เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 36 เห็ดหลินจือวิญญาณเทพ

ตอนที่ 36 เห็ดหลินจือวิญญาณเทพ

ตอนที่ 36 เห็ดหลินจือวิญญาณเทพ


ภายในถ้ำอันมืดมิด เยี่ยหาน เถี่ยมู่ และเถี่ยอู่ ทั้งสามคนถือคบไฟก้าวเดินไปตามทางเดินอย่างระมัดระวัง

แสงไฟสาดส่องกระทบพื้นถ้ำที่ทั้งหนาวเหน็บและมืดมิด เต็มไปด้วยใบไม้แห้งที่เปียกชื้น เมื่อเหยียบลงไปจะรู้สึกถึงความอ่อนนุ่ม แว่วเสียงลมพัดผ่านซอกหินดังหวีดหวิวเป็นระยะ ชวนให้รู้สึกถึงบรรยากาศที่วังเวงและเยือกเย็น

เยี่ยหานเดินนำหน้าอยู่ลำดับแรก แสงไฟในมือสั่นไหวเล็กน้อย ดวงตาของเขาประดุจดวงดาวในยามราตรี คอยสังเกตความเคลื่อนไหวรอบกายอย่างเฉียบคม ขณะเดียวกัน พลังปราณภายในร่างของทั้งสามก็เริ่มโคจรเตรียมพร้อมอย่างเงียบเชียบ

หลังจากเดินไปได้เพียงไม่กี่นาที เบื้องหน้าก็คล้ายมีวัตถุขนาดมหึมาขวางกั้นอยู่

“นั่นคือสิ่งใด”

ทั้งสามหยุดชะงัก เถี่ยอู่ชูคบไฟในมือขึ้นไปข้างหน้า แสงไฟเผยให้เห็นกองโครงกระดูกขนาดใหญ่ที่ปรากฏแก่สายตา มันคือซากกระดูกอสูรที่ดูขาวโพลนและน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง

พวกเขาสบตากันครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบเข้าไปสำรวจรอบๆ โครงกระดูกนั้น เยี่ยหานหยิบชิ้นส่วนกระดูกขึ้นมาลองกะน้ำหนักดู ดูเหมือนจะเป็นกระดูกขาของสัตว์อสูรที่มีความยาวถึงสองเมตร และหนักหลายร้อยชั่ง

“ซากนี้อย่างน้อยต้องเป็นสัตว์อสูรระดับมหรรณพวิญญาณหลินไห่ขั้นกลาง คาดว่าคงถูกแมงมุมปีศาจหน้าคนจับกินเป็นอาหาร” เยี่ยหานพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ แววตามีร่องรอยความตกตะลึง

ซี้ด—

“ถูกจับกินอย่างนั้นหรือ มิน่าล่ะแมงมุมปีศาจนั่นถึงได้ดุร้ายเพียงนี้” เถี่ยอู่และเถี่ยมู่สูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจ

สัตว์อสูรเขตแดนมหรรณพวิญญาณนับว่ามีความแข็งแกร่งไม่น้อย แต่กลับต้องกลายเป็นเพียงอาหารของแมงมุมตัวนั้น

ทั้งสองค้นหาในกองกระดูกสีขาวหม่นอยู่พักหนึ่ง เมื่อไม่พบสิ่งมีชีวิตหรือของมีค่าใดๆ จึงโยนกระดูกทิ้งแล้วมุ่งหน้าลึกเข้าไปต่อ

ภายในถ้ำชื้นแฉะและมีกลิ่นเหม็นคาวคละคลุ้ง นอกจากซากอสูรยักษ์แล้ว ยังมีกองกระดูกขนาดเล็กกระจัดกระจายอยู่อีกนับไม่ถ้วน

มีแม้กระทั่ง...โครงกระดูกของมนุษย์

“นี่คือคนของกองทหารรับจ้างวายุทมิฬ”

เถี่ยอู่ก้มตัวลงเก็บป้ายคำสั่งสีดำอันหนึ่งขึ้นมาจากข้างซากศพ บนป้ายสลักอักษรคำว่า ‘วายุทมิฬ’ เอาไว้

ในตอนนั้นเอง เยี่ยหานชูคบไฟขึ้นสูง พลันสังเกตเห็นบางอย่าง เขาขยับจมูกสูดดมกลิ่นในอากาศ

“น้องเยี่ย มีอะไรผิดปกติหรือ” เถี่ยมู่เห็นสีหน้าแปลกใจของเยี่ยหานจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“ในถ้ำนี้มีสมบัติล้ำค่าทางธรรมชาติอยู่จริงๆ พวกท่านไม่ได้กลิ่นนั่นหรือ” เยี่ยหานยกยิ้มที่มุมปาก และพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นยินดี

“กลิ่น? นอกจากกลิ่นอับชื้นและกลิ่นเหม็นคาวแล้ว ยังมีกลิ่นอื่นอีกหรือ” เถี่ยมู่และเถี่ยอู่มองหน้ากัน ก่อนจะส่ายหน้าด้วยความฉงน พวกเขาลองสูดดมไปรอบๆ แต่กลับไม่รู้สึกถึงสิ่งใดเลย

