กี่ปี
แต่ภายใต้การบริหารของโจโฉและเหล่าขุนนางปัญญาชน
เมืองฮูโต๋ก็เริ่มมีสง่าราศีสมเป็นเมืองหลวง
ตลอดทางที่ผ่านมา พ่อค้าวานิชสัญจรขวักไขว่ เสียงเร่ขายของดังไม่ขาดสาย
ภาพความคึกคักเช่นนี้ช่างแตกต่างจากเมืองเล็กๆ อย่างซินเอี๋ยราวฟ้ากับเหว
บิเจินเพิ่งเคยมาฮูโต๋เป็นครั้งแรก มองไปทางไหนก็ดูแปลกตาตื่นใจไปเสียหมด
ในขณะที่นางเที่ยวเล่นอย่างสนุกสนาน
ซูเฉินกลับขมวดคิ้วมุ่น ไม่มีอารมณ์จะรื่นเริงแม้แต่น้อย
พวกเขามาถึงฮูโต๋ได้สามวันแล้ว
ระหว่างนี้ซูเฉินพยายามหาทางติดต่อโจโฉ แต่จดหมายแนะนำตัวที่ส่งออกไป ล้วนเงียบหายไปในกลีบเมฆ
"หรือจะต้องให้ตระกูลบิช่วยจริงๆ แต่ประเด็นคือพวกเขาจะช่วยได้หรือ"
ซูเฉินขมวดคิ้วแน่น ในใจเริ่มรู้สึกท้อแท้
ในขณะที่กำลังมืดแปดด้าน จู่ๆ เขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้
"เดี๋ยวก่อน ข้ายังมีไพ่ตายอยู่อีกใบ ยังไม่ได้ใช้นี่นา"
ในห้วงจิตของเขา ตอนนี้มี [การ์ดวาสนาพิเศษ] ลอยเด่นอยู่
ซูเฉินทบทวนความสามารถของมัน
"ผลลัพธ์ไม่ทราบแน่ชัด... งั้นลองใช้ดูหน่อยจะเป็นไรไป ดูซิว่าใช้เจ้านี่แล้ว ข้าจะได้วาสนาอะไรในเมืองฮูโต๋ ขอแค่ไม่เลวร้ายเกินไป แค่ช่วยให้ข้าเชื่อมสายสัมพันธ์กับค่ายโจโฉได้ ก็ถือว่าไม่ขาดทุนแล้ว"
ความคิดสั่งการ
เพียงแค่กดเลือก การ์ดวาสนาในห้วงจิตก็กลายเป็นควันสีเขียวจางหายไปทันที
มองดูการ์ดวาสนาที่หายไป
แววตาของซูเฉินเต็มไปด้วยความคาดหวัง
แต่รออยู่นานสองนาน ก็ไม่เห็นความผิดปกติใดๆ
ค่อยๆ สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากความคาดหวัง เป็นความผิดหวัง
การ์ดวาสนาไร้ผลหรือ?
หรือว่าข้าใช้วิธีผิด
ในขณะที่กำลังจนปัญญา
ห้องรับรองข้างๆ จู่ๆ ก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้น
...
ห้องรับรองข้างๆ
ชายร่างยักษ์กำยำกระแทกชามเหล้าลงบนโต๊ะดังปัง
นึกถึงเหตุการณ์ในท้องพระโรงเมื่อเช้า ก็เบิกตาโพลงด้วยความโกรธ ไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง
"ท่านอัครมหาเสนาบดีดูแคลนข้าเกินไปแล้ว ครั้งนี้ยกทัพไปซินเอี๋ย เห็นอยู่ชัดๆ ว่าข้าเป็นคนเสนอตัวก่อนแท้ๆ ว่าจะนำทัพออกศึก เหตุใดนายท่านถึงเมินข้า แล้วมอบโอกาสสร้างความดีความชอบนี้ให้แฮหัวตุ้นเล่า"
"เรื่องนี้..."
คนสนิทเห็นท่าไม่ดี หัวใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ มือสั่นเทาขณะรินเหล้าให้ชายร่างยักษ์ พลางสรรหาคำพูดมาปลอบใจ
"ข้าน้อยคิดว่า น่าจะเป็นเพราะท่านอัครมหาเสนาบดีเป็นห่วงท่านแม่ทัพเคาทูมากกว่าขอรับ ใครๆ ก็รู้ว่าท่านเป็นขุนพลคู่ใจอันดับหนึ่ง หากท่านไม่อยู่ ใครจะคอยอารักขาท่านอัครมหาเสนาบดีเล่าขอรับ..."
