- หน้าแรก
- จุดบรรจบแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์
- บทที่ 34 - ร่องรอยของพวกนอกรีต
บทที่ 34 - ร่องรอยของพวกนอกรีต
บทที่ 34 - ร่องรอยของพวกนอกรีต
บทที่ 34 - ร่องรอยของพวกนอกรีต
ลู่ปู้เอ้อร์รู้สึกเหมือนได้กลับมายังสถานที่ที่เขาคุ้นเคยอีกครั้ง เขาได้กลิ่นใบผักเน่าที่ลอยตลบอบอวลในอากาศ ริมท่อระบายน้ำข้างถนนมีเครื่องในปลาที่ถูกชำแหละทิ้งเกลื่อนกลาด เศษเนื้อสับกระเด็นจากการสับหมูข้างๆ
เสียงตะโกนขายอาหารข้างทาง เสียงด่าทอและผลักอกแย่งที่ขายของ
นี่แหละ คือกลิ่นอายของชีวิตที่แท้จริง
"นี่คือเขตชานเมือง คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ค่อนข้างติดดิน แต่ยังไม่ใช่พวกเดนตายของจริง พวกที่เปิดบ่อนใต้ดิน ชกมวยเถื่อน และพวกค้าของผิดกฎหมาย นั่นแหละของจริง"
โรสมารีอธิบายเรียบๆ "พวกเขาไม่มีใบอนุญาตประกอบการที่ถูกกฎหมาย เป็นการซื้อขายส่วนตัวทั้งหมด เพราะแบบนั้น เลยไม่มีหลักประกันอะไร เจอโกงซึ่งหน้าก็ทำอะไรไม่ได้"
ลู่ปู้เอ้อร์เข้าใจแล้ว
เหล่าจางก็คงเจอสถานการณ์แบบนี้
พวกเขาเดินเข้ามาในตลาดสด ก็ถูกสายตาหลายคู่จับจ้องอย่างเห็นได้ชัด
ยังมีพวกนักเลงหัวไม้หลายคนเห็นสาวสวยผ่านมา ก็แอบตามมาหวังจะลวนลาม
จุดจบเหมือนกันหมด โดนลู่ปู้เอ้อร์ซัดร่วง
พวกเขาเดินมาจนสุดตลาด ตรงนี้มีลิฟต์เก่าๆ ตัวหนึ่ง ลงไปใต้ดินร้อยเมตรได้เลย ตรงนั้นคือที่ตั้งของตลาดมืด
ลิฟต์สั่นกุกกัก ไฟติดๆ ดับๆ
เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกอีกครั้ง ลู่ปู้เอ้อร์ก็ได้เห็นโฉมหน้าของย่านใต้ดิน
โดมเหล็กเก่าคร่ำคร่า สายไฟระโยงระยางห้อยอยู่เหนือหัว หลอดไฟสว่างจ้าส่องสว่างความมืดเบื้องบน บ้านเรือนที่ซ้อนทับกันเหมือนตัวต่อเตตริส ตรอกซอกซอยผนังลอกร่อน กองขยะสูงท่วมหัวตรงมุมกำแพง
เหมือนฉากในยุคเจ็ดสิบของศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด
เรโทรสุดๆ
"ปัญหาตอนนี้คือ ที่นี่กว้างขนาดนี้ จะไปหาบารอนคนนั้นที่ไหน?"
เธอปลอบกิ้งก่าเลือดตาแดงในอก ขมวดคิ้ว
ลู่ปู้เอ้อร์มองเธออย่างสงสัย "เธอเป็นตุลาการจริงป่ะเนี่ย?"
โรสมารีตาโต "เพิ่งผ่านโปร มีปัญหาไร?"
"มิน่าล่ะ ดูไม่มีประสบการณ์เลย"
ลู่ปู้เอ้อร์แบมือ "ที่นี่ร้อยพ่อพันแม่ เธอมาคนเดียวไม่รู้อีโหน่อีเหน่ งมโข่งหาชาตินี้ก็ไม่เจอหรอก เพราะงั้น ต้องหาข่าววงในที่เชื่อถือได้"
"หายังไง?"
โรสมารีอึ้ง
"เธอผ่านการสอบตุลาการมาได้ไงเนี่ย?"
ลู่ปู้เอ้อร์เหลือบมองเธอ "ไอคิวเกินแปดสิบจริงดิ?"
