เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41 - ยังจะเดิมพันต่อ

บทที่ 41 - ยังจะเดิมพันต่อ

บทที่ 41 - ยังจะเดิมพันต่อ


บทที่ 41 - ยังจะเดิมพันต่อ

ความมั่งคั่งต้องแบ่งปัน ผลประโยชน์ถึงจะสูงสุด มีสัญญาหนี้แปดแสนกว้านอยู่ในมือ เชื่อว่าถ้าจัดการดีๆ ย่อมสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับห้าแซ่เจ็ดตระกูลได้แน่

ตระกูลขุนนางเหล่านี้สืบทอดมานับพันปี เติบโตขึ้นจากการกัดกินเลือดเนื้อของชาวบ้าน พวกเขากอบโกยผลประโยชน์จากราษฎร แต่กลับไม่เคยทำหน้าที่ที่ควรทำ มองดูประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ทุกครั้งที่เกิดภัยธรรมชาติ ตระกูลพวกนี้จะกักตุนเสบียง ทำให้ชาวบ้านอดตายเกลื่อนเมือง หรือถึงขั้นต้องแลกเปลี่ยนลูกกันกิน นี่คือภัยพิบัติจากน้ำมือมนุษย์ที่เลวร้ายที่สุดในโลก

หรือยามที่มีข้าศึกรุกราน ก็ตระกูลพวกนี้อีกนั่นแหละ ที่ไม่เคยคิดจะนำทัพลุกขึ้นสู้ แต่กลับทำตัวเป็นข้ารับใช้รอต้อนรับเจ้านายใหม่ ยอมก้มหัวขายชาติเพื่อความอยู่รอด

ในสายตาพวกเขาไม่มีประชาชน!

ในตัวพวกเขาไม่มีศักดิ์ศรี!

ขอแค่รักษาผลประโยชน์ของตระกูลไว้ได้ พวกขุนนางเหล่านี้พร้อมจะขายแม้กระทั่งบรรพบุรุษตัวเอง

หานเยว่ไม่ใช่พ่อพระ แถมยังเป็นนักเลงเก่า แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะไม่เกลียดพวกตระกูลขุนนาง วันนี้ยืมมือคนอื่นย้อนรอยเล่นงานพวกมัน นอกจากจะทำลายแผนการบุกของพวกมันแล้ว ยังได้เป็นฝ่ายคุมเกม อยู่ต่อก็ไม่มีอะไรน่าสนุกแล้ว

เห็นพวกคุณชายตระกูลใหญ่หน้าซีดเผือดเหมือนไก่ต้ม เขาหัวเราะหึๆ ลุกขึ้นยืน บิดขี้เกียจอย่างเบื่อหน่าย "ดึกแล้ว พนันจนหนำใจ วันนี้พอแค่นี้เถอะ!" พูดจบก็ส่งสายตาให้เฉิงชู่ม่อ เก็บสัญญาหนี้แล้วเตรียมชิ่ง

"ไม่ได้ พวกเจ้าไปไม่ได้ เราต้องพนันกันต่อ" พวกคุณชายตะโกนลั่น พากันเข้ามาขวาง พวกเขาแพ้จนหน้ามืดตามัว โดยเฉพาะหวังซวินที่ตาแดงก่ำ ในหัวมีอยู่ความคิดเดียว...

ถอนทุน ถอนทุน ถอนทุน!

ผีพนันก็เป็นแบบนี้ ยิ่งแพ้ยิ่งไม่ยอมเลิก คิดเข้าข้างตัวเองเสมอว่าขออีกแค่ตาเดียวก็จะชนะคืนมาได้หมด คุณชายพวกนี้โตมาบนกองเงินกองทอง ชีวิตราบรื่น ไม่เคยเจออุปสรรค โดยเฉพาะคืนนี้ร่วมมือกันรุมกินโต๊ะ แปดรุมหนึ่งยังแพ้! ความพ่ายแพ้ยับเยินแบบนี้พวกเขาทำใจยอมรับไม่ได้

แถมทุกคนยังมาพร้อมภารกิจ!