"ผายลม! ไม่มีคนอารักขาบ้าบออะไร ท่านอัครมหาเสนาบดีคิดว่าข้าเคาทูเป็นแค่คนบ้าเลือดต่างหาก! เจ้าแฮหัวตุ้นยิ่งน่ารังเกียจ กล้ามาเยาะเย้ยข้าต่อหน้าธารกำนัลว่าข้าดีแต่ฆ่าศัตรู นำทัพไม่เป็น แล้วมันเป็นนักหรือไง ฮึ่ย
ไอ้แค่ตำราพิชัยสงคราม ข้าก็เคยอ่านโว้ย
ทำไมท่านอัครมหาเสนาบดีถึงให้โอกาสแฮหัวตุ้นไปสร้างผลงาน ไม่ให้ข้าเคาทู? แค่เพราะฉายาข้าคือเจ้าเสือทึ่มงั้นรึ?
นั่นชาวบ้านเขาตั้งฉายาให้ข้า! ข้าไม่ได้เรียกตัวเองแบบนั้นเสียหน่อย!
เจ้าว่า ข้าทึ่มจริงรึ?"
เจ้าเสือทึ่มลุกพรวดขึ้น
เมื่อถูกจ้องมอง คนสนิทรู้สึกเหมือนถูกเสือร้ายจ้องตะครุบเหยื่อ
เหงื่อกาฬไหลอาบแผ่นหลังทันที
"เอ่อ... คือว่า... ข้าน้อยคออ่อน ข้าน้อยเมาแล้วขอรับ..."
เห็นท่าไม่ดี คนสนิทรู้ทันทีว่าเจ้านายกำลังจะอาละวาดเพราะฤทธิ์เหล้า
ในใจร้องโอดโอย
จึงทำได้เพียงแกล้งเมา "สลบเหมือด" ไปเสียดื้อๆ
...
เจ้าเสือทึ่ม เคาทู?
นั่นมันองครักษ์คนสนิทของโจโฉไม่ใช่หรือ
นี่คือผลของการ์ดวาสนางั้นหรือ
ซูเฉินฟังเสียงความเคลื่อนไหวจากห้องข้างๆ
ก็ตกตะลึง เมื่อนึกถึงการ์ดวาสนาที่เพิ่งใช้ไป ในใจก็เริ่มคาดเดาได้รางๆ
"คุณชาย..."
บิเจินที่อยู่ข้างๆ ก็สังเกตเห็นเหตุการณ์นี้เช่นกัน
ปากเล็กๆ อ้าค้างเป็นรูปตัวโอ
นางหันมา ตั้งใจจะเตือนซูเฉิน
แต่ยังพูดไม่ทันจบ
ห้องข้างๆ ก็มีเสียงตวาดลั่นดังขึ้นมาก่อน!
"ใคร! บังอาจมาแอบฟังข้าคุยกัน! รนหาที่ตายหรือไง!?"
สิ้นเสียงคำราม
ไม่ว่าจะเป็นซูเฉินหรือบิเจินต่างก็สะดุ้งโหยง
ยังไม่ทันได้ตอบโต้
ตูม!
เสียงระเบิดดังสนั่น
ผนังไม้กั้นห้องถูกหมัดของใครบางคนต่อยจนระเบิดกระจุยกระจาย
เคาทูแม้จะเป็นคนซื่อตรงขวานผ่าซาก แต่ก็ไม่ได้โง่
เขารู้ดีว่าการเคลื่อนทัพไปซินเอี๋ย เป็นความลับทางทหาร ห้ามแพร่งพราย
ดังนั้นเมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจากห้องข้างๆ
เขาจึงตัดสินใจลงมือทันที
เจ้าเสือทึ่มที่เมามาย ดวงตาแดงฉาน
พุ่งเข้ามากลางวง
ราวกับเสือร้ายลงจากภูเขา
เงื้อกำปั้นขนาดเท่าหม้อดิน
ทุบใส่ต้นตอของเสียงอย่างสุดแรง
บิเจินเห็นดังนั้นก็หน้าถอดสี
หมัดนี้หากโดนเข้า
ไม่ตายก็คงคางเหลือง
แต่ยังไม่ทันที่หมัดจะตกถึงตัว
ซูเฉินยกมือขึ้น รับหมัดนั้นไว้อย่างมั่นคง
"เจอหน้าก็กะจะเอาให้ตายเลยหรือ"
"ท่านแม่ทัพเคาทูช่างลงมือโหดเหี้ยมจริงๆ"
ซูเฉินยืนหยัดด้วยมือข้างเดียว
รับหมัดของเจ้าเสือทึ่มไว้แน่น รัศมีน่าเกรงขามแผ่ออกมา
"เอ๊ะ เจ้าหน้าขาวนี่ดูอ้อนแอ้น แต่แรงเยอะไม่ใช่เล่น มาๆๆ มาสู้กับข้าสักสามร้อยเพลง!"
