เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33: ดูนั่น มีดบิน

บทที่ 33: ดูนั่น มีดบิน

บทที่ 33: ดูนั่น มีดบิน


บทที่ 33: ดูนั่น มีดบิน

หวงฮว่าจี๋จ้องมองลูกสะใภ้ ริ้วรอยบนใบหน้าของเขาดูชัดเจนยิ่งขึ้นภายใต้สายลมยามค่ำคืน

หวงเหยาซื่อจ้องกลับด้วยสายตาเคียดแค้นชิงชัง

หวงหลิวเฟิงที่ยืนอยู่ในลานเรือนเอามือสองข้างบิดท้องน้อยอย่างแรง คิ้วขมวดมุ่น ริมฝีปากสั่นระริก ดูท่าทางกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

สวีต้าตบไหล่เขาด้วยความห่วงใย "น้องชาย ปวดฉี่รึ?"

หวงหลิวเฟิงส่ายหน้า กัดริมฝีปากแดงระเรื่อ แล้วในที่สุดก็รวบรวมความกล้าเดินออกไป "แม่รอง ที่แท้ท่านก็ยังเคียดแค้นเรื่องยาบำรุงใส่คุณไสยที่ทำให้ท่านแท้งลูกเมื่อครั้งนั้น ท่านเคยบอกว่าปล่อยวางไปแล้ว เป็นเรื่องโกหกหรือ?"

หวงเหยาซื่อหัวเราะโหยหวน "ปล่อยวาง? คนเป็นแม่ถูกคนทำร้ายจนเสียลูกไป เจ้าจะให้คนเป็นแม่ปล่อยวางได้อย่างไร? ครั้งนี้ที่ข้าชักนำเจ้าโจรราคะแซ่ซูเข้ามาในจวน เดิมทีก็แค่..."

"เจ้าชักนำมันเข้ามาในจวน?!" หวงฮว่าจี๋ตวาดลั่น "ที่แท้มันกับอวิ๋นเอ๋อร์รู้จักกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นแผนชั่วของเจ้า?"

หวงเหยาซื่อชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วตระหนักได้ว่าตัวเองพลั้งปากพูดออกไป

แต่มาถึงขั้นนี้แล้ว นางเหมือนไม้ปัดฝุ่นที่ขนร่วงหมดเหลือแต่ด้าม ไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว นางจึงปลงตก

นางไม่แก้ตัว กล่าวว่า "ถูกต้อง ข้าเป็นคนชักนำมาเอง เดิมทีข้าแค่ต้องการทำลายความบริสุทธิ์ของนังแพศยานั่น ใครจะรู้ว่าท่านพ่อสามีจะเปลี่ยนนิสัยจากคนหยาบกร้านมาเป็นคนละเอียดรอบคอบ เจ้านั่นแค่เผยพิรุธนิดเดียวท่านก็จับได้เสียแล้ว..."

"แม่รอง คุณไสยในยาบำรุงปีนั้น ข้าเป็นคนใส่ลงไปเอง"

หวงหลิวเฟิงเอ่ยประโยคนี้ออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย

คำพูดของหวงเหยาซื่อชะงักค้างกลางอากาศ นางหันขวับไปมองเขา

หวงหลิวเฟิงก้าวถอยหลังอย่างขลาดกลัว "ปีนั้นไม่ใช่แค่ท่านพี่ที่เรียนวิชาคุณไสยกับฮูหยินแดนเมี่ยว ข้าเองก็แอบเรียนด้วย แต่ข้าแอบเรียน ท่านพ่อไม่ได้ให้โถเลี้ยงคุณไสยกับข้า ข้าไม่มีที่เลี้ยง พอเห็นมีโถน้ำแกงไก่อุ่นๆ อยู่โถหนึ่งที่พอจะเลี้ยงหนอนคุณไสยได้ ข้าก็เลยใช้มัน..."

"เดิมทีข้ากะว่าจะเอากลับไปเลี้ยงที่ห้องนอน ข้าไม่ได้อยากทำร้ายท่าน ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าน้ำแกงไก่นั่นเป็นยาบำรุงของท่าน ผลปรากฏว่า... ผลปรากฏว่าพอข้าออกไปข้างนอกแล้วกลับเข้าไปในครัวอีกที น้ำแกงไก่ก็ถูกสาวใช้ของท่านยกไปแล้ว"

"ข้าไม่รู้ว่าจะเป็นแบบนั้น ตอนนั้นข้า... ข้ากลัว เห็นท่านเจ็บปวดขนาดนั้น ข้ากลัวโดนท่านพ่อตี ก็เลยไปร้องไห้กับท่านพี่ ท่านพี่ก็เลยรับผิดแทนข้า..."

