- หน้าแรก
- ย้อนเวลาไปเป็นนักเลงแห่งต้าถัง
- บทที่ 14 - วิญญูชนหลอกได้ด้วยเหตุผล แล้วคนถ่อยล่ะ?
บทที่ 14 - วิญญูชนหลอกได้ด้วยเหตุผล แล้วคนถ่อยล่ะ?
บทที่ 14 - วิญญูชนหลอกได้ด้วยเหตุผล แล้วคนถ่อยล่ะ?
บทที่ 14 - วิญญูชนหลอกได้ด้วยเหตุผล แล้วคนถ่อยล่ะ?
การมอบบรรดาศักดิ์เป็นสิทธิพิเศษของฮ่องเต้ โดยหลักการแล้วขอแค่ฮ่องเต้พอใจ อยากจะแจกให้ใครก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น พ่อตาของฮ่องเต้ทุกยุคทุกสมัย ส่วนใหญ่มีบรรดาศักดิ์กันทั้งนั้น พี่เขยน้องเมียฮ่องเต้ ก็มีกันถ้วนหน้า
คนพวกนี้มีคุณูปการอะไรต่อชาติบ้าง? ไม่มี!
ที่เขาว่าคนเดียวได้ดีไก่หมาพลอยขึ้นสวรรค์ พวกเขาได้บรรดาศักดิ์ไม่ได้พึ่งตัวเอง แต่พึ่งลูกสาวหรือพี่สาวน้องสาว จากจุดนี้เดาได้ว่า บรรดาศักดิ์ในสายตาฮ่องเต้ไม่ได้สำคัญอะไรนัก... ฉันนอนกับลูกสาวคุณ? เอ้า เอาตำแหน่งไป ฉันนอนกับน้องสาวคุณ? เอ้า เอาตำแหน่งไปอีก
เห็นไหม พ่อตาและพี่น้องเมียไม่ต้องทำอะไรก็ได้เป็นขุนนาง นี่ไม่ใช่อารมณ์ตามใจฉันของฮ่องเต้หรอกหรือ? คนเราจะทำตามใจฉันตอนไหน? ก็ตอนที่ไม่เห็นค่าสิ่งนั้นไง
ดังนั้น บรรดาศักดิ์ในสายตาฮ่องเต้ ไร้ค่า
แต่บรรดาศักดิ์นี่ก็แปลก มันเป็นเครื่องมือที่ราชวงศ์ใช้ควบคุมขุนนางให้ทำงานถวายหัว ทั้งที่เป็นแค่ชื่อเรียก แต่ในสายตาขุนนางกลับมีค่ามหาศาล
เพราะราชวงศ์ปั่นราคาเก่ง
ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน ลูกผู้ชายเลือดร้อนกี่คนมุ่งสู่สนามรบ ขวางดาบกั้นม้า อาบเลือดสู้ตาย ชีวิตยังไม่สน ขอแค่ได้ยศถาบรรดาศักดิ์ไปฝากลูกเมีย
ฮ่องเต้มองว่าไร้ค่า ชาวโลกมองว่าล้ำค่า ต่อให้เป็นแค่ตำแหน่งเซี่ยนหนาน ก็ต้องใช้ผลงานใหญ่แลกมา
อย่างที่ว่า เมฆคลึ้มเหนือทะเลสาบชิงไห่บดบังภูเขาหิมะ มองจากเมืองโดดเดี่ยวไปยังด่านอวี้เหมินกวน ชุดเกราะทองสึกกร่อนจากการรบนับร้อยครั้ง ไม่ตีโหลวหลานแตกไม่ขอคืนถิ่น ต้าถังจงใจปั่นราคาบรรดาศักดิ์ให้สูงส่ง กำหนดว่าถ้าไม่มีความชอบจากการขยายดินแดน ห้ามมอบให้
