เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 39: เจดีย์สิบชั้น

บทที่ 39: เจดีย์สิบชั้น

บทที่ 39: เจดีย์สิบชั้น


บทที่ 39: เจดีย์สิบชั้น

หลังจากฟังวาจาของเซี่ยฮาหมา หวงฮว่าจี๋ค่อยๆ นั่งลง

ความลับอันดำมืดถูกถ่ายทอดออกมาอย่างช้าๆ

คนในตำบลต่างพูดกันว่า สุนัขจิ้งจอกตายยังหันหัวกลับไปทางรังนอน ใบไม้ร่วงย่อมกลับสู่ราก ดังนั้นแม่ทัพหวงจึงลาออกจากราชการกลับมายังบ้านเกิดที่ตำบลไผฟาง

แท้จริงแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่ ที่เขากลับมาก็เพื่อเฝ้าเจดีย์อาถรรพ์แห่งนี้ต่างหาก!

จวนแม่ทัพถูกสร้างขึ้นเมื่อสามสิบกว่าปีก่อน

สามสิบกว่าปีก่อนทั่วราชวงศ์ฮั่นใหม่เกิดเรื่องราวภูตผีปีศาจออกอาละวาดบ่อยครั้ง 'ราชามังกรเขียวเหวินเทียน' ผู้บัญชาการใหญ่แห่งสำนักสดับฟ้าได้เสาะหาวิธีแก้ไข จนพบว่าในโลกมนุษย์ได้ปรากฏ 'เส้นทางยมโลก' สายใหม่ขึ้น เหล่าภูตผีปีศาจร้ายจากยมโลกต่างอาศัยเส้นทางนี้หลบหนีออกมาทำชั่วในที่ต่างๆ

และจุดเริ่มต้นของเส้นทางยมโลกสายนี้ ก็อยู่ที่ตำบลไผฟางนี่เอง!

ดังนั้นผู้ตรวจการสำนักสดับฟ้าและกรมกลาโหมจึงได้เกณฑ์ทหารชายแดนมาสร้าง 'เจดีย์อู๋จี๋' ขึ้นบนพื้นที่ตั้งของจวนแม่ทัพ

แต่ไม่มีใครในตำบลเคยเห็นเจดีย์องค์นี้ เพราะมันถูกสร้างกลับหัวลงไปในดิน หน้าที่ของมันคือหันหน้าเข้าหาจุดกำเนิดของเส้นทางยมโลก เพื่อสะกดข่มสิ่งชั่วร้ายใต้พิภพ!

เช่นเดียวกับที่เซี่ยฮาหมากล่าว เลขดินคือเลขหยิน คือเลขคู่ ดังนั้นเจดีย์องค์นี้จึงมีทั้งหมดสิบชั้น

และเพื่อสะกดสิ่งชั่วร้าย ภายในเจดีย์จึงอัดแน่นไปด้วยรูปปั้นเทพเจ้าลัทธิเต๋าและพระพุทธรูปที่ผ่านการปลุกเสกจากปรมาจารย์และเกจิอาจารย์มากมาย

"ตั้งแต่เริ่มสร้างเจดีย์องค์นี้จนกระทั่งแล้วเสร็จ ระหว่างนั้นมีเรื่องราวอาถรรพ์เกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่เพราะมียอดฝีมือคอยคุมสถานการณ์จึงไม่เกิดความวุ่นวายใหญ่โต ทว่าพอถึงขั้นตอนสุดท้าย ความวุ่นวายก็เกิดขึ้นจนได้!"

เจดีย์สร้างดิ่งลงสู่ใต้ดิน ยอดเจดีย์อยู่ข้างล่าง ฐานเจดีย์อยู่ข้างบน ซึ่งตรงข้ามกับเจดีย์ในโลกมนุษย์ทั่วไป

ดังนั้นขั้นตอนสุดท้ายของเจดีย์ในโลกมนุษย์คือการปิดยอด แต่ขั้นตอนสุดท้ายของเจดีย์อู๋จี๋คือการ 'ปิดฐาน'

"ฐานเจดีย์ปิดอย่างไรก็ปิดไม่ลง มันต้องใช้แผ่นหินมาประกอบเข้าด้วยกันเพื่อปิดผนึก เดิมทีขนาดของแผ่นหินเหล่านี้ถูกคำนวณไว้ดิบดี ตามหลักแล้วต้องปิดปากฐานเจดีย์ได้พอดี แต่กลับกลายเป็นว่าปิดไม่ได้!"

