- หน้าแรก
- จักรพรรดิโอสถสยบพิภพ
- ตอนที่ 33 แผนชั่ว
ตอนที่ 33 แผนชั่ว
ตอนที่ 33 แผนชั่ว
ท่ามกลางเทือกเขาอันกว้างใหญ่ ไอน้ำพวยพุ่งราวกับถูกคลุมไว้ด้วยม่านหมอกบางๆ
ภายในป่าดึกดำบรรพ์อันเขียวขจี ในเวลานี้มีกลุ่มทหารรับจ้างไม่น้อยกำลังออกล่าสัตว์อสูร
ทว่า ณ ใจกลางของหุบเขาอสูรวิญญาณ ก็มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งกำลังมุ่งหน้าไปยังหุบเหวลึกที่อยู่เบื้องล่างของหุบเขา
กลุ่มคนเหล่านี้มีชื่อว่า ฃกลุ่มทหารรับจ้างวายุทมิฬ ฝีมือของพวกเขาติดอันดับหนึ่งในห้าของบรรดากลุ่มทหารรับจ้างทั้งหมดในเมืองเหยียน นับว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
ในตอนนี้ กลุ่มทหารรับจ้างวายุทมิฬได้รับข่าวมาว่าที่ส่วนลึกของหุบเหวมีสัตว์อสูรระดับเขตแดนมหรรณพวิญญาณปรากฏตัวขึ้น!
สัตว์อสูรระดับเขตแดนมหรรณพวิญญาณเพียงตัวเดียวก็เพียงพอที่จะสร้างแรงดึงดูดอันมหาศาลให้กับกลุ่มทหารรับจ้างทุกกลุ่ม...
บนเส้นทางภูเขาอันขรุขระ สมาชิกทั้งแปดคนของกลุ่มวายุทมิฬหยุดยืนอยู่บนโขดหิน
“พี่เฉิน เบื้องล่างก็คือหุบเหวตามข่าวที่ได้รับมา เห็นว่าแมงมุมปีศาจหน้ามนุษย์ตัวนั้นกบดานอยู่ในถ้ำลับแห่งหนึ่ง”
เด็กหนุ่มที่ผอมเพรียวราวกับลิงปีนขึ้นไปบนต้นไม้โบราณข้างๆ พลางชี้ไปทางหุบเหวที่อยู่ไกลออกไปเบื้องล่างด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
ท่ามกลางเงาร่างทั้งแปดนั้น ผู้นำคือบุรุษรูปงามในชุดคลุมสีน้ำเงินที่มีแววตาลุ่มลึก
ในมือของเขาถือกระบี่เล่มหนึ่ง แววตาแฝงไปด้วยความลึกล้ำเฉียบคม ดูเป็นคนที่มีบุคลิกมั่นคงเยือกเย็นอย่างยิ่ง
เขาคือหัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างวายุทมิฬ เฉินเหย่
เมื่อได้ยินคำว่า ‘อสูรระดับเขตแดนมหรรณพวิญญาณ’ คิ้วของเฉินเหย่ก็เลิกขึ้นเล็กน้อย ในดวงตาโชติช่วงไปด้วยความตื่นเต้นที่ยากจะปกปิด
หญิงสาวในชุดดำรูปร่างอ้อนแอ้นที่ยืนอยู่ข้างๆ เดินเข้ามาพลางพูดด้วยความกังวลว่า
“ได้ยินว่าในช่วงไม่กี่ชั่วยามที่ผ่านมา มีกลุ่มทหารรับจ้างหลายกลุ่มบุกเข้าไปในถ้ำลับนั่นแล้ว แต่น่าเสียดายที่ทุกคนต่างพ่ายแพ้กลับมาอย่างยับเยิน”
“ใช่ ได้ยินว่ามีกลุ่มหนึ่งถึงขั้นถูกกวาดล้างทั้งกลุ่มเลยทีเดียว พี่เฉิน พวกเราเองก็ต้องระวังตัวให้มาก” สมาชิกอีกคนพยักหน้าพลางกำชับอย่างจริงจัง
เฉินเหย่มองลงไปยังก้นเหว เขากลับยกยิ้มที่มุมปากก่อนจะกำหมัดแน่นและพูดว่า
“ไม่เข้าถ้ำเสือแล้วจะได้ลูกเสือได้อย่างไร อีกอย่าง นี่ก็เป็นโอกาสดีที่กลุ่มวายุทมิฬของเราจะสร้างชื่อเสียงให้เลื่องลือ หากเราสังหารอสูรตัวนี้ได้ เกรงว่าชื่อเสียงของกลุ่มหมาป่าสันโดษและกลุ่มอื่นๆ คงต้องถูกพวกเราเหยียบจมดินเป็นแน่”
เมื่อพูดจบ เฉินเหย่ก็กระโดดลงจากโขดหินพลางโบกมือเรียกสมาชิกข้างหลัง
“ออกเดินทาง!”
