- หน้าแรก
- บอกแล้วไงว่าผมจะคุมท่านจริงๆ นะครับ องค์หญิง
- บทที่ 8 - จะให้ไล่บี้ทุกเรื่องคงไม่ได้
บทที่ 8 - จะให้ไล่บี้ทุกเรื่องคงไม่ได้
บทที่ 8 - จะให้ไล่บี้ทุกเรื่องคงไม่ได้
บทที่ 8 - จะให้ไล่บี้ทุกเรื่องคงไม่ได้
☆☆☆☆☆
วันที่สามของการเปิดใช้งานห้องทรงงานชี้นำแห่งราชวงศ์
ภายในตึกกองบัญชาการสารวัตรทหาร บริเวณระเบียงที่ถูกจัดเป็นโซนพักผ่อน กลุ่มสารวัตรทหารกำลังจับกลุ่มสูดอากาศบริสุทธิ์ช่วงพักเที่ยง
"พันจ่า ขอยืมไฟหน่อยได้ไหม?"
นายร้อยโทสารวัตรทหารที่ลืมพกไฟแช็กเดินคีบบุหรี่เข้ามาหาหลี่เหวยที่กำลังจิบชายามบ่าย
"ได้ครับ ผู้หมวด"
"ขอบใจ!"
ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน การจุดบุหรี่ให้เจ้านายถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง
หลี่เหวยไม่สูบบุหรี่ แต่ก็พกไฟแช็กติดตัวไว้เสมอ เพราะหัวหน้ามักจะลืมพกมาเองบ่อยๆ
"ไม่สักมวนเหรอพันจ่า?"
ผู้หมวดพ่นควันเป็นวงกลมอย่างสุนทรีย์ แล้วยื่นซองบุหรี่ให้หลี่เหวย
เขารับไว้ตามมารยาท แต่ไม่ได้จุดสูบทันที ยาสูบในยุคนี้มันโหดร้ายกับปอดเกินไปสำหรับเขา
"แฟ้มของแผนกเราก็โดนยืมไปแล้ว เห็นทีอีกไม่นานคงถึงคิวพวกนาย!"
"ห้องทรงงานนั่นเหรอ? พระเจ้ารู้ว่าพวกนั้นทำบ้าอะไรกันอยู่?"
สารวัตรทหารแถวนั้นต่างจับกลุ่มคุยเรื่องห้องทรงงานชี้นำแห่งราชวงศ์ที่เพิ่งเปิดใหม่
ช่วงเวลานี้ ไอ้สิ่งที่ห้อยต่องแต่งอยู่บนหัวกองบัญชาการสารวัตรทหาร ย่อมกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เรื่องไล่ขอยืมแฟ้มเอกสารจากแผนกต่างๆ ย่อมสร้างความตื่นตระหนกให้ใครหลายคนเป็นธรรมดา
ผู้หมวดที่นั่งตรงข้ามหลี่เหวยยิ้มแห้งๆ "ไม่รู้หวยจะไปออกที่ใคร"
"ผมว่าไม่ต้องเครียดขนาดนั้นหรอกครับ คนในนั้นมีไม่กี่คนเอง"
"นั่นสิ ไม่นับพวกเสมียนที่ส่งมาจากในวังเมื่อวาน ได้ข่าวว่าเจ้าหน้าที่ประจำจริงๆ รวมองค์หญิงด้วยก็มีแค่สามคนเองมั้ง"
ผู้หมวดสูดควันเข้าปอดลึก แล้วปล่อยควันหลงออกมาทางจมูกอย่างเซียน
"แถมได้ยินว่ายืมตัวพันจ่าจากพวกเราไปแค่คนเดียว เห็นว่าเป็นเพื่อนสมัยมหาลัยกับองค์หญิงด้วยนะ"
ตอนพูดประโยคนี้ น้ำเสียงของผู้หมวดเจือความอิจฉานิดๆ
ถ้าเขามีเส้นสายแบบนั้น คงไม่ต้องดักดานอยู่ในตำแหน่งนี้มาตั้งหลายปีหรอก
"อ๋อ เรื่องนั้นเองเหรอครับ!"
หลี่เหวยเลิกคิ้ว ทำท่าเหมือนเพิ่งได้ยินข่าวซุบซิบนี้เป็นครั้งแรก
ผู้หมวดฝั่งตรงข้ามหัวเราะหึๆ ความอยากโม้กำลังพุ่งพล่าน แต่ก็รีบกดมันลงไป
วินาทีถัดมา สีหน้าเขากลับมาฉายแววกังวลกับสถานการณ์ช่วงนี้อีกครั้ง
"จู่ๆ ก็เปิดห้องทรงงาน ทำเอาพวกเราโดนคุมเข้มซะยิบย่อย ทางนายเองก็คงลำบากแย่ใช่ไหม?"