สีหน้าของหวงฮว่าจี๋เริ่มย่ำแย่ลง

"ตอนแรกแผ่นหินก้อนสุดท้ายใหญ่เกินไปใส่ไม่เข้า ช่างฝีมือจึงคำนวณใหม่และตัดแต่งแผ่นหิน ผลปรากฏว่าแผ่นหินกลับเล็กเกินไป ร่วงตกลงไปในเจดีย์จนหมด! ช่างฝีมือคำนวณใหม่หลายครั้ง แต่ทำอย่างไรก็คำนวณไม่แม่นยำเสียที!"

ได้ยินถึงตรงนี้ เซี่ยฮาหมากล่าวเสียงเครียด "เส้นทางยมโลกที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ไหนเลยจะสะกดได้ง่ายดายปานนั้น? นี่เป็นฝีมือของภูตผีใต้ดินที่ก่อกวน พวกมันอุตส่าห์หาทางออกมายังโลกมนุษย์ได้ยากลำบาก จะยอมให้ถูกปิดผนึกง่ายๆ ได้อย่างไร?"

หวงฮว่าจี๋ยิ้มขื่น "ใครว่าไม่ใช่เล่า? ใครว่าไม่ใช่เล่า? เฮอะๆ ใครว่าไม่ใช่เล่า?"

สามประโยคที่ว่า 'ใครว่าไม่ใช่เล่า' น้ำเสียงเปลี่ยนไปสามระดับ ครั้งสุดท้ายถึงกับสั่นเครือคล้ายคนจะร้องไห้

"พวกท่านลองทายดูสิว่า สุดท้ายพวกเราสะกดสิ่งชั่วร้ายใต้ดินได้อย่างไร?"

เซี่ยฮาหมาพนมมือกล่าว "อู๋เลี่ยงโซ่วจุน (มหาเทพผู้ทรงอายุขัยไร้ประมาณ) คงต้องเป็นปรมาจารย์หรือเกจิสงฆ์ท่านใดสละกายสังขาร นั่งสมาธิมรณภาพเพื่อสะกดสิ่งชั่วร้ายกระมัง!"

ใบหน้าของหวงฮว่าจี๋ปรากฏแววอำมหิตอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน หางตาเขาตกลง มุมปากยกขึ้น แสยะยิ้มเย็นชาติดต่อกัน "เฮอะๆ ท่านนักพรตคิดโลกสวยเกินไปแล้ว ปรมาจารย์เกจิอะไร บัณฑิตผู้ยิ่งใหญ่อะไร พอถึงเวลาความเป็นความตายล้วนจอมปลอมทั้งเพ! พวกมันกลับจับ 'รองแม่ทัพ' ของข้าขังไว้ในเจดีย์ ใช้วิญญาณของเขาเป็นตัวสะกดสิ่งชั่วร้าย!"

"น่าสงสารรองแม่ทัพของข้า เขาจงรักภักดีต่อชาติบ้านเมือง เลือดร้อนรักชาติ ภักดีต่อราชสำนัก เคารพเชื่อฟังผู้บังคับบัญชา ชั่วชีวิตเป็นคนเปิดเผยตรงไปตรงมา แต่สุดท้ายกลับต้องมาตายโหงคาเส้นทางยมโลก!"

เห็นท่าทางโกรธแค้นจนแทบกระอักเลือดของเขา หวังฉีหลินส่ายหน้าเบาๆ

สวีต้าได้รับอิทธิพลจากความโกรธแค้นของแม่ทัพเฒ่า จึงด่าทอด้วยความโมโห "ไอ้พวกนักพรตจมูกวัวกับพระหัวโล้นพวกนี้ช่างชั่วช้าสารเลว พวกมันใช้วิธี 'ตอกเสาเข็มคนเป็น' นี่หว่า"

หวงฮว่าจี๋ตวาด "ตอกเสาเข็มคนเป็นจะเอามาเทียบอะไรกับการปิดผนึกเส้นทางยมโลก? การปิดผนึกเส้นทางยมโลกคือการต้องอยู่ร่วมกับภูตผีปีศาจชั่วร้ายทุกเช้าค่ำ ต้องหวาดผวาตลอดวันตลอดคืน มีเพียงรอให้สวรรค์ทำการปิดผนึกเส้นทางนี้ วิญญาณถึงจะไปรายงานตัวที่ยมโลกเพื่อเข้าสู่วัฏสงสารได้!"