ไม่นานนัก เงาร่างทั้งแปดก็ทะยานดุจเสือดาวมุ่งหน้าไปยังหุบเหวลึกเบื้องล่าง
“ฮิฮิ หัวหน้า มีเหยื่อมาเพิ่มอีกกลุ่มแล้ว”
บนโขดหินที่อยู่สูงขึ้นไป เด็กหนุ่มคนหนึ่งกัดผลไม้วิญญาณในมือ แต่ยังไม่ทันจะได้เคี้ยวเขาก็ถ่มทิ้งแล้วหันไปพูดกับลู่ชิงซานด้วยความตื่นเต้น
ลู่ชิงซานยืนเอามือไพล่หลัง ชายผ้าสีเขียวที่เอวสะบัดพลิ้วตามลม เขาพูดอย่างเย็นชาว่า
“ที่แท้ก็กลุ่มวายุทมิฬ เฉินเหย่คนนั้นฝีมือไม่เลว แต่หากคิดจะจัดการแมงมุมปีศาจหน้ามนุษย์ตัวนั้น เขายังขาดคุณสมบัติอยู่นิดหน่อย”
ลู่เสวี่ยเดินนวยนาดเข้ามาพลางพูดว่า
“หัวหน้า เฉินเหย่เป็นกลุ่มที่ห้าแล้วที่บุกเข้าไป ต่อให้แมงมุมปีศาจหน้ามนุษย์นั่นจะเก่งกาจเพียงใด แต่เมื่อผ่านศึกหนักต่อเนื่องมาถึงห้ากลุ่ม ป่านนี้คงจะบาดเจ็บสาหัสและสูญเสียพลังไปมากแล้ว ถึงเวลาที่พวกเราต้องลงมือเสียที”
“ไม่รีบร้อน รออีกสักกลุ่มก็ได้ ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะเก็บตาข่าย” ลู่ชิงซานพูดด้วยท่าทีสงบนิ่ง
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
ผ่านไปไม่นาน เสียงระเบิดกึกก้องก็ดังออกมาจากปากถ้ำเบื้องล่าง
“ฮิฮิ พวกมันเริ่มสู้กันแล้ว”
สมาชิกกลุ่มหมาป่าสันโดษต่างพากันแสยะยิ้มด้วยความสะใจ ราวกับแผนการที่วางไว้กำลังดำเนินไปด้วยดี
ครึ่งชั่วยามต่อมา เงาร่างไม่กี่สายก็พุ่งหนีออกมาจากปากถ้ำในสภาพสะบักสะบอมและเต็มไปด้วยเลือด
“เร็ว! รีบถอยเร็วเข้า!”
เฉินเหย่กุมแขนที่ขาดสะบั้น ร่างกายโชกเลือด กัดฟันตะโกนสั่งการลูกน้องที่เหลือ
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ!
“โธ่โว้ย!”
