- หน้าแรก
- ครัวนี้มีค่าประสบการณ์
- บทที่ 27 โทรศัพท์
บทที่ 27 โทรศัพท์
บทที่ 27 โทรศัพท์
ด้วยการรั้งไว้อย่างกระตือรือร้นของเจียงเจี้ยนคัง สมาชิกชมรมหมากรุกจีนทุกคนจึงอยู่ทานอาหารเย็นที่ร้าน
หลังทานอาหาร หลิวเชี่ยนจ้องมองจานใส่ขาหมูใบใหญ่บนโต๊ะที่ไม่เหลือน้ำราดแม้แต่หยดเดียวเพราะถูกเธอเอาไปคลุกข้าวจนเกลี้ยงเกลาราวกับถูกเลีย แล้วพูดด้วยแววตาคลอหน่วยว่า “รอให้ฉันรวยก่อนนะ ฉันจะกินขาหมูทุกวันเลย!”
ช่างเป็นปณิธานที่ยิ่งใหญ่เสียนี่กระไร
คืนนี้หลิวเชี่ยนปลดปล่อยตัวเองอย่างเต็มที่ แสดงศักยภาพที่แท้จริงของเธอออกมา เธอกินข้าวไปถึงหกถ้วยโดยไม่มีความเกรงใจเลยแม้แต่น้อย
“เชี่ยนเชี่ยน ปกติอยู่ที่มหาวิทยาลัยเธอก็กินแบบนี้เหรอ?” เหอเจียฮุ่ยลูบท้องตัวเองแล้วถาม เมื่อครู่เธอเผลอกินข้าวเพิ่มไปอีกครึ่งถ้วย ตอนนี้เลยอิ่มจนจุก
“ไม่ค่ะ ปกติหนูกินแค่ 4 ถ้วยเอง” หลิวเชี่ยนตอบ
ทุกคน “...”
“กินเก่งดี กินเก่งดี!” เจียงเจี้ยนคังหัวเราะร่าแล้วชม
พอหวังซิ่วเหลียนได้ยินคำพูดของหลิวเชี่ยน ดวงตาของเธอก็เป็นประกาย “เด็กคนนี้ดีจริง ๆ พูดจาอ่อนหวาน กินเก่ง แถมหุ่นก็ยังดีอีก!”
เจียงเฟิง ???
ทำไมคำที่คุณแม่หวังซิ่วเหลียนใช้บรรยายมันฟังดูคุ้น ๆ จัง?
เดี๋ยวสิ [ความปรารถนาของแม่]!
คุณแม่หวังซิ่วเหลียนครับ ตั้งสติหน่อย!
ทุกคนต่างก็ยืนยันภารกิจของตัวเองอีกครั้ง การรับสมัครสมาชิกใหม่ของชมรมจะมีขึ้นในอีกสองวันข้างหน้า ภารกิจของทุกคนล้วนหนักหน่วง ตอนนี้ก็เริ่มมืดแล้ว ทุกคนจึงแยกย้ายกันกลับ
“พ่อครับ ช่วงนี้ลุงใหญ่ยุ่งไหมครับ?” เจียงเฟิงไปหยิบแป้งสาลีที่ห้องเก็บของ
“ลุงใหญ่ของแกไม่ได้รับงานมาสองเดือนแล้ว จะไปยุ่งอะไรได้” สมแล้วที่เป็นพี่น้องกันแท้ ๆ เจียงเจี้ยนคังเปิดมาก็แทงข้างหลังเลย
เจียงเฟิงพยักหน้า แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรหาเจียงเจี้ยนกั๋ว
“ฮัลโหล เสี่ยวเฟิงนี่! ว่างโทรมาหาลุงได้ยังไงเนี่ย!” ปลายสายมีเสียงทีวีดังจอแจ มีเสียงผู้หญิงร้องไห้ เสียงแม่สามีใจร้ายด่าทอ ฟังดูแล้วน่าจะเป็นละครน้ำเน่าแนวดราม่าครอบครัวเรื่องโปรดของป้าใหญ่
“ลุงใหญ่ครับ ช่วงนี้กิจการเป็นยังไงบ้างครับ?” เจียงเฟิงถามตามมารยาท
“กิจการดีมาก ฝีมือของลุงใหญ่ของตัวเองยังไม่รู้อีกเหรอ? สุดยอดไปเลย! นี่แต่ละวันยุ่งจนหัวหมุนไปหมดแล้ว!” เจียงเจี้ยนกั๋วคุยโวเสียงดัง
เจียงเฟิง “...”
