- หน้าแรก
- ครัวนี้มีค่าประสบการณ์
- บทที่ 8 สกิลใหม่
บทที่ 8 สกิลใหม่
บทที่ 8 สกิลใหม่
ถึงแม้ว่าเฉินตูซิ่วจะค่อนข้างขี้เหนียวในเรื่องค่าประสบการณ์ แต่เจียงเฟิงก็ยังคงผัดกับข้าวให้เขาสองอย่าง
คนที่เคยได้ลิ้มรสฝีมือทำอาหารของคุณปู่มาแล้ว ย่อมไม่รู้สึกว่าอาหารของเจียงเฟิงอร่อยสักเท่าไหร่
ตลอดขั้นตอนการผัดกับข้าว ท่ามกลางเสียงแจ้งเตือนอันไพเราะของระบบที่ว่า “ติ๊ง ได้รับค่าประสบการณ์ 10 แต้ม” แล้วก็มีเสียง “ติ๊ง ได้รับค่าประสบการณ์ 1 แต้ม” แทรกเข้ามาเป็นครั้งคราว
คนที่เคยลิ้มรสฝีมือของคุณปู่ต่างก็ให้การตอบรับกับอาหารของเขาอย่างเรียบเฉย เฉินซิ่วซิ่วที่เคยกินแต่อาหารฝีมือเจียงเจี้ยนคังก็ยอมรับในฝีมือของเขาแค่พอใช้ได้ ส่วนไอ้พวกสัตว์ป่าในหอพัก ทุกครั้งที่เขาใช้หม้อหุงข้าวเก่า ๆ โทรม ๆ ในหอทำข้าวอบซี่โครงหมูให้กินทีไร พวกมันจะตื่นเต้นเหมือนกับหาแฟนได้เลยทีเดียว
ไม่มีการเปรียบเทียบ ก็ไม่มีการทำร้ายจิตใจ
เจียงเฟิงรู้สึกว่าต่อไปทำอาหารให้คนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวทานจะดีกว่า
เก็บค่าประสบการณ์ได้เยอะกว่า
หลายวันต่อมา เจียงเฟิงนำโจ๊กทุกชนิดที่พอจะหาได้บนอินเทอร์เน็ตมาลองทำทั้งหมด
บางครั้งก็ทำเยอะเกินไป ทั้งหมดจึงตกเป็นอาหารเย็นของเจียงเจี้ยนคัง ดื่มจนเจียงเจี้ยนคังถึงกับหน้าซีดเซียว
แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็นับว่าโดดเด่น หลังจากกินอาหารปกติครบสามมื้ออยู่หลายวัน สีหน้าของเฉินซิ่วซิ่วก็ไม่เหลืองซีดเหมือนเมื่อก่อน เริ่มมีเลือดฝาดขึ้นมาบ้างแล้ว
หลังจากทำโจ๊กที่ค่อนข้างง่ายเสร็จหมดแล้ว เจียงเฟิงก็เริ่มท้าทายโจ๊กที่มีความยากสูงอย่างโจ๊กกุ้งสด
โจ๊กชนิดนี้ไม่ต้องไปหาตำราในอินเทอร์เน็ต เพราะคุณพ่อเจียงเจี้ยนคังทำเป็น
หลังจากการสอนทางไกลอย่างไม่ค่อยใส่ใจนักของเจียงเจี้ยนคัง โจ๊กในหม้อก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว
“ติ๊ง ได้รับความสำเร็จ: ใฝ่รู้ถ่อมตน”
ได้รับความสำเร็จอีกแล้วเหรอ?
เขาเปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมา แล้วมองไปที่ช่องความสำเร็จ
ความสำเร็จ: ใฝ่เรียนใฝ่รู้ (ไม่มีค่าสถานะพิเศษใด ๆ)
ใฝ่รู้ถ่อมตน (ไม่มีค่าสถานะพิเศษใด ๆ)
เจียงเฟิง: ...
หลายวันนี้อาศัยความกรุณาของเฉินซิ่วซิ่ว เจียงเฟิงอัปเลเวลขึ้นไปถึงเลเวล 3 แล้ว แต่ก็ยังไม่ปลดล็อกอะไรใหม่ ๆ เลย หน้าต่างสถานะก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ทั้งสิ้น เจียงเฟิงถึงกับสงสัยว่ารอจนเขาทำภารกิจรองสำเร็จแล้ว รางวัลภารกิจจะเปลี่ยนจาก ‘ไม่ทราบ’ เป็น ‘ไม่มี’ หรือเปล่า
ด้วยระดับความขี้เหนียวของเกมในตอนนี้ เรื่องไร้ยางอายแบบนี้มันทำได้อยู่แล้ว
เมื่อโจ๊กกุ้งสดสุกดีแล้ว เจียงเฟิงลองชิมไปคำหนึ่ง รสชาติก็พอใช้ได้ แต่ก็แค่พอใช้ได้เท่านั้น
[โจ๊กกุ้งสดหนึ่งหม้อที่สัดส่วนวัตถุดิบไม่ถูกต้อง]
หลายวันนี้ยกเว้นโจ๊กที่รสชาติมีปัญหาอย่างเห็นได้ชัดแล้ว โจ๊กอื่น ๆ ทั้งหมดล้วนแสดงผลว่าสัดส่วนวัตถุดิบไม่ถูกต้อง
สัดส่วนที่ถูกต้องคืออะไรกันแน่?