"จริงๆ ก็โอเคนะครับ ผู้หมวด"
หลี่เหวยปลอบใจ
ถ้าการมาของซิลเวียทำให้ทุกคนระลึกได้ชั่วคราวว่าตัวเองเป็นกองกำลังที่มีระเบียบวินัย มันก็ถือเป็นเรื่องดีไม่ใช่เหรอ!
อาจจะเห็นว่าหลี่เหวยเป็นแค่พันจ่าแถมยังดูเด็ก ผู้หมวดเลยถอนหายใจอย่างมีความหมาย "นายไม่เข้าใจหรอก..."
และด้วยรู้ดีว่าเป็นช่วงเวลาอ่อนไหว ผู้หมวดเลยไม่อยากคุยเรื่องนี้ต่อ จึงเปลี่ยนเรื่องถามว่า "จริงสิ ยังไม่ได้ถามชื่อนายเลย พันจ่า"
"หลี่เหวย ถูหนาน กองกำกับการพิเศษครับ ผู้หมวด"
ยังมีตำแหน่งชั่วคราวอีกอย่างที่เขาไม่ได้บอก เพราะดูจากปฏิกิริยาหลังจากนี้ อีกฝ่ายคงรู้แล้วล่ะ
ควันสีฟ้าจางๆ ลอยมาเข้าตาผู้หมวดจนแสบ แต่เขาเมินมันไปแล้ว
ชื่อนี้คุ้นหูมาก คุ้นจนเขาทำหน้าไม่ถูกไปชั่วขณะ
กระแสไฟฟ้าแล่นปราดจากฝ่าเท้าขึ้นสู่สมอง
"หลี่เหวย ถูหนาน... พันจ่า... ผู้ช่วยธุรการประจำห้องทรงงานชี้นำแห่งราชวงศ์"
อย่างอื่นไม่สำคัญ สำคัญที่ตำแหน่ง 'ผู้ช่วยธุรการ' นี่แหละ
โดยสัญชาตญาณ ผู้หมวดกำลังจะลุกขึ้นทำความเคารพหลี่เหวย ทั้งที่ตัวเองยศสูงกว่า
แต่ยังไม่ทันได้ขยับตัว หลี่เหวยก็กระดกชาคำสุดท้ายเข้าปาก แล้วกล่าวลา "ไว้มีโอกาสคุยกันใหม่นะครับ ผู้หมวด"
"มีโอกาส... คุยกันใหม่!"
ผู้หมวดยิ้มทั้งน้ำตา
เขาเกาหัวแกรกๆ นึกดีใจที่เมื่อกี้ไม่ได้ปากพล่อยพูดอะไรไม่เข้าท่าออกไป
โชคดีที่สุดคือหลี่เหวยยังไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร!
อีกด้านหนึ่ง หลี่เหวยกำลังเดินขึ้นบันได
สามวันที่ห้องทรงงานเปิดทำการ ถือเป็นช่วงเวลาที่ผ่อนคลายที่สุดตั้งแต่เขาเริ่มทำงานมา
หลักๆ คือไม่ต้องทำโอที พอถึงเวลาเลิกงานซิลเวียก็กลับ แถมยังสั่งห้ามหลี่เหวยอยู่ทำโอทีคนเดียวด้วย
บวกกับหลังจากกลับไปวันแรก คาเนเล่เกิดอาการประสาทหลอน พึมพำตัวเลขไม่หยุด วันรุ่งขึ้นเธอเลยเกณฑ์เสมียนจากในวังมาช่วยงานโขยงหนึ่ง
ด้วยเหตุนี้ งานตรวจสอบเอกสารส่วนใหญ่จึงทำกันที่ห้องข้างๆ
ช่วยลดภาระงานของหลี่เหวยและคาเนเล่ไปได้โข
ข้อเสียอย่างเดียวคือ ห้องทรงงานดันอยู่ชั้นบนสุด
ช่วงใกล้หมดเวลาพักเที่ยง หลี่เหวยกลับขึ้นไปที่นั่น
เขาไม่ได้เข้าไปหาซิลเวียทันที แต่ไปจัดเรียงเอกสารต่อ
จนกระทั่งคาเนเล่และคนอื่นๆ มากันครบ เขาถึงเตือนคาเนเล่ให้คุมทีมทำงานต่อ
ส่วนซิลเวีย ตั้งแต่วันที่สองเป็นต้นมา เธอก็ขลุกอยู่แต่ในห้องทรงงาน
เพียงแต่ในเวลางาน เธอจะชอบเดินตรวจตราอาณาเขตตัวเองราวกับสิงโตเจ้าป่าเป็นระยะๆ
ราวๆ บ่ายสามโมง เสียงประตูเปิดเอี๊ยดอ๊าดดังขึ้น ซิลเวียโผล่มาที่ห้องทำงานรวมอีกครั้ง
นึกว่าจะมาเดินเก๊กท่าตรวจงานเหมือนเดิม แต่คราวนี้เธอคว้าตารางรายงานจากฝั่งคาเนเล่ไปอ่าน
"ไป!"