พวกหลี่เหวินยังพอทำเนา ถึงจะพลาด แต่กฎบ้านค่อนข้างผ่อนปรน กลับไปอย่างมากก็แค่โดนด่าว่าทำงานไม่สำเร็จ บทลงโทษคงไม่หนักหนาสาหัสเท่าไหร่

แต่หวังซวินไม่เหมือนกัน!

ก่อนมาเขาลั่นวาจาไว้ดิบดีว่าจะสั่งสอนหานเยว่กับเฉิงชู่ม่อ แถมยังทำทัณฑ์บนไว้กับที่บ้าน ตอนนี้ไม่เพียงไม่ได้สูตรลับ แต่ยังเสียเงินไปเกือบแสนกว้าน พอนึกถึงผลที่จะตามมา เขาก็ตัวสั่นงันงก สายตาฉายแววหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด

คนอื่นไม่รู้ความอำมหิตของหวังหลิงอวิ๋น แต่เขารู้!

สาวน้อยในฉางอันต่างหลงใหลว่าคุณชายหลิงอวิ๋นรูปงามสง่า แต่มีใครรู้บ้างว่า ภายใต้ใบหน้าอันอ่อนโยนนั้น ซ่อนจิตสังหารที่เยือกเย็นเพียงใด!

ชาวโลกต่างยกย่องว่าคุณชายหลิงอวิ๋นหลุดพ้นจากทางโลก บอกว่าบนใบหน้าเขามักจะมีรอยยิ้มละไม แต่มีใครรู้บ้างว่า รอยยิ้มอันละไมและท่าทีหลุดพ้นของหวังหลิงอวิ๋น แท้จริงแล้วน่ากลัวยิ่งกว่ารอยแสยะยิ้มของปีศาจ!

เมื่อปีก่อน หวังซวินเคยมีโอกาสได้เห็นฉากหวังหลิงอวิ๋นยิ้มฆ่าคนกับตา

วันนั้น พี่ใหญ่ของเขาใช้กระบี่ยาวแทงลูกเมียหลวงคนหนึ่งในตระกูลที่แย่งชิงอำนาจกับเขาจนล้มคว่ำ แล้วใช้เท้าเหยียบหัวผู้นั้นไว้ ราวกับเหยียบสัตว์เดรัจฉาน

หวังซวินจำได้แม่นยำ พี่ใหญ่ของเขาสายตาเย็นชา แต่ใบหน้ากลับเปื้อนยิ้มอ่อนโยน มือถือกระบี่แทงลงไปไม่ยั้ง แทงติดต่อกันกว่ายี่สิบแผล

ลูกเมียหลวงคนนั้นร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด เลือดและอุจจาระปัสสาวะเปรอะเปื้อนเต็มพื้น กลิ่นคาวคลุ้งห้องชวนอาเจียน แต่พี่ใหญ่ของเขากลับยิ้มตลอดเวลา แทงลงไปทีละแผล ทีละแผล เหมือนไม่ได้กำลังฆ่าคน แต่กำลังฝึกกระบี่

วันนั้น รอยยิ้มบนหน้าเขาไม่เคยจางหาย ดูช่างอ่อนโยนเหลือเกิน

และในวันเดียวกันนั้นเอง พี่ใหญ่ของเขาใช้น้ำเสียงเนิบนาบออกคำสั่ง ให้จับคนในสายตระกูลของลูกเมียหลวงคนนั้นทั้งหมดโยนลงเหมืองของตระกูล ให้เป็นทาสเหมืองขุดแร่ตลอดชีวิต ไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันอีกต่อไป

ตอนที่สั่งการ สีหน้าของเขาดูสุภาพนุ่มนวล เป็นกันเองมาก! และในบรรดาคนที่ถูกส่งไปเป็นทาสเหมือง มีคนหนึ่งที่เป็นน้องสาวต่างแม่ของเขาเองด้วย!

ในสายตาคนนอก หวังหลิงอวิ๋นคือคุณชายเจ้าสำราญผู้สง่างาม แต่ในสายตาหวังซวิน คุณชายผู้นี้คือปีศาจที่โหดเหี้ยมยิ่งกว่าสัตว์ร้าย!

