- หน้าแรก
- ภรรยาผมเป็นนางเซียน ที่โคตรป่วน
- บทที่ 14 นั่งซ้อนท้ายเจ้าลาไฟฟ้าหัวเราะร่า
บทที่ 14 นั่งซ้อนท้ายเจ้าลาไฟฟ้าหัวเราะร่า
บทที่ 14 นั่งซ้อนท้ายเจ้าลาไฟฟ้าหัวเราะร่า
บทที่ 14 นั่งซ้อนท้ายเจ้าลาไฟฟ้าหัวเราะร่า
"รสชาติเป็นยังไงบ้างครับ?"
เจียงเฉียวถามอย่างประหม่า สงสัยว่านางเซียนผู้ดูเหมือนจะดำรงชีพด้วยน้ำค้างและอากาศบริสุทธิ์จะคุ้นเคยกับอาหารสมัยใหม่หรือไม่
ไป๋เยว่หลิงทำหน้านิ่งไร้อารมณ์ ในแง่ของเนื้อสัมผัส มันละเอียดและนุ่มนวล ของเหลวไม่ทราบชนิดที่สอดไส้อยู่ข้างในก็มีกลิ่นนมหอมเข้มข้น
ทว่า นางไม่สามารถดูดซับพลังปราณใดๆ จากมันได้เลย วัตถุดิบนั้นด้อยกว่าข้าวที่รดด้วยน้ำพุวิญญาณอย่างเทียบกันไม่ติด และรสชาติก็ไม่อาจเทียบเคียงกับของวิเศษหรือผลไม้ทิพย์ได้
แต่หากมองในมุมของมนุษย์ปุถุชน ก็ถือว่าเป็นอาหารรสเลิศที่พอใช้ได้
"ก็ไม่เลว"
นางจิบน้ำนมอีกคำเล็กๆ คิ้วขมวดมุ่น ก่อนจะฝืนกลืนลงไป
"นมไม่อร่อยเหรอครับ?"
เจียงเฉียวครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า "กาลครั้งหนึ่งเคยมีจอมราชันผู้หนึ่ง ต่อสู้สยบเก้าสวรรค์สิบพิภพ ครอบครองความเป็นใหญ่ทุกยุคสมัย ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยอ้างคำว่าไร้เทียมทานต่อหน้าเขา แต่สมัยตอนที่เขายังเด็ก สิ่งที่เขาชอบดื่มที่สุดคือน้ำนมสัตว์อสูรนี่แหละ"
คิ้วของเซียนสกุลไป๋เลิกขึ้นสูง ไฉนตนนางถึงไม่เคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของจอมราชันผู้นี้มาก่อน?
"กลิ่นคาวมันแรง รสชาติจืดชืด แต่ถ้าชินแล้วก็พอไหว"
ถือซะว่ามาสัมผัสความยากลำบากในโลกมนุษย์ก็แล้วกัน
เจียงเฉียวพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง "สมัยนี้พ่อค้าหน้าเลือดมีเยอะเกินไป ปากบอกไม่ลืมปณิธานเดิม แต่พอตรวจสอบดู ปริมาณโปรตีนมีแต่น้อยลงๆ ส่วนน้ำเปล่าผสมมาเยอะขึ้นเรื่อยๆ"
"โปรตีน?"
"คุณเข้าใจง่ายๆ ว่ามันคือสารอาหารก็ได้ครับ"
ไป๋เยว่หลิงกินขนมปังสอดไส้ครีมแกล้มกับนมทีละนิด แต่เจียงเฉียวเห็นใบหน้าที่ยับยู่ยี่ของนางแล้วก็นึกขำ
มันกินยากขนาดนั้นเลยเชียว?