ในฐานะนักหลอมโอสถ เยี่ยหานมีประสาทสัมผัสในการรับกลิ่นที่เฉียบคมเป็นพิเศษต่อสมุนไพรและของล้ำค่าทางธรรมชาติ

“ตามข้ามา”

สิ้นคำ เยี่ยหานรีบถือคบไฟออกค้นหาตามทางเดินที่คดเคี้ยวประดุจเขาวงกต ไม่นานนัก พวกเขาก็เข้ามาถึงโถงถ้ำแคบๆ แห่งหนึ่งและหยุดฝีเท้าลง

วูบ!

ภายในโถงถ้ำนั้น แสงสีม่วงนวลตาแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่ว สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังสมุนไพรต้นหนึ่งที่หยั่งรากลึกอยู่ในดินเบื้องหน้า

มันคือเห็ดหลินจือสีม่วงที่ดูใสกระจ่างประดุจผลึแก้ว!

“นี่มัน...เห็ดหลินจือวิญญาณเทพ!”

ดวงตาของเยี่ยหานเปล่งประกายเจิดจ้า น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด

“เห็ดหลินจือวิญญาณเทพ?”

เถี่ยอู่และเถี่ยมู่ที่อยู่ด้านข้างต่างทำสีหน้ามึนงง แม้จะรู้ว่าเห็ดหลินจือนี้ต้องเป็นของล้ำค่าแน่ๆ แต่กลับไม่รู้ว่ามันมีสรรพคุณอย่างไร

“น้องเยี่ย เห็ดหลินจือวิญญาณเทพคือสิ่งใดกัน” เถี่ยอู่อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม

เยี่ยหานพยายามสงบจิตใจที่สั่นไหว ก่อนจะหันมาทางทั้งสองและพูดอย่างจริงจัง

“มันคือสมุนไพรวิเศษที่สามารถยกระดับพลังวิญญาณได้ ซึ่งหาได้ยากยิ่ง จัดว่าเป็นสมบัติวิญญาณล้ำค่าประเภทหนึ่ง”

“สมบัติที่ยกระดับพลังวิญญาณอย่างนั้นหรือ”

เมื่อได้ฟัง เถี่ยมู่และเถี่ยอู่ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ดูจะผิดหวังอยู่บ้าง

สำหรับจอมยุทธ์ทั่วไป พลังวิญญาณไม่ได้มีประโยชน์ใหญ่หลวงนัก

แต่สำหรับนักหลอมโอสถ นี่คือสุดยอดสมบัติที่หาได้ยากยิ่ง

หากเห็ดหลินจือวิญญาณเทพต้นนี้ปรากฏออกไปสู่โลกภายนอก ไม่รู้ว่าจะมีนักหลอมโอสถกี่มากน้อยที่ต้องแย่งชิงกันจนบ้าคลั่ง

สำหรับนักหลอมโอสถ การจะยกระดับพลังวิญญาณไม่ใช่เรื่องง่าย นอกจากการขัดเกลาผ่านการหลอมยาแล้ว วิธีเดียวที่เหลือคือการกินสมุนไพรหายากที่ช่วยเสริมพลังวิญญาณโดยเฉพาะ

‘ยามนี้พลังวิญญาณของข้าอยู่ในระดับขอบเขตวิญญาณขั้นสมบูรณ์แล้ว หากต้องการทะลวงเข้าสู่ระดับขอบเขตสวรรค์ ในสภาวะปกติอย่างน้อยต้องหลอมยาอย่างหนักถึงสามเดือน แต่หากมีเห็ดหลินจือวิญญาณเทพต้นนี้ เรื่องยุ่งยากเหล่านั้นก็กลายเป็นเรื่องง่าย’

เมื่อคิดได้ดังนั้น เยี่ยหานจึงเดินเข้าไป ย่อตัวลงขุดดินออกอย่างระมัดระวัง แล้วประคองเห็ดหลินจือวิญญาณเทพขึ้นมาไว้บนฝ่ามือ

เห็ดหลินจือต้นนี้มีขนาดเพียงฝ่ามือ แผ่ซ่านไปด้วยแสงสีม่วงเข้มข้น และมีกลิ่นหอมจางๆ อบอวล

“พี่เถี่ยมู่ ช่วยคุ้มกันให้ข้าด้วย ข้าจะดูดซับพลังจากเห็ดหลินจือวิญญาณเทพต้นนี้ที่นี่” เยี่ยหานหันไปกำชับทั้งสอง

“วางใจเถิด พวกเราจะเฝ้าอยู่ที่นี่ ไม่ยอมให้ผู้ใดมาขัดขวางการฝึกบำเพ็ญของเจ้าได้” เถี่ยมู่พยักหน้ารับคำหนักแน่น

