- หน้าแรก
- ครัวนี้มีค่าประสบการณ์
- บทที่ 9 ภารกิจลับ
บทที่ 9 ภารกิจลับ
บทที่ 9 ภารกิจลับ
เจียงเจี้ยนคังกลับถึงบ้านหลังจากเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน พอเห็นโจ๊กที่ยังอุ่น ๆ อยู่ในครัวก็ถึงกับหน้าเขียว
ช่วงเวลาที่ลูกชายหลงใหลในการต้มโจ๊กนี้ เจียงเจี้ยนคังทั้งเจ็บปวดและมีความสุขในเวลาเดียวกัน เพราะเจียงเฟิงไม่เคยแสดงความสนใจในการทำอาหารอย่างจริงจังมาเป็นเวลานานแล้ว ประกอบกับว่าเขาได้เรียนทำอาหารอย่างเป็นเรื่องเป็นราวก็แค่ช่วงก่อนจะขึ้นชั้นม.3 เท่านั้น เจียงเจี้ยนคังเคยสงสัยว่าตัวเองจะไม่มีผู้สืบทอดเสียแล้ว คงได้แต่ฝากความหวังไว้ที่หลานชายในอนาคต
ความกระตือรือร้นอย่างมหาศาลที่จู่ ๆ เจียงเฟิงก็แสดงออกมาต่อการต้มโจ๊ก ทำให้เขาได้เห็นความหวังอีกครั้ง
แต่ทำไมต้องเป็นโจ๊กด้วยล่ะ?
พ่อครัวแห่งบ้านตระกูลเจียง จะเอาการต้มโจ๊กมาเป็นเมนูเด็ดของตัวเองได้อย่างไร?
เจียงเจี้ยนคังดื่มโจ๊กติดต่อกันมาหลายวัน รู้สึกเหมือนกับว่าได้ดื่มโจ๊กที่ต้องดื่มทั้งชีวิตไปหมดแล้ว
พอดมดู ก็พบว่าเป็นโจ๊กไข่เยี่ยวม้าหมูสับ
ช่างเถอะ อย่างน้อยก็ยังนับว่าเป็นโจ๊กใส่เนื้อสัตว์
เจียงเจี้ยนคังยอมจำนนแล้วหยิบช้อนขึ้นมาตักคำหนึ่ง
ตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว เป็นหนี้บานตะไท ลูกชายก็ยังไม่รู้จักความ ต้องประหยัด จะสิ้นเปลืองอาหารไม่ได้
เอ๊ะ โจ๊กวันนี้...
เจียงเจี้ยนคังมองดูโจ๊กในหม้อด้วยสีหน้าประหลาดใจ
ฝีมือระดับนี้ เกือบจะเทียบเท่ากับเจียงเจี้ยนกั๋วพี่ชายคนโตของเขาแล้ว!
ถึงแม้การใช้ไฟจะยังไม่ถึงขั้น แต่สัดส่วนของวัตถุดิบกลับไม่มีปัญหาใด ๆ ให้รู้สึกได้เลย แค่ดูก็รู้ว่าเขาคิดค้นขึ้นมาด้วยตัวเอง ไม่ใช่ทำมั่ว ๆ ตามตำราอาหารที่เรียกกันว่าสูตรเด็ดในอินเทอร์เน็ต
การจัดลำดับฝีมือทำอาหารในบ้านตระกูลเจียงนั้นเข้มงวดมาก คุณปู่เจียงเว่ยกั๋วไม่ต่างอะไรกับขั้นสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร ตามมาด้วยเจียงเจี้ยนคัง คุณลุงและคุณอาทั้งสี่ของเจียงเฟิงอยู่ในระดับที่สามร่วมกัน เจียงเฟิงพอจะนับเป็นระดับที่สี่ได้ ส่วนลูกพี่ลูกน้องคนอื่น ๆ ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารด้วยซ้ำ
โจ๊กที่เจียงเฟิงทำในวันนี้ หมายความว่าในที่สุดเขาก็ก้าวหน้าจากอันดับสุดท้ายมาเป็นอันดับรองสุดท้ายแล้ว!
