- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปสร้างโรงงานผลิตอาวุธให้กองทัพตะลึง
- บทที่ 17 เช่าบ้าน
บทที่ 17 เช่าบ้าน
บทที่ 17 เช่าบ้าน
บทที่ 17 เช่าบ้าน
ด้านหลังลานบ้านไร่หลังเล็กนี้คือป่าไผ่ทึบที่โอบล้อมพื้นที่ส่วนใหญ่ของบ้านเอาไว้ ประตูรั้วเปิดออกทางด้านขวา มีพื้นที่ว่างข้างๆ ที่สามารถจอดรถได้สี่ถึงห้าคัน กำแพงของลานบ้านครึ่งหนึ่งก่อด้วยดิน ส่วนอีกครึ่งเป็นพื้นที่ปิดล้อมด้วยแผ่นสังกะสีมุงหลังคาด้วยเมทัลชีท พื้นที่ทั้งลานมีขนาดอย่างน้อยห้าถึงหกร้อยตารางเมตร
หากจะเนรมิตสถานที่แห่งนี้ให้เป็นจุดต้มชาผิงไฟสุดเก๋ ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงคงไม่ใช่น้อย แค่รื้อแผ่นสังกะสีและเมทัลชีทออกก็คงต้องใช้เงินหลายหมื่นแล้ว
ทว่าสำหรับเริ่นจ้ง เขาต้องการเพียงพื้นที่ทดลองและที่เก็บของขั้นพื้นฐาน การจัดวางที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็ถือว่าตอบโจทย์ความต้องการของเขาได้เป็นส่วนใหญ่
สถานที่นี้กว้างขวางพอและตั้งอยู่ห่างไกลจากเพื่อนบ้านคนอื่นๆ บ้านที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างออกไปอย่างน้อยสี่ถึงห้าร้อยเมตร ดังนั้นต่อให้มีเสียงดังรบกวนบ้าง คนส่วนใหญ่ก็คงไม่ทันสังเกต
เริ่นจ้งมองไปรอบๆ ด้านหน้าลานบ้านประมาณสามถึงสี่ร้อยเมตรมีสระน้ำขนาดสองถึงสามไร่ แต่น้ำในสระไม่ใสสะอาดนัก เขาไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะเป็ดหรือเหตุผลอื่น สองฝั่งสระเป็นแปลงผัก ไม่รู้ว่าเป็นกะหล่ำปลีและขึ้นฉ่ายของใครที่ยังเก็บเกี่ยวไม่หมด ด้านหน้าสระน้ำเป็นป่าละเมาะ ถัดไปเป็นทางเดินเล็กๆ ที่ปกคลุมด้วยใบไม้ร่วงทอดลงสู่ตีนเขาไม่รู้ว่าไปสิ้นสุดที่ใด
เริ่นจ้งพยักหน้า ถ้าราคาไม่แพงเกินไป ก็เอาที่นี่แหละ!
เขาเคาะประตู รออยู่นานก็ไม่มีใครออกมา จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเจ้าของ
"สวัสดีครับ เถ้าแก่ลี่ใช่ไหมครับ? ผมชื่อเริ่นจ้งนะครับ ได้ยินว่าลานบ้านของคุณที่หมู่บ้านจู๋หลินว่างให้เช่า สะดวกคุยตอนนี้ไหมครับ? ถ้าตกลงกันได้ ผมจะเช่าเลย" เริ่นจ้งกดเบอร์และแจ้งจุดประสงค์ทันที
"สวัสดีค่ะ คุณเริ่น ใช่ค่ะๆ ดิฉันต้องการปล่อยเช่าบ้านที่หมู่บ้านจู๋หลิน ขอทราบได้ไหมคะว่าคุณจะเช่าไปทำอะไร? ถ้าจะเปิดเป็นโฮมสเตย์หรือสวนชาที่นั่นก็ได้ค่ะ แต่ไม่อนุญาตให้ทำโรงงาน ไม่ว่าจะโรงงานอะไรก็ตามนะคะ" ปลายสายเป็นเสียงหญิงสาว เธอดูใส่ใจกับกิจการที่เริ่นจ้งจะทำมากทีเดียว
"เถ้าแก่ลี่ ผมไม่ได้จะทำโรงงานครับ โฮมสเตย์หรือสวนชาก็ไม่ทำ ผมแค่ทำธุรกิจเล็กๆ ต้องการสถานที่เก็บของใช้จิปาถะ แล้วก็อาจจะมานอนค้างบ้างเป็นครั้งคราว ของไม่ได้เยอะและไม่ใช่ชิ้นใหญ่อะไรครับ" เริ่นจ้งตอบ