เยี่ยหานหาสถานที่สะอาดสะอ้านแล้วนั่งขัดสมาธิลงทันที ก่อนจะกลืนเห็ดหลินจือวิญญาณเทพเข้าไป เขาค่อยๆ หลับตาลง เดินพลังปราณเพื่อกลั่นกรองและดูดซับ

ทันทีที่เห็ดหลินจือเข้าสู่ร่างกาย มันก็เปลี่ยนเป็นมวลพลังมหาศาลเข้าไปหล่อเลี้ยงดวงวิญญาณ ขณะที่กระบวนการหลอมรวมดำเนินไป ภายในห้วงจิตของเขาคล้ายมีดวงตะวันสีม่วงดวงใหญ่กำลังลอยเด่นขึ้น แสงสีม่วงอาบไล้ไปทั่วทะเลแห่งจิตวิญญาณ ทำให้มันยิ่งแข็งแกร่งและหนาแน่นขึ้น แม้แต่ร่างเนื้อของเยี่ยหานเองก็เริ่มมีแสงสีม่วงจางๆ แผ่ออกมา

เวลาค่อยๆ เคลื่อนผ่านไปอย่างช้าๆ...

การหลอมรวมอันยาวนานนี้กินเวลาไปถึงสามชั่วยาม หลังจากผ่านไปสามชั่วยาม ดวงวิญญาณของเยี่ยหานก็ยิ่งควบแน่นจนดูราวกับจะมีรูปลักษณ์ที่จับต้องได้จริง

และเมื่อพลังวิญญาณก้าวเข้าสู่ระดับขอบเขตสวรรค์ จิตวิญญาณจะสามารถก่อตัวเป็นร่างเนื้อจำลองได้!

ม่านพลังที่กั้นขวางขอบเขตวิญญาณขั้นสมบูรณ์ถูกทะลวงออกในที่สุด พลังวิญญาณอันไพศาลในหัวต่างควบแน่นและพุ่งเข้าปะทะอย่างต่อเนื่อง

จนกระทั่ง...

ตู้ม!

คลื่นพลังวิญญาณกระเพื่อมไหวประดุจกระแสน้ำหลาก พุ่งออกจากร่างเยี่ยหานกระจายไปทั่วสี่ทิศแปดทางภายในถ้ำ และสะท้อนกลับไปมาอย่างรุนแรง

“พลังวิญญาณช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก!”

เถี่ยมู่และเถี่ยอู่สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง พวกเขาถูกกดทับด้วยแรงกดดันทางวิญญาณจนรู้สึกอึดอัดที่หน้าอกราวกับมีหินยักษ์มาวางทับจนหายใจไม่ออก พวกเขาไม่เคยพบเห็นพลังวิญญาณที่ไพศาลและน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้มาก่อน!

“ในที่สุดก็ทะลวงเข้าสู่ระดับขอบเขตสวรรค์เสียที...”

เยี่ยหานค่อยๆ พ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมา เมื่อลืมตาขึ้นเขารู้สึกปลอดโปร่งไปทั้งร่าง

“ระดับขอบเขตสวรรค์?”

เมื่อได้ยินคำนี้ ทั้งสองคนก็อดไม่ได้ที่จะหน้าเปลี่ยนสีอีกครั้ง แม้พวกเขาจะไม่ใช่ผู้รอบรู้มากนัก แต่ก็พอทราบว่านักหลอมโอสถจำนวนมากอยู่เพียงระดับขอบเขตวิญญาณเท่านั้น แต่พลังวิญญาณของเยี่ยหานกลับก้าวเข้าสู่ระดับขอบเขตสวรรค์ไปแล้ว!

“เห็ดหลินจือวิญญาณเทพต้นนี้ยอดเยี่ยมจริงๆ ช่วยให้ข้าก้าวสู่ระดับขอบเขตสวรรค์ได้อย่างง่ายดาย...” เยี่ยหานพูดด้วยความพึงพอใจและอัศจรรย์ใจ

เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ ปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า สายตากวาดมองไปรอบถ้ำก่อนจะหันไปบอกเถี่ยมู่และเถี่ยอู่

“ที่นี่คงไม่มีสมบัติอื่นอีกแล้ว พวกเราออกไปกันเถิด”

สิ้นคำ ทั้งสามก็พยักหน้าให้กันและเดินออกจากโถงถ้ำไป

ภายนอกถ้ำ เถี่ยหลานและคนอื่นๆ รอคอยมานานถึงสามชั่วยามโดยไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ จนเริ่มรู้สึกกังวลใจ ทว่าในขณะที่เขากำลังตัดสินใจจะเข้าไปสำรวจข้างใน แสงไฟจากคบไฟสามดวงก็สาดส่องออกมา

“พวกหัวหน้ากลับมาแล้ว!” เถี่ยหลานมีสีหน้าดีใจและลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก

จบบทที่ ตอนที่ 36 เห็ดหลินจือวิญญาณเทพ

คัดลอกลิงก์แล้ว