กลายเป็นอันดับสุดท้ายร่วม
ในที่สุดลูกชายก็มีแววจะได้ดีแล้ว!
ในชั่วขณะนั้น เจียงเจี้ยนคังก็รู้สึกตื้นตันใจเป็นอย่างมาก
“ลูกพ่อ!” เจียงเจี้ยนคังยังไม่ทันได้ดื่มโจ๊ก ก็วางช้อนลงแล้วพุ่งเข้าไปในห้องของเจียงเฟิง
เดิมทีเจียงเฟิงกำลังนั่งดูหน้าต่างสถานะอยู่ที่ขอบเตียง การที่เจียงเจี้ยนคังพุ่งเข้ามาในห้องอย่างกะทันหันทำให้เขาตกใจจนสะดุ้งเกือบจะตกเตียง
“มา พ่อจะสอนลูกทำกับข้าว!” เจียงเจี้ยนคังเปี่ยมไปด้วยความฮึกเหิม อยากจะถ่ายทอดฝีมือทำอาหารทั้งหมดของตัวเองให้เจียงเฟิงเดี๋ยวนี้เลย
เจียงเฟิง: ???
พ่อครับ ตอนนี้ห้าทุ่มแล้วนะครับ พ่อตั้งสติหน่อย!
หลังจากเกลี้ยกล่อมอยู่นานสองนาน ในที่สุดก็หลอกล่อให้เจียงเจี้ยนคังไปดื่มโจ๊กก่อนได้ เจียงเฟิงยังไม่ทันได้ปิดหน้าต่างสถานะด้วยซ้ำ เขาต้องรับมือกับคุณพ่อทั้ง ๆ ที่มีตัวหนังสือเต็มหน้าไปหมด จนเขาเกือบจะตาเหล่
เจียงเจี้ยนคังอุ้มหม้อใบใหญ่ซดโจ๊กอึก ๆ ๆ ด้วยใบหน้าที่เปี่ยมสุข จนคุณแม่หวังซิ่วเหลียนที่กำลังมาสก์หน้าอยู่ในห้องถึงกับต้องออกมาดูสถานการณ์
แผ่นมาสก์ที่ใหญ่จนสามารถปิดได้ทั่วทั้งใบหน้าถูกดึงจนตึงเปรี๊ยะ หวังซิ่วเหลียนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย มองเจียงเจี้ยนคังจากมุมสูงแล้วถามว่า “ดึก ๆ ดื่น ๆ พ่อแกเป็นบ้าอะไรเนี่ย”
“เขาบอกว่าจะสอนผมทำกับข้าวครับ” เจียงเฟิงตอบ
หวังซิ่วเหลียนถอนหายใจ แล้วตบหัวเจียงเฟิงเบา ๆ จนเขาเกือบจะมึน “จู่ ๆ ที่บ้านก็เป็นหนี้เยอะขนาดนี้ พ่อแกก็คงเครียดมากเหมือนกัน อย่าทำโจ๊กอีกเลย ดูสิว่าแกบีบคั้นพ่อแกขนาดไหน ทุกวันไม่ได้กินของดี ๆ สักคำจนผอมหมดแล้ว”
เจียงเจี้ยนคังในครัวยังคงไหล่กว้างตัวหนา ใบหน้าถมึงทึง คอกับคางหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างน่าอัศจรรย์
ไม่สิ เหมือนจะพอมีคออยู่หน่อย ๆ
เจียงเฟิงพยักหน้า พลางทอดถอนใจในความลำบากของพ่อ
“ผอมลงไปเยอะจริง ๆ ครับ! แม่ครับ แม่ไม่ต้องห่วงนะ ผมให้เพื่อนช่วยโปรโมตร้านใหม่ของบ้านเราในโมเมนต์แล้ว รับรองไม่ขาดทุนแน่!”