“คืออย่างนี้ครับ อาทิตย์หน้าคุณปู่จะมาที่เมือง A ในเมื่อคุณลุงยุ่ง ผมคงต้องไปหาอาสี่แล้วล่ะครับ”
“ไม่ยุ่ง ไม่ยุ่งเลย ลุงใหญ่ของแกเป็นลูกชายคนโต ดูแลคุณปู่เป็นเรื่องที่ควรทำอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นคนอื่นจะหาว่าลุงอกตัญญูได้ เสี่ยวเฟิง ไม่ต้องไปรบกวนอาสี่ของแกหรอก พวกเขาเปิดร้านขายสัตว์เลี้ยง ทุกวันต้องทำความสะอาดเก็บอึหมาอึแมวยุ่งจะตาย แถมยังไม่ถูกสุขอนามัยอีกด้วย บ้านลุงใหญ่ของแกก็ใหญ่โต คุณปู่จะได้อยู่สบายใจ เอาเป็นว่าบ้านลุงนี่แหละ แกไปบอกคุณปู่นะ ว่าให้มาพักที่บ้านลุง!” เจียงเจี้ยนกั๋วรัวคำพูดออกมาเป็นชุด ตะโกนออกมาในลมหายใจเดียว
“ไหนลุงใหญ่บอกว่ากิจการยุ่งไม่ใช่เหรอครับ?”
“ยุ่งอะไรกัน เปิดร้านจะไปสำคัญกว่าดูแลผู้อาวุโสได้ยังไง ลุงใหญ่ของแกพรุ่งนี้จะปิดร้านเลย! แกไปบอกคุณปู่เลยนะ ว่าบ้านลุงใหญ่ของแกยินดีต้อนรับท่านเสมอ! อยากจะอยู่นานแค่ไหนก็ได้ ดีที่สุดคือไม่ต้องกลับไปเลย!”
ส่วนสาเหตุที่ต้องให้เจียงเฟิงเป็นคนติดต่อ ก็เพราะในบรรดาพี่น้องตระกูลเจียงทั้งห้าคน จริง ๆ แล้วเจียงเจี้ยนกั๋วมีพรสวรรค์ด้านการทำอาหารมากที่สุด แต่ใจของเขาไม่ได้อยู่ที่การทำอาหารเลย คุณปู่จึงได้แต่ปล่อยให้เขาไปเป็นช่างตัดเสื้อ
ผลคือเพื่อที่จะจีบคุณป้าใหญ่ เจียงเจี้ยนกั๋วจึงกลับมาจับตะหลิวอีกครั้ง ฝีมือการทำขนมของเขายอดเยี่ยมไร้เทียมทาน ตอนแรกคุณปู่ก็นึกว่าเขาอยากจะกลับมาเป็นพ่อครัวอีกครั้งจึงทุ่มเทสอนวิชาให้ทั้งหมดด้วยความดีใจสุดขีด แต่ผลคือพอเจียงเจี้ยนกั๋วจีบป้าใหญ่สำเร็จ เขาก็เลิกเรียนทำอาหารแล้วกลับไปเป็นช่างตัดเสื้อชั้นสามของเขาต่อ ทำเอาคุณปู่โกรธจนถึงกับสาบานว่า นอกจากเจียงเจี้ยนกั๋วจะมาหาเรื่องให้ด่าถึงที่ด้วยตัวเองแล้ว ท่านจะไม่ติดต่อเขาอีกเด็ดขาด
“เอ่อ ลุงใหญ่ครับ ผมอยากจะขอให้คุณลุงช่วยอะไรหน่อย” ในที่สุดเจียงเฟิงก็เข้าเรื่อง
“เรื่องอะไรล่ะ ถ้าลุงช่วยได้ก็จะช่วยแน่นอน” พอได้ยินว่าคุณปู่จะมาที่เมือง A เจียงเจี้ยนกั๋วก็รู้สึกดีใจอย่างยิ่งและรับปากทันที
โดนด่าทุกวันก็ไม่เป็นไรหรอกนะ การที่คุณปู่มาหมายความว่าอาหารการกินจะได้รับการอัปเกรดจากอาหารหมูเป็นโต๊ะจีนหม่านฮั่นเลยทีเดียว
ถึงแม้คุณปู่จะไม่ชอบหน้าเขา แต่ก็คงไม่ปล่อยให้น้องสาม น้องสี่ น้องห้า และเสี่ยวเฟิงอดอยากหรอกใช่ไหมล่ะ!