พออ่านรายงานไปได้ส่วนหนึ่ง เธอก็สั่งให้หลี่เหวยกับคาเนเล่ตามกลับไปที่ห้องข้างๆ โดยไม่มีปี่มีขลุ่ย
พร้อมสั่งให้คนยกรายงานที่เสร็จแล้วตามไปส่งด้วย
"พวกเธอสองคนช่วยบอกฉันทีสิ แก้วน้ำบ้าอะไรใบละตั้ง 3ØM?"
ซิลเวียจิ้มถามตรงจุดที่คาเนเล่ทำเครื่องหมายไว้ชัดเจน
หลี่เหวยรับรายงานมาดู แล้วอยากจะปรบมือให้ดังๆ
ที่เธอพูดถึงน่ะแค่ปัญหาขี้ประติ๋ว ไอ้เรื่องใหญ่ๆ คาเนเล่จงใจเอาไปซ่อนไว้ข้างหลังต่างหาก
โครงการจัดซื้อทิพย์... เบิกจ่ายซ้ำซ้อน... งบประมาณหายสาบสูญ...
ของที่คาเนเล่ส่งมาให้นี่มันกล่องสุ่มความบรรลัยชัดๆ
"นี่แค่กองบัญชาการสารวัตรทหารนะ..."
พอนึกถึงเงินชดเชยที่ตัวเองไม่เคยได้รับ หลี่เหวยก็อดส่ายหัวไม่ได้
ในขณะเดียวกัน ซิลเวียกำลังเดือดดาล เลือดรักความยุติธรรมพลุ่งพล่าน เธอตะโกนลั่น "ที่แท้กองสารวัตรทหารของเราก็มีปลวกแทะกินงบประมาณอยู่เพียบขนาดนี้!"
สอบ!
ต้องสอบสวนให้ยับ!
พูดจบ เธอก็ดึงคำสั่งบริหารที่มีหัวกระดาษตราครุฑราชวงศ์ออกมาจากลิ้นชัก เตรียมเซ็นอนุมัติ
ซิลเวียกางเอกสารคำสั่ง จรดปากกาหมึกซึมเตรียมเซ็นชื่ออันทรงเกียรติ
แต่ก่อนที่ปลายปากกาจะแตะกระดาษ ข้อมือเธอก็ถูกมือใหญ่คว้าไว้
"นายจะทำอะไร?"
ซิลเวียมมองหลี่เหวยด้วยความสงสัย
เช่นเดียวกัน หลี่เหวยมองเธอด้วยสายตาจริงจังปนสงสัย "ฝ่าบาทจะทำอะไรครับ?"
"ก็เซ็นคำสั่ง ส่งคนไปตรวจสอบให้สิ้นซากไง!"
ซิลเวียกรอกตาใส่หลี่เหวย
แต่เขายังไม่ยอมปล่อยมือ เตือนสติเธอว่า "จะให้ไล่บี้ทุกเรื่องคงไม่ได้นะครับ ท่านเองก็ไม่รู้ว่าจะไปเจออะไรบ้าง"
และถ้าเกิดขุดเจออะไรที่มันใหญ่เกินแก้ล่ะจะทำยังไง?
"นายจะให้ฉันแกล้งโง่เหรอ?"
ซิลเวียมมองหลี่เหวยอย่างไม่อยากเชื่อ
เขาส่ายหัว ถามกลับด้วยคำถามที่แทงใจดำ "ฝ่าบาทมีแผนรองรับที่รัดกุมหรือยังครับ? หรือท่านแค่คิดว่า ตรวจเจอก็จับ แล้วก็จบ?"
[จบแล้ว]