“ทำดีมากลูก!” หวังซิ่วเหลียนปลื้มใจมาก แล้วกลับไปนอนมาสก์หน้าต่อในห้อง
“ติ๊ง ได้รับความสำเร็จ: สั่งสมความรู้”
“ติ๊ง สามารถแลกรับภารกิจลับ: สืบทอดวิชา”
เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้น เจียงเฟิงรีบกลับเข้าห้องไปตรวจสอบ
ค่าสถานะเปลี่ยนเป็น
ความสำเร็จ:
ใฝ่เรียนใฝ่รู้ (ไม่มีค่าสถานะพิเศษใดๆ)
ใฝ่รู้ถ่อมตน (ไม่มีค่าสถานะพิเศษใดๆ)
สั่งสมความรู้ (ไม่มีค่าสถานะพิเศษใด ๆ)
สามารถแลกรับภารกิจลับ: สืบทอดวิชา [ใช่/ไม่ใช่]
ฉายา: ไม่มี
ไอเทม: ไม่มี
คำประเมิน: มือใหม่ที่เพิ่งเข้าวงการ
หลังจากเลือกแลกรับแล้ว ช่องความสำเร็จก็ว่างเปล่า และมีช่องภารกิจลับเพิ่มขึ้นมาใต้ภารกิจรอง
ภารกิจลับ: (สามารถปรากฏขึ้นได้ในสถานการณ์พิเศษ)
[สืบทอดวิชา]: ความทุกข์ใจที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตของเจียงเว่ยกั๋วคือการมีลูกชายห้าคนที่เป็นไอ้ถังข้าวสาร ไม่สามารถสืบทอดฝีมือของเขาได้เลย และไอ้ถังข้าวสารทั้งห้าก็ให้กำเนิดไอ้ถังข้าวสารน้อยอีกสี่คน จงทำอาหารหนึ่งอย่างที่ได้รับการยอมรับจากเจียงเว่ยกั๋ว ความคืบหน้าของภารกิจ (0/1)
คำใบ้ภารกิจ: เจียงเว่ยกั๋วอายุล่วงเลยวัย 80 ปีแล้ว และต้องการผู้สืบทอดที่จะสามารถทำให้อาหารตระกูลเจียงรุ่งเรืองขจรขจายอย่างเร่งด่วน ผู้เล่นสามารถขอคำแนะนำจากเจียงเว่ยกั๋ว และทำภารกิจให้สำเร็จผ่านการชี้แนะของเขา
รางวัลภารกิจ: ไม่ทราบ
เจียงเฟิงหนึ่งในไอ้ถังข้าวสารน้อย: ...
เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าคุณปู่ของเขาจะมีความทะเยอทะยานอันยิ่งใหญ่ที่อยากจะทำให้อาหารตระกูลเจียงรุ่งเรืองขจรขจาย
เรื่องเกี่ยวกับอาหารตระกูลเจียงนั้น ตอนเด็ก ๆ ช่วงปิดเทอมฤดูร้อนและฤดูหนาว ตอนที่เจียงเฟิงไปเรียนทำอาหารกับคุณปู่ก็มักจะได้ยินเขาพูดถึงอยู่บ่อย ๆ อาชีพพ่อครัวเป็นอาชีพที่สืบทอดกันมาในตระกูล ย้อนกลับไปเจ็ดแปดรุ่นล้วนเป็นพ่อครัวกันทั้งนั้น ว่ากันว่าเคยมีพ่อครัวในวังหลวงอยู่หลายคน แต่ก็ไม่สามารถตรวจสอบได้แล้ว ในช่วงทศวรรษทองแห่งสาธารณรัฐจีน ก่อนที่สงครามต่อต้านญี่ปุ่นจะปะทุขึ้น เจียงเฉิงเต๋อทวดของเจียงเฟิงได้ทำให้อาหารตระกูลเจียงรุ่งเรืองขจรขจายอย่างแท้จริง
