เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 การจัดเตรียม

บทที่ 28 การจัดเตรียม

บทที่ 28 การจัดเตรียม


เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น เจียงเจี้ยนกั๋วก็ขับรถอู่หลิงหงกวงของเขาขนแม่พิมพ์ไม้เต็มคันรถมาถึงร้านอาหารตามสั่งเจี้ยนคัง ไม่ใช่แค่มีแม่พิมพ์เท่านั้น แต่ยังมีถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วลันเตาที่แช่ไว้ข้ามคืนอีกหลายถุงใหญ่ และหม้อใหญ่อีกสองสามใบ ของกองพะเนินทั้งหมดถูกลากเข้าไปในครัวหลังร้าน

ตั้งแต่คุณป้าใหญ่ตรวจพบว่าเป็นโรคสามสูง(1) เธอก็ไม่กินขนมหวานพวกนี้อีกเลย ของกองใหญ่ของเจียงเจี้ยนกั๋วจึงไม่มีที่ให้ได้แสดงฝีมือ

ห้องครัวถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งให้เจียงเจี้ยนกั๋วทำขนม อีกส่วนหนึ่งให้เจียงเจี้ยนคังเปิดร้านตามปกติ ในวันหยุดสุดสัปดาห์ไม่มีลูกค้ามาที่ร้านเท่าไหร่ เดลิเวอรีก็มีเพียงไม่กี่ออเดอร์ จี้เยวี่ยคนเดียวก็รับมือไหว เจียงเฟิงจึงส่งข้อความไปบอกพวกชิวเฉินว่าวันนี้ไม่ต้องมาช่วยงานที่ร้านแล้ว

หวังซิ่วเหลียนนัดกับป้าใหญ่ไปทำหน้าที่ร้านเสริมสวย และออกจากบ้านไปแต่เช้าตรู่

“เสี่ยวเฟิง ลุงก็ไม่รู้ว่าแกอยากได้ขนมอะไร ก็เลยแช่ถั่วไว้ก่อน” เจียงเจี้ยนกั๋วเทถั่วหลายถุงใหญ่ลงในอ่างเสียงดังครืดคราด อ่างใบใหญ่สามใบถูกเติมจนเต็ม

“จัดการถั่วพวกนี้ก่อนเถอะครับ ผมยังมีแป้งอีกหลายสิบกิโล เดี๋ยวค่อยทำขนมเปี๊ยะสไตล์กวางตุ้งเพิ่มทีหลัง” เจียงเฟิงพูด

เมื่อของเตรียมพร้อมแล้ว ก็ต้องทำขนมถั่วลันเตา ขนมถั่วเขียว และขนมถั่วแดงอย่างแน่นอน

เจียงเฟิงนำถั่วลันเตาใส่ลงในหม้อเพื่อต้ม ส่วนเจียงเจี้ยนกั๋วนำถั่วแดงใส่ลงในหม้อแรงดัน หลังจากนั้นทั้งสองคนก็นั่งลงข้าง ๆ อ่างที่เต็มไปด้วยถั่วเขียวแล้วเริ่มแกะเปลือกถั่วเขียว

การแกะเปลือกถั่วเขียวเป็นงานที่เหนื่อย แต่ถ้าอยากจะทำขนมถั่วเขียวสด ๆ และไม่ต้องการซื้อผงถั่วเขียวสำเร็จรูปตามท้องตลาด ก็ทำได้เพียงวิธีนี้เท่านั้น

เจียงเฟิงทำได้แค่งานลูกมือแบบนี้ พอถั่วพวกนั้นต้มจนเปื่อยแล้วบดเป็นเนื้อละเอียดแล้ว ก็แทบจะไม่มีอะไรให้เขาทำอีก สัดส่วนของวัตถุดิบ จะผสมอย่างไร ใช้อะไรมาผสม เจียงเจี้ยนกั๋วมีมาตรฐานอยู่ในใจแล้ว

หลังจากแกะเปลือกถั่วเขียวอยู่นานถึงสองชั่วโมงเต็ม หนังบนฝ่ามือของเจียงเฟิงแทบจะหลุดลอกออกมาด้วย ในที่สุดเขาก็จัดการถั่วเขียวอ่างใหญ่นี้เสร็จ จากนั้นเขานำถั่วเขียวใส่ลงในหม้อแรงดัน และถือเป็นการสิ้นสุดงานของเจียงเฟิง