ตอนนี้หลี่ซื่อหมินจะเอาบรรดาศักดิ์มาแลกกังหันน้ำ กลายเป็นว่าทุบหม้อข้าวตัวเอง เรื่องนี้เรียกเสียงค้านระงม ต่อให้มีฉินฉยงเปิดทาง ต่อให้มีเฉิงเหยาจินป่วนเมือง เหล่าขุนนางก็ยังฮึกเหิม ถลกแขนเสื้อกระโดดโหยงๆ ร้องเพลงคนละคีย์กับหลี่ซื่อหมิน
อยากแต่งตั้ง? ได้ นั่นเป็นสิทธิ์ของฝ่าบาท พวกกระหม่อมไม่กล้าก้าวก่าย อยากตั้งไงก็ตั้ง แต่มีข้อแม้ ผู้รับต้องมีความชอบจากการขยายดินแดน นี่เป็นกฎที่ตระกูลหลี่ตั้งไว้ ทุกคนปฏิบัติตามมาตลอด
ตอนนี้ จู่ๆ ท่านจะมาแหกกฎ ให้ตำแหน่งกับเด็กชาวนาที่ไม่มีความชอบทางการทหาร จะให้พวกกระหม่อมที่เอาชีวิตเข้าแลกตำแหน่งเอาหน้าไปไว้ไหน... อะไรนะ ท่านบอกว่าขุนนางฝ่ายบุ๋นที่ได้ตำแหน่งไม่ได้เอาชีวิตเข้าแลก? ถ้าไม่มีพวกเขาดูแลเสบียง ดูแลคนเจ็บ สงครามจะชนะไหม?
ฝ่าบาทโปรดไตร่ตรอง!
การเมืองคือผลลัพธ์ของการประนีประนอมและถ่วงดุล อำนาจกษัตริย์ยิ่งใหญ่ แต่ก็ไม่ได้ดั่งใจไปซะทุกเรื่อง โชคดีที่หลี่ซื่อหมินนอกจากจะเก่งกาจ ยังเป็นเซียนเรื่องการใช้อำนาจ ปฏิกิริยาของขุนนางอยู่ในความคาดหมายของพระองค์แล้ว
จะแก้ปัญหานี้ยังไง หลี่ซื่อหมินเชี่ยวชาญ...
หลังจากการต่อรองราคากันยกใหญ่ สุดท้ายราชวงศ์ยอมถอยผลประโยชน์บางส่วน ตระกูลใหญ่ได้ขนมหวานไปกิน เหล่าขุนนางถึงยอมเลิกรา
เซี่ยนหนานแห่งอำเภอ แถมเป็นชั้นหนึ่ง พระราชทานที่ดินสามร้อยไร่ กินเมืองแปดสิบครัวเรือน บรรดาศักดิ์แท้จริง
รางวัลไม่มากไม่น้อย สะท้อนความยากลำบากในการงัดข้อระหว่างฮ่องเต้กับตระกูลใหญ่ เต็มไปด้วยกลิ่นอายของการประนีประนอม เห็นชัดว่าตระกูลใหญ่ไม่อยากให้กังหันน้ำตกอยู่ในมือหลี่ซื่อหมิน
ที่เขาว่าคนเราทำเพื่อผลประโยชน์ การคัดค้านฮ่องเต้เรื่องเอาตำแหน่งแลกกังหันน้ำเป็นแค่ฉากหน้า เหตุผลที่แท้จริงคือเครื่องมือชลประทานเทพๆ แบบนี้ พวกเขาก็อยากได้จนตัวสั่น
ถ้าหลี่ซื่อหมินไม่ลงมือ ตระกูลใหญ่มีวิธีเป็นหมื่นที่จะเอากังหันน้ำมาจากเด็กคนนั้น เช่น ยกลูกเมียน้อยให้แต่งงานด้วย หรือหลอกลวงแย่งชิง พวกเขาไม่มานั่งเจรจาคุณธรรมแบบฮ่องเต้หรอก ผลประโยชน์ของตระกูลใหญ่ ล้วนอาบไปด้วยเลือด
แต่ดันเป็นหลี่ซื่อหมินที่ลงมือ เอาของที่ควรจะเป็นของตระกูลใหญ่ไป จะให้พวกเขายิ้มออกได้ไง? ยอมให้ท่านตั้งเป็นเซี่ยนหนานก็บุญแล้ว...
...
...