ร่างของหวงเหยาซื่อโงนเงน คล้ายแข้งขาอ่อนแรง นางค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งพิงประตู

หวงหลิวเฟิงจะเข้าไปประคอง แต่หวงเหยาซื่อชี้นิ้วตวาดใส่ "อย่าเข้ามาใกล้ข้า! เจ้าอย่าเข้ามา! เจ้าโกหกข้า โกหกข้า!"

"แม่รอง ข้าขอโทษ" หวงหลิวเฟิงกล่าวทั้งน้ำตา

หวงเหยาซื่อหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วเปลี่ยนเป็นหัวเราะลั่น "เจ้าโกหกข้า! เป็นฝีมือของนังเด็กชิงอวิ๋นนั่นแหละ! เป็นฝีมือของมัน! ตั้งแต่ข้าแต่งเข้าจวนมา... ตั้งแต่ข้าเข้าจวน นังเด็กนั่นก็คอยหาเรื่องข้าตลอด ต้องเป็นมัน ฮ่าๆ!"

หวังฉีหลินส่ายหน้า หากให้เขาเลือกระหว่างกระท่อมฟางกับจวนแม่ทัพอีกครั้ง เขายอมกลับไปนอนกระท่อมฟางดีกว่า

เซี่ยฮาหมาถอนหายใจ "นี่แหละหนอชีวิต"

หวงฮว่าจี๋ส่งสายตาให้พ่อบ้าน พ่อบ้านเดินเข้ามาประสานมือคารวะทั้งสาม "ใต้เท้าทั้งสาม จวนของข้าคงต้องจัดการเรื่องภายในครอบครัว พวกท่านเห็นว่าอย่างไร?"

"พวกเราก็ดูส่วนของพวกเรา พวกท่านก็จัดการส่วนของพวกท่าน พวกเราไม่ยุ่งเกี่ยว" สวีต้ากล่าว

"พ่อบ้านไม่ได้หมายความอย่างนั้น" เซี่ยฮาหมาถลึงตาใส่เขา

พ่อบ้านพยักหน้า

"เขาถามว่าพวกเราจะเอาอย่างไร" เซี่ยฮาหมากล่าวต่อ "พวกเราก็จะยืนดูอยู่ตรงนี้แหละ"

หวังฉีหลินชกพวกเขาทีละหมัด "ไปดูคุณหนูหวงกันดีกว่า!"

เขารู้สึกว่าแม่หนูตระกูลหวงคนนี้น่าสงสารจริงๆ

น้องชายก็ทำร้ายนาง แม่เลี้ยงก็ทำร้ายนาง ปกติคนเขาหลุมใครหลุมมัน แต่นางนี่คนเดียวเจอหลุมกับดักเป็นกองพะเนิน

หลุมเยอะขนาดนี้ ต่อให้ท้องเสียวิ่งเข้าห้องน้ำก็ยังใช้ไม่หมด!

สวีต้าทำท่าอิดออด "ไอ้เจ็ด เจ้าว่าพวกเราสามคนเหมือนตะเกียบสองข้างคีบกระดูก... ชายโสดสามหน่อ ดึกดื่นป่านนี้จะไปหาคุณหนูถึงห้อง เกรงว่าจะไม่ดีมั้ง?"

หวังฉีหลินพูดอย่างไม่สบอารมณ์ "เลิกพล่าม ตามมา"

พวกเขาเดินออกจากเรือนชั้นใน มุ่งหน้าสู่ด้านนอก เนื่องจากแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยงไม่ลงรอยกัน เรือนพักของทั้งสองจึงอยู่ห่างกันไกล มีเรือนชั้นนอกของพวกบ่าวไพร่คั่นกลาง

พอเดินมาถึงเรือนชั้นนอก จู่ๆ สวีต้าก็ร้อง 'เอ๊ะ' แล้วเดินเลี้ยวไปทางเส้นทางเล็กๆ สายหนึ่ง

หวังฉีหลินฉุนเฉียว "ทำไมเจ้าชอบมุงเรื่องชาวบ้านนัก?"

สวีต้าทำหน้ามุ่ย "ไม่ใช่โว้ย ไอ้เจ็ด ทำไมทางนี้มีไอเย็น? ลูกปัดปิงไถมันเย็นเจี๊ยบเลย"

เซี่ยฮาหมารีบสะบัดมือซัดยันต์ออกไปแผ่นหนึ่ง "เก้าดาราโคจร ปฐมกาลเวียนวน หัวจิงสุกใส จิตวิญญาณเปิดออก!"

