- หน้าแรก
- ย้อนเวลาไปเป็นนักเลงแห่งต้าถัง
- บทที่ 15 - ในใจมีเสือร้าย ดมกลิ่นกุหลาบ
บทที่ 15 - ในใจมีเสือร้าย ดมกลิ่นกุหลาบ
บทที่ 15 - ในใจมีเสือร้าย ดมกลิ่นกุหลาบ
บทที่ 15 - ในใจมีเสือร้าย ดมกลิ่นกุหลาบ
ความกังวลของซ่างกวนอี๋และฉินฉยง สุดท้ายก็กลายเป็นจริง!
"วันเวลาผ่านไปรวดเร็ว ขอให้พวกท่านตายไวไปเกิดไว ข้าไม่ไปส่งนะ..." นักเลงก็คือนักเลง ต่อให้เริ่มต้นด้วยคำกลอนภาษาดอกไม้ อารมณ์ก็ยังร้อนแรงเหมือนเดิม ทั้งที่รู้ว่าอีกฝ่ายบี้ตัวเองตายได้ด้วยปลายนิ้ว แต่พอหานเยว่ฟังจุดประสงค์ของทั้งสองจบ ก็อดไม่ได้ที่จะด่ากราด
ไม่เพียงแค่ด่า แต่ด่าได้เจ็บแสบ ถ้าไม่ใช่เพราะตาแก่ซ่างกวนอี๋มีความอดทนสูง บวกกับฉินฉยงรู้สึกผิด ป่านนี้หญ้าบนหลุมศพหานเยว่คงสูงสามฟุตแล้ว
รู้ว่าเด็กมันโกรธ ก็ปล่อยให้ระบายหน่อย ท่านแม่ทัพกับท่านบัณฑิตมีความอดทนระดับยอมให้คนถ่มน้ำลายรดหน้า เตรียมจะรับคำด่าอีกสักชุด ให้เด็กมันหายแค้น
ใครจะคิดว่า เด็กนี่ชักจะลามปาม ตอนแรกแค่ด่าแม่ ไปๆ มาๆ ดันจะขัดราชโองการ
"แบบนี้ไม่ได้นะ..." ซ่างกวนอี๋ตกใจแทบสิ้นสติ ขัดราชโองการโทษมหันต์ ต่อให้ราชสำนักจะไม่มีเหตุผล ก็ตัดหัวเจ้าได้ ลามปามมาถึงคนอ่านราชโองการอย่างข้าต้องซวยไปด้วย
เมื่อเช้ายังฟังฉินฉยงเล่าว่าเด็กนี่หน้าด้านไร้ยางอายขนาดไหน นึกว่าเป็นพวกกะล่อนรู้หลบเป็นปีก ที่ไหนได้กลับเป็นพวกหัวรั้น
ตาแก่ซ่างกวนอี๋ปรายตามองฉินฉยงอย่างไม่พอใจ แล้วหันกลับมาหาหานเยว่ เปลี่ยนสีหน้าเป็นคุณปู่ใจดีทันควัน "พ่อหนุ่มแซ่หานอย่าวู่วาม ราชโองการคืออำนาจราชสำนัก จะปฏิเสธดื้อๆ ได้ยังไง? มามะ มารับไปดีๆ ต่อไปนี้เจ้าคือหนานแห่งจิงหยาง เป็นเรื่องเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล..."
