เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 38 - ขึ้นเขาสวดมนต์ ราชสำนักอันห่างไกล

บทที่ 38 - ขึ้นเขาสวดมนต์ ราชสำนักอันห่างไกล

บทที่ 38 - ขึ้นเขาสวดมนต์ ราชสำนักอันห่างไกล


บทที่ 38 - ขึ้นเขาสวดมนต์ ราชสำนักอันห่างไกล

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

[ต้นฤดูใบไม้ผลิ วันที่เก้าเดือนอ้าย]

[ฮ่องเต้เสด็จเขาจงหนาน]

[บัดนี้โอรสสวรรค์นำขุนนางร้อยแปดเป็นขบวนแรกขึ้นเขา ช่วงท้ายขบวนคือคณะทูตเป่ยเฟิง คณะทูตจากเฉียนหยวน หาน และฉู่]

[ขบวนที่สองคือเหล่าสนมในวังและครอบครัวของขุนนางฝ่ายบู๊และบุ๋น ยิ่งใหญ่เกรียงไกร]

[เจ้าบำเพ็ญเพียรมาครึ่งเดือน นานๆ ทีจะมีความก้าวหน้า ในใจรู้สึกยินดี]

[วันนี้ เจ้าล้างหน้าล้างตา สวมชุดนักพรต เดินออกจากสุสานคนเป็น]

[เห็นแสงแดดฤดูใบไม้ผลิสาดส่อง เป็นช่วงเวลาที่ดีของปีอีกครั้ง]

[เจ้ากับลู่หยูและหลิวจินฉานสามคน ยืนรอรับเสด็จฮ่องเต้ต้าชิ่งอยู่ที่บันไดหินเขาจงหนาน ข้างหลังคือศิษย์สามสัจธรรมหลายร้อยคนยืนเรียงเป็นสองแถว]

[เขาจงหนานถูกวางกำลังป้องกันแน่นหนามานานแล้ว ฮ่องเต้เสด็จมาสวดมนต์เป็นเรื่องใหญ่]

[เจ้ากับลู่หยู หลิวจินฉานยืนเคียงไหล่กัน บนบันไดหินเขาจงหนาน รอรับเสด็จ]

[หลิวจินฉานเป็นประธาน ยืนตรงกลาง เจ้ากับลู่หยูขนาบซ้ายขวา]

[อาจารย์หลิวจินฉานพูดอย่างไม่ค่อยเป็นธรรมชาติว่า "เสินโจว เจ้าเป็นถึงแม่ทัพใหญ่คุมกำลังทหารแดนเหนือ ฐานะสูงส่ง ควรจะยืนตรงกลาง"]

[เจ้ายิ้มตอบ "ตอนนี้ข้าเป็นแค่ศิษย์สำนักสามสัจธรรม ย่อมต้องทำตามกฎสำนัก ยืนข้างอาจารย์"]

[ฮ่องเต้ถือศีลกินเจอาบน้ำชำระกายมาสามวัน พาขุนนางขึ้นเขา ภาพการแสวงบุญช่างดูเคร่งขรึมและศักดิ์สิทธิ์]

[ในที่สุดเจ้าก็ได้เจอฮ่องเต้องค์นี้อีกครั้ง]

[ฮ่องเต้ชิ่ง โจวเหิง]

[ฮ่องเต้แก่แล้ว ผมบนหัวขาวโพลน ภายใต้ชุดคลุมมังกรอันสูงศักดิ์คือชายชราวัยหกสิบกว่าปี]

[นึกถึงตอนนั้น ยามพระองค์ขึ้นครองราชย์ อายุเลยสามสิบแล้ว ครึ่งชีวิตแรกเสพสุขอยู่ในจวนอ๋อง เพียงชั่วข้ามคืนกลับได้นั่งบัลลังก์มังกร เป็นเจ้าชีวิตของปวงชน]

[ใช้เวลาสามปีทำให้สถานการณ์มั่นคง สะสมขุมกำลังของตัวเอง สิบปีก็กุมอำนาจต้าชิ่งได้อย่างแท้จริง จะเรียกว่าฮ่องเต้ไร้ความสามารถก็คงไม่ได้]

[เจ้ามองเห็นความกลัวตายและความโล่งใจที่ผ่านชีวิตมาอย่างยาวนานในแววตาของพระองค์]

[ขันทีถือตราประทับหม่าเป่า เดินตามหลังอย่างนอบน้อม]

[ถัดมาคือองค์ชายสี่พระองค์ องค์ชายแปดที่เคยเจอหน้ากัน และองค์ชายรอง องค์ชายหก องค์ชายสี่]

[องค์ชายทั้งสี่ คือสี่คนที่มีโอกาสได้ครองแผ่นดินมากที่สุดในตอนนี้]

[ถัดไปข้างหลัง คือแถวขุนนางฝ่ายบุ๋น ราชครู (ไท่ซือ) ราชครูสอนหนังสือ (ไท่ฟู่) ราชครูผู้ดูแล (ไท่เป่า) เสนาบดีหกกระทรวง รองเสนาบดี บัณฑิตมหาลัยในคณะรัฐมนตรี (เน่ยเก๋อ) บัณฑิตจงซู ผู้ตรวจการศาลต้าหลี่ เจ้ากรมการศึกษา ฯลฯ]