ก่อนหน้าเจียงเฉิงเต๋อ อาหารตระกูลเจียงจัดอยู่ในสายอาหารซานตงมาโดยตลอด ในสมัยสาธารณรัฐจีน เจ้าของร้านอาหารที่เจียงเฉิงเต๋อทำงานอยู่ได้ย้ายร้านอาหารไปยังเป่ยผิง ในเมืองเป่ยผิงที่รวบรวมยอดฝีมือจากสี่สุดยอดสำนักอาหารจีน เจียงเฉิงเต๋อได้รวบรวมข้อดีของแต่ละสำนัก แล้วแยกอาหารตระกูลเจียงออกจากสำนักอาหารซานตงเพียงสำนักเดียวได้อย่างสิ้นเชิง
เรียกได้ว่าเขาได้ไปถึงจุดสูงสุดที่พ่อครัวคนหนึ่งจะสามารถไปถึงได้ในยุคสมัยที่ไม่มีพ่อครัวในวังหลวงแล้ว
เจียงเว่ยกั๋วมีพี่ชาย 6 คน ฝีมือทำอาหารเก่งกาจยิ่งกว่ากันและกัน เรียกได้ว่าแต่ละคนล้วนเป็นปรมาจารย์ระดับที่ทำอาหารเลี้ยงแขกบ้านแขกเมืองได้
จากนั้นยังไม่ทันที่เจียงเว่ยกั๋วจะได้เรียนรู้อาหารตระกูลเจียงจนหมด พวกเขาทั้งหมดก็เสียชีวิตไปพร้อมกับเจียงเฉิงเต๋อในช่วงสงครามต่อต้านญี่ปุ่น
อาหารตระกูลเจียงจึงถือได้ว่าขาดการสืบทอดไป
ก่อนจะขึ้นชั้นม.ต้น เจียงเฟิงคิดมาตลอดว่าความรุ่งโรจน์ในอดีตของตระกูลเจียงเป็นเพียงผลผลิตจากการคุยโวที่ผ่านการใส่สีตีไข่ของคุณปู่เจียงเว่ยกั๋ว แต่ผลคือพอขึ้นม.ต้นวันแรกแล้วได้กินอาหารที่โรงอาหาร
เจียงเฟิงที่เคยกินแต่อาหารฝีมือของเจียงเว่ยกั๋วและเจียงเจี้ยนคังมาตั้งแต่เด็กถึงกับตกใจ นี่มันอาหารหมูอะไรกันเนี่ย?!
มันไม่อร่อยยิ่งกว่าอาหารหมูที่คุณปู่เจียงเว่ยกั๋วตั้งใจทำให้หมูกินโดยเฉพาะเสียอีก!
แต่เพื่อน ๆ ที่อยู่ด้านข้างกลับกินกันอย่างมีความสุข
ในวินาทีนั้น เจียงเฟิงถึงได้ตระหนักว่าการได้เกิดมาในบ้านตระกูลเจียงนั้นเป็นเรื่องที่โชคดีเพียงใด
ทวดของเจียงเฟิงในใจของเขานั้นแทบจะเทียบเท่ากับเซียนเลยทีเดียว
ตอนนี้คุณปู่เจียงเว่ยกั๋วหวังว่าจะหาเซียนสักคนมาทำให้อาหารตระกูลเจียงที่ใกล้จะสาบสูญไปครึ่งหนึ่งแล้วกลับมารุ่งเรืองขจรขจาย
เจียงเฟิงแสดงความเห็นว่าเจียงเว่ยกั๋วสมแล้วที่เป็นคนเฒ่าผู้มีความใฝ่ฝัน มีความมุ่งมั่น และช่างฝัน
แต่ตอนนี้คุณปู่เจียงเว่ยกั๋วอยู่ที่บ้านนอกกำลังหมกมุ่นกับการเลี้ยงหมูและมุ่งมั่นที่จะจัดหาเนื้อหมูที่ปลอดสารพิษให้กับทั้งครอบครัว แล้วจะมีอารมณ์สุนทรีย์ที่ไหนมาลองชิมอาหารฝีมือไอ้ถังข้าวสารน้อยอย่างเขากัน
เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้