- หน้าแรก
- ย้อนเวลาไปเป็นปรมาจารย์ช่างต่อเรือ
- บทที่ 21: ความแค้นในอดีต
บทที่ 21: ความแค้นในอดีต
บทที่ 21: ความแค้นในอดีต
บทที่ 21: ความแค้นในอดีต
ณ ที่ทำการอำเภอจี๋หยาง
"ท่านแม่ทัพ! มิเพียงแม่ทัพโจวเจาจะพลาดท่าเสียทีในสนามรบ แต่ทหารของเราที่ออกศึกไปกว่าครึ่งก็สูญเสียไปจนเกือบหมด เหลือรอดกลับมาไม่ถึงสองร้อยนายขอรับ!" รองแม่ทัพนายหนึ่งเดินเร่งรีบเข้ามาจากด้านนอก ก่อนจะคุกเข่าคารวะรายงานต่อโจหยิน
"เหอะ!" โจหยินแค่นเสียงขึ้นจมูกเมื่อได้ยินรายงาน เขาไม่ได้เอ่ยปากถามถึงความสูญเสียของพวกโจรป่าเลยแม้แต่น้อย สำหรับเขาแล้ว ต่อให้โจรป่าพวกนั้นตายตกไปทั้งพันกว่าคน ก็ยังเทียบค่าไม่ได้กับชีวิตทหารเอกของเขาแม้เพียงนายเดียว
"พวกเศษเดนทัพลิโป้ฉวยโอกาสที่นายท่านกำลังติดพันศึกตัดสินกับอ้วนเสี้ยว ก่อกบฏหนีออกมาจากฮูโต๋ นึกไม่ถึงว่าจะมาตั้งตัวเป็นอ๋องครองภูเขาอยู่ที่นี่! ส่งหน่วยลาดตระเวนออกไปสืบดูขุมกำลังที่แท้จริงของมันเดี๋ยวนี้" โจหยินครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวต่อ "ทางที่ดี ไปรวบรวมพวกโจรป่ามาสักกลุ่ม ให้พวกมันเป็นคนนำทาง"
"ท่านแม่ทัพ ข้าน้อยมีแผนการหนึ่งขอรับ!" นายอำเภอจี๋หยางที่ยืนอยู่ข้างกายโจหยินพลันก้าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม
"หือ?" โจหยินปรายตามอง "ว่ามา"
"ตามที่ท่านแม่ทัพกล่าว พวกโจรป่าที่มาในวันนี้คงถูกคนผู้นั้นชักนำมา หากกองทัพเรายกไปปราบปราม พวกมันย่อมหนีเตลิดเข้าป่าลึก ไม่เพียงค้นหายาก แต่ยังสิ้นเปลืองเสบียงกรังมหาศาล"
"แล้วอย่างไร?" โจหยินขมวดคิ้ว
"พวกโจรป่าท้องถิ่นเหล่านี้ล้วนเห็นแก่ได้ ไร้สัจจะ ไฉนเราไม่ส่งคนไปเกลี้ยกล่อมก่อนพวกมันจะแยกย้าย มอบผลประโยชน์จูงใจให้พวกมันหันมาเข่นฆ่ากันเองเล่าขอรับ? เราเพียงแค่รอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ในตอนท้าย ไม่ว่าฝ่ายใดแพ้หรือชนะ ก็ล้วนไม่ส่งผลเสียต่อท่านแม่ทัพ ทั้งยังช่วยลดความยุ่งยากไปได้มากโข"
"แผนเยี่ยม!" โจหยินไตร่ตรองครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า หันไปมองนายอำเภอแล้วสั่งการ "เจ้าจงไปจัดการเรื่องนี้ แต่ข้าต้องการตัวเว่ยซูและไอ้แม่ทัพหนุ่มชุดขาวนั่นแบบเป็นๆ"
"สองคนนั้นเป็นเพียงเศษเดนทัพลิโป้ เหตุใดท่านถึง..." นายอำเภอขมวดคิ้วสงสัย
"เรื่องนี้เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้มากความ" โจหยินปรายตามองด้วยสายตาเย็นชา
"รับทราบขอรับ!" นายอำเภอรู้ดีว่าเรื่องนี้อาจเกี่ยวพันถึงเบื้องบน ไม่ควรถามซอกแซก จึงรีบรับคำและถอยออกไปดำเนินการทันที