ยังไม่ทันที่เธอจะโกรธ เขาก็เจอร้านค้าแห่งหนึ่ง ล้วงเอเนอร์จี้บาร์ออกมาจากกระเป๋า ยื่นให้ด้วยรอยยิ้ม "พี่ชาย ผมมาหาคน พนักงานเสมียนของมอร์แกนกรุ๊ปคนหนึ่ง เมื่อวานโดนซ้อมที่แถวนี้ เคยได้ยินไหม?"
ชายวัยกลางคนที่เฝ้าร้านชะงัก รีบยัดเอเนอร์จี้บาร์เข้าอก ชี้มือส่งๆ "งั้นคุณมาถูกที่แล้ว เรื่องในถนนเส้นนี้ผมรู้หมด! เห็นทางนั้นไหม? เดินสุดทางแล้วเลี้ยวขวา เขากำลังเถียงกับคนอยู่เลย"
ลู่ปู้เอ้อร์ยิ้ม หันไปส่งสายตาให้หญิงสาว แล้วเดินอาดๆ ออกไป
โรสมารีขมวดคิ้ว จู่ๆ ก็พบว่าเด็กหนุ่มคนนี้ตั้งแต่เข้ามาในย่านนี้ ก็เหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน วางมาดนักเลง
ดูกลมกลืนกับที่นี่สุดๆ
"ท่านคะ ดูเข้าท่าดี เป็นต้นกล้าที่ดีค่ะ"
โรสมารีรายงานผ่านไมโครโฟนจิ๋ว "แต่เขาเป็นแค่พยาน ให้หลักฐานแล้วก็จบ ทำไมต้องให้เขามาช่วยสืบด้วย? เขามีประโยชน์อะไร?"
เสียงดามอนเข็นรถเข็นดังมาจากหูฟัง หลงเชวี่ยตอบเรียบๆ "ภูมิหลังของไอ้หนูคนนี้ไม่ธรรมดา พ่อแม่เขาบิ๊กบึ้ม บางทีเขาอาจจะรู้อะไรบ้างก็ได้"
.
.
ใต้แสงตะเกียงน้ำมันเก่าๆ คนสองกลุ่มกำลังประจันหน้ากันหน้าร้านแผงลอย
"ไม่ได้ วันนี้แกต้องคืนตั๋วแต้มผลงานที่เหลือมาให้ฉัน แกก็รู้ว่าเงินนี้เป็นของใคร? ฉันเป็นแค่คนกลาง ไปแหยมกับทหารในกองทัพ พ่อค้าคนกลางตัวเล็กๆ อย่างแก ตายไม่รู้ตัวแน่!" เหล่าจางหน้าบวมปูด นั่งอยู่บนเก้าอี้
ข้างกายเขามีกลุ่มเด็กแว้นถือท่อเหล็กยืนอยู่กลุ่มหนึ่ง
เขาจ้างมา
ฝ่ายตรงข้ามคือลูกพี่หัวล้านหน้าตาโหดเหี้ยม ฉายา งูหัวโต
ลูกน้องเขาก็เป็นพวกนักเลงสักลายเต็มตัว ยืนถูไม้ถูมือ
"ตั๋วแต้มผลงานอะไร? ก็ราคานั้นไม่ใช่เหรอ? ของที่แกอยากได้ ฉันก็ให้ไปแล้ว ที่เหลือเป็นค่าเหนื่อยของฉัน ทุกคนทำงานเสี่ยงหัวขาด ไม่ง่ายนะเว้ย"
งูหัวโตแสยะยิ้ม "อย่ามาอ้างทหารเลย พวกนั้นติดอยู่แนวหน้าออกมาไม่ได้หรอก จะถ่อมาจัดการฉันเพื่อแกเหรอ? แกเรียกมาสิ? ถ้าเขามาได้ วันนี้ฉันจะมุดหัวเข้าตูดตัวเองให้ดู!"
"แกพูดอะไรนะ?"
เหล่าจางโกรธจัด ลุกขึ้นยืนประจันหน้า
"คืนเงิน!"
"เงินอะไร? ไม่รู้"
"วันนี้แกต้องคืน!"
"แม่*เอ๊ย ให้หน้าแล้วไม่เอาใช่ไหม?"
เสลดก้อนโต ถ่มใส่หน้าเหล่าจาง
เหล่าจางโกรธจนตัวสั่น แต่ไม่กล้าสั่งลูกน้องลุย
เพราะเงินที่เขาจ่าย จ้างมาแค่ยืนคุมเชิง
ถ้าจะให้ตีกัน ต้องจ่ายเพิ่ม
งูหัวโตก็ดูออกว่าไอ้นี่ดีแต่ปาก กระชากคอเสื้อแสยะยิ้ม "กล้ามาซ่าในถิ่นฉัน สงสัยคราวที่แล้วยังไม่เข็ดสินะ!"
