- หน้าแรก
- จักรพรรดิโอสถสยบพิภพ
- ตอนที่ 32 แมงมุมปีศาจหน้ามนุษย์
ตอนที่ 32 แมงมุมปีศาจหน้ามนุษย์
ตอนที่ 32 แมงมุมปีศาจหน้ามนุษย์
หลังผ่านพ้นศึกอันดุเดือด พุ่มไม้โดยรอบตกอยู่ในสภาพพังพินาศยับเยิน
ซากศพหมาป่าที่เนื้อตัวนองไปด้วยเลือดนอนเกลื่อนกราดอยู่ไม่ไกล มองเห็นไปทั่วทุกที่
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์รอบด้านกลับสู่ความสงบ เถี่ยมู่ก็ลอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ราวกับยกภูเขาออกจากอก
นึกไม่ถึงเลยว่าท่ามกลางการโอบล้อมของฝูงหมาป่าหลังเหล็กจำนวนมหาศาลเช่นนี้ กลุ่มทหารรับจ้างของพวกเขาจะยังสามารถเอาชีวิตรอดมาได้ ช่างดวงแข็งโดยแท้
เวลานี้สมาชิกกลุ่มทหารรับจ้างไม้เหล็กต่างพยุงกันและกันเดินเข้ามา สายตาที่พวกเขามองไปยังเยี่ยหานเต็มไปด้วยความซาบซึ้งและขอบคุณ
หากไม่ใช่เพราะเยี่ยหานสังหารราชาหมาป่าจนข่มขวัญฝูงหมาป่าหลังเหล็กให้กระเจิงไป เกรงว่ากลุ่มทหารรับจ้างไม้เหล็กคงต้องจบสิ้นลงที่นี่ทั้งหมดแล้ว
ชั่วขณะนั้นเถี่ยมู่แอบรู้สึกดีใจที่ชักชวนเยี่ยหานเข้าร่วมกลุ่ม
“น้องเยี่ย บุญคุณใหญ่หลวงไม่เอ่ยคำขอบคุณมิได้”
เถี่ยมู่ซาบซึ้งเสียจนเกือบจะคุกเข่าลงข้างหนึ่งให้เยี่ยหาน
“พี่เถี่ยมู่รีบลุกขึ้นเถอะ”
เยี่ยหานรีบพยุงเถี่ยมู่ขึ้น เขารู้ดีว่าเถี่ยมู่เป็นคนจริงใจ รักพี่น้องร่วมเป็นร่วมตายยิ่งกว่าชีวิตตัวเอง
“ใช่แล้วน้องเยี่ย ครั้งนี้ต้องขอบคุณเจ้าจริงๆ มิเช่นนั้นกลุ่มทหารรับจ้างของเราคงต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าอายุยังน้อยแต่กลับซ่อนคมไว้แนบเนียนถึงเพียงนี้ ยังดีที่เจ้าลู่ชิงซานนั่นตาไม่มีแวว มิเช่นนั้นพวกเราคงไม่ได้ยอดฝีมือเช่นเจ้ามาเป็นผู้ช่วยเหลือ”
เถี่ยอู่กุมบาดแผลที่ต้นแขน บนใบหน้ามีรอยยิ้มขมขื่น
เมื่อเห็นบาดแผลเหวอะหวะบนแขนของเถี่ยอู่ เยี่ยหานจึงหันไปพูดกับทุกคนว่า
“ทุกคนพักผ่อนและจัดการบาดแผลบนร่างกายให้เรียบร้อยก่อนเถอะ”
“ตกลง!”
ทุกคนทรุดตัวลงนั่งบนพื้นและวางอาวุธในมือลง
นอกจากเยี่ยหานแล้ว ยังมีเด็กหนุ่มหัวโล้นนามว่าเถี่ยจู้อีกคนที่ไม่ได้บาดเจ็บ เขาหยิบผ้าพันแผลออกมาจากถุงผ้าอย่างคล่องแคล่วเพื่อทำแผลให้เถี่ยอู่
เยี่ยหานนิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบขวดโอสถออกมาจากอกเสื้อแล้วยื่นให้พวกเถี่ยมู่
“นี่คือ...”