ขณะที่เขากำลังจะปิดร้าน จู่ๆ นักท่องเที่ยวที่ขึ้นเขามาเยี่ยมชมหินนางฟ้าก็เดินเข้ามาซื้อของ พอเขาเห็นไป๋เยว่หลิง ก็คิดว่าตัวเองได้เห็นนางเซียนลงมาจุติยังโลกมนุษย์จริงๆ ถึงกับยืนตะลึงตาค้างอยู่นาน
เซียนสกุลไป๋ขมวดคิ้ว ก่อนจะเดินอ้อมเคาน์เตอร์มายืนข้างเจียงเฉียว
ตอนนี้ปราณแห่งความโกลาหลไม่ได้ปกคลุมร่างนางแล้ว ใครๆ ก็สามารถมองเห็นรูปลักษณ์ของนางได้ สายตาที่จ้องมองมาอย่างไม่ปิดบังเช่นนี้ทำให้นางรู้สึกอึดอัดมาก
"อะแฮ่ม เพื่อนครับ มาได้จังหวะพอดี ผมกำลังจะปิดร้าน จะรับอะไรครับ รีบหน่อยนะ" เจียงเฉียวเร่ง
"อ้อ... อ้อๆ เอาเป๊ปซี่ขวดนึงครับ" ชายคนนั้นได้สติ สีหน้าดูเขินอาย
แม่เจ้าโว้ย บนยอดเขานางฟ้ามีนางฟ้าอยู่จริงๆ ด้วย เขารู้สึกเหมือนเพิ่งจะตกหลุมรัก แต่ก็อกหักในทันที ดูเหมือนนางฟ้าจะมีแฟนแล้ว
"เฟยซิ่นเพย์ รับเงิน 4 หยวน"
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นในร้าน นักท่องเที่ยวเดินคอตกออกไป แล้วบิดฝาขวด น้ำอัดลมพุ่งกระจายใส่เต็มหน้า
เจียงเฉียวหันขวับไปมองไป๋เยว่หลิงด้วยสีหน้าจริงจัง "คุณก่อเรื่องแล้วนะ"
"???"
"พวกผู้บำเพ็ญเพียรอย่างพวกคุณชอบพูดเรื่องเหตุและผลไม่ใช่เหรอ? คุณสวยเกินไป รัศมีโดดเด่นไม่เหมือนใคร เขาเห็นคุณแล้วเสียอาการ จนสุดท้ายโดนน้ำอัดลมพุ่งใส่หน้า สรุปแล้ว ความผิดอยู่ที่คุณนั่นแหละ"
เซียนสกุลไป๋ครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา "ถ้าเช่นนั้น เจ้าคือต้นเหตุแห่งความผิดพลาด"
"???"
"หากเจ้าไม่พาข้ามา ข้าก็คงไม่อยู่ที่นี่ และเขาก็คงไม่เห็นข้า"
เจียงเฉียวเบิกตากว้าง นี่คุณกำลังเล่นมุกตุ๊กตารัสเซียซ้อนตรรกะกันไม่จบไม่สิ้นอยู่หรือไง?
เมื่อเห็นท่าทางลนลานของเขา ไป๋เยว่หลิงกลับรู้สึกอารมณ์ดีอย่างบอกไม่ถูก
เจียงเฉียวพลันตระหนักได้ว่า ขืนพาเธอเข้าเมืองไปสภาพนี้ อัตราการเหลียวหลังมองของผู้คนคงพุ่งถึง 100% แน่
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วรีบหาผ้าคลุมหน้ามาให้นางสวม แต่ลักษณะที่ปิดบังใบหน้าแบบกึ่งเปิดกึ่งปิด เหมือนสาวงามซ่อนหน้าหลังผีผานั้น กลับยิ่งขับเน้นความไม่ธรรมดาของนางให้โดดเด่นขึ้นไปอีก
นี่เป็นเครื่องพิสูจน์สัจธรรมข้อหนึ่งที่ว่า ต่อให้นางเซียนตกสวรรค์ลงมายังโลกมนุษย์ กลิ่นอายความสูงส่งนั้นก็ไม่อาจปิดซ่อนได้
"ช่างเถอะๆ ผมไม่สนแล้ว ออกไปทั้งอย่างนี้แหละ จะมัวแต่หลบอยู่ในบ้านไม่ได้ ยังไงก็ต้องออกไปเปิดหูเปิดตาดูโลกภายนอกบ้าง"
เจียงเฉียวปิดประตูร้าน และแขวนป้าย "วันนี้หยุด"
ไป๋เยว่หลิงจ้องมองโครงเหล็กสองล้อที่เขาเข็นออกมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นเต็มใบหน้า "นี่คือสิ่งที่เรียกว่า 'รถยนต์' รึ?"