"แต่เมื่อไหร่เล่าที่สวรรค์จะปิดเส้นทางนี้? และต่อให้ปิดแล้ว วิญญาณดวงนั้นก็แปดเปื้อนไปด้วยบาปกรรมของภูตผีปีศาจ มิแคล้วต้องถูกยมโลกตัดสินว่าเป็นวิญญาณชั่วร้ายแล้วส่งลงนรกไปรับทัณฑ์ทรมานอยู่ดี?"

หวังฉีหลินขนลุกซู่ "น่ากลัวขนาดนั้นเชียว?"

หวงฮว่าจี๋พยักหน้า

เมื่อความลับของเจดีย์อู๋จี๋ถูกเปิดเผย ทุกคนก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด

ตลาดผีที่หวงชิงอวิ๋นหลงเข้าไป ก็คือปากทางเข้าเส้นทางยมโลกใต้เจดีย์อู๋จี๋นั่นเอง ที่นั่นเป็นแหล่งรวมของภูตผีปีศาจ จึงเกิดเป็นตลาดผีขึ้นมา

สิ่งที่ตามรังควานนางจริงๆ ไม่ใช่วิญญาณผีแซ่ซู แต่เป็นสิ่งชั่วร้ายรุนแรงที่ถูกสะกดอยู่ใต้เจดีย์อู๋จี๋ ดังนั้นหากจะช่วยหวงชิงอวิ๋น การสังหารแค่ผีแซ่ซูจึงไร้ผล ต้องลงไปจัดการสะกดปีศาจใต้เจดีย์ให้ได้

มาถึงตรงนี้ หวงฮว่าจี๋กล่าวว่า "ขอให้ใต้เท้าโปรดลงมือ ช่วยไปสะกดปีศาจร้ายอีกครั้งเถิด!"

หวังฉีหลินยังไม่ทันเอ่ยปาก สวีต้าก็หัวเราะขึ้นมาก่อน "ล้อเล่นหรือเปล่า? ใต้เท้าของข้ามีฝีมือขนาดนั้นที่ไหนกัน? มา ท่านนักพรต ส่งแขก"

เซี่ยฮาหมาถลึงตาใส่เขา "เจ้าเป็นลี่ซื่อ ข้าเป็นโหยวซิง คนละสายงานแต่ยศเท่ากัน..."

"ต้องสามัคคีกันสู้ศัตรูภายนอก!"

เซี่ยฮาหมาสะบัดแขนเสื้อ พูดกับหวงฮว่าจี๋ว่า "ท่านแม่ทัพ เชิญครับ"

หวงฮว่าจี๋ลุกขึ้นด้วยสีหน้าผิดหวังเต็มประดา กล่าวว่า "ข้าผู้เฒ่านึกว่าใต้เท้าหวังเป็นวีรบุรุษหนุ่มน้อย ผู้เปี่ยมด้วยความยุติธรรมเสียอีก"

สวีต้าโบกมือ "ไม่ต้องมาใช้คำพูดกดดัน ใต้เท้าของข้าเป็นวีรบุรุษหนุ่มน้อยผู้เปี่ยมความยุติธรรมจริงๆ นั่นแหละ แต่ก็ใช่ว่าจะต้องไปส่งตัวไปตายเสียหน่อย?"

หวังฉีหลินพยักหน้า ผู้รู้ใจข้า คือท่านปู่สวีต้านี่เอง

หวงฮว่าจี๋รีบล้วงคัมภีร์สีทองเล่มหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ กล่าวว่า "ไม่ใช่ให้ไปตาย และไม่จำเป็นต้องไปยุ่งเกี่ยวกับปีศาจด้วย เพียงแค่ให้นำพระคัมภีร์เล่มหนึ่งไปส่งที่ใต้ฐานเจดีย์เท่านั้น"

สวีต้าปรายตามอง "ง่ายขนาดนั้นทำไมท่านไม่ไปเอง? คนสนิทในจวนท่านมีตั้งเยอะแยะ ทำไมไม่ให้พวกเขาไป?"