ดังนั้น เขาต้องขวางหานเยว่ไว้ ต้องพนันต่อ จนกว่าจะถอนทุนคืนได้... เพราะเขาไม่เพียงทำงานพลาด แต่ยังเสียเงินพนันไปมหาศาล ขืนกลับไปแบบนี้ ไม่รู้จะต้องเจอกับบทลงโทษที่น่ากลัวขนาดไหน!

...

...

"หนานจิงหยาง เจ้าห้ามไปเด็ดขาด เรามาพนันกันต่อ ข้าจะขอแก้มือ!" หวังซวินตาแดงก่ำ จ้องหานเยว่ตาไม่กะพริบ กลัวว่าอีกฝ่ายจะปฏิเสธ

ด้วยความกังวลจนเกินเหตุ ใบหน้าของเขาถึงกับแฝงแวววิงวอนออกมาแวบหนึ่ง

หานเยว่ยิ้มไม่ตอบ เฉิงชู่ม่อกลับแหงนหน้าหัวเราะ ฮ่า เจ้านี่พอลำพองใจก็เริ่มกร่าง แหงนหน้าจนรูจมูกชี้ฟ้ากลอกตามองบน พูดจาโผงผางว่า "อยากแก้มือ? เจ้ายังมีเงินเรอะ?"

เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน คำว่าแก้มือเคยเป็นคำติดปากของเขากับหานเยว่ นึกไม่ถึงว่าผ่านไปแค่ไม่กี่ชั่วยาม สถานการณ์จะพลิกผัน ทีเอ็งข้าไม่ว่าทีข้าเอ็งอย่าโผน เฉิงชู่ม่อรู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก

หวังซวินโดนเหน็บแนม หน้าเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวแดง นึกถึงบทลงโทษอันน่าสะพรึงกลัวที่จะได้รับ ในที่สุดก็กัดฟันพูดเสียงเหี้ยม "ข้ามีร้านผ้าไหมสามแห่ง ยังมีบ้านสวนนอกเมืองฉางอันกับที่ดินชั้นดีอีกห้าร้อยไร่..."

"แค่นี้? ตีราคาแล้วก็แค่หมื่นกว่ากว้านเองมั้ง!" เฉิงชู่ม่อยังคงทำตากรอกบน กดราคาอย่างหน้าไม่อาย

หวังซวินตาแดงฉาน พ่นลมหายใจร้อนๆ ออกมา "หมื่นก็หมื่น พนัน!"

เฉิงชู่ม่อหัวเราะร่า หันไปขอความเห็นหานเยว่ "น้องชาย ว่าไง?"

"ในเมื่อคุณชายหวังอยากเล่น ก็เล่นเป็นเพื่อนเขาอีกสักตาจะเป็นไรไป!" หานเยว่ยิ้มบางๆ ค่อยๆ หยิบลูกเต๋ามาถือในมือ

หวังซวินถอนหายใจโล่งอก!

พวกคุณชายข้างๆ มองหน้ากัน ทุกคนรู้สึกตาลุกวาว แลกเปลี่ยนสายตากันแวบหนึ่ง คนหนึ่งก็โพล่งขึ้นมาว่า "ถ้าอย่างนั้น พวกเราก็ขอร่วมวงด้วย..."

"พวกเจ้าเหรอ? ฝันไปเถอะ!" เฉิงชู่ม่อส่ายหน้า ทำหน้าดูถูกสุดขีด

"ทำไม?" คนคนนั้นหน้าเปลี่ยนสี โกรธจัดตวาดว่า "ยอมให้หวังซวินแก้มือ แต่ไม่ให้พวกเราเล่นด้วย หมายความว่าไง? เฉิงชู่ม่อ หรือเจ้าดูถูกตระกูลหลูแห่งฟ่านหยางของข้า..."

"ฮ่ะ! เอาตระกูลหลูมาขู่ ปู่กลัวตายชักล่ะ!" เฉิงชู่ม่อหัวเราะก้อง เขาไม่ใช่พวกขี้ขลาดตาขาว เจ้านี่ทำหน้ากวนประสาท แล้วด่าสาดเสียเทเสีย "มารดาเถอะ คิดจะเอาชื่อตระกูลมาข่ม ไม่ไปสืบดูหน่อยว่าปู่เฉิงของเอ็งใช่คนกลัวคนไหม? อยากเล่นก็ได้ เอาเงินมาวาง ถ้าไม่มีก็รีบไสหัวกลับบ้านไปดูดนมแม่ไป๊ อย่ามาเกะกะลูกตาปู่!"