"นี่คือรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าครับ หรือเรียกเล่นๆ ว่า 'เจ้าลาไฟฟ้า' เป็นหนึ่งในพาหนะสมัยใหม่ ข้อดีคือราคาถูก ชาร์จไฟง่าย เป็นขวัญใจของชาวบ้านตาดำๆ"
เจียงเฉียวขึ้นคร่อม เสียบกุญแจสตาร์ตเครื่อง แล้วขับวนรอบลานหน้าร้านให้นางดูสาธิต
ไป๋เยว่หลิงรู้สึกว่ามันน่าสนใจมาก มอเตอร์ไซค์คันนี้ไม่ต้องใช้หินวิญญาณก็วิ่งเองได้ ความเร็วก็ไม่ช้า น้ำหนักเบา คล่องตัว ทั้งเลี้ยว เร่งความเร็ว และเบรกกะทันหัน ใช้คนควบคุมแค่คนเดียว สะดวกสบายยิ่งนัก
แม้ความเร็วจะเทียบไม่ได้กับการขี่กระบี่บินของผู้บำเพ็ญเพียร แต่ก็ล้ำหน้ากว่ารถม้าของมนุษย์ทั่วไปมากโข
ดวงตาอันเฉียบคมของนางมองทะลุโครงสร้างภายในทันที ชิ้นส่วนกลไกซับซ้อนมากมาย และท่อพิเศษเหล่านั้นเปรียบเสมือนเส้นชีพจรที่ลำเลียงสิ่งที่เรียกว่ากระแสไฟฟ้าไปยังแกนกลางเพื่อสร้างพลังงานขับเคลื่อน
ผู้ที่ประดิษฐ์สิ่งนี้ขึ้นมา ช่างมีปัญญาเฉลียวฉลาด ทักษะฝีมือวิจิตรพิสดารราวกับธรรมชาติรังสรรค์
ภูมิปัญญาของมนุษย์ในโลกนี้ช่างน่าทึ่งจริงๆ
เจียงเฉียวขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามาจอดตรงหน้านาง แล้วตบเบาะคนซ้อน "เข้าเมืองระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร เดี๋ยวผมไปส่ง"
ไป๋เยว่หลิงก้มมอง เบาะหลังไม่ได้ใหญ่มาก หากนั่งลงไป ร่างกายคงต้องชิดใกล้กันอย่างเลี่ยงไม่ได้
"ไม่ต้องหรอก"
เซียนสกุลไป๋คิดครู่หนึ่งแล้วกล่าวอย่างจริงจัง "ข้าตามความเร็วเจ้าทัน"
เจียงเฉียวเลิกคิ้ว "คุณจะตามทันได้ยังไง?"
