- หน้าแรก
- ครัวนี้มีค่าประสบการณ์
- บทที่ 15 ประชาสัมพันธ์
บทที่ 15 ประชาสัมพันธ์
บทที่ 15 ประชาสัมพันธ์
หวังฮ่าวคำนวณเงินค่ากับข้าวที่ทุกคนให้มา รวม ๆ แล้วมีสี่ร้อยกว่าหยวน เพื่อให้เจียงเฟิงสะดวกในการจดบัญชีไว้ลดราคาค่าอาหารให้พวกเขาในอนาคต หวังฮ่าวยังเอาสมุดเล่มเล็กมาจดแยกไว้ว่าใครให้เงินเท่าไหร่ เรียกได้ว่าใส่ใจสุด ๆ
“ติ๊ง อัปเดตเกมเสร็จสิ้น”
เจียงเฟิงหันหลังเดินเข้าห้องน้ำไป
ชื่อผู้เล่น: เจียงเฟิง
เลเวล: 5 (0/1000) [สามารถใช้ได้: ใช่/ไม่ใช่]
ค่าประสบการณ์ที่เหลือ: 4115
สกิล: ตรวจสอบ (ขั้นกลาง): คุณสามารถรับข้อมูลส่วนใหญ่ได้
ต้มโจ๊ก (ขั้นกลาง): คุณสามารถเข้าใจสัดส่วนที่ถูกต้องของวัตถุดิบบางอย่างและการควบคุมไฟขั้นพื้นฐานได้เท่านั้น
ฝีมือการใช้มีด (ขั้นสูง): ฝีมือการใช้มีดของคุณเหนือกว่าพ่อครัวส่วนใหญ่แล้ว (ค่าความชำนาญ: 0/100000)
การควบคุมไฟ (ขั้นต้น): คุณสามารถควบคุมไฟขั้นพื้นฐานบางอย่างได้เท่านั้น (ค่าความชำนาญ: 0/1000)
การปรุงรส (ขั้นต้น): คุณทำได้แค่ไม่วางยาพิษคนให้ตาย (ค่าความชำนาญ 0/1000)
การโกหก (ขั้นกลาง): คุณสามารถโกหกได้โดยไม่หน้าแดงแล้ว (ค่าความชำนาญ: 0/10000)
คณิตศาสตร์ (ขั้นต้น): ระดับของคุณเทียบเท่ากับนักศึกษาปีหนึ่งทั่วไปเท่านั้น (ค่าความชำนาญ: 0/1000)
ฟิสิกส์ (ขั้นต้น): ระดับของคุณเทียบเท่ากับนักเรียนมัธยมปลาย (ค่าความชำนาญ 0/1000)
ภาษาอังกฤษ (ขั้นกลาง): ก็แค่ระดับที่นักศึกษามหาวิทยาลัยควรจะมีเท่านั้นแหละ (ค่าความชำนาญ 0/10000)
การชิมอาหาร (ขั้นต้น): ไก่ได้พลอย สิ้นเปลืองของดีโดยใช่เหตุ (ไม่สามารถอัปเกรดได้)
หมายเหตุ:
1. ขอให้สำรวจสกิลด้วยตนเอง
2. ค่าประสบการณ์สามารถเปลี่ยนเป็นค่าความชำนาญได้ในอัตราส่วน 1:1
[ส่วนที่เหลือซึ่งซ้ำกันขอข้ามไป]
เจียงเฟิง “...”