[ฝ่ายบู๊อยู่อีกด้าน แบ่งแยกชัดเจน องครักษ์หน้าพระที่นั่ง แม่ทัพสี่ทิศ ผู้บัญชาการกองทัพ ฯลฯ]

[พ่อของเจ้าอ้างว่าป่วย ท่านแม่ต้องดูแลจึงไม่ได้มา]

[แต่เจ้ารู้ดี นี่คือการเลี่ยงข้อครหา]

[เจ้าเหลือบไปเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยบางคนในกลุ่ม พวกเขาล้วนเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในแผ่นดินต้าชิ่ง]

[พวกเจ้าสามคนเข้าเฝ้าฮ่องเต้โจวเหิง]

[โจวเหิงโบกมือ "ทุกท่าน ไม่ต้องมากพิธี"]

[ฮ่องเต้ชราพูดอย่างอ่อนโยน "เดินเป็นเพื่อนเราหน่อยเถอะ"]

["กว่าจะถึงฤกษ์สวดมนต์ ยังมีเวลาอีกหน่อย"]

[โจวเหิงเดินอย่างเชื่องช้า ลู่เฉินทั้งสามเดินขนาบข้าง ขุนนางร้อยแปดเดินตามเป็นพรวน]

[โจวเหิงคุยกับหลิวจินฉานเรื่องวิธีดูแลสุขภาพ ทุกคำคมคาย ทุกประโยคเข้าหู ทำให้ฮ่องเต้เฒ่าเบิกบานพระทัย อารมณ์ดีขึ้นมาก]

[โจวเหิงถอนหายใจยาว "วันเวลาผ่านไปไว ปีเดือนไม่อาจย้อนคืน คนแก่แล้ว ยิ่งรู้สึกว่าชีวิตมีค่า กลัวจะไม่ได้เห็นโลกที่รุ่งเรืองนี้อีก"]

[องค์ชายรองที่อยู่ด้านหลังรีบพูดว่า "เสด็จพ่ออายุยืนหมื่นปี สวรรค์ย่อมคุ้มครอง อย่าทรงกังวลเลยพะยะค่ะ เสด็จพ่อคือเทพเซียนเดินดิน"]

[โจวเหิงหัวเราะ "เจ้าสอง เจ้าปากหวานที่สุด"]

[องค์ชายรองทำหน้าทะเล้น "ลูกเหมือนเสด็จพ่อนี่นา"]

[ตอนโจวเหิงเป็นอ๋อง ก็ทำเรื่อง "ลักไก่ขโมยหมา" ไร้สาระมาไม่น้อย แต่นักประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่า "วัยหนุ่มห้าวหาญ คบหาบัณฑิตผู้มีความสามารถ"]

[องค์ชายรองแต่งกับองค์หญิงใหญ่แห่งเป่ยเฟิง ได้ตระกูลใหญ่ทางใต้หนุนหลัง อำนาจในราชสำนักกำลังรุ่งโรจน์]

[ตระกูลใหญ่ทางใต้สนับสนุนการเจรจาสงบศึก]

[สายตาของโจวเหิงมองมาที่เจ้า แววตามีประกายแปลกๆ]

[ชายชราวัยหกสิบผู้นี้ ในใจเกิดความรู้สึกมากมาย]

["เสินโจว ปีนั้นข้าเห็นพวกเจ้าพ่อลูกสามคนขี่ม้าเร็วเข้าเมืองหลวงมากลางดึก แม้จะติดเวลาห้ามออกนอกบ้าน แต่ก็ห้ามชาวเมืองหลวงที่อยากมาดูพวกเจ้าไม่ได้ คืนนั้นเมืองหลวงคนแน่นขนัด กฎหมายไม่ลงโทษคนหมู่มาก คึกคักยิ่งกว่าเทศกาลหยวนเซียวเสียอีก"]

["ข้าสั่งหม่าเป่าไว้ว่า ถ้าพวกเจ้าพ่อลูกเข้าเมืองเมื่อไหร่ ให้ปลุกข้าทันที สงสัยไอ้บ่าวเลวนี่มันจะลืม หรือไม่ก็ข้าแก่แล้ว เผลอหลับยาวจนสว่าง ปล่อยให้พวกเจ้าพ่อลูกรออยู่ในวังทั้งคืน"]

["เสินโจว เจ้าโกรธข้าไหม!"]