สิ้นเสียงสั่ง ลูกน้องเขาก็กรูกันเข้ามา
เหล่าจางเห็นกำปั้นเท่าหม้อข้าวจะทุบลงมา ก็รู้ว่าวันนี้เละแน่ รีบหลับตาปี๋ ทันใดนั้นเสียงลมแผ่วเบาก็ดังขึ้นข้างหู
แปะ กำปั้นของงูหัวโตถูกรับไว้
"เหล่าจาง"
ลู่ปู้เอ้อร์ยิ้ม "สวัสดีตอนบ่าย"
เหล่าจางลืมตา อึ้งไปเลย
ลู่ปู้เอ้อร์ออกแรงที่มือขวา เสียงร้องเหมือนหมูถูกเชือดก็ดังลั่น
งูหัวโตก็เป็นพรสวรรค์ระดับกลาง แม้จะยังไม่เชี่ยวชาญจังหวะศักดิ์สิทธิ์ แต่ในหมู่คนธรรมดาก็ถือว่าเก่งมาก แต่วินาทีนี้กำปั้นของเขากลับถูกบีบจนแตกละเอียด!
เขาทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น ลูกน้องเห็นท่าไม่ดีคว้าอาวุธจะลุย
แต่ทันใดนั้น งูหัวโตก็คำรามลั่น "บังอาจ!"
ลูกน้องรีบชะงัก มองหน้ากันเลิ่กลั่ก
งูหัวโตไม่ใช่คนโง่ อีกฝ่ายเป็นผู้วิวัฒนาการชัดๆ แถมเก่งมากด้วย
ที่สำคัญที่สุด ตอนที่ลู่ปู้เอ้อร์บีบกำปั้นเขาแตก ยังล้วงปืนลูกโม่กระบอกหนึ่งออกมาจากกระเป๋า หมุนโม่เล่นเบาๆ แล้วเอาปากกระบอกปืนจ่อกบาลเขา
งูหัวโตเป็นคนกว้างขวาง ดูออกว่าเป็นของกองทัพ
คนที่กล้าใช้ของกองทัพในที่สาธารณะ มีอยู่ประเภทเดียว
"คุณทหาร! คุณทหาร!"
งูหัวโตเหงื่อแตกพลั่ก "เข้าใจผิด เข้าใจผิดกันหมด"
"ไหนบอกว่าฉันมาไม่ได้ไง? ฉันมาแล้วนี่"
ลู่ปู้เอ้อร์ลากเก้าอี้มานั่ง ยิ้มพูดว่า "ว่าไง? โชว์หน่อยสิ มุดหัวเข้าตูดตัวเอง ฉันรอปูเสื่อดูอยู่นะ"
โรสมารีหลุดขำพรืด ลูกน้องที่ไม่เคยเห็นผู้หญิงสวยๆ ยืนมองตาค้าง
ที่แท้ไอ้ที่เขาเรียกอภิสิทธิ์ของพรสวรรค์ระดับสูงมันเป็นแบบนี้นี่เอง ไม่ใช่แค่ความต่างของฝีมือ แต่ยังมีสถานะที่ข่มกันตามธรรมชาติ เบื้องหลังเขาคือกองทัพ คือสมาพันธ์
พวกนักเลงกระจอกเจอเข้า ก็เหมือนเจอพญายม
แน่นอน ถ้างูหัวโตรรู้ว่า ข้างๆ ยังมีตุลาการยืนอยู่อีกคน
อืม อาจจะฉี่ราดกางเกง
งูหัวโตหน้าเขียว รีบพูดว่า "คุณทหารอย่าล้อผมเล่นเลย ถ้าผมโชว์จริง คุณกับแฟนคุณคงอ้วกแตกพอดี อาซื่อ! พวกมึงยืนบื้อทำไม! รีบเอาเงินมา! เอามาเยอะๆ ชดเชยให้คุณทหารเขาหน่อย!"
เขาสั่นเทาพูดว่า "คุณทหารแตะตัวผมต้องล้างมือใช่ไหม? รีบเอาค่าล้างมือมาให้เขา! แล้วก็คุณจาง ค่ารักษาพยาบาลค่าทำขวัญ เร็วๆๆๆ!"