สมาชิกกลุ่มวายุทมิฬคนอื่นๆ ต่างล้มตายและบาดเจ็บสาหัส จากแปดคนเหลือเพียงห้าคนที่หนีรอดออกมาจากถ้ำที่น่าสยดสยองนั่นได้
ลู่ชิงซานและพวกที่เฝ้าดูจากที่สูงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาอย่างต่อเนื่อง มุมปากหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ชั่วร้าย
พวกเขามองดูสีหน้าอันเจ็บปวดของกลุ่มวายุทมิฬที่ออกจากหุบเหวนี้ไป...
“เฉินเหย่บาดเจ็บหนักขนาดนั้นคิดว่าคงจะสู้เอาตายเป็นแน่ แมงมุมปีศาจหน้ามนุษย์นั่นก็คงบาดเจ็บไม่น้อยเช่นกัน” ลู่ชิงซานหรี่ตาลงพลางหัวเราะเยาะในใจ
พวกเขายังคงเฝ้ารอต่อไป ทว่าผ่านไปครึ่งชั่วยามก็ยังไม่มีกลุ่มทหารรับจ้างกลุ่มถัดไปเข้ามาที่นี่
สิ่งนี้ทำให้สมาชิกกลุ่มหมาป่าสันโดษเริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาบ้าง
“ข้าว่าแผนนี้อาจจะใช้ไม่ได้ผลแล้ว หากข่าวที่กลุ่มวายุทมิฬพ่ายแพ้ยับเยินแพร่ออกไป กลุ่มอื่นคงต้องประเมินฝีมือตัวเองและไม่กล้าเสี่ยงเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่แน่” ลู่เสวี่ยขมวดคิ้วเรียวงามพลางกล่าวเสียงหนัก
ในเมื่อกลุ่มที่แข็งแกร่งอย่างวายุทมิฬยังสูญเสียหนักขนาดนี้ กลุ่มอื่นที่เหลือจะเอาความกล้าที่ไหนบุกเข้ามาล่ะ
“ถ้าอย่างนั้นก็เก็บตาข่ายเถอะ แมงมุมปีศาจตัวนั้นพลังคงลดลงไปมากแล้ว ตอนนี้แหละคือโอกาสดีที่สุดที่พวกเราจะลงมือ”
ลู่ชิงซานพยักหน้า เตรียมจะนำกลุ่มทหารรับจ้างหมาป่าสันโดษกลับลงไปยังหุบเหว
ทว่านึกไม่ถึง เบื้องล่างจะมีคนอีกกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้นในสายตา
“พี่ใหญ่! นั่นมันกลุ่มทหารรับจ้างไม้เหล็ก!” สมาชิกคนหนึ่งร้องออกมาด้วยความประหลาดใจแกมดีใจ
ดวงตาของลู่ชิงซานหดตัวลงเล็กน้อย เขามองลงไปเบื้องล่าง เห็นเยี่ยหาน เถี่ยมู่ และคนอื่นๆ กำลังมุ่งหน้าลึกเข้าไปในก้นเหว
ชั่วขณะนั้น มุมปากของเขาเผยรอยยิ้มอันเหี้ยมเกรียมออกมา ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบว่า
“เถี่ยมู่ ในที่สุดพวกมันก็มาเสียที”
รอยยิ้มอันน่าสยดสยองนั้นแฝงไปด้วยไอสังหารรุนแรง
ท่ามกลางกลุ่มทหารรับจ้างทั้งหมด หากจะถามว่ากลุ่มใดที่มีความแค้นฝังลึกกับกลุ่มหมาป่าสันโดษมากที่สุด ย่อมหนีไม่พ้นกลุ่มไม้เหล็กแน่นอน
“หึๆๆ เถี่ยมู่ ข้าเคยบอกแล้วว่าการเป็นศัตรูกับกลุ่มหมาป่าสันโดษของข้า มันไม่มีจุดจบที่ดีหรอก” ลู่ชิงซานกำหมัดจนกระดูกลั่นเปรี๊ยะ เขาแทบอยากจะเห็นกลุ่มำม้เหล็กถูกล้างบางไปให้พ้นๆ
“หัวหน้า ข้ามีอีกแผนหนึ่งที่จะทำให้กลุ่มไม้เหล็กเสียหายหนักกว่าเดิม หรืออาจจะถูกฝังไว้ในนั้นทั้งหมดเลยก็ได้” ในตอนนั้นเอง ลู่เสวี่ยคิดแผนชั่วขึ้นมาอีกอย่าง
“ว่ามาสิ” ลู่ชิงซานหันไปมองนาง
ลู่เสวี่ยยิ้มหยาดเยิ้มพลางมองไปยังโขดหินสีเทาขนาดใหญ่ที่อยู่ข้างปากถ้ำลับ แล้วเอ่ยด้วยริมฝีปากบางว่า
“ขอเพียงคนของกลุ่มไม้เหล็กเข้าไปในถ้ำลับนั่น พวกเราก็ใช้โขดหินยักษ์ข้างปากถ้ำปิดตายทางเข้าเสีย...”