[สิ้นเสียง ขันทีหม่าเป่าที่อยู่ข้างๆ ก็หมอบลงกับพื้น "บ่าวสมควรตาย ขอฝ่าบาทลงโทษ"]

[โจวเหิงกลับไม่ใส่ใจ ใช้เท้าเขี่ยหม่าเป่าเบาๆ สายตากลับจ้องลึกไปที่เจ้า]

[พอคำถามนี้หลุดออกมา ขุนนางทั้งหลายต่างพากันเงียบกริบ]

[มุมปากองค์ชายรองยกยิ้ม]

[หลิวจินฉานหัวใจกระตุกวูบ]

[จะตอบคำถามที่เหมือนหนามยอกอกนี้ยังไง ไม่ว่าจะตอบ "โกรธ" หรือ "ไม่โกรธ" ดูเหมือนจะจนมุมทั้งคู่]

[ถ้าตอบว่า "โกรธ" อาจถูกมองว่าลบหลู่เบื้องสูง พลาดนิดเดียวโดนข้อหา "ถือดีจองหอง"]

[แต่ถ้าตอบว่า "ไม่โกรธ" ก็ดูไม่จริงใจ ฟังไม่ขึ้น พวกขุนนางตงฉินส่วนใหญ่ชอบพูดตรงๆ]

[หลิวจินฉานตกอยู่ในที่นั่งลำบาก ในใจถอนหายใจ ตอบยังไงก็ไม่ดี เหมือนจะผิดไปหมด]

[ไม่ว่าจะเลือกทางไหน ก็เลี่ยงคำครหาไม่ได้ ในราชสำนักที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม ทุกคำพูดต้องคิดให้ดี]

[เขาบำเพ็ญเพียรมานาน ไม่เข้าใจความหมายแฝงพวกนี้]

[คิดคำตอบไม่ออกจริงๆ]

[แต่เขาก็ไม่กังวลมากนัก]

[ลูกศิษย์คนนี้ของเขา สุขุมรอบคอบ วางตัวไม่เคยพลาด]

[เหล่าขุนนาง บรรยากาศตึงเครียดและแปลกประหลาด]

[ในหมู่ขุนนาง มีทั้งคนที่รู้จักเจ้าและเป็นห่วง มีทั้งคนที่มองดูเฉยๆ แอบหัวเราะเยาะ]

[ส่วนพวกขุนนางที่เพิ่งเคยเจอหน้าลู่เส้าเป่าตัวจริง แววตาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น]

[มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ความนัย แต่ก็ไม่พูดอะไร]

[องค์ชายแปดกลับมองด้วยสายตาเป็นห่วง]

[ทุกคนรอคำตอบจากเจ้า]

[เจ้ามีพรสวรรค์ดวงตาแยกแยะผู้คน อ่านความหมายออกแล้ว]

[ดังนั้น เจ้าตัดสินใจ...]

1.ตอบรับ ว่าเคยโกรธจริงๆ หรืออาจจะได้รับการใช้งานอีกครั้ง

2.ตอบปฏิเสธ ว่าไม่มีความโกรธแค้นใดๆ หรือเจ้าจะหลุดพ้นจากราชสำนัก

3.หากเงียบไม่ตอบ ต้าชิ่งจะไม่ยอมรับเจ้าอีก ภัยจะถึงครอบครัว

4.เข้าแทรกแซงด้วยตัวเอง (1/3)

อวี๋เค่อมองดูตัวเลือก

เลือกข้อ 3 หากเงียบไม่ตอบ ต้าชิ่งจะไม่ยอมรับเจ้าอีก ภัยจะถึงครอบครัว

ตัดทิ้งไปได้เลย!

อวี๋เค่อมีแผนในใจแล้ว สิบปีนี้เขาจะมุ่งแต่บำเพ็ญเพียร ไม่อยากยุ่งกับราชสำนัก

อวี๋เค่อเลือกข้อ 2 ทันที ตอบปฏิเสธ ว่าไม่มีความโกรธแค้นใดๆ หรือจะหลุดพ้นจากราชสำนัก!

เมื่อเจ้าเลือกแล้ว!

[เจ้าตอบคำถามของโจวเหิงว่า "ในใจไม่มี" ไม่ปรุงแต่ง ตอบอย่างตรงไปตรงมา]

[ได้ยินคำตอบของเจ้า โจวเหิงทำหน้าครุ่นคิด แล้วถอนหายใจเบาๆ]

["น่าเสียดาย ข้าแก่แล้ว"]

["ถ้าข้าหนุ่มกว่านี้สักสามสิบปี ไม่สิ... สักยี่สิบปี หรือแค่สิบปีก็ได้"]

[โจวเหิงจู่ๆ ก็พูดว่า "ไม่พูดแล้ว ไม่พูดแล้ว ขึ้นเขากันเถอะ!"]

[ฮ่องเต้พูดด้วยน้ำเสียงที่มีแต่ตัวเองได้ยินว่า]

["คืนนั้น ข้าก็นนอนไม่หลับเหมือนกัน"]

[ขบวนเริ่มเดินขึ้นเขา หลิวจินฉานพาโจวเหิงเข้าสู่แท่นบูชา สี่องค์ชายและขุนนางร้อยแปดตามหลัง]

[ลู่เฉินกับลู่หยูไม่มีตำแหน่งขุนนาง กลับต้องอยู่นอกแท่นบูชา]

[ข้างหลังขบวนที่สอง คณะทูตเป่ยเฟิง คณะทูตจากเฉียนหยวน หาน และฉู่ มาถึงแล้ว!]

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 38 - ขึ้นเขาสวดมนต์ ราชสำนักอันห่างไกล

คัดลอกลิงก์แล้ว