ในฐานะคนตระกูลเจียงผู้มีความใฝ่ฝันและเป้าหมาย เจียงเฟิงคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก
“ติ๊ง ได้รับสกิล: ต้มโจ๊ก (ขั้นต้น)”
สกิล?
เจียงเฟิงตกใจ เขาแค่คิดเล่น ๆ ว่าจะหาสัดส่วนวัตถุดิบที่ถูกต้องได้อย่างไร แต่เกมกลับใจกว้างมอบสกิลให้เขาเลย
สกิล: ตรวจสอบ (ขั้นต้น): คุณสามารถรับได้เพียงข้อมูลพื้นฐานบางอย่างเท่านั้น
ต้มโจ๊ก (ขั้นต้น): คุณสามารถเข้าใจสัดส่วนที่ถูกต้องของวัตถุดิบบางอย่างได้เท่านั้น
เกมนี้ช่างน่าสนใจจริง ๆ คิดอะไรก็ได้สิ่งนั้น สมกับประโยคที่ว่า ‘ขอให้ผู้เล่นสำรวจด้วยตนเอง’ จริง ๆ
เมื่อมองไปที่โจ๊กหม้อนั้นอีกครั้ง จิตใต้สำนึกของเจียงเฟิงก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
เหมือนจะใส่เนื้อกุ้งเยอะไปหน่อย เกลือน้อยไปสองสามกรัม ก่อนต้มควรจะเติมน้ำเข้าไปอีกครึ่งข้อนิ้ว
แค่สกิลขั้นต้นก็มีประโยชน์ขนาดนี้เลยเหรอ?
ถ้าหากสกิลที่เขาได้รับไม่ใช่ต้มโจ๊กขั้นต้นแต่เป็นขั้นสูงล่ะ...
แบบนั้นก็หมายความว่าจะต้องทำโจ๊กเรืองแสงออกมาได้เลยน่ะสิ!
เจียงเฟิงถึงกับอยากจะเทโจ๊กหม้อนี้ทิ้งแล้วทำหม้อใหม่ แต่เมื่อคำนึงถึงเวลาที่ไม่พอแล้วจึงต้องล้มเลิกไป อุตส่าห์ทำให้เฉินซิ่วซิ่วชินกับการกินโจ๊กตอนห้าโมงครึ่งทุกเย็นได้แล้ว จะให้ความพยายามที่ผ่านมาสูญเปล่าไม่ได้
คงต้องให้คุณพ่อเจียงเจี้ยนคังทนกินอาหารหมูอีกมื้อ พรุ่งนี้ค่อยให้เขาลองชิมโจ๊กที่ต้มด้วยฝีมือระดับต้มโจ๊ก (ขั้นต้น) ที่พลิกโฉมใหม่
วันต่อมา เจียงเฟิงคิดว่าจะทำโจ๊กไข่เยี่ยวม้าหมูสับซึ่งเป็นเมนูแรกสุดที่เขาเคยทำ
หั่นไข่เยี่ยวม้าเป็นชิ้นเล็ก ๆ หมักเนื้อสันใน...
ขั้นตอนเหมือนเดิม แต่ความรู้สึกตอนที่ทำกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นคู่หนึ่งคอยช่วยเขาควบคุมปริมาณของวัตถุดิบแต่ละชนิด แม้กระทั่งตอนเปิดเตาก็ยังคล่องแคล่วกว่าเมื่อก่อน
เจียงเฟิงเฝ้าอยู่ในครัว ไม่กล้าละเลยแม้แต่น้อย
เหลือเวลาอีกสิบกว่านาทีก่อนจะตักออกจากหม้อได้ ก็มีคนมาเคาะประตู
พอเปิดประตู ก็พบว่าเป็นเฉินซิ่วซิ่ว
“เจียงเฟิง ฉัน...เอ๊ะ วันนี้นายทำโจ๊กไข่เยี่ยวม้าหมูสับเหรอ?” เฉินซิ่วซิ่วพูดออกมาแล้วก็กลืนคำพูดกลับเข้าไป
เธอเพิ่งจะชั่งน้ำหนักมา หลายวันนี้ไม่ผอมลงเลยสักกิโล เดิมทีเธอตั้งใจจะมาบอกเจียงเฟิงว่าต่อไปไม่ต้องทำโจ๊กมาส่งแล้ว แต่พอได้กลิ่นหอมของโจ๊กไข่เยี่ยวม้าหมูสับที่หน้าประตูก็เปลี่ยนใจกะทันหัน
โจ๊กของวันนี้... เหมือนจะแตกต่างไปจากเดิม
แค่ได้กลิ่นก็รู้สึกว่าต้องอร่อยเป็นพิเศษแล้ว
“คุณอาเจียงทำโจ๊กเหรอ?” เฉินซิ่วซิ่วไม่เชื่อว่าเจียงเฟิงจะทำได้ถึงระดับนี้ โตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ฝีมือทำอาหารของเขามีดีแค่ไหนเธอจะไม่รู้ได้ยังไง
“ฉันทำเอง” เจียงเฟิงแอบภูมิใจในใจ “อีกสิบนาทีก็เสร็จแล้ว กินสักสองชามไหม?”