คนที่ไปอ่านราชโองการคือ ซ่างกวนอี๋ บัณฑิตเอกแห่งสำนักหงเหวินกวน ตาแก่นี่ความรู้ท่วมหัว รับหน้าที่เป็นหน้าเป็นตาให้ราชสำนัก ฉินฉยงตามไปด้วย โดยอ้างว่าจะไปเยี่ยมหลานสาว แต่จริงๆ แล้วเป็นตัวแทนฮ่องเต้ไปทวงกังหันน้ำ
แม่ทัพใหญ่หนึ่งคน บัณฑิตเอกหนึ่งคน ตั้งเซี่ยนหนาน อ่านราชโองการ สถานะเหลือเฟือ แต่เรื่องนี้มันชวนเลี่ยน ชวนหงุดหงิด...
"ไอ้พวกเวรตะไลแก่ไม่ตาย พวกแกทำเรื่องระยำ แต่ให้ข้ามารับหน้า รังแกกันเกินไปแล้ว!" คนซื่ออย่างฉินฉยงยังด่าเปิง ด่ามาตลอดทางจากฉางอันถึงหมู่บ้านตระกูลเถียน
ซ่างกวนอี๋หน้าตายิ้มแย้ม แต่ถ้าดูให้ดี ตาแก่นี่เส้นเลือดปูดที่หน้าผาก พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
เครื่องมือชลประทานระดับเทพ สูตรลับประเมินค่าไม่ได้ แต่แลกมาแค่กระดาษตั้งเซี่ยนหนานใบเดียว ที่ดินแค่สามร้อยไร่ เรื่องนี้ไม่ว่าใครเจอ ก็ต้องของขึ้น
แถมกินเมืองแปดสิบครัวเรือน? ไปตายซะเถอะ ใครเขาขาดแคลนเสบียงแค่นั้น กังหันน้ำครึ่งตัวยังมีค่ามากกว่านี้ คนอื่นไม่รู้ว่ารางวัลนี้น่าสมเพชแค่ไหน แต่ในฐานะขุนนางราชสำนัก ฉินฉยงกับซ่างกวนอี๋รู้ดี
สิ่งที่เรียกว่ากินเมือง หรือไช่ยัง คือราชสำนักแบ่งชาวบ้านส่วนหนึ่งให้คุณ ต่อไปชาวบ้านพวกนี้ไม่ต้องเสียภาษีให้รัฐ แต่เอาผลผลิตมาเลี้ยงดูคุณ ในทางทฤษฎี คุณยังมีอำนาจปกครองชาวบ้านเหล่านี้ด้วย
ฟังดูดี แต่อย่าลืม ให้มาน้อยเกินไป
แปดสิบครัวเรือน เต็มที่ก็ห้าร้อยคน พึ่งคนแค่นี้ทำนาส่งส่วย ต่อให้ฝนฟ้าดีทุกปีจะได้กี่ตังค์? แต่มูลค่าวิธีสร้างกังหันน้ำมันมหาศาลขนาดไหน? ผลลัพธ์คือเอามาแลกแค่นี้...
แลกเปลี่ยนไม่สมน้ำสมเนื้อ! ต้องโดนด่าเปิงแน่นอน
เด็กคนนั้นด่าแม่แน่ๆ ซ่างกวนอี๋ไม่กลัว ฉินฉยงก็ไม่กลัว เด็กมันคับแค้น ระบายหน่อยก็สมควร
สิ่งที่ทั้งสองกลัวคือชาวโลกด่า กลัวคนรุ่นหลังด่า
ทุกยุคทุกสมัย ราชโองการส่วนใหญ่ต้องบันทึกลงพงศาวดาร ราชโองการตั้งบรรดาศักดิ์ยิ่งต้องบันทึก ในฐานะคนอ่านราชโองการ ย่อมหนีไม่พ้นการจารึก ซ่างกวนอี๋ถึงกับมองเห็นภาพพงศาวดารรุ่นหลังเขียนว่า:
"สมัยเจินกวนแห่งต้าถัง มีเด็กหนุ่มอัจฉริยะถือกำเนิด สร้างกังหันน้ำ เป็นคุณต่อแผ่นดิน ฮ่องเต้โลภอยากได้ผลประโยชน์ จึงตั้งเป็นเซี่ยนหนาน แย่งชิงมาในราคาถูก โดยมีซ่างกวนอี๋ บัณฑิตแห่งสำนักหงเหวินกวน เป็นสุนัขรับใช้ ไปอ่านราชโองการ..."