"ความเร็วเจ้าไม่ได้สูงมาก แม้ตอนนี้ข้าจะเหาะไม่ได้ แต่ถ้าแค่วิ่ง ข้ามั่นใจว่าตามทันแน่นอน"
ได้ยินดังนั้น ใบหน้าของเจียงเฉียวก็มืดครึ้มลงทันที ภาพเหตุการณ์หนึ่งผุดขึ้นในหัว
—เขาขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าบิดหมดปลอกอยู่บนถนน โดยมีหญิงสาวที่ดูงดงามราวเทพธิดาวิ่งสปีดนรกไล่กวดอยู่ข้างหลัง
ความเร็วระดับนั้นคงทำลายขีดจำกัดทางกายภาพของมนุษย์ในปัจจุบันไปไกลโข และต้องถูกถ่ายคลิปลงเน็ตแน่นอน เขาคาดว่าไม่เกินบ่ายนี้ ตำรวจคงมาเคาะประตูบ้าน
"คุณอยากเปิดเผยตัวตนขนาดนั้นเชียว? การที่คนวิ่งเร็วกว่ารถถือเป็นเรื่องประหลาดโลกแตกเลยนะ แล้วบนถนนก็ไม่ได้มีแค่เราสองคน คนอื่นเห็นกันเพียบ" เจียงเฉียวบ่นอุบ
ไป๋เยว่หลิงเงียบกริบ ไม่ใช่ว่านางไม่อยากนั่ง แต่พอต้องใกล้ชิดกับคนอื่น นางรู้สึกต่อต้านในใจ
"ตอนนี้ผมมีแต่มอเตอร์ไซค์คันเล็กนี่แหละ ไว้รวยเมื่อไหร่ค่อยคิดเรื่องซื้อรถสี่ล้อ เพราะงั้นจะเข้าเมืองไหมก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้ว ถ้าไม่ไป ผมจะได้ไม่ต้องเสี่ยงโดนพี่ตำรวจจับข้อหาซ้อนท้ายผิดกฎจราจรด้วย"
ไป๋เยว่หลิงกัดฟัน ต่อสู้กับความคิดตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็ยอมยกขาเรียวขึ้นนั่งซ้อนท้าย ทว่านางเอนตัวไปข้างหลังและแขม่วท้องอย่างสุดชีวิต รักษาระยะห่างจากแผ่นหลังของเขาประมาณหนึ่งฝ่ามือ
"ห้ามโดนตัวข้านะ ไม่งั้นข้าจะช็อตเจ้าให้เกรียม!" นางขู่พลางหรี่ตาลง
เจียงเฉียวสะดุ้งโหยง ร้องลั่น "พี่สาวนางฟ้า อย่าทำเป็นเล่นไป! ไอ้นี่มันระเบิดได้นะครับ!"
นางแค่นเสียงเบาๆ แล้วสะบัดหน้าหนีอย่างเย็นชา "งั้นกลับถึงบ้านเมื่อไหร่ข้าค่อยช็อตเจ้า!"
เจียงเฉียวหน้ากระตุกยิกๆ
"พร้อมหรือยัง?"
"อืม..."
"งั้นผมออกรถนะ"
เจียงเฉียวบิดคันเร่ง เจ้าลาไฟฟ้าร้องครางอย่างร่าเริง ก่อนจะค่อยๆ เพิ่มความเร็วแล่นลงไปตามถนนภูเขา
เมื่อผ่านหินนางฟ้า ไป๋เยว่หลิงเห็นคนที่มาซื้อเป๊ปซี่เมื่อครู่นี้กำลังคุกเข่าอยู่หน้าเทวรูป โขกศีรษะภาวนา
"เขาทำอะไรน่ะ?"
"กราบไหว้นางฟ้า ก็คงขอพร หวังจะได้เมียสักคนนั่นแหละ"
"ไหนเจ้าบอกว่าโลกนี้ไม่มีผู้บำเพ็ญเพียรไง?"
"เรื่องหลอกเด็กน่ะ คนโบราณแต่งเรื่องขึ้นมาทั้งนั้น นอกจากคุณแล้ว ในโลกนี้ไม่มีนางฟ้าหรอก"
ลูกค้าหนุ่มผู้กำลังสวดภาวนา เมื่อเงยหน้าขึ้นเห็นนางฟ้าคนนั้นนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าผ่านไป จู่ๆ หัวใจก็ยิ่งแตกสลายยับเยินกว่าเดิม
ทำไมขนาดคนแบบนี้ยังหาแฟนได้?
หรือว่ารถ BMW ของเขา จะสู้เจ้าลาไฟฟ้าไม่ได้กันนะ?