ซี้ด—
เมื่อได้ยินประโยคนี้ สมาชิกกลุ่มหมาป่าสันโดษต่างพากันเสียวสันหลังวาบ
แผนนี้มันช่างอัมมหิตยิ่งนัก!
หากปากถ้ำถูกปิดตาย กลุ่มไม้เหล็กจะไร้ทางถอย และต้องจบชีวิตลงอย่างแน่นอน
“เถี่ยมู่ เจ้ารนหาที่ตายเองนะ!” ลู่ชิงซานหัวเราะอย่างชั่วร้าย แววตาเต็มไปด้วยความลำพองใจ
...
“หัวหน้า พวกเราใกล้จะถึงแล้ว”
เถี่ยอู่ถือดาบนำทางพลางชี้ไปยังหุบเหวลึกที่อยู่ไม่ไกลเบื้องล่าง
เยี่ยหานเงยหน้าขึ้น สังเกตสภาพแวดล้อมโดยรอบ
เขาพบว่าที่นี่คล้ายกับหลุมยุบขนาดใหญ่ รอบด้านปิดตายและมืดมิด พวกเขากำลังอยู่ที่ก้นหลุมของหุบเหว
เนื่องจากพลังวิญญาณของเยี่ยหานกล้าแข็งอย่างยิ่ง สัมผัสหยั่งรู้จึงฉับไวกว่าคนทั่วไป
ทันใดนั้นเขาขมวดคิ้ว สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าดูเหมือนจะมีคนกำลังแอบจ้องมองพวกเขาอยู่ในมุมมืด
“น้องเยี่ย มีอะไรหรือเปล่า” เมื่อเห็นเยี่ยหานขมวดคิ้ว เถี่ยมู่จึงเดินเข้ามาถามด้วยความสงสัย
เยี่ยหานเงยหน้ามองไปยังที่สูง กวาดสายตาสำรวจดูรอบหนึ่ง ทว่าลู่ชิงซานและพวกซ่อนตัวได้มิดชิดเกินไป เขาจึงมองไม่เห็นสิ่งผิดปกติ
หลังจากสังเกตอยู่นาน เยี่ยหานจึงส่ายหน้าแล้วพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า
“ไม่มีอะไรหรอก ลงไปกันเถอะ”
เมื่อพูดจบ ทั้งกลุ่มก็เดินไปตามทางเดินหินที่ขรุขระลาดลงไปเบื้องล่าง
ผ่านไปไม่นาน ในที่สุดพวกเขาก็มาหยุดอยู่ที่หน้าปากถ้ำลับอันเย็นยะเยือกและมืดมิด
วู้ว วู้ว วู้ว—
สายลมอันเยือกเย็นพัดกรรโชกออกมาจากข้างในถ้ำอย่างต่อเนื่อง