"เกียรติบ้านป้าลุงสิ เป็นเกียรติ? เห็นป๋าเป็นควายรึไง?" หานเยว่กลอกตาบน แต่ถึงจะโกรธแค่ไหน สุดท้ายก็คุกเข่ารับราชโองการ
เขาไม่ได้โง่ รู้ว่าของพรรค์นี้ขัดขืนไม่ได้ แค่ขู่ซ่างกวนอี๋เล่นๆ ถ้าตาแก่นี่บ้าจี้ยอมให้เขาขัดราชโองการ เขาคงต้องหาข้ออ้างกลับมารับเอง
"ราชโองการ เราสืบทอดบัลลังก์จากพระบิดาและไท่จง ไม่เคยเที่ยวเตร่ ไม่เคยลุ่มหลงนารี ไม่เคยลงโทษพร่ำเพรื่อ ไม่เคยหลงเชื่อคนชั่ว ตื่นตัวทั้งวันทั้งคืน ห่วงใยบ้านเมือง..." ฮ่องเต้ต้าถังนี่ก็หน้าบาง ราชโองการไม่ได้ขึ้นต้นด้วย "โองการสวรรค์" แต่ก็อดโม้ไม่ได้
"ได้ยินว่ามีเด็กหนุ่ม สร้างกังหันน้ำ ถวาย เป็นคุณต่อแผ่นดินพันปี ประโยชน์หมื่นรุ่น เมื่อเจ้าใจกว้าง เราจะขี้เหนียวได้หรือ? แต่งตั้งเป็น หนานแห่งอำเภอจิงหยาง ที่ดินสามร้อย ครัวเรือนแปดสิบ รัชศกอู่เต๋อปีที่เก้า เดือนเจ็ด ซ่างกวนอี๋ บัณฑิตสำนักหงเหวินกวนประกาศ จบ"
ราชโองการสองท่อน ความหมายคร่าวๆ คือ ฉันรับช่วงต่อจากพ่อ ทำงานหนักมาตลอด ได้ยินว่ามีเด็กสร้างกังหันน้ำมาถวาย ความชอบนี้ใหญ่หลวง เด็กอย่างเธอยังใจป้ำ ฉันเป็นฮ่องเต้จะขี้งกได้ไง เลยให้ตำแหน่งหนาน แถมที่ดินสามร้อยไร่ กับคนอีกแปดสิบครัวเรือน แบบนี้ถือว่าเราสองคนหายกัน แลกเปลี่ยนเสร็จสมบูรณ์
หานเยว่รับราชโองการ ลุกขึ้นไม่พูดไม่จา หันหลังเดินหนี
"ไอ้หนู จะไปไหน?" ฉินฉยงถามรีบ
ซ่างกวนอี๋รับหน้าที่อ่านราชโองการจบแล้ว ต่อไปงานสกปรกทวงกังหันน้ำ ก็ถึงคิวเขาออกหน้า
"ไปไหน? ป๋าได้เป็นท่านโหว ดีใจ อยากกลับบ้านเลี้ยงฉลองชาวบ้านไม่ได้เหรอ? ฮึ ฆ่าวัวฆ่าแกะหาความสุข ดื่มเหล้าสามร้อยจอก หน้าเหลือง กับซ่างกวนอี๋ ป๋าไม่เลี้ยงพวกเอ็งหรอก..."
"เอ๊ะ ฆ่าวัวฆ่าแกะหาความสุข ดื่มเหล้าสามร้อยจอก เด็กนี่สำนวนดี" ตาแก่ซ่างกวนอี๋อ่านราชโองการเสร็จกำลังลูบเคราสบายใจ จู่ๆ ได้ยินกลอนจากปากหานเยว่ ตาลุกวาวทันที
กำลังจะอ้าปากชม ใครจะรู้ว่าเด็กนี่เปลี่ยนเรื่อง วกเข้าใต้สะดือทันที อะไรคือป๋าไม่เลี้ยงพวกเอ็ง? เอ็งนึกว่าข้าตะกละนักเหรอ... แล้วท่านโหวอะไร? เอ็งได้เป็นแค่หนาน ยศใหญ่มากไหม? ยศแค่นี้เข้าฉางอัน หมายังไม่กลัว
ดีมาก ก่อนเอ็งรับราชโองการข้ายอมให้ ตอนนี้ของเปลี่ยนมือแล้วยังกล้าซ่า? หึหึ เจ้าหนู ต้องให้ลองของกันหน่อย จะได้รู้ว่าข้าแน่แค่ไหน
คนแก่อยู่มานานคือปีศาจ มีแค้นไม่ชำระไม่ใช่วิญญูชน คนที่อยู่ในราชสำนักได้ไม่มีใครดีสักคน ซ่างกวนอี๋ยืนยงมาหลายปี จะใช่คนกระจอกเหรอ
ตาแก่นี่ยิ้มตาหยี แกล้งทำเป็นไม่ใส่ใจ แต่แฝงความหมายลึกซึ้ง พูดกลั้วหัวเราะว่า "ข้าจำได้ลางๆ ว่า ขุนนางชั้นหนาน จะเรียกตัวเองว่าท่านโหวไม่ได้นะ ปกติเขาเรียกกันว่า ท่านหนานอะไรเทือกนั้น แถมเวลาเรียกตัวเองต้องระวัง จะเรียกท่านโหวไม่ได้ เดี๋ยวโดนฟ้องล่ะยุ่ง เหอะๆๆ เจ้าเรียกตัวเองว่า ท่านชาย ก็น่าจะได้อยู่นะ..."