หวงฮว่าจี๋ตอบ "เพราะวิญญาณรองแม่ทัพของข้ายังถูกขังอยู่ในเจดีย์ การเข้าไปข้างในย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเผชิญหน้ากับเขา จึงต้องอาศัยยอดฝีมืออย่างใต้เท้าหวัง แต่วิญญาณของรองแม่ทัพไม่ได้มีตบะแก่กล้าอะไร ไม่น่ากลัวแต่อย่างใด หากใต้เท้าทั้งสามกังวล ข้าผู้เฒ่ายินดีจะลงไปพร้อมกัน"

หวังฉีหลินนิ่งเงียบไม่พูดจา

เซี่ยฮาหมาสะบัดแขนเสื้อ "เชิญครับ ท่านแม่ทัพ"

หวงฮว่าจี๋โพล่งขึ้นมาทันที "หากใต้เท้าหวังยินดีช่วยข้าผู้เฒ่าในเรื่องนี้ ข้ายินดีมอบ 'จูทอง' หนึ่งพันเหรียญให้ ม้าดีอาวุธวิเศษในจวน หากต้องการสิ่งใดเชิญหยิบฉวยได้ตามใจชอบ และจะทำหนังสือทูลเกล้าถวายความดีความชอบของใต้เท้าต่อราชสำนักให้ด้วย"

หวังฉีหลินขมวดคิ้ว "แม่ทัพหวงเห็นขุนนางอย่างข้าเป็นคนเห็นแก่เงินหรือ?"

หวงฮว่าจี๋กล่าวต่อ "อีกอย่าง ใต้เท้าหวัง ข้าได้ยินว่าท่านยังโสดไร้คู่ครอง หากสามารถช่วยอวิ๋นเอ๋อร์กลับมาได้..."

ชายสี่คนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก: ไอ้พวกบ้ากาม ในที่สุดเราก็ได้เจอกัน

หวังฉีหลินลุกขึ้นกล่าว "แม่ทัพหวงไม่ต้องพูดมากความ เป็นขุนนางย่อมต้องปกป้องคุ้มครองราษฎร เรื่องนี้ข้าไม่อาจปฏิเสธได้"

การมาครั้งนี้หวงฮว่าจี๋มุ่งมั่นว่าจะต้องสำเร็จ เขาเตรียมผู้ติดตามและม้ามาด้วย พอออกคำสั่ง ผู้ติดตามสามคนก็นำม้ามามอบให้ทั้งสาม

หวังฉีหลินพูดอย่างจนใจ "ข้าขี่ม้าไม่เป็น"

สวีต้ากดอานม้าแล้วกระโดดขึ้นขี่อย่างคล่องแคล่ว ท่วงท่าองอาจผ่าเผย "ให้ท่านปู่พาไปไหม?"

"จะให้ข้าขี่คอเจ้าไปรึไง?"

"ไสหัวไป!"

สุดท้ายสวีต้าก็ไปหารถลากในตำบลมาได้คันหนึ่ง เอามาเทียมม้า ให้ม้าลากรถ รถลากหวังฉีหลิน แล้วพวกเขาก็มุ่งหน้าสู่จวนแม่ทัพ

ห่างจากการจากไปครั้งล่าสุดเพียงไม่กี่วัน ทั้งสามก็กลับมาเยือนจวนแม่ทัพอีกครั้ง

จวนแม่ทัพมีพื้นที่กว้างขวาง โดยส่วนของสวนหลังบ้านกินพื้นที่ไปถึงครึ่งหนึ่ง

หวังฉีหลินเดินตามพ่อบ้านติงเข้าไป ตอนที่ก้าวข้ามธรณีประตูสวนหลังบ้าน เขากระซิบเสียงเบาว่า "เดี๋ยวท่านนักพรตตามข้าเข้าไปในเจดีย์ ส่วนพี่สวี ท่านเฝ้าประตูอยู่ด้านนอก ถ้าข้าไม่ออกมา ห้ามปิดประตูเด็ดขาด!"

สวีต้าตอบ "เรื่องนี้วางใจได้ ถ้าเจ้าไม่ออกมา ข้าไม่ยอมให้พวกมันปิดประตูแน่"

หวังฉีหลินคว้าคอเสื้อเขาดึงเข้ามาใกล้ กระซิบข้างหูว่า "นอกจากพวกเรากันเองแล้ว ห้ามเชื่อใจใครหน้าไหนทั้งนั้น! เฝ้าประตูทางเข้าเจดีย์ให้ดี ต้องระวังตัวให้มาก!"

สวีต้ามองซ้ายมองขวาแล้วกระซิบถาม "มีผี?"

"มีผี ตัวเป้งแฝงอยู่!"

จบบทที่ บทที่ 39: เจดีย์สิบชั้น

คัดลอกลิงก์แล้ว