ฉันรู้ว่าฉันเป็นเด็กเรียนไม่เก่ง ไม่ต้องมาย้ำหรอกนะ :)
ตอนที่เจียงเฟิงเดินออกมาจากห้องน้ำ สีหน้าของเขาดูไม่ค่อยดีนัก
“พี่เฟิง เป็นอะไรไปน่ะ?” หวังฮ่าวเอ่ยปากถาม
“ท้องผูก”
…
ตอนเย็น หลังจากที่เจียงเฟิงได้รับโทรศัพท์จากเจียงเจี้ยนคัง เขาก็ถือเครื่องปรุงที่จัดเตรียมไว้แล้วไปที่ร้านพร้อมกับหวังฮ่าว
คนจากบ้านของคุณลุงคุณอามาถึงกันหมดแล้ว ประตูร้านเปิดอยู่ แต่ป้ายร้านยังคงไม่ได้แขวน เจียงเฟิงไปที่ห้องครัวเพื่อเอาเครื่องปรุงไปเก็บก่อน จากนั้นก็พาหวังฮ่าวตรงขึ้นไปที่ชั้นสอง
หวังฮ่าวเพิ่งจะก้าวเท้าเข้าไปในชั้นสองก็ถึงกับตกตะลึง
ชายร่างกำยำเต็มห้อง ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง เด็กหรือผู้ใหญ่ รูปร่างล้วนเหมือนกันหมดทุกคน ใบหน้าถมึงทึง ดูดุดัน แม้แต่เด็กสาวฝาแฝดสองคนที่ดูเหมือนจะอยู่แค่มัธยมต้นก็ยังพอจะเห็นเค้าโครงของเจ้าแม่ในอนาคตได้จากรูปร่างที่อวบอั๋นของพวกเธอ
หวังฮ่าวสงสัยว่าตัวเองหลงเข้ามาในงานเลี้ยงของพวกพี่ใหญ่แก๊งมาเฟีย
“พี่... พี่เฟิง บ้านนายสืบทอดวิชาซูโม่กันมาเหรอ?” หวังฮ่าวกลืนน้ำลายอย่างประหม่า
“สืบทอดวิชาทำอาหารต่างหาก” เจียงเฟิงพาหวังฮ่าวไปนั่งที่โต๊ะของญาติผู้หญิง โต๊ะหนึ่งสำหรับผู้ใหญ่ โต๊ะหนึ่งสำหรับเด็กรุ่นหลัง แบ่งสรรกันอย่างสมเหตุสมผล
อาหารถูกเสิร์ฟครบแล้ว ยังคงมีไอร้อนลอยกรุ่น
หวังฮ่าวเพิ่งจะนั่งลง ไม่รู้ว่าเป็นเจียงจวินเหลียนหรือเจียงจวินชิงที่หันมายิ้มให้เขา ลูกพี่ลูกน้องฝาแฝดทั้งสองคนของเจียงเฟิงอ้วนเหมือนกันราวกับแกะ ทำให้เจียงเฟิงที่ไม่ค่อยได้เจอพวกเธอเท่าไหร่แยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร
“ลูกชิ้นสี่เกษม ลูกชิ้นหัวสิงโต ขาหมูตงพัว ปลาไนเปรี้ยวหวาน สามสหายผัดซอส ไก่ผัดพิทักษ์วัง ไส้ใหญ่ตุ๋นซอส มันเทศเคลือบน้ำตาล ซุปหัวปลาเต้าหู้” เจียงเฟิงชี้ไปที่อาหาร แนะนำให้หวังฮ่าวทีละอย่าง แล้วเหลือบมองคำใบ้ ก่อนจะเตือนด้วยความเป็นมิตร “ซุปหัวปลาเต้าหู้นี่ฉันว่านายอย่ากินเลย พ่อฉันไม่ถนัดเมนูนี้”
[ซุปหัวปลาเต้าหู้หนึ่งชามที่น้ำมันเยอะเกลือน้อยและใช้ไฟไม่ถูกต้อง]
ตอนที่เจียงเจี้ยนคังทำซุป เขาคงจะเหม่อลอยไปที่อื่น
ตอนแรกที่หวังฮ่าวกับเจียงเฟิงขึ้นมา เขามัวแต่มองซ้ายมองขวาเลยไม่ได้สังเกต ตอนนี้นั่งลงแล้ว พอได้ฟังเขาแนะนำแบบนี้ ก็รู้สึกว่าน้ำลายในปากของตัวเองเริ่มจะท่วมท้นแล้ว
กลิ่นหอมของเนื้อลอยเข้ามาในจมูกของเขาอย่างต่อเนื่อง เจียงเจี้ยนคังทำอาหารไม่ค่อยใส่ใจหน้าตา แต่พอมองดูก็ไม่รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ แค่ได้กลิ่นก็รู้ว่าเป็นอาหารชั้นเลิศ
หวังฮ่าวชอบของหวาน ตะเกียบคู่แรกจึงคีบมันเทศเคลือบน้ำตาลก่อน
น้ำตาลเคลือบอย่างสม่ำเสมอ มันเทศที่ทอดแล้วไม่ร่วนเหมือนแบบนึ่งหรือต้ม ตอนเคี้ยวยังมีความหนึบอยู่บ้าง เปลือกนอกนุ่มลื่นกรอบอร่อย ข้างในนุ่มหนึบหอมหวาน
ดวงตาของหวังฮ่าวพลันชื้นแฉะขึ้นมาทันที
“พี่เฟิง การมีพ่อแบบนี้ยอดเยี่ยมที่สุดเลย” หวังฮ่าวรู้สึกอิจฉาอย่างยิ่ง
เจียงเฟิงคีบไก่ผัดพิทักษ์วังให้เขาอย่างเงียบ ๆ “นี่คือเมนูเด็ดของพ่อฉัน”
หวังฮ่าวกินแบบไม่รู้รส มันเทศยังไม่ทันลงท้องก็ยัดไก่ผัดพิทักษ์วังเข้าปาก แล้วพูดชมอย่างอู้อี้ “อร่อย อร่อย!”
