เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 แผนฉุกเฉิน

บทที่ 2 แผนฉุกเฉิน

บทที่ 2 แผนฉุกเฉิน


บทที่ 2 แผนฉุกเฉิน

เมื่อได้ยินเสียงอุทานของสหายเฉาอี้ เจ้าหน้าที่สายตรวจคนอื่นๆ ต่างหันมาสบตากัน ก่อนจะขยับเข้าไปตรวจสอบสถานการณ์

หลังจากพูดคุยกันด้วยภาษาถิ่นสองสามประโยคที่แม้น้ำเสียงจะต่างกันแต่ความหมายโดยรวมพอเข้าใจได้ ทุกคนต่างพากันเบนความสนใจไปที่อู๋ฟาน

เมื่อเห็นดังนั้น อู๋ฟานที่คิ้วตกอยู่แล้วก็ยิ่งทำหน้าขมขื่นหนักกว่าเดิม

โชคยังดีที่เขาคาดเดาฉากนี้ไว้แล้วก่อนจะเปิดประตู จึงพยายามข่ม 'ความซาบซึ้งใจ' ต่อสวรรค์เบื้องบนที่เกือบจะพรั่งพรูออกมาจากปากให้กลับลงไป

อู๋ฟานถอนหายใจแผ่วเบา เล่าถึงที่มาของวงแหวนแสงด้วยความจำยอม "ประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนครับ ผมเพิ่งดึงประตูม้วนลงเพื่อปิดร้าน พอหันหลังกลับมา ก็เห็นเจ้าสิ่งนี้ปรากฏขึ้นเงียบๆ ข้างโต๊ะทำงาน แล้วไม่นานพวกคุณก็มาถึง"

สหายเฉาอี้มองเขา "แค่นั้นเหรอ?"

"ครับ มีแค่นั้นแหละ จริงๆ แล้วผมเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น"

สหายเฉาอี้นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วส่งสายตาให้เจิ้งหยวน "เอาล่ะ เดี๋ยวฉันจะเข้าไปดูในร้านหน่อย เสี่ยวเจิ้ง นายอยู่กับสหายท่านนี้สักครู่"

เจิ้งหยวนพยักหน้า ลากตัวอู๋ฟานออกมานอกประตู แล้วชี้ให้ดู "สปอตไลท์" นอกร้านที่พุ่งตรงขึ้นสู่ท้องฟ้า "เห็นไหม? ลำแสงนั่นคือสาเหตุที่พวกเรามาหานาย มันสว่างจ้าอย่างกับตอนอุลตร้าแมนทีก้าแปลงร่างแน่ะ เมื่อกี้บนถนนฉันยังเห็นเด็กสองคนถือคฑาแปลงร่างร้องเพลง 'Miracle Reborn' อยู่เลย"

อู๋ฟาน: "..."

จากนั้นเจิ้งหยวนก็มองชายหนุ่มหน้าตาบอกบุญไม่รับด้วยสายตาหวาดระแวง แล้วถามขึ้นว่า:

"นายแน่ใจนะว่าไม่ได้เป็นคนทำเจ้าสิ่งนี้ขึ้นมา?

การที่นายขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจและเปิดร้านได้ แปลว่านายต้องบรรลุนิติภาวะแล้ว นายควรเข้าใจถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้

ฉันบอกนายตรงๆ เลยนะว่า เรื่องนี้มันเกินขอบเขตของการแจ้งความเท็จไปแล้ว ฉันจะให้โอกาสนายอีกครั้ง แน่ใจนะว่าเรื่องนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนาย?"

อู๋ฟานทำหน้าเศร้าสร้อย ยกมือขึ้นสาบาน:

"คุณตำรวจ ผมไม่ได้ทำจริงๆ ครับ สาบานได้!

ผมมันก็แค่ประชาชนตาดำๆ คนหนึ่ง ปกติก็ไม่ได้เล่นโต่วอินหรือไคว่โส่วด้วยซ้ำ ผมจะไปหาเรื่องเจ้าหน้าที่รัฐทำไมล่ะครับ?"

สหายเฉาอี้ที่เดินสำรวจภายในร้านอย่างรวดเร็ว เดินไพล่มือออกมาและได้ยินบทสนทนานี้พอดี

เขาพยักหน้าและพูดกับเจิ้งหยวน:

"ไม่น่าจะเป็นการกลั่นแกล้งหรอก ฉันตรวจสอบทุกอย่างแล้ว ไม่มีร่องรอยของเครื่องฉายภาพหรืออะไรทำนองนั้นในห้อง ฉันลองสับคัตเอาต์ตัดไฟและลองบังแหล่งกำเนิดแสงแล้ว แต่วงแหวนแสงนั่นไม่ได้รับผลกระทบเลย"

จากนั้นสหายเฉาอี้ก็ส่งสัญญาณเรียกสมาชิกในทีมสายตรวจให้เข้ามาหา:

"ฉันรายงานเรื่องนี้ไปแล้ว ตอนนี้พวกเราอย่าเพิ่งไปไหน รอยู่ที่นี่รอคนจากเบื้องบนมาจัดการต่อ

อ้อ ส่งโทรศัพท์มือถือของพวกนายมาให้ฉันก่อน เตรียมใจไว้ให้ดีเถอะ งานนี้อาจจะเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แน่"

เจิ้งหยวนร้อง 'ห๊ะ?' ออกมาเบาๆ แล้วบ่นพึมพำขณะหยล้วงโทรศัพท์ออกมา "เริ่มควบคุมความลับแล้วเหรอ? ปากพาซวยแท้ๆ เมื่อกี้ยังบ่นว่าว่างเกินไปอยู่เลย ทีนี้ล่ะได้เจอเรื่องใหญ่สมใจ"

สมาชิกในทีมคนอื่นๆ ก็บ่นงึมงำกันไม่กี่คำ แต่ทุกคนก็ยอมส่งโทรศัพท์ให้สหายเฉาอี้ตามคำสั่ง

แม้พวกเขาจะยังไม่รู้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น

แต่ทั้งวิจารณญาณพื้นฐานของผู้ใหญ่และสัญชาตญาณจากการทำงานด่านหน้ามาอย่างยาวนานต่างบอกพวกเขาเป็นเสียงเดียวกันว่า:

พวกเขาอาจกำลังเผชิญกับสิ่งที่ไม่อาจเอ่ยถึง และสิ่งที่ต้องทำในตอนนี้คือการปฏิบัติตามคำสั่งเท่านั้น

เมื่อเทียบกับลูกทีมที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่และได้แต่คาดเดา อารมณ์ของสหายเฉาอี้ในขณะนี้หนักอึ้งยิ่งกว่า

แม้แต่มือของเขาก็ยังสั่นเทาเล็กน้อย

มีเรื่องหนึ่งที่เขาไม่ได้พูดออกไป และมันเป็นเหตุผลโดยตรงที่ทำให้เขารีบรายงานข่าวไปอย่างรวดเร็ว—ระหว่างที่ตรวจสอบวงแหวนแสง สหายเฉาอี้ได้ลองโยนเหรียญเข้าไปในวงแหวน เหรียญนั้นผ่านวงแหวนเข้าไปแต่ไม่ได้ตกลงสู่พื้น ทว่า...

มันทะลุผ่านวงแหวนแล้วหายวับไปเลย!

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า นี่คือเหตุการณ์สำคัญที่จะต้องสะเทือนไปถึงเบื้องบนสุดอย่างแน่นอน!

เขามองดูมือที่ยังคงสั่นเทาของตัวเอง แล้วเงยหน้ามองลำแสงที่พุ่งทะลวงท้องฟ้า

สายตาของสหายเฉาอี้พร่ามัวเล็กน้อย

"ลำแสงนี้ทะลวงไปถึงชั้นฟ้าแล้ว"

ค่ำคืนนี้ถูกลิขิตให้เป็นค่ำคืนที่ไม่ธรรมดา

...

ศูนย์ประมวลผลข้อมูลความมั่นคงสาธารณะแห่งเซี่ยงไฮ้ คือศูนย์กลางหลักที่รับผิดชอบในการสั่งการและจัดการเหตุการณ์ความไม่สงบต่างๆ

กระบวนการตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่ใช้ระบบดิจิทัลขั้นสูงทำให้ความเร็วในการตอบโต้ของที่นี่รวดเร็วไม่เป็นรองใครในระดับประเทศ

แต่สมองกลอัจฉริยะระดับสุดยอดเช่นนี้ เมื่อได้รับข้อมูลชิ้นหนึ่ง กลับต้องชะงักงันไปชั่วขณะ

"คุณว่าอะไรนะ?"

ในสำนักงานที่ศูนย์ประมวลผลข้อมูล จางฉีเซียง ผู้อำนวยการสำนักงานทั่วไป มองเลขาฯ ฟางหัวด้วยสีหน้าประหลาดใจ "ข่าวนี้มาจากไหน?"

"สารวัตรจากสถานีตำรวจหวยไห่รายงานแจ้งเหตุฉุกเฉินระดับสีแดงผ่านสายภายในครับ นี่เป็นภาพที่บันทึกได้จากกล้องติดลำตัวของสหายเฉาอี้ แผนกเทคนิคเพิ่งดึงไฟล์ออกมาผ่านเทอร์มินัลวิดีโอ" ฟางหัวยื่นแท็บเล็ตให้จางฉีเซียง มือของเขากำมุมแท็บเล็ตแน่น บ่งบอกว่าภายในใจของเลขาฯ ผู้นี้ก็ไม่สงบเช่นกัน

จางฉีเซียงรับแท็บเล็ตมาแล้วกดเล่น

วิดีโอไม่ยาวนัก และในช่วงแรกภาพก็สั่นไหวเล็กน้อย—เนื่องจากกล้องสั่นตามจังหวะที่สหายเฉาอี้ก้มตัวลงตรวจสอบแหล่งกำเนิดแสงและสวิตช์ไฟหลัก