แผ่นยันต์แตกตัวเป็นจุดแสงเล็กๆ หลายสิบจุด บินพุ่งไปยังเรือนเล็กด้านข้างอย่างรวดเร็ว

ทั้งสามรีบวิ่งตามจุดแสงนั้นไป

ที่หน้าประตูเรือนเล็กมีชายฉกรรจ์สองคนนอนล้มอยู่ หนึ่งในนั้นคือเฉินจิ่วที่พวกเขารู้จักเมื่อคืน

หน้าอกของทั้งสองคนเป็นรูโบ๋ หัวใจหายไป

หวังฉีหลินมองเข้าไปในลานเรือน เห็นโลงศพสีแดงชาดวางอยู่ ฝาโลงถูกตบเปิดออก เซี่ยฮาหมาก้าวยาวๆ เข้าไปชะโงกหน้าดูแล้วร้องอุทาน "อวี้หวงต้าตี้ทรงโปรด หยกเซียนเทียนหายไปแล้ว! เอ๊ะ ไม่ถูกต้อง? เขาตายอย่างประหลาด!"

สวีต้าสับตีนแตกวิ่งแน่บ

หวังฉีหลินรีบตามไปติดๆ

"ใต้เท้าหวัง... บัดซบ ไม่รอนักพรตเฒ่าอีกแล้ว!"

สองหนุ่มความเร็วสูง วิ่งไปถึงกำแพงทิศตะวันตกเฉียงเหนือก็เห็นเงาดำร่างหนึ่งกำลังปีนกำแพง

ท่านแม่ทัพเฒ่ากรำศึกมาตลอดชีวิต เคยชินกับชีวิตในค่ายทหารป้อมปราการ กำแพงจวนแม่ทัพจึงสร้างเสียเหมือนกำแพงเมือง ทั้งสูงทั้งหนา แถมยังปักขวากเหล็ก ตะปูเรือใบไว้เพียบ เงาดำนั้นปีนกำแพงอย่างยากลำบาก

พอเห็นมีคนไล่ตามมา เงาดำก็เร่งความเร็ว ฝืนลุยฝ่าขวากเหล็กบนกำแพงกระโดดลงไปด้านนอก

สวีต้าก็จะปีนกำแพงบ้าง

แต่หวังฉีหลินดึงประตูเปิดแล้ววิ่งไล่ออกไปก่อน

ตรงนี้มีประตูเล็กอยู่

เงาดำวิ่งหนีอย่างบ้าคลั่ง หหวังฉีหลินพุ่งออกไปแล้วหมุนตัวเหวี่ยงดาบปีศาจฟันม้าออกไปสุดแรง

ดาบยาวพุ่งแหวกอากาศราวกับหอกซัด

ดาวตกไล่จันทร์!

เงาดำวิ่งสี่ขาด้วยความเร็วสูง แต่มีดบินเร็วกว่า มันจำต้องกลิ้งตัวหลบไปด้านข้าง

หวังฉีหลินแกว่งแขนวิ่งไล่กวดด้วยความเร็วสูงสุด พอเข้าใกล้ดาบปีศาจ เขาก็ยื่นมือไปคว้าด้ามดาบแล้วตวัดเสยขึ้นตามแรง—

ฝุ่นทรายฟุ้งกระจายขึ้นมา ปกคลุมร่างเงาดำกลางอากาศ

เงาดำร้องเสียงประหลาด หันกลับมาตวัดกรงเล็บผีใส่!

"ปีศาจร้าย!"

หวังฉีหลินเดินลมปราณสู่จุดตันเถียนคำรามลั่นดุจฟ้าผ่า สองมือกุมดาบฟันเปรี้ยงลงไป!

กำลังภายในดั่งแม่น้ำไหลเชี่ยวทะลักผ่านแขนเข้าสู่ตัวดาบ ทันใดนั้นปราณดาบอันเยือกเย็นก็พุ่งหวีดหวิวออกมา!

เงาดำหน้าถอดสี รีบกลิ้งตัวหลบอีกครั้ง

หวังฉีหลินก้าวเท้าหนักหน่วงดุจสัตว์ยักษ์ย่ำพสุธา เหยียบพื้นจนทรายสะเทือน เขาไล่กระชั้นชิดเงาดำ กวัดแกว่งดาบยาวหมุนวนดั่งกังหันลม คมดาบหมุนคว้าง ปราณดาบกวาดผ่านพื้นดินราวกับคราดเหล็กไถนา ฟันลงไปทีหนึ่งก็เกิดร่องลึก!