เจียงเจี้ยนกั๋วกำลังต้มถั่วลันเตาบด พอเห็นเจียงเฟิงทำงานเสร็จแล้ว ก็ชี้ไปยังถุงใบใหญ่สีเข้มสองสามใบบนพื้นแล้วพูดว่า “เสี่ยวเฟิง ลองดูสิว่าอยากได้แม่พิมพ์แบบไหน”

พอเปิดถุงออกมา ข้างในเต็มไปด้วยแม่พิมพ์ไม้

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าต้องมีจำนวนไม่น้อยที่ไปขโมยมาจากคุณปู่แน่ ๆ

ทั้งรูปสัตว์ รูปดอกไม้ หลากหลายชนิด ทั้งแบบยาว แบบกว้าง แบบสี่เหลี่ยม แบบกลม รูปหัวใจ แบบสลักตัวอักษร มีครบทุกอย่าง

คนที่ไม่รู้คงนึกว่ามาถึงโรงงานทำแม่พิมพ์

เจียงเฟิงเลือกมาสองสามอัน เป็นแบบที่ดูสวยงาม เขารู้สึกว่าตัวเองกำชัยชนะไว้ในมือแล้ว

แค่มีแม่พิมพ์พวกนี้ ปีนี้ชมรมหมากรุกจีนจะต้องหาสมาชิกใหม่ได้ไม่ยาก

เพื่อเป็นการขอบคุณความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ของลุงใหญ่ เมื่อวานเจียงเฟิงจึงเอาใจท่านโดยฝากให้หลิวจื่อเซวียนไปช่วยซื้อชาดอกไม้บำรุงสุขภาพที่กำลังเป็นที่นิยมในท้องตลาดมาให้สองสามแบบ ช่วงนี้ป้าใหญ่กำลังหลงใหลในการดูแลสุขภาพ โพสต์ลงโมเมนต์บ่นว่าหาซื้อชาดอกไม้บำรุงสุขภาพรุ่นยอดฮิตไม่ได้มาหลายโพสต์แล้ว บ้านของหลิวจื่อเซวียนทำธุรกิจจึงมีเส้นสายกว้างขวาง พอป้าใหญ่ได้รับชาดอกไม้บำรุงสุขภาพจะต้องดีใจอย่างแน่นอน ไม่แน่ว่าเงินค่าขนมที่ลุงใหญ่จะได้ในเดือนนี้อาจจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

บ้านตระกูลเจียงตั้งแต่บนลงล่าง คนที่คุมเงินมาโดยตลอดคือภรรยา แม้แต่คุณปู่เจียงอยากจะปรับปรุงอาหารให้หมูสุดที่รักของท่านก็ยังต้องขออนุญาตคุณย่าก่อน

จี้เยวี่ยส่งเดลิเวอรีเสร็จแล้ว กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ในร้านอย่างเบื่อหน่าย พอเห็นเจียงเฟิงเดินออกมาจากครัวก็เงยหน้าขึ้นมาถาม “เสร็จแล้วเหรอ?”

“ยังหรอก” เจียงเฟิงหาเก้าอี้มานั่ง

“เจียฮุ่ยทำใบปลิวเสร็จแล้ว นายลองดูสิ ถ้าไม่มีปัญหาเดี๋ยวเธอจะไปที่ร้านพิมพ์เลย” จี้เยวี่ยยื่นโทรศัพท์มือถือให้เจียงเฟิง

ใบปลิวถูกออกแบบมาอย่างเรียบง่าย ไม่มีอะไรหวือหวา ดูแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นผลงานที่ทำแบบลวก ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะมีตัวอักษรตัวใหญ่ว่า ‘ชมรมหมากรุกจีนรับสมัครสมาชิกใหม่!’ อยู่ข้างบน เจียงเฟิงคงจะสงสัยว่านี่เป็นใบปลิวโฆษณาของร้านอาหารตามสั่งเจี้ยนคังหรือเปล่า

มุมขวาล่างถึงกับมีคิวอาร์โค้ดของบัญชีทางการด้วย

เจียงเฟิงแสดงความพึงพอใจอย่างยิ่ง

“เอาแบบนี้แหละ พิมพ์เลยครับ รุ่นพี่ครับ พี่ยังจำได้ไหมว่าปีที่แล้วชมรมเราเหลือเงินทุนเท่าไหร่?” เจียงเฟิงพูด

“ห้าสิบ”

“...งั้นพิมพ์ก่อน 300 ใบแล้วกันครับ เดี๋ยวผมออกเงินไปก่อน รอเงินทุนอนุมัติแล้วค่อยมาเบิกคืน” เจียงเฟิงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเตรียมโอนเงินให้เหอเจียฮุ่ย “เรื่องสถานที่ติดต่อเป็นยังไงบ้างครับ?”