ไก่ผัดพิทักษ์วังที่เจียงเจี้ยนคังทำไม่เผ็ดแต่กลับค่อนข้างหวาน ไม่รู้ว่าหวังฮ่าวกินอาหารหวานสองอย่างพร้อมกันแล้วจะชมว่าอร่อยออกมาได้อย่างไร
เมนูเด็ดของเจียงเจี้ยนคังคือไก่ผัดพิทักษ์วัง แต่เมนูที่ดีที่สุดบนโต๊ะอาหารนี้ต้องยกให้ขาหมูตงพัว
เจียงเจี้ยนคังชอบกินขาหมู แต่เจียงเว่ยกั๋วไม่ชอบ ขาหมูตงพัวจานนี้เขาเคยไปเรียนจากพ่อครัวใหญ่ที่เชี่ยวชาญการทำขาหมูในร้านอาหารของรัฐแห่งอื่นด้วยตัวเองเมื่อหลายปีก่อน ภายหลังได้ผ่านการปรับปรุงและคิดค้นอย่างละเอียดมานานหลายปี เรียกว่าขาหมูตงพัว แต่ก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับขาหมูตงพัวแบบดั้งเดิมอีกต่อไปแล้ว
ขาหมูถูกตุ๋นอย่างน้อยสี่ชั่วโมง กลิ่นซอสเข้มข้นหอมกรุ่น ใช้ตะเกียบจิ้มเบา ๆ หนังกับเนื้อก็แยกออกจากกันแล้ว
นุ่มเปื่อยหอมหวาน มันแต่ไม่เลี่ยน
กับข้าวโต๊ะใหญ่ที่ฝีมือเหนือมาตรฐานของเจียงเจี้ยนคังนี้ ก็ถือว่าพอจะชดเชยความเสียดายของคุณลุงคุณอาสองสามคนที่ไม่ได้กินอาหารฝีมือคุณปู่ได้บ้าง
คนบ้านเจียงที่ถูกฝีมือของคุณปู่ขุนจนลิ้นสูงแล้ว ได้กินอาหารโต๊ะนี้ก็บอกได้แค่ว่าพอใจ แต่ไม่ได้รู้สึกตื่นตาตื่นใจ
ฝีมือระดับสุดยอดของเจียงเจี้ยนคัง ก็ยังเทียบไม่ได้กับฝีมือผัดกับข้าวในวันปกติของคุณปู่
แต่หวังฮ่าวไม่ใช่ เขาไม่มีพื้นฐานจากการได้ชิมฝีมือคุณปู่ทุกปีใหม่ และก็ไม่ได้มีเงินถุงเงินถังพอที่จะไปกินร้านอาหารระดับดาวได้ทุกวัน หลังจากกินดื่มเต็มที่แล้ว หวังฮ่าวที่ราวกับได้ไปเยือนแดนสวรรค์ถึงกับเกือบจะขอเจียงเจี้ยนคังเป็นพ่อบุญธรรมตรงนั้นเลย
“พี่เฟิง นายคือพี่ชายแท้ ๆ ของฉันจริง ๆ ทำไมคุณลุงไม่มาเปิดร้านที่มหาวิทยาลัย A ของเราให้เร็วกว่านี้ล่ะ! ไม่มีเงินพวกเราก็ระดมทุนกันก็ได้นี่!” หวังฮ่าวมองดูจานเปล่าบนโต๊ะ น้ำตาแทบจะไหลออกมา
ได้กินอาหารมื้อนี้แล้ว ต่อไปจะให้เขากลับไปเผชิญหน้ากับอาหารหมูที่โรงอาหารได้อย่างไร
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หวังฮ่าวก็อดที่จะเศร้าโศกเสียใจไม่ได้ เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วเริ่มพิมพ์อย่างบ้าคลั่ง
“นายทำอะไรน่ะ?” เจียงเฟิงเห็นหวังฮ่าวพิมพ์ข้อความยาวเหยียด จึงถามขึ้น
“ลงโฆษณา ให้ทุกคนได้มาชิมฝีมือของคุณลุง”
เจียงเฟิงถึงกับต้องเหลียวมอง
“ติ๊ง ได้รับค่าความนิยม 1 แต้ม ความคืบหน้าของภารกิจ (1/100)”