"ตกลงค่ะคุณเริ่น ค่าเช่ารายปีสำหรับลานบ้านเล็กๆ ของเราคือ 25,000 หยวน คุณติดขัดอะไรไหมคะ? ถ้าไม่มีปัญหา เรานัดเจอกันเพื่อคุยรายละเอียดและเซ็นสัญญาได้เลย" ฝ่ายตรงข้ามดูเป็นคนตรงไปตรงมา บอกราคามาเสร็จสรรพ
"เถ้าแก่ลี่ ผมตั้งใจจะเช่าจริงๆ ลดราคาลงหน่อยได้ไหมครับ? ผมได้ยินมาว่าที่ของลุงหลิวข้างหน้านั่นแค่ 18,000 เอง ถ้าคุณลดให้หน่อย ผมจะเช่าที่ 18,000 ครับ" เริ่นจ้งต่อรอง ราคา 25,000 ก็ตกเดือนละสองพันกว่า สวนชาของลุงหลิวที่มีขนาดใกล้เคียงกันก็ปล่อยเช่าที่ 18,000 จริงๆ เริ่นจ้งสืบมาแล้ว
ยังไงซะที่นี่ก็ค่อนข้างไกลจากตัวเมือง และสภาพแวดล้อมก็ไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัยแล้ว ถ้าจะเช่าเพื่อเก็บของอย่างเดียว มันก็ไม่สะดวกเท่าโกดังโรงงานแถบชานเมือง
"คุณเริ่น ในเมื่อคุณรู้ราคาตลาดแล้ว เอาอย่างนี้แล้วกันค่ะ ดิฉันจะไม่คิดแพง สระน้ำหน้าลานบ้านและแปลงผักสองแปลงข้างสระน้ำนั่นก็เป็นของเรา รวมพวกนั้นไปด้วย ดิฉันคิดคุณปีละ 20,000 หยวน ราคานี้รับได้ไหมคะ?" ฝ่ายตรงข้ามยื่นข้อเสนอใหม่อย่างรวดเร็วโดยไม่รอช้า
ลดราคาลงได้ทีเดียวห้าพันหยวน เริ่นจ้งรู้สึกว่าราคานี้สมเหตุสมผล ส่วนต่างอีกสองพันกว่าบาทแลกกับสระน้ำและแปลงผัก แม้ตอนนี้เขาจะยังไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไร แต่มีสระน้ำขนาดใหญ่ไว้ตกปลาเล่นๆ ก็คงเพลิดเพลินดี ถือเป็นกิจกรรมยามว่างเพิ่มเติมได้
"ตกลงครับ ราคานี้แหละเถ้าแก่ลี่ สะดวกนัดเจอเซ็นสัญญากันกี่โมงดีครับ?" เริ่นจ้งตอบตกลงทันที
"ประมาณเที่ยง เจอกันที่ร้านน้ำชาซื่อฟางในตำบลหวงสุ่ยนะคะ ถามคนแถวนั้นดูก็ได้ว่าไปทางไหน" ปลายสายบอก
การมีเงินในมือนี่มันดีจริงๆ ทุกอย่างราบรื่นไปหมด เริ่นจ้งเดินสำรวจรอบๆ ลานบ้านอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่าไม่มีปัญหาอะไร แล้วจึงกลับไปขึ้นรถตู้หวู่หลิงคู่ใจ ตั้งจีพีเอสนำทางไปร้านน้ำชาซื่อฟาง ตำบลหวงสุ่ย
หวงสุ่ยแม้จะได้ชื่อว่าเป็นตำบล แต่ด้วยความที่มีมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ ขนาดและความเจริญรุ่งเรืองจึงดูคึกคักกว่าอำเภอบ้านเกิดของเริ่นจ้งเสียอีก เริ่นจ้งขับรถไปเรื่อยๆ เห็นร้านขายวัสดุก่อสร้างเรียงรายเป็นทิวแถว มีทั้งเหล็กเส้น ท่อน้ำ และปูนซีเมนต์จำนวนมากกองอยู่นอกเมือง
ดูเหมือนว่าที่นี่จะกลายเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าวัสดุก่อสร้างทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองจิ้นไปเรียบร้อยแล้ว
อย่างไรก็ตาม เริ่นจ้งไม่ได้วางแผนจะปรับปรุงลานบ้านที่จะเช่า ดังนั้นวัสดุเหล่านี้จึงยังไม่จำเป็นในตอนนี้ เมื่อมาถึงร้านน้ำชาซื่อฟาง เห็นว่ายังไม่ถึงเที่ยง เริ่นจ้งจึงสั่งอาหารจานเดียวง่ายๆ มาทานรองท้องระหว่างรอ