ความจริงแล้ว โจหยินหาได้ใส่ใจเศษเดนทัพลิโป้ไม่ ในอดีตลิโป้ก็ไม่ได้เป็นที่นิยมชมชอบของผู้คนนัก ยิ่งตายไปเกือบสิบปีแล้ว ยิ่งไม่มีใครจดจำ ลำพังแค่ลูกน้องเก่าไม่กี่คนย่อมไม่อาจก่อคลื่นลมอันใดได้ ทว่าเรื่องนี้เกี่ยวพันถึงคดีฆาตกรรมในฮูโต๋ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้โจหยินไล่ล่าเว่ยซูอย่างไม่ลดละทันทีที่พบหน้าในวันนี้
ยามที่โจโฉตีเมืองแหฝือแตก มีคนสองคนเอ่ยปากขอสตรีจากโจโฉ คนหนึ่งคือกวนอูที่ขอภรรยาของฉินอี้ลู่ คนสนิทของลิโป้ นามว่าตู้ซื่อ ผลปรากฏว่า... โจโฉเก็บนางไว้เอง ส่วนอีกคนคือแฮหัวเอี๋ยน ที่เอ่ยปากขอนางเหยียนภรรยาของลิโป้ และบุตรสาวนามว่าลิหลิงฉี
เวลานั้นกวนอูยังอยู่ใต้สังกัดของเล่าปี่ แม้โจโฉจะต้องการดึงตัวกวนอูมาร่วมงาน แต่เล่าปี่เองก็ยังเป็นเพียงบริวารของโจโฉ ความกระตือรือร้นจึงยังไม่มากเท่าในภายหลัง แต่แฮหัวเอี๋ยนนั้นต่างออกไป เขาไม่เพียงเป็นญาติสนิทของโจโฉ แต่ยังเป็นขุนพลคู่ใจที่โจโฉไว้วางใจที่สุด โจโฉจึงพระราชทานภรรยาและบุตรสาวของลิโป้ให้แก่แฮหัวเอี๋ยนโดยไม่ได้ชายตามองด้วยซ้ำ
ทว่าภรรยาหลวงของแฮหัวเอี๋ยนเป็นคนขี้หึง ย่อมไม่พอใจที่สามีพาสตรีอื่นเข้าบ้าน ประกอบกับตระกูลเดิมของนางเป็นตระกูลใหญ่แห่งอิงชวน แม้จะกลั่นแกล้งรังแกนางเหยียนสารพัด แฮหัวเอี๋ยนก็ทำได้เพียงปิดตาข้างหนึ่ง แต่เรื่องนี้กลับสร้างความเคียดแค้นให้กับเหล่าบริวารเก่าของลิโป้ยิ่งนัก
เว่ยซูที่ยอมจำนนพร้อมกับเตียวเลี้ยว เดิมทีก็สงบเสงี่ยมเจียมตัวดี แต่เมื่อทราบข่าวความทุกข์ระทมของนางเหยียน โดยเฉพาะหลังจากที่นางเหยียนทนความอัปยศไม่ไหวจนกระโดดบ่อน้ำฆ่าตัวตาย ความโกรธแค้นของเขาก็ปะทุขึ้น ฉวยโอกาสที่โจโฉทุ่มกำลังรบกับอ้วนเสี้ยว รวบรวมสมัครพรรคพวกบุกจวนตระกูลแฮหัวในยามวิกาล ช่วยเหลือลิหลิงฉีออกมา มิหนำซ้ำยังลงมือสังหารคนในครอบครัวแฮหัวเอี๋ยนจนสิ้นซาก
เวลานั้นเป็นช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานในการศึกกับอ้วนเสี้ยว โจโฉจึงปิดข่าวเรื่องนี้ไม่ให้แฮหัวเอี๋ยนรู้ กว่าแฮหัวเอี๋ยนจะทราบเรื่อง เว่ยซูก็พาลิหลิงฉีและทหารเก่าของลิโป้นับร้อยหนีไปถึงเมืองยีหลำแล้ว
แม้หลายปีมานี้แฮหัวเอี๋ยนจะไม่เอ่ยปาก แต่ในฐานะพี่น้อง โจหยินรู้ดีว่าเรื่องนี้เป็นเหมือนหนามยอกอกของแฮหัวเอี๋ยนเสมอมา อีกทั้งตระกูลเดิมของภรรยาแฮหัวเอี๋ยนก็ยังคงไล่ล่าล้างแค้นเรื่องนี้อย่างไม่ลดละ ดังนั้นเมื่อมาพบกันในครานี้ โจหยินย่อมไม่อาจปล่อยเว่ยซูและบุตรสาวของลิโป้ไปได้ แต่ใครจะรู้ว่าความรีบร้อนกลับทำให้เขาเสียท่าให้อีกฝ่าย ซ้ำร้ายยังมาเจอเกวียนลาคันนั้น... พอคิดถึงเกวียนลา โจหยินก็เดือดดาลขึ้นมาทันที จนถึงตอนนี้เขายังเดินขากะเผลก ก็เพราะเกวียนลาบ้านั่นแท้ๆ