เขาแทบจะตะโกนออกมา
ในฐานะคนในตลาดมืด เขาเขี้ยวลากดิน
เมื่อทหารมาถึงจริงๆ เขาไม่มีทางชนได้
ทางเดียวคือตัดแขนรักษาชีวิต จ่ายเงินจบเรื่อง
ไม่งั้น ด้วยวีรกรรมชั่วๆ ที่เขาเคยทำ โดนยิงเป้าคาที่ยังถือว่าโทษเบา
เหล่าจางตกใจจริงๆ เขารู้ว่าพรสวรรค์ระดับสูงมีอภิสิทธิ์ แต่ไม่นึกว่าจะขนาดนี้ ลูกน้องพวกนั้นแทบจะขนตั๋วแต้มผลงานในตู้เซฟออกมาหมด
รวมแล้วสามพันสี่ตั๋วแต้มผลงาน ต้องบอกว่าวงการนี้กำไรดีจริงๆ
"เสี่ยวลู่ นายมาได้ไง?"
เหล่าจางรับปึกตั๋วแต้มผลงานมา ยื่นให้เขาโดยไม่คิด
ลู่ปู้เอ้อร์ดึงตั๋วแต้มผลงานใบละห้าร้อยออกมาใบเดียว ที่เหลือคืนให้หมด "อ้อ ไม่มีอะไร มาเป็นเพื่อนลูกสาวสืบเรื่องนิดหน่อย แวะมาเยี่ยมนายด้วย เงินพวกนี้นายเก็บไว้เถอะ วันหลังได้ใบอนุญาตประกอบการแล้วไปทำธุรกิจ ฉันเชื่อฝีมือนาย"
โรสมารีโกรธจัด "ไอ้เด็กบ้า นายพูดว่าอะไรนะ?"
เหล่าจางแสดงสีหน้าซาบซึ้งใจชัดเจน จริงๆ ตอนลาจากกันที่วิหาร เขาคิดว่าชาตินี้คงไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับเด็กหนุ่มคนนี้อีกแล้ว
ไม่นึกว่าอีกฝ่ายยังระลึกถึง
ลู่ปู้เอ้อร์ทำแบบนี้มีเหตุผล
อย่างแรก ตอนเหล่าจางอยู่ที่โบสถ์เมืองเฟิงเฉิง เคยช่วยเหลือเขา
อย่างที่สอง เหล่าจางก็เป็นคนเก่ง สามารถใช้เงินต่อเงินได้
การเลื่อนขั้นในอนาคตต้องใช้ทรัพยากรมหาศาล
เหล่าจางอาจจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้เขาได้บ้าง
ถือเป็นการลงทุน
งูหัวโตกุมมือที่แตกละเอียด เจ็บจนจะตาเหลือกอยู่แล้ว ลูกน้องรีบเข้ามาช่วยปฐมพยาบาล แต่เพราะไม่รู้อะไรเลยยิ่งทำยิ่งเจ็บ
ตอนนี้เขาหวังแค่ให้คุณทหารรีบไป ไปให้ไกลที่สุด
อย่ากลับมาอีก
เห็นเขาเป็นตด ปล่อยไปเถอะ
"คนนี้ รู้จักไหม?"
ลู่ปู้เอ้อร์ล้วงรูปถ่ายใบหนึ่งออกมา
ในรูปคือรูปเก่าของบารอน
"คนคนนี้น่าจะอยู่ในย่านใต้ดิน"
โรสมารีกอดอก "แจ้งเบาะแส มีรางวัลเป็นแต้มผลงาน"
เหล่าจางพาคนมาดูละเอียด ส่ายหน้า
ไม่เคยเห็น
งูหัวโตก็เห็นรูปนั้น คิดอยู่ครู่หนึ่ง หน้าเปลี่ยนสี "คุณทหาร! คุณทหาร! ผมรู้จักครับ คนคนนี้ผมจำชื่อไม่ได้ แต่ครึ่งเดือนก่อนเขามาหางานที่นี่ ตอนนี้เป็นภารโรงอยู่ที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหนึ่ง!"
ลู่ปู้เอ้อร์อึ้ง
โรสมารีก้าวเข้าไป เหยียบไหล่เจ้านั่น
"แน่ใจนะ?"
งูหัวโตเจ็บจนตัวสั่นอีกรอบ แต่กัดฟันพูดว่า "แน่ใจครับ ไม่ผิดแน่นอน เพราะตอนนั้นเจ้านั่นพาเด็กมาด้วยหลายคน คนจำได้แม่น!"