เถี่ยมู่มีสีหน้าสงสัย ก่อนจะเปิดออกดู
ทันใดนั้น กลิ่นหอมเข้มข้นของตัวยาพุ่งเข้าปะทะจมูก ทำให้เขาถึงกับสูดหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง
“โอสถวิญญาณระดับสูงหรือ!”
“นี่คือโอสถวิญญาณฟื้นฟูสวรรค์ระดับสาม พวกท่านกินเข้าไปมันจะช่วยให้บาดแผลฟื้นตัวเร็วขึ้น” เยี่ยหานยิ้มพลางอธิบาย
“น้องเยี่ย ไม่ได้เด็ดขาด! โอสถล้ำค่าเพียงนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนหยาบกร้านอย่างพวกเราจะใช้ได้”
เถี่ยมู่รีบโบกมือปฏิเสธและพยายามยัดขวดโอสถคืนกลับไป
“นี่คือโอสถเม็ดระดับสามเชียวนะ มูลค่าของโอสถเพียงเม็ดเดียวยังแพงกว่าที่พวกเราล่าอสูรระดับเขตแดนมหรรณพวิญญาณมาได้เสียอีก”
เถี่ยหลานเองก็ไม่กล้ารับไว้ ส่ายหน้าปฏิเสธเช่นกัน
“ไม่เป็นไรหรอก โอสถเม็ดเช่นนี้ข้ามีมากเท่าที่ต้องการ พวกท่านใช้ได้ตามสบาย”
เยี่ยหานยัดขวดโอสถกลับใส่มือเถี่ยมู่อีกครั้งพร้อมรอยยิ้ม
“เอ่อ...”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ พวกเถี่ยมู่ต่างก็ลอบตกใจอยู่ในใจ
โอสถเม็ดระดับสามที่มีมูลค่าสูงส่งปานนั้น กลับดูไร้ค่าในสายตาของเยี่ยหาน พวกเขาอดไม่ได้ที่จะคาดเดาว่า เบื้องหลังของเยี่ยหานต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
‘หรือว่าจะเป็นตระกูลเยี่ย...’ เถี่ยมู่เกิดระลอกคลื่นในใจ ลอบเดาไปต่างๆ นานา
“ตกลง เช่นนั้นพี่ชายคนนี้ก็ขอขอบใจเจ้ามาก!”
เถี่ยมู่ประสานมือคารวะ เลิกเกรงใจแล้วเทโอสถออกมาสองสามเม็ดแจกจ่ายให้พวกเถี่ยอู่ จากนั้นก็กลืนลงท้องไป
ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นพล่านไปยังช่องท้อง เถี่ยมู่นั่งขัดสมาธิลงกับพื้น เดินลมปราณเคล็ดวิชาฝึกบำเพ็ญทันที
ส่วนอีกด้านหนึ่ง เถี่ยจู้นำซากหมาป่าหลังเหล็กที่ถูกล่ามากองรวมกัน จากนั้นจัดการเลาะกระดูกอสูรและแก่นวิญญาณออกมาอย่างชำนาญ
เยี่ยหานยืนคุมเชิงอยู่ไม่ไกล กลิ่นคาวเลือดจากซากหมาป่าเหล่านี้รุนแรงนัก ยากจะรับประกันได้ว่าอสูรที่แข็งแกร่งตัวอื่นจะไม่ตามกลิ่นมา
แม้จะมีอสูรบางตัวเริ่มเคลื่อนไหวอย่างกระวนกระวาย แต่เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันแข็งแกร่งระดับเขตแดนมหรรณพวิญญาณขั้นกลางจากตัวเยี่ยหาน พวกมันก็ไม่กล้าเข้าใกล้
ครึ่งชั่วยามผ่านไป ในที่สุดพวกเถี่ยมู่ก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น พร้อมพ่นลมหายใจขุ่นออกมา