ชื่อเสียพันปีนะนั่น! ตาแก่หน้าเขียวคล้ำ พวกบัณฑิตส่วนใหญ่อยากมีชื่อจารึกในประวัติศาสตร์ ใครจะอยากมีชื่อเหม็นเน่าพันปี
ฉินฉยงเป็นแม่ทัพ เขาไม่ได้คิดไกลขนาดซ่างกวนอี๋ แต่เขาแคร์ปัจจุบันมากกว่า
ไม่ต้องบอกก็รู้ หลังอ่านราชโองการรอบนี้ ช่วงสั้นๆ คงไม่กล้าออกจากบ้าน ไม่งั้นไม่รู้จะไปเจอคนรู้ความเมื่อไหร่ ชี้หน้าบอกชาวบ้านว่า "ทุกคนดูเร็ว ไอ้หน้าเหลืองนั่นคือฉินฉยง ตอนราชสำนักหลอกเอากังหันน้ำเด็กอัจฉริยะ ก็เขานี่แหละไปอ่านราชโองการ... ถุย..."
อายเขาตายชัก! ฉินฉยงหน้าเขียวปั้ด
คิดดูข้าฉินฉยง ฉินซูเป่า กระบองเหล็กคู่ระบือไกล เคยขายม้า เคยเป็นโจร ชีวิตนี้เปิดเผยตรงไปตรงมา ไม่เคยทำเรื่องสกปรกแบบนี้
แม่ทัพใหญ่กับบัณฑิตเอกเต็มไปด้วยความคับแค้น แต่ขัดราชโองการไม่ได้ ได้แต่ฝืนใจออกจากฉางอัน ค่อยๆ มุ่งหน้าสู่หมู่บ้านตระกูลเถียน
ระยะทางสั้นๆ ยี่สิบลี้ เดินทางด้วยความอึดอัดใจ แต่จะหนียังไงก็ต้องเจอมีด บ่ายคล้อย ในที่สุดก็มาถึง
หมู่บ้านตระกูลเถียนกำลังวางผังเมือง!
ชาวบ้านยี่สิบคน แบ่งเป็นสี่กลุ่ม มีคนถือค้อนเหล็ก มีคนอุ้มท่อนไม้ ท่อนไม้เหลาปลายแหลมไว้แล้ว เดินไปไม่กี่ก้าว ชายฉกรรจ์ก็ช่วยกันเอาค้อนตอกไม้ลงดิน
"ตรงนี้ ตรงนี้ แล้วก็ตรงนี้ ตอกลงไป... ระวังให้ตรงกับอันก่อนหน้านะ ไม่งั้นถนนจะเบี้ยว" หานเยว่สวมหมวกฟาง เดินวนไปมาระหว่างกลุ่ม คอยแก้คำผิดชาวบ้าน
"เถียนเอ้อร์โก่ว เถียนต้านิว พวกเอ็งอีกแล้ว ตอกหลักมั่วซั่วอีกแล้ว? ข้าบอกกี่ทีแล้ว ถนนต้องกว้างห้าวา สองข้างต้องเว้นที่ว่างอีกข้างละวา เอาไว้ทำที่จอดรถ ดูระยะที่พวกเอ็งตอกสิ สามวายังไม่ถึง จะอู้งานก็ให้มันน้อยๆ หน่อย ไม่อยากทำก็ไสหัวกลับบ้านไป"
เจอจุดผิดทีไร หานเยว่ก็กระโดดด่า พวกผู้ชายโดนด่าหน้าเจื่อน แต่ไม่กล้าเถียงสักคำ... พวกเขาไม่เข้าใจว่าหมู่บ้านเล็กๆ จะสร้างถนนกว้างขนาดนี้ไปทำไม ไม่รู้ว่าการวางผังคืออะไร ที่จอดรถคืออะไร แต่พวกเขารู้สิ่งเดียว คือเด็กหนุ่มตรงหน้า จะควักเงินตัวเอง สร้างถนนสร้างบ้านให้คนทั้งหมู่บ้าน
ใช่แล้ว สร้างถนนก่อน แล้วสร้างบ้าน หานเยว่ควักเนื้อ เพื่ออัพเกรดระบบ เขาต้องทุ่มสุดตัว
ขยายหมู่บ้านด้วยตัวคนเดียว แรงกดดันเรื่องเงินไม่ต้องพูดถึง ถ้าไม่เพราะยาจุดกันยุงขายดีมีเงินเข้าทุกวัน หานเยว่คงไม่กล้าเล่นใหญ่ขนาดนี้
"ตอนนี้แค่คิดจะอัพเกรดเป็นปราชญ์แห่งหมู่บ้าน ระบบก็สูบเงินข้าไปเกลี้ยง ต่อไปจะทำไงเนี่ย? ความมหัศจรรย์ของไอ้นี่ไม่ต้องสงสัย เสียแต่เปลืองเงินชะมัด..."