จางฉีเซียงซึ่งมีอาการเมาภาพ 3 มิติเล็กน้อยไม่ได้พูดอะไร เขาอดทนต่อความรู้สึกไม่สบายและดูต่อ

หลังจากสหายเฉาอี้ตรวจสอบสภาพแวดล้อมเสร็จ กล้องก็จับภาพไปที่วงแหวนแสงลอยได้อีกครั้ง

ได้ยินเสียงสหายเฉาอี้บ่นพึมพำแผ่วเบาว่า "นี่มันตัวบ้าอะไรเนี่ย?" จากนั้นเหรียญหนึ่งหยวนก็ปรากฏขึ้นในวิดีโอ

สหายเฉาอี้ซึ่งตระหนักได้แล้วว่ามีปัญหา จงใจขยับเหรียญไปมาหน้ากล้อง เพื่อให้แน่ใจว่าการกระทำของเขาถูกบันทึกไว้อย่างครบถ้วน

จากนั้นสหายเฉาอี้ก็โยนเหรียญเบาๆ เข้าไปในวงแหวน

เหรียญพลิกตัวกลางอากาศอย่างงดงาม วาดเป็นเส้นโค้งก่อนจะตกลงสู่วงแหวน—

และหายวับไปในที่สุด

เมื่อเห็นเหรียญหายไปในวงแหวน ลมหายใจของจางฉีเซียงก็ถี่กระชั้นขึ้นทันที

"สี่นาทีที่แล้ว ผู้กำกับและสารวัตรของสถานีตำรวจหวยไห่ไปถึงที่เกิดเหตุและยืนยันว่าสถานการณ์เป็นเรื่องจริงครับ" ฟางหัวเสริม

จางฉีเซียงสมกับตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานทั่วไป หลังจากความตกใจในช่วงแรก เขาออกคำสั่งภายในเวลาอันสั้น: "ส่งวิดีโอนี้ให้ทีมฉุกเฉินพิเศษของสำนักข้อมูลเมืองหลวงทันที ใช้การส่งแบบเข้ารหัส คุณจัดการด้วยตัวเองเลย! คืนนี้ทุกคนในศูนย์ประมวลผลต้องอยู่ทำโอทีฉุกเฉิน แล้วก็ใช้โทรศัพท์ภายในแจ้งหวงฉู่หมิง: เริ่มมาตรการควบคุมการจราจรฉุกเฉินใกล้ย่านการค้าหวยไห่ รัศมีควบคุมหนึ่งกิโลเมตร... ไม่สิ สองกิโลเมตร ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น รีบไปทำเดี๋ยวนี้!"

ฟางหัวพยักหน้าอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงเคร่งขรึม: "รับทราบครับ ผมจะไปจัดการเดี๋ยวนี้!"

หลังจากฟางหัวออกไป จางฉีเซียงรีบเดินไปที่โต๊ะทำงานแล้วกดโทรศัพท์: "หัวหน้าฉิน ผมเองครับ" (หมายเหตุ 1)

ภายในเวลาไม่ถึงสามสิบนาที แผนฉุกเฉินที่ครอบคลุมยิ่งขึ้นชุดหนึ่งก็ถูกสั่งการลงมาจากกองบัญชาการเซี่ยงไฮ้ด้วยความเร็วสูงสุด:

เริ่มการควบคุมการจราจรในรัศมีสองกิโลเมตรรอบย่านการค้าหวยไห่ และปิดทางออกทางด่วนยกระดับในส่วนที่เกี่ยวข้อง

ในขณะเดียวกัน เพื่ออำพรางแสงผิดปกติในย่านการค้าหวยไห่ หลายพื้นที่ในเซี่ยงไฮ้ถึงกับเปิดเสาลำแสงเทียมพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกันในชั่วข้ามคืน ทำให้ทั่วทั้งเซี่ยงไฮ้จู่ๆ ก็ดู...

เหมือนเส้นผมที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดบนหัวคนล้าน—เจ้าหน้าที่สายตรวจแซ่เจิ้งผู้ไม่ประสงค์ออกนามคนหนึ่งได้บ่นอุบอิบไว้

อะแฮ่ม กลับมาเข้าเรื่อง

ณ วินาทีนี้ ที่กองบัญชาการเซี่ยงไฮ้ ที่แกนนำระดับสูง ที่กองบัญชาการยุทธบริเวณภาคตะวันออก—

บนเครื่องจักรกลบางอย่างที่กำลังคำรามกึกก้อง ผู้ที่รู้เรื่องราวต่างพากันแหงนมองท้องฟ้ายามค่ำคืน

พวกเขากำลังรอคอย... รอคอยคำตอบ!

จบบทที่ บทที่ 2 แผนฉุกเฉิน

คัดลอกลิงก์แล้ว