เชี่ย ท่านชาย! นี่มันชื่อบ้าอะไร? หานเยว่หน้าเอ๋อ เท้าหยุดกึก
ตาแก่นี่ร้ายกาจ ประโยคเบาๆ ดาเมจรุนแรงมหาศาล ฉายา "ท่านชาย" นี่ขืนแพร่ออกไป ป๋าไม่ต้องทำมาหากินแล้ว
ลองนึกภาพ วันหนึ่งงานเลี้ยงกวีที่สระฉูเจียง บัณฑิตคับคั่ง สาวงามเพียบ ทุกคนชนแก้วกัน เรียกท่านกั๋วกงโน้น เรียกท่านโหวนี้ ทันใดนั้นหานเยว่เดินอาดๆ เข้ามา เด็กรับใช้หน้าประตูตะโกนลั่น: อัจฉริยะตระกูลหาน ท่านชายมาถึงแล้ว...
เชี่ย ผู้ดีตีนแดงกลายเป็นลิเกหลงโรง ภาพนั้นมันสยองเกินจินตนาการ
หานเยว่ตัวสั่นยะเยือก เพิ่งพบว่าตาแก่ยิ้มแย้มตรงหน้า ร้ายกว่าไอ้หน้าเหลืองฉินฉยงเยอะ
"อะฮ่าฮ่า ท่านซ่างกวนล้อเล่นแล้ว เมื่อกี้ไอ้หนูรับตำแหน่งดีใจจนลืมตัว สมองเลยเบลอ ลืมเชิญท่านไปนั่งเล่นที่บ้าน น่าอายจริงๆ น่าอายจริงๆ..." นิสัยนักเลง รังแกคนอ่อนแอ กลัวคนแข็งแกร่ง ใครที่หานเยว่รู้สึกว่าตอแยไม่ได้ เขาจะยิ้มสู้ไว้ก่อน
วิชาเปลี่ยนร่างเป็นพี่ชายขี้เกรงใจในพริบตาเป็นไม้ตายของเขา ตอนนี้ลมแรงคลื่นสูง กลัวตาแก่จะปล่อยคำพูดสยองออกมาอีก รีบกระโดดเข้าไป ควงแขนเชิญชวน "ท่านซ่างกวนเดินทางมาเหนื่อยๆ ไอ้หนูจะจัดโต๊ะฉลองความชอบ เลี้ยงดูปูเสื่อท่านอย่างดี"
จิ้งจอกเฒ่าทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ย่อมไหลตามน้ำ
"ท่านอี้กั๋วกงก็เชิญไปนั่งที่บ้านเถอะ มีบอดี้การ์ดคนหนึ่งบ่นถึงท่านทุกวัน ยืนชะเง้อรอหน้าประตูจนจะเป็นหินตาหินยายอยู่แล้ว..." หมอนี่ปากหมา ชัดเจนว่าหลัวจิ้งเอ๋อเป็นหลานสาวฉินฉยง พอเขาบรรยายปุ๊บ ฟังยังไงก็ดูมีเงื่อนงำชั่วร้าย
เขาก็รังแกฉินฉยงที่ไม่ทันเกม ถ้าไอ้หน้าเหลืองรู้ความหมายแฝงของหินตาหินยาย คงกระทืบเขาพิการระดับสาม
ตาแก่ซ่างกวนอี๋รู้ตำนานหินตาหินยาย แต่ตาแก่นี่เจ้าเล่ห์ เอาคืนได้แต้มเดียวก็ไม่สนฉินฉยงแล้ว เลยยิ้มตาหยี ไม่พูดเปิดโปง
สามคนคุยหัวร่อต่อกระซิก เหมือนเพื่อนเก่าที่ไม่เจอกันนาน ข้างหลังมีทหารเกราะทองเป็นขบวน ต่อด้วยชาวบ้านอีกยี่สิบคน คนเป็นร้อยแห่กันไปบ้านหานเยว่ บรรยากาศอลังการ เหมือนแห่ขุนนางกลับบ้านเกิด
ยังไม่ทันถึงบ้าน มีคนวิ่งไปส่งข่าวแล้ว ทันใดนั้น คนเฒ่าคนแก่ ผู้ชายผู้หญิง เด็กเล็กเด็กน้อยที่ทำงานบ้านหานเยว่ แตกตื่นกันหมด
ได้บรรดาศักดิ์แล้ว? เจ้าสามบ้านหานได้บรรดาศักดิ์แล้ว...
คุณพระคุณเจ้า ฮวงซุ้ยบรรพบุรุษหมู่บ้านตระกูลเถียนต้องควันพุ่งแน่ๆ ถึงได้ประทานท่านขุนนางลงมาให้เรา
ถึงท่านขุนนางคนนี้จะไม่แซ่เถียน เป็นคนนอก แต่เขาก็โตมาในหมู่บ้าน เป็นคนของหมู่บ้านตระกูลเถียน ทุกคนพลอยได้หน้าไปด้วย!