"เจ้าของเกวียนลาเมื่อตอนกลางวัน... เจ้าจำหน้ามันได้หรือไม่?" โจหยินแค่นเสียงเย็นในใจ พลางหันไปถามรองแม่ทัพ
"จำได้แม่นยำขอรับ!" รองแม่ทัพพยักหน้า จะว่าไปแล้ว หากไม่มีเกวียนลาคันนั้นโผล่มา พวกเขาอาจจะพุ่งเข้าไปติดกับดักของพวกโจรป่าเต็มเปา ทว่าในทางกลับกัน ทหารจำนวนไม่น้อยก็ต้องมาตายเพราะถูกเกวียนลาคันนั้นเหยียบย่ำเช่นกัน
"สั่งให้คนวาดภาพเหมือนของมันกับเว่ยซู แล้วปิดประกาศจับไปทั่วทุกหัวเมือง!" โจหยินสั่งเสียงเหี้ยม
แม้เขาจะเคยลั่นวาจาไว้ว่าจะไม่สังหารหลิวอี้ แต่เขาก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่สร้างความลำบากให้ อย่างมากก็แค่จับตัวมาแต่ไม่ฆ่าทิ้งก็เท่านั้น
"รับทราบ!" รองแม่ทัพรับคำ
สำหรับกองทัพโจโฉแล้ว หลิวอี้เป็นเพียงมดปลวกไร้ค่า หากขุนพลใหญ่อย่างโจหยินต้องการจะเล่นงาน ใครเล่าจะกล้าขัดใจท่านแม่ทัพเพียงเพื่อคนตัวเล็กๆ เช่นนั้น
"อีกเรื่อง หน่วยลาดตระเวนที่ส่งไปซินเย๋กลับมาหรือยัง?" โจหยินเอ่ยถาม
"กลับมาแล้วกลุ่มหนึ่งขอรับ ตอนนี้เล่าปี่กำลังซ่องสุมกำลังพลและเกณฑ์ทหารอยู่" รองแม่ทัพรายงาน
"ซินเย๋เป็นเพียงเมืองเล็กเท่าแมวดิ้นตาย จะเกณฑ์ทหารได้สักกี่คนเชียว" โจหยินกล่าวอย่างดูแคลน "รอให้ผ่านพ้นหน้าหนาว อากาศอบอุ่นเมื่อใด ข้าจะไปยึดซินเย๋เป็นที่แรก!"
เล่าปี่ในยามนี้ไม่มีสิ่งใดให้กองทัพโจโฉต้องหวั่นเกรงเลยแม้แต่น้อย เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดโจโฉถึงให้ความสำคัญกับเล่าปี่นัก
"เช่นนั้นข้าน้อยขอตัวก่อน!" เมื่อเห็นว่าโจหยินไม่มีคำสั่งอื่น รองแม่ทัพจึงคารวะลา
โจหยินพยักหน้าอนุญาต รองแม่ทัพจึงหันหลังเดินจากไปเพื่อจัดการเรื่องโจรป่า วันนี้เองที่ทำให้พวกเขาตระหนักว่า ตลอดแนวเขาฝูหนิวไปจนถึงเขาจงหยาง มีกลุ่มโจรซุกซ่อนอยู่มากมายเพียงใด ลำพังกลุ่มเดียวอาจมีแค่สามถึงห้าร้อยคนดูไม่น่ากลัว แต่หากรวมตัวกันก็กลายเป็นกองกำลังนับพัน
แม้จะเป็นเพียงพวกไร้ระเบียบวินัย ไม่เหมาะแก่การทำศึกจริงจัง แต่หากพวกมันคอยก่อกวนแนวหลังก็ย่อมเป็นปัญหาใหญ่ หากก่อนหน้านี้โจหยินไล่ล่าเว่ยซูเพราะความแค้นส่วนตัว มาบัดนี้เขาเริ่มมองเห็นภัยคุกคามจากโจรป่าเหล่านี้แล้ว จะปล่อยให้พวกมันยึดครองพื้นที่แถบนี้ต่อไปไม่ได้ หากกองทัพโจโฉจะยกทัพลงใต้ไปตีเกงจิ๋ว การมีโจรป่าพวกนี้อยู่ย่อมทำให้เส้นทางลำเลียงเสบียงไม่ปลอดภัย ไม่ว่าจะอย่างไร ต้องปราบปรามโจรพวกนี้ให้สิ้นซากก่อนการเดินทัพใหญ่!