"เจ้า..." คนคนนั้นหน้าแดงก่ำ แก้มพองลม อึกอักอยู่นานพูดไม่ออกสักคำ

พวกคุณชายคนอื่นก็จ้องตาเขียว ถลึงตาใส่เฉิงชู่ม่ออย่างอาฆาต แต่น่าเสียดายที่สายตาพิฆาตใช้ไม่ได้ผล เฉิงชู่ม่อแค่แค่นหัวเราะ ไม่สะเทือนแม้แต่น้อย

หลี่เหวินยังพอมีความฉลาด รู้ว่าคุยเหตุผลกับไอ้บ้านี่ไม่รู้เรื่อง เลยหันไปยิ้มให้หานเยว่ "ท่านหนานจิงหยาง โบราณว่าอย่าบีบคนจนตรอก เมื่อครู่ตอนพวกเราชนะก็ไม่ได้ปฏิเสธให้พวกท่านแก้มือ ตอนนี้ท่านชนะแล้วจะตัดทางรอดพวกเรา ทำแบบนี้มันจะไม่ใจร้ายไปหน่อยหรือ?"

หานเยว่ยิ้มเรียบๆ มีเงินให้กินเปล่าไม่เอาก็โง่สิ! เขากับเฉิงชู่ม่อก็แค่เล่นบทร้ายบทดี ไม่ได้คิดจะปฏิเสธจริงๆ หรอก เห็นว่าเล่นละครมาพอสมควรแล้ว จึงแกล้งทำเป็นคล้อยตาม "พี่หลี่พูดมาขนาดนี้ ถ้าข้ายังไม่ยอม ก็ดูจะแล้งน้ำใจไปหน่อย เอาเถอะ งั้นเรามาพนันกันอีกสักตา แต่ว่า กฎบนโต๊ะพนันพวกท่านก็รู้ ไม่มีเงินเดิมพันก็เล่นไม่ได้..."

หลี่เหวินและพวกหน้าบอกบุญไม่รับ!

พวกเขาเป็นแค่ลูกที่ไม่ได้รับความสำคัญในตระกูล ปกติมีเงินติดตัวบ้างนิดหน่อย แต่ไม่ได้มีสินทรัพย์มีที่ดินเหมือนหวังซวิน

ยังดีที่หานเยว่ไม่ได้หวังจะขูดรีดเงินทองจากคนพวกนี้อีก ยิ้มอย่างอ่อนโยนว่า "เอาอย่างนี้ละกัน! ลูกผู้ชายตรัสแล้วไม่คืนคำ พวกท่านก็เอาคำสัญญามาวางเดิมพัน ลงมาเล่นด้วยกันสักตาเป็นไง?"

"หมายความว่ายังไง?"

"ง่ายมาก เอาคำสัญญาเป็นเดิมพัน ถ้าพวกท่านชนะ ก็ตีราคาเป็นเงินทองได้ แต่ถ้าแพ้..."

"แล้วไง?"

"ก็ง่ายๆ แค่ทำตามสัญญาให้ข้าเรื่องหนึ่ง สัญญานี้อาจจะเป็นให้ช่วยทำอะไรสักอย่าง หรืออาจจะแค่มานั่งกินน้ำชากับข้า หรือข้าอาจจะลืมไปเลย ไม่ได้ไปทวงสัญญากับพวกท่านตลอดชีวิตก็ได้"

"นี่..."

พวกคุณชายมองหน้ากัน รู้สึกว่าเงื่อนไขนี้ก็ไม่ได้โหดร้ายอะไร หลี่เหวินจึงเป็นตัวแทนพยักหน้า พูดช้าๆ ว่า "ตกลงตามนี้!"

"ฮ่า! งั้นรออะไรอยู่ล่ะ? คุณชายทั้งหลาย เชิญลงสนามได้เลย?"

บนใบหน้าหานเยว่ปรากฏรอยยิ้ม อบอุ่นราวกับฤดูใบไม้ผลิ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 41 - ยังจะเดิมพันต่อ

คัดลอกลิงก์แล้ว