โรสมารีหันมา ยิ้มว่า "จัดการพวกปลายแถวไม่ยาก แต่ถ้าพวกบารอนมีปัญหา นายระวังตัวหน่อย ให้ฉันจัดการเอง นายยังเด็ก อย่าซ่า"
ลู่ปู้เอ้อร์เลิกคิ้ว "ดูถูกใครวะ?"
เสียงหนึ่งดังขึ้นในหูฟังพวกเขา
"เตรียมตัว ปิดประตูตีแมว"
.
.
สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าในย่านใต้ดิน จริงๆ เหมือนศูนย์พักพิงมากกว่า
ลานเล็กๆ เก่าทรุดโทรมล้อมรอบด้วยรั้วเหล็ก เต็มไปด้วยขยะและของเก่าที่เก็บมาได้ บ้านแถวไม้ล้วนก็เก่ามากแล้ว หลังคาทะลุเป็นรูโหว่หลายจุด เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องฝนตกก็พออยู่ได้
เด็กผอมแห้งนั่งยองๆ คัดแยกขยะบนพื้น พวกเขาอายุไม่มากแต่เชื่อฟังผิดปกติ ไม่ส่งเสียงดัง
"เด็กๆ กินข้าวได้ พักผ่อนหน่อยเถอะ" ชายหนุ่มชุดเทาเดินออกมาจากบ้าน แจกขนมปังให้เด็กทุกคน
"ขอบคุณพี่ชาย! พี่ชายใจดีจัง!" เด็กๆ ดีใจที่ได้กินขนมปัง กระโดดโลดเต้นไปกินมื้อเที่ยงที่มุมห้อง
ชายหนุ่มคาบขนมปังไว้ครึ่งก้อน นั่งยองๆ ทำงานที่เด็กๆ ทำค้างไว้ นับดูว่าขยะพวกนี้ขายร้านรับซื้อของเก่าได้กี่ตังค์
แปะ
เหมือนมีอะไรหล่นลงมาจากหลังคา
ชายหนุ่มเงยหน้า ถอนหายใจ "หลังคาถล่มอีกแล้วเหรอ? ถ้าหล่นใส่คนจะทำยังไง?"
อยู่ในบ้านพังๆ แบบนี้เลี่ยงไม่ได้ที่จะเจอเรื่องแบบนี้ เขาลุกขึ้นเตรียมจะไปซ่อมแซม แต่เดินไปได้สองก้าว หลังหัวก็สัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบ
"บารอน มัวร์?"
โรสมารีเอาปืนลูกโม่จ่อท้ายทอยเขา เธอมาสังเกตการณ์ที่นี่อยู่นานแล้ว มั่นใจว่าเป็นสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าซอมซ่อจริงๆ ถึงเลือกใช้วิธีนี้ปรากฏตัว
ไม่งั้นคงพังประตูเข้าไปแล้ว
บารอนหันหลังให้เธอ ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย
"คุณเป็นใคร?"
เขายกมือขึ้นอย่างรู้งาน มือสั่นระริก
เด็กๆ ตกใจ ลุกขึ้นยืนกันหมด
บนหลังคาผุพัง ลู่ปู้เอ้อร์ลุกขึ้นยืนเงียบๆ พิจารณาสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้
เด็กๆ ก็เงยหน้ามองเขา
พอลู่ปู้เอ้อร์เห็นสายตาพวกเด็กๆ ก็ชะงัก
สายตาแบบนั้นมันดำมืดเกินไป
ไม่เหมือนสายตาที่เด็กจะมีได้เลย
"สำนักงานกำกับดูแลความผิดปกติ ตุลาการอาวุโสโรสมารี"
โรสมารีพูดเสียงเย็น "จอห์น มัวร์ หรือก็คือพ่อบุญธรรมของคุณ ก่อคดีฆาตกรรมประติมากรรมมนุษย์เขตตะวันออก จากนั้นเข้าร่วมลัทธินอกรีต ก่อคดีอาชญากรรมมากมาย คุณเป็นญาติสนิทไม่กี่คนของเขา เราต้องการให้คุณให้เบาะแส"
ชื่อเสียงอันน่ากลัวของสำนักงานกำกับดูแลความผิดปกติ ไม่มีใครไม่รู้จัก
บารอนตกใจจนแทบยืนไม่อยู่
"หลังคดีฆาตกรรมเขตตะวันออก เราก็ไม่เจอกันอีกเลย"
เขายังคงยกมือค้างไว้ พูดอย่างหวาดกลัว "พ่อบุญธรรมผมเป็นบ้า แต่ไม่เกี่ยวกับพวกเรา ตอนนั้นเขาอายุขัยใกล้หมด ไม่รู้ไปฟังใครเป่าหู หันไปนับถือลัทธิน่ากลัว กลายเป็นคนไม่เห็นแก่หน้าอินทร์หน้าพรหม... พี่ชายผมทุกคน ถูกเขาฆ่าตายหมด"
เขาดูเหมือนจะกลัวสุดขีด เสียงสั่นเครือ
"เหรอ?"