“น้องเยี่ย ขอบใจโอสถวิญญาณของเจ้ามาก บาดแผลของข้าหายเกือบสนิทแล้ว”
เถี่ยมู่ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ขยับเส้นสายจนกระดูกส่งเสียงลั่นเปรี๊ยะๆ
บาดแผลบนร่างกายเขาไม่เพียงแต่หายดีเป็นปลิดทิ้ง แม้แต่พลังวิญญาณยังดูหนาแน่นขึ้นกว่าเดิมหลายส่วน
“เป็นเพราะบุญคุณของน้องเยี่ยที่วันนี้ได้กินโอสถระดับสูงเช่นนี้ ช่างมีสรรพคุณอัศจรรย์อย่างแท้จริง”
หลังจากนั้นไม่นาน เถี่ยอู่ เถี่ยหลาน และคนอื่นๆ ก็ทยอยลืมตาขึ้น โดยเฉพาะเถี่ยอู่ที่ตกตะลึงในความอัศจรรย์ของโอสถเม็ดระดับสูงยิ่งนัก แขนที่เคยถูกหมาป่ากัดกระชากจนเนื้อหายไปบัดนี้กลับคืนรูปดังเดิม เหลือเพียงรอยแผลเป็นจางๆ เท่านั้น
ชั่วขณะนั้น พี่น้องกลุ่มทหารรับจ้างไม้เหล็กต่างยิ่งซาบซึ้งในตัวเยี่ยหานมากขึ้นไปอีก
เพราะท้ายที่สุดแล้วโอสถเม็ดระดับสูงเช่นนี้ ใช่ว่าใครจะยอมสละให้คนอย่างพวกเขาใช้ได้ง่ายๆ
“พี่ใหญ่ หมาป่าหลังเหล็กพวกนี้ข้าจัดการเรียบร้อยแล้ว ได้กระดูกอสูรกับแก่นวิญญาณมาทั้งหมด 25 ชุด แต่น่าเสียดายที่มีหมาป่าบางตัวระเบิดกลายเป็นหมอกเลือดไป แก่นวิญญาณจึงเสียหายหมด”
เถี่ยจู้เดินเข้ามา ส่งแก่นวิญญาณและกระดูกอสูรทั้งหมดให้เถี่ยมู่
“แม้จะเกือบตาย แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็นับว่าคุ้มค่าเหลือเกิน”
พวกเถี่ยมู่ตื่นเต้นจนตัวสั่น
ต้องรู้ก่อนว่าปกติกลุ่มทหารรับจ้างไม้เหล็กเดินทางออกมาครั้งหนึ่ง ล่าอสูรได้ไม่กี่ตัวก็นับว่าได้ผลงานดีมากแล้ว
แต่ครั้งนี้พวกเขากลับได้มาทีเดียวหลายสิบตัว!
ยิ่งไปกว่านั้น ในบรรดาอสูรเหล่านี้ยังมีราชาหมาป่าหลังเหล็กระดับเขตแดนน้ำพุวิญญาณขั้นสูงสุดรวมอยู่ด้วยตัวหนึ่ง!
“น้องเยี่ย ราชาหมาป่าตัวนี้เจ้าเป็นคนสังหารเพียงผู้เดียว แก่นวิญญาณของมันเป็นของเจ้า”
เถี่ยมู่ยื่นดวงแสงสีดำให้เยี่ยหานอย่างใจกว้าง ที่ด้านข้าง พวกเถี่ยอู่ต่างมีสายตาที่เป็นประกายร้อนแรงขึ้นมาวูบหนึ่ง
“พี่เถี่ยมู่ พวกท่านเก็บไว้เถิด ตอนนี้เพิ่งจะเข้าสู่หุบเขาอสูรวิญญาณ ไม่แน่ว่าประเดี๋ยวอาจจะได้ผลงานที่ใหญ่กว่านี้”
เยี่ยหานโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
“เช่นนั้น... ก็ได้”
เถี่ยมู่เก็บแก่นวิญญาณราชาหมาป่าไป จากนั้นหลังจากที่จัดระเบียบกลุ่มเสร็จสิ้น ทั้งหมดก็ออกเดินทางต่อ
...