ยิ่งคิดเจียงเจี้ยนกั๋วก็ยิ่งรู้สึกดีใจ แม้แต่ละครน้ำเน่าที่กำลังฉายอยู่ในทีวีก็ยังดูน่าสนุกขึ้นมา
ดูผู้หญิงคนนั้นสิ ตอนที่ถูกไล่ออกจากบ้านร้องไห้ปานจะขาดใจขนาดไหน น้ำตาเหือดแห้งจนทำได้แค่ร้องโหยหวน
“ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรครับ วันจันทร์หน้ามหาวิทยาลัยของผมจะมีการรับสมัครสมาชิกใหม่ของชมรม ผมอยากจะขอให้ลุงใหญ่ช่วยทำขนมเพื่อดึงดูดน้องใหม่หน่อยครับ” เจียงเฟิงพูด
“เรื่องแค่นี้เอง ไม่เห็นจะยากเลย พรุ่งนี้ลุงจะไปที่ร้านบ้านแกเพื่อช่วยทำ บอกมาเลย อยากได้แบบไหน” เจียงเจี้ยนกั๋วพูดอย่างใจกว้าง
“ขอสักยี่สิบกว่าอย่าง อย่างละร้อยกว่าชิ้นครับ”
“หา?”
เจียงเจี้ยนกั๋ว “???”
แกลองพูดอีกทีซิ???
เจียงเฟิงรีบวางสาย แล้วเริ่มนวดแป้ง
ที่พูดไปเมื่อครู่ แน่นอนว่าเป็นเรื่องล้อเล่น
ขนมสองพันกว่าชิ้น ต่อให้รีดไขมัน 135 กิโลบนตัวของเจียงเจี้ยนกั๋วออกมาจนหมดก็ยังทำไม่ได้
เจียงเฟิงตัดสินใจนวดแป้งสิบกิโลก่อน แล้วนำไปใส่ไว้ในกล่องเก็บความสด
กล่องเก็บความสดใบนี้ ตอนแรกเจียงเฟิงรังเกียจมันแค่ไหน ตอนนี้ก็ชอบมันมากเท่านั้น
สามารถรับประกันได้ว่าสภาพของวัตถุดิบจะไม่เปลี่ยนแปลงไปเลย ช่างเป็นไอเทมเทพของพ่อครัวจริง ๆ
เจียงเฟิงนวดแป้งไปพลาง ฮัมเพลงไปพลาง
การรับสมัครใหม่ในวันจันทร์นี้ ชมรมหมากรุกจีนของข้าจะทำให้ชมรมคหกรรมศาสตร์ของพวกแกไม่มีใครให้รับ ไม่มีทางให้ไปเลยคอยดู!
ใครใช้ให้พวกแกตอนนั้นไม่รับผู้ชายกันล่ะ เหยียดเพศกันชัด ๆ
ระหว่างที่คิดเพลิน ๆ เขาก็เผลอหัวเราะออกมา
เจียงเจี้ยนคังยืนอยู่ที่ประตูครัว มองดูเจียงเฟิงที่นวดแป้งด้วยสีหน้าจริงจังบ้าง ยิ้มโง่ ๆ บ้าง อดไม่ได้ที่จะลูบศีรษะล้านเลี่ยนของตัวเอง
ลูกชายไปโดนอะไรกระทบกระเทือนจิตใจมาหรือเปล่านะ ดึกดื่นค่ำมืดมานวดแป้งไปยิ้มไป
หรือว่าเขากำลังบอกใบ้เราว่า พรุ่งนี้ควรจะทำบะหมี่หยางชุน?