โรสมารีพูดเสียงเย็น "แล้วทำไมคุณต้องเปลี่ยนชื่อแซ่มาหลบซ่อนตัวที่ย่านใต้ดิน?"
"เพราะพี่ซาช่าบอกผมว่า พ่อบุญธรรมทำเรื่องน่ากลัวมาก อาจจะมีคนมาแก้แค้นพวกเรา"
"พี่ชายคุณน่าจะตายแล้ว คุณไม่รู้เหรอ?"
"คุณว่าอะไรนะ?"
"ฉันบอกว่าเขาตายแล้ว มีคนกำลังไล่ล่าเขาจริงๆ ถ้าคุณไม่ให้ความร่วมมือ รายต่อไปก็น่าจะเป็นคุณ"
ตัวบารอนแข็งทื่อ เสียงสั่น "พวกเราไม่รู้อะไรเลย ช่วงนี้ผมพาเด็กๆ ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ตลอด เรื่องน่ากลัวพวกนั้น ไม่เกี่ยวกับเรา!"
โรสมารีขมวดคิ้ว เหลือบมองเด็กๆ ในลาน "ตอนหนียังพาเด็กมาด้วย?"
บารอนพูดอย่างจริงใจ "เด็กพวกนี้พ่อบุญธรรมผมเตรียมจะรับเลี้ยง ผมรู้ตัวว่าเขาไม่ปกติ เลยตัดสินใจพาเด็กๆ แอบหนีออกมา กันไว้ก่อน"
"งั้นเหรอ?"
โรสมารีมองดูสถาพทรุดโทรมของลานบ้าน ลดปืนลงเงียบๆ หยิบกุญแจมือออกมา "ไม่ว่าจะยังไง คุณต้องไปกับฉัน ฉันต้องยืนยันว่าคุณรู้อะไรเกี่ยวกับพ่อบุญธรรมบ้าง... ส่วนเด็กๆ ฉันจะหาทางดูแลให้"
บารอนดูไม่เหมือนคนอันตราย เขาแค่กลัวโดนฆ่าปิดปาก เลยพาเด็กๆ มาซ่อนตัวที่นี่
ชีวิตที่นี่ลำบาก อยากรอดต้องทนทุกข์
"พี่สาว กินขนมปังไหม?"
เด็กๆ เข้ามามุง ถามอย่างน่ารัก
โรสมารีใจอ่อน ยื่นมือไปลูบหัวพวกเขา
ทันใดนั้น ลู่ปู้เอ้อร์เห็นมือของพวกเขาชัดเจน ร้องเสียงหลง
"ระวัง พวกมันไม่ใช่เด็ก!"
ที่มั่นใจขนาดนี้ เพราะมือของเด็กๆ เต็มไปด้วยหนังด้าน เหมือนคนงานที่ทำงานหนักมาหลายสิบปี
เด็กตัวแค่นี้ไม่มีทางมีหนังด้านหนาขนาดนี้
แถมสายตาพวกเขามืดมนมาก
นั่นมัน... สายตาผู้ใหญ่!
โรสมารีตกใจ เพราะเด็กที่อยู่หน้าสุดเงยหน้าขึ้น สีหน้าเปลี่ยนเป็นดุร้ายน่ากลัวทันที ชกเข้าที่ท้องน้อยนุ่มนิ่มของเธอ ต่อยเธอปลิว!
เด็กที่เหลือกรูกันเข้ามา ล้วงมีดสั้นออกมาจากแขนเสื้อ
พวกนี้ไม่ใช่เด็ก
แต่เป็นคนแคระ!
บารอนก็หันขวับ พุ่งใส่หญิงสาวราวกระทิงเปลี่ยว
ชั่วพริบตาเดียว สสารมืดที่ฝ่ามือขวาของลู่ปู้เอ้อร์ก็เต้นตุบๆ
เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของสสารมืด
มาจากตัวบารอนนี่เอง!
ที่แท้ในตัวมนุษย์ก็มีสสารมืดได้ด้วย!
(จบแล้ว)