ณ พื้นที่ทางตอนเหนือของหุบเขาอสูรวิญญาณ เป็นบริเวณหุบเหวที่ภูมิประเทศขรุขระ
ลึกลงไปใต้หุบเหว มองเห็นปากถ้ำอันดำมืดเลือนลาง มีลมสีดำที่เหน็บหนาวพัดออกมาจากข้างในอย่างต่อเนื่อง
และในขณะนี้ ท่ามกลางความมืดมิดเบื้องลึก ดูเหมือนจะมีเงาร่างขนาดมหึมากำลังเคลื่อนที่อย่างช้าๆ
ทันใดนั้น ดวงตาอันเย็นเยือกคู่หนึ่งก็สาดประกายสีแดงสองสายพุ่งออกมาจากถ้ำมืด
“บัดซบ! นึกไม่ถึงว่าแมงมุมปีศาจหน้ามนุษย์จะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ แม้แต่ศรทลายวิญญาณก็ยังทำอะไรมันไม่ได้เลย!”
จากที่สูง เงาร่างหลายสายกระโดดขึ้นไปบนโขดหินอย่างทุลักทุเล พลางสบถด่าออกมาอย่างอดไม่ได้
คนกลุ่มนี้ก็คือสมาชิกของกลุ่มทหารรับจ้างหมาป่าสันโดษนั่นเอง
ทว่าในตอนนี้ แต่ละคนต่างมีใบหน้าเขียวคล้ำ กัดฟันแน่น และมีคนบาดเจ็บจำนวนมาก
ลู่ชิงซานกวาดสายตามองลงไปยังปากถ้ำมืดมิดใต้หุบเหว ใบหน้าของเขาแดงก่ำปนเขียวราวกับตับหมู
เขาโกรธจัดจนฟาดฝ่ามือลงบนผนังหินด้านข้าง ทิ้งรอยฝ่ามือลึกเอาไว้
ที่แท้พวกเขาได้พบสัตว์อสูรตัวหนึ่งในถ้ำลับแห่งนั้น ซึ่งก็คือแมงมุมปีศาจหน้ามนุษย์!
แต่พวกเขาดูถูกความสามารถของมันเกินไป จนเกือบจะถูกฆ่าล้างกลุ่ม
“ข้าพอจะมีวิธีหนึ่ง ที่นอกจากจะไม่ต้องเสียกำลังคนแม้แต่คนเดียวแล้ว ยังสามารถจัดการแมงมุมปีศาจหน้ามนุษย์ตัวนั้นได้ด้วย”
ลู่เสวี่ยนัยน์ตาเป็นประกายวูบพลางเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเย็นชา
“หืม? วิธีอะไร”
พวกลู่ชิงซานขมวดคิ้ว
แมงมุมปีศาจหน้ามนุษย์ตัวนี้ดุร้ายและแข็งแกร่งมาก ยังจะมีวิธีใดที่จัดการมันได้โดยไม่เสียเลือดเนื้ออีกหรือ
ลู่เสวี่ยลูบผมดำขลับของนาง ก่อนจะหรี่ตาลงแล้วพูดว่า
“ไม่สู้...พวกเรากระจายข่าวเรื่องแมงมุมปีศาจหน้ามนุษย์ออกไป เมื่อถึงตอนนั้น ย่อมมีคนจากกลุ่มทหารรับจ้างกลุ่มอื่นมาจัดการมันเอง ส่วนพวกเราก็แค่รอให้พวกเขาบาดเจ็บล้มตายกันทั้งสองฝ่าย แล้วค่อยออกไปจัดการปิดบัญชีแมงมุมปีศาจหน้ามนุษย์นั่นเสีย”
เมื่อได้ยินถ้อยคำเหล่านี้ สีหน้าของพวกลู่ชิงซานก็เปลี่ยนไปทันที ก่อนจะตามมาด้วยความยินกีปรีดา
“น้องเสวี่ยช่างฉลาดปราดเปรื่องนัก วิธีเช่นนี้พวกเรากลับคิดไม่ถึง”
ลู่ชิงซานแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย
วิธีนี้ช่างยอดเยี่ยมเสียจริง