อาจเป็นเพราะเป็นวันอังคาร ในร้านน้ำชาจึงไม่ค่อยมีคน มีเพียงเริ่นจ้งและพนักงานเสิร์ฟเท่านั้น
หลังจากทานอาหารเสร็จ เริ่นจ้งก็ไม่รีบร้อน เขาสั่งชามาดื่มพลางค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสงครามต่อต้านญี่ปุ่นในโทรศัพท์ โดยเน้นไปที่ปฏิบัติการกวาดล้างของกองทัพญี่ปุ่นในเขตจิ้นซุย ตอนนี้เมื่อเขาได้ข้ามมิติมายังโลกของ 'เลี่ยงเจี้ยน' เขาพบว่ามีความคลาดเคลื่อนบางอย่างระหว่างโลกนี้กับเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์
แม้เขาจะไม่รู้ว่าเป็นเพราะความคลาดเคลื่อนของมิติเวลา หรือข้อมูลที่เขาได้รับมานั้นไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ตั้งแต่ต้น ทำให้ความเข้าใจของเขาไม่ตรงกัน
ดังนั้น เริ่นจ้งจึงพยายามอ่านข้อมูลเกี่ยวกับหัวข้อนี้ให้มากขึ้นเมื่อมีเวลา ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ฉบับทางการหรือเกร็ดประวัติศาสตร์ เพราะการรู้ข้อมูลมากขึ้นย่อมไม่เสียหาย
ขณะที่เขากำลังจดจ่ออยู่กับการอ่าน โทรศัพท์ก็ดังขึ้น เริ่นจ้งเงยหน้าขึ้นเห็นหญิงวัยสามสิบกว่ายืนคุยโทรศัพท์อยู่ที่หน้าร้านน้ำชา เริ่นจ้งชำเลืองมองเบอร์โทรเข้าเห็นว่าเป็นเถ้าแก่ลี่ที่นัดไว้ เขาจึงรับสายพร้อมกับลุกขึ้นยืน "ฮัลโหล เถ้าแก่ลี่เหรอครับ? ผมอยู่ในร้านน้ำชาแล้วครับ มองมาทางซ้ายมือนี่ครับ"
เริ่นจ้งโบกมือ และก็เป็นอย่างที่คิด ผู้หญิงคนนั้นคือเถ้าแก่ลี่ที่กำลังมองหาเขาอยู่
"สวัสดีค่ะ คุณเริ่น ขอโทษที่ให้รอนานนะคะ" เถ้าแก่ลี่กล่าว เธอสวมเสื้อโค้ทขนสัตว์สีเบจ สะพายกระเป๋าใบใหญ่ และสวมแว่นตากรอบทอง ใบหน้าที่แต่งแต้มเครื่องสำอางบางๆ ดูประณีต ให้ความรู้สึกถึงความงามแบบปัญญาชน
"ไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไร เถ้าแก่ลี่เกรงใจเกินไปแล้ว ผมก็เพิ่งมาถึงไม่นาน เชิญนั่งครับ เถ้าแก่ลี่จะรับเครื่องดื่มอะไรดีครับ? เดี๋ยวผมสั่งให้" เริ่นจ้งยิ้มและเชิญเถ้าแก่ลี่ให้นั่งลงตรงข้ามเขา
"ขอน้ำเก็กฮวยแก้วหนึ่ง ไม่ใส่น้ำตาลค่ะ" เถ้าแก่ลี่บอกกับพนักงานเสิร์ฟที่เดินตามมา
"ได้ครับ น้ำเก็กฮวยหนึ่งแก้ว ไม่ใส่น้ำตาล" พนักงานรับคำแล้วเดินออกไป
"คุณเริ่น ในเมื่อเราตกลงราคากันได้แล้ว เรื่องหลักก็คือเซ็นสัญญา แล้วดิฉันจะมอบกุญแจให้ ก็เป็นอันเรียบร้อย ดิฉันพิมพ์สัญญามาแล้ว คุณเริ่นลองอ่านดูนะคะ ถ้าไม่มีปัญหาอะไร เราก็เซ็นกันได้เลย" เถ้าแก่ลี่ดูเป็นคนเด็ดขาด หลังนั่งลง เธอก็หยิบสัญญาออกมาสองฉบับจากกระเป๋าสะพาย