เก้าร้อยกว้านเต็มๆ แค่จะสร้างหมู่บ้านใหญ่ งบประมาณยังทำท่าจะไม่พอ แม้เขาจะวางโครงสร้างไว้ใหญ่ไปหน่อย แต่ก็ไม่น่าจะเปลืองขนาดนี้นะ
ทรัพย์สินโดนสูบเกลี้ยง โหดกว่ามนุษย์ป้าวัยทองนั่งทับซะอีก
แม่งเอ๊ย นี่มันใช่พล็อตเรื่องข้ามภพมาเสวยสุขแน่เหรอ? ป๋าหานข้ามมาเพื่อรับกรรมชัดๆ ภาพไม่ตรงปกจริงๆ
หานเยว่ถอดหมวกฟาง พัดวีไปพลาง คำนวณไปพลาง พอคิดถึงเงินที่ต้องใช้เพื่ออัพเกรดระบบในอนาคต เขาก็ปวดฟันจี๊ด
ฤดูร้อน แดดเปรี้ยง เผาคนจนหงุดหงิด รู้สึกมีไฟสุมอก พุ่งปรี๊ดๆ แต่ตอนที่เขากำลังหงุดหงิดที่สุด ทหารชุดเกราะแวววาวกลุ่มหนึ่งก็คุ้มกันรถม้าหนึ่งคันม้าหนึ่งตัว มาหยุดที่หน้าหมู่บ้าน
ซ่างกวนอี๋กับฉินฉยง มาถึงแล้ว...
...
...
โบราณว่าไว้ วิญญูชนหลอกได้ด้วยเหตุผล คนโบราณท่านนั้นตอนพูดประโยคนี้คงคิดไม่ถึงว่า ถ้าวันหนึ่งไปเจอคนถ่อยไร้ยางอาย จะทำยังไง?
สองขุนนางผู้ประกาศราชโองการแบกความรู้สึกซับซ้อน คนหนึ่งลงม้า คนหนึ่งลงรถ มองหน้ากัน เชิญให้อีกฝ่ายเดินก่อน
เกี่ยงกันครึ่งค่อนวัน ซ่างกวนอี๋แก่แต่เก๋า ฉินซูเป่ากระดูกแข็ง โป้งแปะกันไม่รู้ผล สุดท้ายมองบนพร้อมกัน ตายเป็นตาย เรียกทหารจัดระเบียบ เดินเคียงบ่าเคียงไหล่เข้าหมู่บ้านตระกูลเถียน
เข้าหมู่บ้านมาไม่ไกล ก็เห็นหานเยว่กำลังคุมชาวบ้านทำงาน
ฉินฉยงเคยเจอเขาครั้งหนึ่ง เห็นซ่างกวนอี๋หุบปากเงียบแกล้งตาย เขาเลยต้องอาศัยความคุ้นเคย ตะโกนเรียก
"เด็กแซ่หานอยู่ไหน ราชสำนักมีราชโองการมาประกาศ ยังไม่รีบมารับอีก"
รู้สึกผิดก็ส่วนรู้สึกผิด มาดที่ควรมี จะตกหล่นไม่ได้แม้แต่นิดเดียว...
[จบแล้ว]