“ตกลงนายเป็นประธานชมรมหรือฉันเป็นประธานชมรมกันแน่? ฉันจำได้ว่าฉันเรียนจบไปแล้วนะ” จี้เยวี่ยอดที่จะบ่นไม่ได้ “ยังต้องให้อดีตประธานชมรมอย่างฉันเปลืองแรงกายเพื่อติดต่อสถานที่อีก ปีนี้ถ้าชมรมหมากรุกจีนถูกยุบ ฉันจะถลกหนังพวกนายแน่”

ตามหลักการแล้ว เต็นท์สำหรับรับสมัครสมาชิกใหม่ของชมรมจะถูกกำหนดตำแหน่งไว้แล้ว แต่นี่ก็เป็นเพียงแค่ในทางทฤษฎีเท่านั้น หากใครได้พื้นที่ตรงหัวมุมแล้วขยายออกไปข้างนอก สภานักเรียนก็คงไม่มาว่าอะไร แต่เงื่อนไขคือต้องได้พื้นที่ตรงหัวมุมเสียก่อน

หลายปีก่อนพื้นที่ที่ใหญ่ที่สุดถูกชมรมทำอาหารยึดไปหมด อ้างดิบดีว่าต้องการพื้นที่เพื่อจัดแสดงอุปกรณ์ แต่พูดให้ถึงที่สุดก็คือพวกหม้อไหถ้วยชามนั่นแหละ บวกกับเค้กที่พวกเธอทำเอง ลูกอมเคลือบน้ำตาล และรุ่นพี่สาวสวยที่พูดจาฉะฉาน หลอกล่อน้องใหม่ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ให้เข้าร่วมกันเป็นแถว

“คนเก่งก็ต้องทำงานหนักหน่อยสิครับ รุ่นพี่จี้เยวี่ยเหนื่อยหน่อยนะครับ” เจียงเฟิงพูดพลางยิ้ม “น้ำบ๊วยแช่อยู่ในตู้เย็น เดี๋ยวผมไปยกมาให้สักแก้วดีไหมครับ?”

จี้เยวี่ยชูสองนิ้วขึ้นมาอย่างจริงจังแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “สองแก้ว!”

พอถึงช่วงบ่ายแก่ ๆ พวกเจียงเฟิงก็ต้องนำของไปจัดเตรียมสถานที่รับสมัครสมาชิกใหม่

ตามทฤษฎีแล้ว การรับสมัครใหม่จะเริ่มในเช้าวันรุ่งขึ้นเวลา 7 โมง ชมรมที่ไม่ค่อยมีกิจกรรมของมหาวิทยาลัย A บางชมรมจะไม่จำกัดจำนวนสมาชิก อย่างเช่นชมรมแบดมินตัน ชมรมบาสเกตบอล ที่มีสมาชิกเป็นร้อยสองร้อยคน ส่วนชมรมชั้นนำจะมีเกณฑ์การรับที่สูงกว่า เพราะอย่างไรเสียก็มีหน่วยกิตให้ แถมไม่แน่อาจจะได้รางวัลดี ๆ ติดไม้ติดมือกลับมาด้วย ส่วนชมรมอย่างชมรมหมากรุกจีนที่ทั้งไม่มีกิจกรรม ไม่มีคน แถมยังไม่มีหน่วยกิตให้ แม้แต่เงินทุนชมรมก็ยังมีไม่มาก นับว่าเป็นชมรมที่หาได้ยากมาก

กำลังคนไม่เพียงพอ ก็หมายความว่าภาระงานจะหนักมาก

ตอนที่พวกเจียงเฟิงนำโต๊ะ เก้าอี้ อุปกรณ์ ของตกแต่ง ป้ายผ้า และที่บังแดดไปถึงสถานที่ ชมรมอื่น ๆ ส่วนใหญ่ก็จัดเตรียมกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว

“ของครบแล้วใช่ไหม?” เจียงเฟิงถาม

“ครบแล้ว ฉันเช็กแล้ว เริ่มกันเลยเถอะ” ชิวเฉินพูดพลางเริ่มกางเต็นท์บังแดด

คนอื่น ๆ ก็เริ่มลงมือกัน

“เจียงเฟิง?” เจียงเฟิงกำลังปูผ้าปูโต๊ะอยู่ พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นหวังฮุ่ยประธานชมรมคหกรรมศาสตร์กำลังอุ้มช่อดอกไม้ปลอมสำหรับตกแต่งยืนอยู่ตรงหน้าเขา

“ฉันไปขอพื้นที่กับสภานักเรียน พวกเขาบอกว่าพื้นที่ตรงนี้มีคนเอาไปแล้ว ชมรมหมากรุกจีนของพวกนายจะเอาพื้นที่ใหญ่ขนาดนี้ไปทำอะไร?” หวังฮุ่ยสำรวจการจัดวางของพวกเขา “พวกนายจะตั้งกระดานหมากรุกเรียงเป็นแถวเหรอ?”

“พวกเราจะจัดแสดงสวัสดิการของชมรมน่ะ” เจียงเฟิงตอบ

“พอเถอะน่า ปีที่แล้วพวกนายมีเงินทุนทั้งหมดแค่สี่ร้อยหยวน จะไปมีสวัสดิการชมรมอะไรได้ ตรงนี้ก็อยู่ตั้งไกลขนาดนี้ มันจะมีประโยชน์อะไร พวกนายขยับไปขอพื้นที่ด้านหน้าสักหน่อยยังจะดีกว่า ฉันได้ยินมาว่าปีนี้ถ้าพวกนายรับสมาชิกไม่ครบจะต้องยุบชมรมแล้วไม่ใช่เหรอ” หวังฮุ่ยพูด “เปลี่ยนที่กันไหมล่ะ”

แต่ก่อนชมรมหมากรุกจีนกับชมรมคหกรรมศาสตร์ไม่ได้มีความบาดหมางอะไรกัน มีเพียงความขัดแย้งส่วนตัวที่อดีตประธานชมรมคหกรรมศาสตร์ปฏิเสธไม่ให้เจียงเฟิงเข้าชมรมโดยให้เหตุผลว่าเขาเป็นผู้ชาย อย่างไรเสียชมรมคหกรรมศาสตร์ก็เป็นชมรมใหญ่ที่มีสมาชิกถึง 200 คน ชมรมหมากรุกจีนอยากจะไปมีเรื่องด้วยก็คงไม่มีโอกาส

“ไม่เปลี่ยน” เจียงเฟิงปฏิเสธทันที “พื้นที่ด้านหน้าคับแคบจนไม่มีที่วาง”

“แล้วพวกนายจะตั้งอะไรล่ะ?” หวังฮุ่ยถามอย่างสงสัย

“ความลับ!”

“จิ๊” หวังฮุ่ยอุ้มดอกไม้ปลอมกลับไป

“หวังฮุ่ยมาทำอะไรที่นี่?” ชิวเฉินถาม

“พื้นที่ของพวกเธอเหมือนจะอยู่ติดกับของเรานะ” ความจริงแล้วพื้นที่ของชมรมคหกรรมศาสตร์ก็ไม่เล็กเลย ที่หวังฮุ่ยพูดเมื่อครู่ก็ถูก ตรงนี้มันห่างไกลจริง ๆ

“อยู่ติดกันเหรอ?” ชิวเฉินตกใจมาก “พรุ่งนี้ถ้าน้องใหม่คิดว่าพวกเราเป็นชมรมคหกรรมศาสตร์จะทำยังไงเนี่ย?”

เจียงเฟิง “...”

“ถ้ากรอกใบสมัครของชมรมเราแล้วหลอกมาได้ นั่นก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ?”

……….……….……….……….

(1)หมายถึงโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ที่เรียกว่าโรคสามสูง หรือสามสูงในหนึ่งเดียว เพราะเป็นโรคที่มีอัตราการเกิดโรคสูง อัตราตายสูง และอัตราพิการสูง

จบบทที่ บทที่ 28 การจัดเตรียม

คัดลอกลิงก์แล้ว