เคาทูตกใจ
แต่พอได้สติกลับรู้สึกตื่นเต้นแทน
ด้วยฤทธิ์สุรา เขาไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน พุ่งเข้าใส่หมายจะฟัดเหวี่ยงกับซูเฉินทันที
หากวัดกันที่พละกำลังเพียวๆ
เคาทูไม่ได้ด้อยไปกว่าซูเฉินที่ได้รับพลังของลิโป้มาแล้ว
แต่เพราะเมามาย หมัดของเขาจึงไร้ทิศทางและกระบวนท่า
สู้กันไปได้เพียงสามสิบกว่าเพลง
ก็ถูกซูเฉินสยบลงอย่างง่ายดาย
ถูกกดหน้าแนบกับพื้น
...
สภาพรอบห้องเละเทะไม่มีชิ้นดี
เมื่อเห็นว่าปราบเคาทูได้แล้ว
ซูเฉินก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ส่วนเคาทูที่ถูกกดอยู่กับพื้น กลับสร่างเมาเป็นปลิดทิ้ง
ตะโกนร้องว่าสะใจติดต่อกันหลายครั้ง
"สะใจ! สะใจโว้ย!"
"ไม่ได้สู้มันส์สะใจแบบนี้มานานแล้ว"
เขาเงยหน้ามองซูเฉิน แววตาเปลี่ยนเป็นชื่นชม
แต่ปากกลับเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตำหนิว่า
"เจ้าหนุ่มหน้ามน ดูท่าทางไม่ใช่คนเลว อยู่ดีๆ ทำไมถึงมาแอบฟังคนอื่นคุยกัน รู้ไหมว่าเรื่องราชการลับแบบนี้ คนธรรมดาอย่างเจ้าได้ยินเข้า จะมีปัญหาใหญ่ตามมาแค่ไหน"
เมื่อถูกตำหนิ ซูเฉินก็ไม่ได้ตื่นตระหนก "ท่านเสียงดังปานฟ้าผ่า ขนาดไม่อยากได้ยินยังยากเลยกระมัง"
บิเจินได้สติ รีบเสริมว่า "ใช่เจ้าค่ะ ท่านพูดจาโผงผางเอง จะมาโทษพวกเราแอบฟังได้อย่างไร"
"เอ่อ..."
เคาทูพูดไม่ออก
นึกถึงเสียงอันดังของตัวเองเมื่อครู่ ก็รู้ว่าโทษอีกฝ่ายไม่ได้
จึงก้มหน้าแก้เก้อ ไอโขลกเขลกออกมา
"แค่กๆ..."
เมื่อรู้ตัวว่าเป็นฝ่ายผิด ก็เริ่มพาลหาเรื่อง แขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามดุจเหล็กไหล คว้าแขนซูเฉินไว้แน่น แล้วกล่าวว่า
"ข้าไม่สน ยังไงเจ้าก็ได้ยินแล้ว เจ้าจะเดินหนีไปดื้อๆ แบบนี้ไม่ได้"
"อ้าว? แล้วท่านแม่ทัพเคาทูต้องการอย่างไร" ซูเฉินถามกลับ
"เอางี้ เจ้าตามข้ากลับไปที่จวน รอสักพัก รอให้เจ้าแฮหัวตุ้นมันได้รับชัยชนะกลับมา ยึดเมืองซินเอี๋ยได้เมื่อไหร่ ข้าค่อยปล่อยเจ้าไป ตกลงไหม แบบนี้ไม่ถือว่าข้ารังแกเจ้านะ"
เคาทูตอบ แววตามีเลศนัย
เห็นสีหน้าแบบนี้
ซูเฉินก็รู้ทันทีว่าเคาทูเนื้อแท้ไม่ได้เลวร้ายอะไร
ความระแวงในใจลดลงไปมาก
แต่ก็ยังถามจี้ใจดำไปว่า
"ท่านแม่ทัพคิดจะกักบริเวณพวกเราหรือ"
"กักบริเวณอะไรกัน พูดจาน่าเกลียด นี่มันจำเป็นต่างหาก"
เคาทูลุกขึ้น มองซูเฉิน แม้จะเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก แต่เขากลับรู้สึกถูกชะตาอย่างบอกไม่ถูก
ยื่นไมตรีให้อีกครั้ง "อีกอย่าง ไปอยู่บ้านข้า เหล้าดีเนื้อดีมีไม่อั้น ว่างๆ เราก็มาประลองกำลังกันสักสามร้อยเพลง ไม่สนุกหรือไง ลองคิดดูสิว่าจริงไหม"
[จบแล้ว]