เริ่นจ้งรับมาอ่านผ่านๆ สัญญานี้เป็นแบบฟอร์มมาตรฐานที่ดาวน์โหลดมาจากอินเทอร์เน็ตอย่างชัดเจน มีการแก้ไขเพียงที่อยู่และราคาค่าเช่า โดยพื้นฐานแล้วไม่ต่างจากสัญญาเช่าที่เริ่นจ้งเคยเซ็นมาก่อนหน้านี้ คือมัดจำหนึ่งเดือน และมีตัวเลือกให้จ่ายล่วงหน้าครึ่งปีหรือหนึ่งปี
"ผมดูแล้วไม่มีปัญหาครับ สำหรับค่าเช่า ผมจะจ่ายให้คุณหนึ่งปีเลย ในเมื่อไม่มีรายการเฟอร์นิเจอร์แนบมา เงินมัดจำก็ไม่จำเป็นต้องมีใช่ไหมครับ?" เริ่นจ้งถาม
"ตกลงค่ะ ตัดเงินมัดจำออกได้ ตอนนี้ในลานบ้านมีน้ำประปาและไฟฟ้าพร้อม สายบรอดแบนด์ของทีโอทีก็เดินไว้แล้ว แต่เนื่องจากเราย้ายออกมานานแล้ว บัญชีผู้ใช้เลยถูกยกเลิกไป ถ้าคุณเริ่นต้องการใช้ ต้องไปติดต่อขอเปิดสัญญาณกับทางทีโอทีเองนะคะ" เถ้าแก่ลี่พูดเร็วและไม่จุกจิกเรื่องเล็กน้อย
"เถ้าแก่ลี่ครับ ถ้าสะดวก แลกวีแชทกันไว้หน่อยไหมครับ? ผมจะได้โอนเงินให้คุณได้ง่ายขึ้น พกเงินสดมันลำบากครับ" เริ่นจ้งรีบเซ็นชื่อและเลขบัตรประชาชนลงในสัญญา แล้วหันไปพูดกับเถ้าแก่ลี่
"ไม่มีปัญหาค่ะ สแกนคิวอาร์โค้ดฉันได้เลย" เถ้าแก่ลี่หยิบโทรศัพท์ออกมาเปิดคิวอาร์โค้ด ทั้งสองเพิ่มเพื่อนกันอย่างรวดเร็ว
เริ่นจ้งเห็นชื่อในวีแชทเขียนว่า 'โรงเรียน XX ลี่จวินเหมย' เดาว่าเป็นชื่อจริงของเธอ จึงถามขึ้นว่า "เถ้าแก่ลี่ทำงานอะไรครับ? เห็นข้อมูลมีชื่อโรงเรียนด้วย เป็นอาจารย์เหรอครับ?"
"ใช่ค่ะ ฉันสอนวิชาเขียนแบบเครื่องกลอยู่ที่วิทยาลัยเครื่องจักรกลในเมืองนี้ บัญชีวีแชทนี้เป็นบัญชีที่ใช้ทำงาน โดยทั่วไปจะไม่เปลี่ยนค่ะ" เถ้าแก่ลี่ไม่ได้ปิดบัง
มิน่าล่ะ เริ่นจ้งรู้สึกนับถือขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ว่าเธอเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย
"ที่แท้ก็อาจารย์ลี่ ขออภัยที่เสียมารยาทครับ ต่อไปผมขอเรียกคุณว่าอาจารย์ลี่นะครับ" เริ่นจ้งกล่าว
"ไม่เป็นไรค่ะ ขอถามได้ไหมคะว่าคุณเริ่นทำธุรกิจอะไร? สะดวกบอกไหมคะ?" อาจารย์ลี่ยิ้มแล้วถามกลับ
"เอ่อ ผมเพิ่งลาออกมาครับ กะว่าจะลองทำไลฟ์ขายของ ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะขายอะไรเป็นหลัก แต่ก็จะลองเริ่มทำไปก่อน" เริ่นจ้งยังไม่ได้คิดจริงๆ ว่าจะทำธุรกิจอะไรในโลกความจริงเพื่อบังหน้ากิจกรรมของเขา
ในเมื่อการไลฟ์ขายของกำลังเป็นที่นิยม เขาจึงมั่วๆ ไปก่อน
"ไลฟ์ขายของกำลังมาแรงเลยค่ะ เห็นคุณเริ่นยังหนุ่มยังแน่น อายุแค่ 25 เอง ลองทำอะไรใหม่ๆ ก็ดีเหมือนกัน" อาจารย์ลี่ยิ้ม "งั้นฉันขอใช้ชาแทนเหล้า อวยพรให้คุณเริ่นประสบความสำเร็จในกิจการนะคะ!"
"ขอบคุณครับ!" เริ่นจ้งยกแก้วชาขึ้นตอบรับ
ทั้งสองต่างไม่คาดคิดว่า แม้จะเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่เพิ่งรู้จักกัน แต่ในไม่ช้าพวกเขาก็จะได้โคจรกลับมาพบกันอีกครั้ง