ชาวบ้านซื่อๆ ไม่รู้นัยยะเบื้องหลังการตั้งบรรดาศักดิ์หานเยว่ ในสายตาพวกเขา การได้เป็นขุนนางมีบรรดาศักดิ์ คือเกียรติยศสูงสุด คุยโม้ได้ยันลูกหลานเหลนโหลน
โต้วโต้วดีใจจนทำตัวไม่ถูก ได้ยินว่าสามีกับขุนนางใหญ่กำลังมาบ้าน ก็มือไม้สั่น บิดชายเสื้อเดินไปเดินมา หน้าตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง และความกังวล
คนเดียวที่นิ่งคือหลัวจิ้งเอ๋อ นางเกิดในตระกูลใหญ่ รู้ดีว่าหนานมีน้ำหนักแค่ไหน เบ้ปากไม่พูดอะไร
นางถือหอกยืนตระหง่าน ตามองฟ้า พึมพำกับตัวเอง "กังหันน้ำของหมอนั่น สุดท้ายก็โดนฮ่องเต้ยึดไป งั้นข้าอยู่ที่นี่จะมีประโยชน์อะไร..."
ไม่ต้องพูดเยอะ ฆ่าหมูเชือดแกะ เลี้ยงฉลองทั้งหมู่บ้าน
หานเยว่ถึงบ้าน โบกมือโปรยเงิน ให้ชาวบ้านใครมีหมูจูงหมู มีแกะจูงแกะ ตั้งใจจัดงานใหญ่
ไม่ว่าจะได้ยศอะไร สรุปคือต่อไปนี้เป็นคนมีระดับแล้ว ฮ่องเต้กับตระกูลใหญ่มองกังหันน้ำเป็นของวิเศษ หานเยว่กลับไม่ค่อยสน ความจริงคือเขาแอบขำอยู่...
หึหึหึ ไม่มีตลับลูกปืนจากระบบของป๋า ต่อให้ได้เทคนิคไปทั้งชุดแล้วไง? คิดว่าจะเอาเปรียบกันง่ายๆ เหรอ?
ต่อให้ฮ่องเต้ลงมือ ก็ต้องเจ็บตัวฟรี
ถ้าตระกูลใหญ่ลงมือ ป๋าจะหาทางสับมือทิ้ง
"ไม่ทราบท่านโหวจิงหยางมีความสุขเรื่องอะไร ยิ้มซะเจ้าเล่ห์..." ซ่างกวนอี๋ยิ้มถาม
ตาแก่นี่ ก่อนหน้านี้ขู่เขาว่าห้ามเรียกท่านโหว กฎนี้มีจริง แต่ไม่มีใครเขาจับผิดกันหรอก ที่เขาว่าคนหามเกี้ยวคน (ยกยอปอปั้นกันเอง) แค่คำเรียกขาน ใครจะมาสน?
ความจริงคือในต้าถัง ขอแค่มีบรรดาศักดิ์ ต่อให้เป็นแค่หนานต่ำต้อย คนนอกเรียกขานก็มักจะยกยอ เรียกว่าท่านโหวโน่นนี่
แน่นอน ในจดหมาย เอกสารราชการ ห้ามทำเด็ดขาด ยศอะไรก็ต้องเขียนตามนั้น ไม่งั้นงานเข้า
นอกจากเรื่องลายลักษณ์อักษร เวลาอื่นใครจะสน? หนานหรือโหว ในสายตาขาใหญ่ก็เหมือนกันหมด ในฉางอันหมายังไม่แล
ซ่างกวนอี๋ใช้ "ท่านชาย" เอาคืนได้แต้มหนึ่ง ความบาดหมางระหว่างเขากับหานเยว่ก็หายไป ย่อมไม่ใช้คำนี้มากวนใจอีก กลับเป็นคนแรกที่ยกยอ เรียกหานเยว่ว่าจิงหยางโหว แทนที่จะเป็นจิงหยางหนาน
หานเยว่รู้ว่าตาแก่ส่งไมตรี จิตใจก็โล่งอก ต่อไปนี้แม่ไม่ต้องห่วงว่าจะมีคนเรียกป๋าว่าท่านชายแล้ว
หมดเรื่องขัดใจ เจ้าภาพและแขกก็สำราญ
เนื่องจากชาวบ้านที่ไปจูงหมูจูงแกะยังไม่กลับ ตอนนี้ว่าง หานเยว่เลยนั่งคุยสัพเพเหระกับสองขาใหญ่
"ท่านโหวจิงหยาง ข้ารู้เจ้าไม่พอใจเรื่องกังหันน้ำ แต่เจ้ารู้ไหม ครั้งนี้ถ้าไม่ใช่ฝ่าบาทลงมือ แต่เป็นตระกูลใหญ่มาแย่ง อย่าว่าแต่บรรดาศักดิ์ที่ดินเลย เจ้าจะมีศพครบหรือเปล่ายังไม่รู้ ตระกูลใหญ่ นั่นมันฝูงหมาป่ากินคนไม่คายกระดูก..."