“ชามเดียว” เฉินซิ่วซิ่วยืนหยัดในจุดยืนของตัวเอง
“เธอมาหาฉันมีธุระอะไร?” เจียงเฟิงถาม
“ฉัน...ฉัน...ฉันตามกลิ่นมาน่ะ ฉันนึกว่าคุณอาเจียงทำโจ๊ก” เฉินซิ่วซิ่วไม่ยอมพูดเรื่องที่เธอตั้งใจจะไม่กินโจ๊กอีกต่อไปแล้ว
เจียงเฟิง: ?
ตามกลิ่นมาเหรอ?
นี่มันสมกับเป็นเฉินซิ่วซิ่วในสมัยก่อนจริง ๆ
ในไม่ช้า โจ๊กก็เสร็จ
โจ๊กไข่เยี่ยวม้าหมูสับร้อน ๆ ถูกตักออกมาหนึ่งชาม แค่กลิ่นก็หอมยั่วยวนแล้ว
[โจ๊กไข่เยี่ยวม้าหมูสับหนึ่งชามที่ใช้ไฟไม่เหมาะสม]
เจียงเฟิง: ...
ราวกับถูกน้ำเย็นสาดลงมา ทำให้เจียงเฟิงที่กำลังลำพองใจอยู่เล็กน้อยต้องเย็นยะเยือกไปถึงขั้วหัวใจ ตั้งแต่หนังกำพร้าไปจนถึงหนังแท้และชั้นใต้ผิวหนังล้วนเย็นเฉียบไปหมด
เกมนี้ ความต้องการสูงจริง ๆ
เฉินซิ่วซิ่วตักโจ๊กขึ้นมาช้อนหนึ่ง เป่าอย่างระมัดระวังสองสามครั้ง แล้วส่งเข้าปาก
“ติ๊ง ได้รับค่าประสบการณ์ 37 แต้ม”
เฉินซิ่วซิ่วเป็นเพื่อนรักที่ดีจริง ๆ!
เจียงเฟิงอดที่จะทอดถอนใจไม่ได้
ให้ค่าประสบการณ์เยอะไม่ว่า เวลากินก็ยังค่อย ๆ ละเลียด โจ๊กชามเล็ก ๆ ชามเดียวยังซดได้ตั้งยี่สิบกว่าคำ ไม่เหมือนกับคุณพ่อเจียงเจี้ยนคังที่ให้ค่าประสบการณ์ทีละ 1 แต้ม แถมเวลาซดโจ๊กก็ทำท่าทางราวกับจะกลืนกินภูผาธารา โจ๊กครึ่งหม้อซดอึก ๆ ไม่กี่ทีก็หมดแล้ว
ค่าประสบการณ์นี่ให้ตามจำนวนคำนะ พฤติกรรมแบบนี้ของเจียงเจี้ยนคังไม่ต่างอะไรกับการฟุ่มเฟือยสิ้นเปลืองอย่างยิ่งยวด!
โจ๊กหนึ่งชามลงท้องไป เฉินซิ่วซิ่วรู้สึกอุ่นสบายในกระเพาะ
“เอ่อ...”
“พรุ่งนี้ทำโจ๊กไก่ใส่เห็ดหอมดีไหม?” เจียงเฟิงถาม เมื่อช่วงก่อนหน้านี้โจ๊กไก่ใส่เห็ดหอมเป็นเมนูที่ให้ค่าประสบการณ์สูงสุด
“ได้” เฉินซิ่วซิ่วกลืนประโยคที่ว่า ‘ต่อไปไม่ต้องลำบากทำโจ๊กให้ฉันแล้วนะ’ กลับลงคอไปอีกครั้ง
กินอีกแค่วันเดียว แค่วันเดียวเท่านั้น มะรืนนี้จะไม่กินเยอะขนาดนี้อีกแล้ว
เฉินซิ่วซิ่วตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว
เจียงเฟิงไม่ทันได้สังเกตความสับสนในใจของเฉินซิ่วซิ่ว หลังจากที่เธอกลับบ้านไปแล้ว เขาก็เปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี แล้วอัปเลเวลเป็นเลเวล 4
เลเวล: 4 (0/500)
ค่าประสบการณ์ที่เหลือ: 56
ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ
เจียงเฟิงเข้าครัวไปปิดฝาหม้อ ปรับเป็นโหมดอุ่น เพื่ออุ่นโจ๊กไว้ให้เจียงเจี้ยนคัง
น่าสงสารเจียงเจี้ยนคังที่ต้องกินอาหารหมูรสชาติแย่ ๆ ติดต่อกันมาหลายวัน ถึงเวลาให้เขากินอาหารหมูอร่อย ๆ บ้างแล้ว
อย่างน้อยสัดส่วนวัตถุดิบก็ถูกต้องแล้วไม่ใช่เหรอ?