พื้นที่โล่งไร้สิ่งกีดขวาง แสงจันทร์สาดส่องกระทบคมดาบเต็มที่

วิชาดาบจันทราปลิดวิญญาณถูกใช้ออกเต็มกำลัง ประกายหนาวเหน็บเยือกเย็น แสงดาบถาโถมดั่งระลอกคลื่น เงาดำถอยหนึ่งก้าว ถอยทุกก้าว ทำได้เพียงหลบหนีถอยหลังไปรอบๆ มิฉะนั้นคงตัวขาดสองท่อน!

ทว่าดาบนี้คือดาบเทพยุทธรัตติกาล รวดเร็วดั่งสายลม รุกรานดั่งเปลวไฟ!

การถอยต่อหน้าหวังฉีหลินก็เหมือนดื่มยาพิษแก้กระหาย เหล้าพิษสองจอกวางอยู่ตรงหน้าเงาผี: จอกแรกคือหยุดแล้วโดนฟันขาดสองท่อน จอกสองคือถอยไปอีกไม่กี่ก้าว ทรมานจนสาหัสแล้วค่อยโดนฟันขาดสองท่อน เลือกเอาสักทาง!

เงาผีอยากมีชีวิตรอดจัด ถึงกับหาเหล้าจอกที่สาม: มันหันหลังให้ ยอมรับดาบฟันเข้าที่กลางหลังเต็มๆ!

แล้วอาศัยแรงส่งจากดาบนั้น เดิมพันครั้งสุดท้ายพุ่งหนีสุดชีวิต...

แสงดาบนับสิบสายรวมเป็นแสงหนาวเหน็บสายเดียว!

หวังฉีหลินสะบัดแขนขว้างออกไป ราวกับพุ่งแหลน!

ข้ามีมีดบิน!

เซอร์ไพรส์ไหม? คาดไม่ถึงล่ะสิ?

ดาบยาวสี่ฟุตพุ่งทะลุร่างเงาผีเหมือนไม้เสียบลูกซานจา ตรึงมันติดกับพื้นทันที ร่างนั้นกลายเป็นหุ่นหิน

เตาหลอมโชคชะตาลอยออกมาดูดกลืนลำควันสีแดงเข้าไป

หวังฉีหลินแหวกเสื้อของมันออก แผ่นหยกทรงกลมที่เปล่งประกายละมุนละไมใต้แสงจันทร์ปรากฏขึ้นตรงหน้า

หยกเซียนเทียน!

หยกกำเนิดก่อนฟ้าดิน!

เขาหยิบหยกชิ้นนั้นขึ้นมา เตรียมจะเอาไปคืนให้หวงฮว่าจี๋

แต่ทว่าหยกในมือกลับหายวับไป!

เขารีบตรวจสอบในห้วงจิต

เตาหลอมโชคชะตามีเปลวไฟห้าสายลุกโชนพันรอบ แต่มันไม่ได้หลอมหยกเซียนเทียนชิ้นนี้ หยกถูกเก็บไว้ในเตาพร้อมกับระฆังทองสัมฤทธิ์ที่เขาได้จากตระกูลจง

แปลกจริง!

สวีต้าวิ่งตามมาค้นตัวหุ่นหินจนทั่ว แล้วเงยหน้าถามอย่างงุนงง "ไอ้เจ็ด หยกเซียนเทียนล่ะ?"

หวังฉีหลินไม่รู้วิธีเอาของออกจากเตาหลอมโชคชะตา และเขาก็เปิดเผยเรื่องเตาหลอมไม่ได้ จึงได้แต่ยิ้มแห้งๆ "ข้าไม่รู้น่ะสิ"

สวีต้าจ้องเขาอย่างจับผิด

"ข้าไม่ได้เอาไปจริงๆ" หวังฉีหลินรีบถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกสะบัดๆ ถอดรองเท้าบูทเทออกมา สุดท้ายถอดเสื้อตัวใน

เซี่ยฮาหมาที่วิ่งตามมาทีหลังเห็นภาพนี้เข้าถึงกับตะลึงตาค้าง เขากลืนน้ำลายเอือก หันหลังกลับเดินเงียบๆ: รบกลางคืนแล้วต่อด้วยรบกลางทุ่ง เด็กสมัยนี้มันรู้จักรุกรับประทับใจจริงๆ

จบบทที่ บทที่ 33: ดูนั่น มีดบิน

คัดลอกลิงก์แล้ว