"ซี้ด..." พอลุกขึ้นยืน บาดแผลที่ขาซึ่งเกิดจากเกวียนลาเจ้ากรรมนายเวรนั่นก็เจ็บแปลบขึ้นมาอีก โจหยินรู้สึกหดหู่ใจยิ่งนัก โบกมือเรียกทหารองค์รักษ์ข้างกาย "ประคองข้ากลับไปที!"
อย่างไรเสีย เขาต้องรักษาตัวให้หายดีเสียก่อน มิเช่นนั้นจะทำการใดก็ขลุกขลักไปหมด...
ในขณะเดียวกัน ณ ค่ายโจรที่หลิวอี้พำนักอยู่
"เว่ยซู พวกเราต้องย้ายกันอีกแล้วหรือ?" ภายใต้หน้ากากทองสัมฤทธิ์ ดวงตาที่เคยฉายแววเย็นชาเมื่อตอนกลางวัน บัดนี้กลับแฝงด้วยความเหนื่อยล้า
"ขอรับ" เว่ยซูเดินเข้ามาหาลิหลิงฉีแล้วพยักหน้า "แม้ครั้งนี้เราจะเอาชนะโจหยินได้ แต่ร่องรอยก็ถูกเปิดเผยแล้ว ที่นี่ไม่เหมาะจะพำนักอยู่นาน"
ตีหัวเข้าบ้านแล้วถอยหนี... นี่คือวิถีทางที่ทำให้พวกเขาเอาชีวิตรอดใต้จมูกของโจโฉมาได้ตลอดหลายปีนี้
"น่าเสียดายที่ฆ่าโจหยินไม่ได้!" ลิหลิงฉีส่ายหน้าพลางถอนหายใจ
"หากฆ่าโจหยิน กองทัพโจโฉย่อมต้องตามล่าอย่างบ้าคลั่งแน่ ถึงตอนนั้นเราอาจหนีไม่รอด" เว่ยซูส่ายหน้า เขาไม่เห็นด้วยกับความคิดนั้น เป้าหมายของพวกเขาคือการมีชีวิตรอด ไม่ใช่การล้างแค้น
"ได้ยินว่าวันนี้ท่านพาคนกลับมาด้วยหรือ?" เมื่อเห็นลิหลิงฉีเงียบไป เว่ยซูจึงขมวดคิ้วถามขึ้น
"ใช่ หากไม่ได้คนผู้นั้นช่วยขัดขวางโจหยิน การศึกวันนี้คงไม่ราบรื่นเช่นนี้" ลิหลิงฉีพยักหน้า "เขาเป็นช่างฝีมือ"
"ช่วงนี้เป็นเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน คุณหนูโปรดระมัดระวังตัวด้วย อย่างไรเสีย..."
"จิตใจมนุษย์ยากหยั่งถึง ข้ารู้ดี" ลิหลิงฉีพูดแทรกขึ้นมา
เว่ยซูพยักหน้ารับ "ดึกมากแล้ว ข้าน้อยขอตัวก่อน"
ลิหลิงฉีกล่าวอย่างอ่อนใจ "ข้าบอกหลายครั้งแล้ว เว่ยซูไม่จำเป็นต้องมากพิธีกับข้า"
เว่ยซูเพียงแค่ยิ้มรับ ก่อนจะคารวะและถอยออกไป ลิหลิงฉีปลดหน้ากากทองสัมฤทธิ์บนใบหน้าออก ถอนหายใจแผ่วเบา ก่อนจะล้มตัวลงนอนทั้งที่ยังสวมชุดเกราะ...