"อ้อ เหรอ?" หานเยว่ตอบส่งๆ ไม่ได้ใส่ใจ
"หึหึ หนุ่มน้อยห้าวหาญ ไม่รู้ความกลัว คิดว่าใต้หล้าไปได้หมด ไม่มีใครขวางเจ้าได้ ใช่ไหม?" สายตาซ่างกวนอี๋เฉียบคมแค่ไหน มีหรือจะดูไม่ออกว่าหานเยว่ตอบส่งๆ ตาแก่ยิ้มบางๆ พูดมีความหมายลึกซึ้งว่า "ท่านโหวจิงหยาง ข้าไม่ใช่คนชอบตีสนิทแล้วพูดเยอะ ตรงกันข้าม ข้ากะล่อนจะตาย ในราชสำนักคนด่าว่าเป็นจิ้งจอกเฒ่า แต่เพราะเห็นเจ้าเป็นเด็กอัจฉริยะ น่าลงทุน เลยเตือนด้วยความหวังดี"
คำพูดนี้จริงใจสุดๆ หานเยว่ขืนทำส่งๆ อีก คงรู้สึกผิดเอง เขารีบประสานมือ ทำหน้าจริงจัง รอฟังต่อ
คำพูดต่อมาของซ่างกวนอี๋มีไม่กี่ประโยค แต่ทุกคำล้ำค่า มองการณ์ไกล
"จำไว้นะ เด็กน้อยถือทองเดินตลาด ความตายรออยู่เบื้องหน้า ท่านโหวจิงหยาง ความโหดเหี้ยมของตระกูลใหญ่เกินจินตนาการเจ้า ข้าเดาว่าสักวันเจ้าต้องโดนเพ่งเล็ง จำไว้ ก่อนจะมีกำลังมากพอ อย่ารีบโต้ตอบ"
"แล้วจะให้ทำไง? จะให้ผมนั่งรอความตายเหรอ..."
"เจ้าไปกอดขาฝ่าบาทก่อนได้ ซ่อนคมรอเวลา แล้วค่อยๆ วางแผน" ตาแก่สอนอย่างตั้งใจ ดูท่าจะลงทุนกับอนาคตเขาจริงๆ
"นอนฟืนกินดีขมเหรอ..." หานเยว่พึมพำ มุมปากยกยิ้มเหยียด
ปฏิเสธไม่ได้ แผนของซ่างกวนอี๋คือปรัชญาการใช้ชีวิตชั้นยอด เห็นชัดว่าตาแก่ตั้งใจช่วยวางแผนให้เขา
แต่ หานเยว่ไม่อยากทำ
ฮ่องเต้พิโรธ เลือดนองแผ่นดิน สามัญชนพิโรธ เลือดสาดห้าก้าว แก้แค้นต้องเดี๋ยวนี้ จะรออนาคตทำไม? ชาติที่แล้วอยู่ยากลำบากยังไม่เคยก้มหัว ชาตินี้ทะลุมิติมาต้าถังมีชีวิตใหม่ เขาไม่อยากหดหัวอีก
ในใจมีเสือร้าย ดมกลิ่นกุหลาบ ความกะล่อน เป็นแค่เปลือกนอกของฉัน...
ตระกูลใหญ่ใช่ไหม อำมหิตใช่ไหม ถ้าจำไม่ผิด รัชศกอู่เต๋อปีที่เก้าเดือนแปด ต้าถังจะเจอความอัปยศที่พันธมิตรแม่น้ำเว่ย หึหึหึหึ ทหารม้าทูเจวี๋ยนับล้านบุกลงใต้ ดูเหมือนจะฆ่าล้างตระกูลใหญ่ก่อนเพื่อน
ถึงตอนนั้น ป๋าจะช่วยเติมเชื้อไฟให้แน่นอน
[จบแล้ว]