- หน้าแรก
- ภรรยาผมเป็นนางเซียน ที่โคตรป่วน
- บทที่ 13: ขอกินด้วยคนสิ
บทที่ 13: ขอกินด้วยคนสิ
บทที่ 13: ขอกินด้วยคนสิ
บทที่ 13: ขอกินด้วยคนสิ
ระหว่างที่ไป๋เยว่หลิงกำลังอาบน้ำ เจียงเฉียวก็แอบย่องกลับเข้าห้องตัวเองพร้อมกับชุดนางฟ้าในมือ
เสื้อผ้ายังเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน และเครื่องซักผ้าตั้งอยู่ที่ระเบียง เขาคิดว่าผู้หญิงปกติมักใช้เวลาอาบน้ำนาน เมื่อคืนเธอก็ล่อไปกว่าครึ่งชั่วโมง ดังนั้นซักด่วนสิบนาทีก็น่าจะทันถมเถ
ฟังเสียงน้ำไหลซู่ซ่าจากห้องน้ำแล้ว เจียงเฉียวก็โยนชุดนางฟ้าลงเครื่อง เทน้ำยาซักผ้า แล้วกดปุ่มเริ่มทำงาน
เวลาผ่านไปทีละนาที จู่ๆ ประตูห้องน้ำก็เปิดผัวะ เจียงเฉียวชะงักกึก หันขวับไปมองตัวเลขเวลาที่เหลือบนหน้าจอเครื่องซักผ้าอย่างอัตโนมัติ: 6 นาที
ทำไมวันนี้อาบน้ำเร็วจังวะ?
"คุณดูเหมือนยังอาบไม่นานเลยนะ จะอาบต่ออีกหน่อยไหม?" เขาลองหยั่งเชิงถาม
"ไม่จำเป็น กายาแห่งเต๋าของข้าไร้มลทิน อีกอย่าง เมื่อกี้เจ้าเพิ่งบอกว่าจะพาข้าออกไปข้างนอกไม่ใช่รึ?"
เจียงเฉียวสะอึก ที่แท้ก็เรื่องนี้นี่เอง
ไป๋เยว่หลิงเดินเข้ามาอย่างสง่างาม นางเปลี่ยนมาสวมชุดฮั่นฝูที่ดูสูงส่ง กระโปรงนางฟ้าพลิ้วไหว สวมเสื้อคลุมแขนกว้าง ชายผ้าสะบัดไหว รัศมีเซียนแผ่ซ่าน ดูบริสุทธิ์ผุดผ่องไม่แปดเปื้อนโลกีย์
นางมองเครื่องจักรที่กำลังส่งเสียงครืนๆ บนระเบียง แล้วถามด้วยความสงสัย "นี่คือสิ่งใดอีก?"
"เครื่องซักผ้าน่ะครับ โยนเสื้อผ้าสกปรกเข้าไป เทน้ำยาซักผ้า แล้วกดปุ่มนี้ มันก็จะซักให้เองอัตโนมัติ" เจียงเฉียวอธิบาย
ไป๋เยว่หลิงเดาะลิ้นด้วยความทึ่ง
"สำนักต่างๆ บนดาวจื่อเวยที่ศึกษาศาสตร์ค่ายกลกลไกมีมากมาย แต่ไม่มีที่ไหนประดิษฐ์สิ่งของได้แยบคายเท่ามนุษย์ในภพนี้เลย"
เจียงเฉียวยิ้มพลางยื่นไดร์เป่าผมให้นาง "เพราะพวกเราบำเพ็ญเพียรไม่ได้ ก็เลยต้องทุ่มเวลาไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตไงครับ ในสังคมสมัยใหม่ แรงงานเกือบทุกอย่างใช้เครื่องจักรทำแทนได้หมดแล้ว"
ไป๋เยว่หลิงพยักหน้า ถึงอย่างไรมนุษย์ในโลกนี้ก็นับว่าฉลาดปราดเปรื่องยิ่งนัก เมื่อเทียบกันแล้ว มนุษย์บนดาวจื่อเวยก็เหมือนชาวบ้านร้านถิ่นที่ไร้การศึกษา
นางรับไดร์เป่าผมไป เสียบปลั๊ก แล้วยืนเป่าผมหน้ากระจก
ในโลกของนาง มนุษย์ที่บำเพ็ญเพียรไม่ได้ทำได้แค่ใช้ผ้าเช็ดผม แล้วรอให้มันแห้งเองตามธรรมชาติ เจ้าสิ่งประดิษฐ์หน้าตาประหลาดนี่สะดวกสบายจริงๆ
เสียงเครื่องซักผ้าทำงานครืนๆ บนระเบียงหยุดลงกะทันหันพร้อมเสียง "ติ๊ดๆ" ดังขึ้น เจียงเฉียวเหลือบมองนางฟ้าไป๋ที่ยังเป่าผมอยู่ในห้องน้ำ แล้วเตรียมย่องเบาเอาเสื้อผ้ากลับเข้าห้อง
ไป๋เยว่หลิงสัมผัสความชื้นของเส้นผม รู้สึกว่าแห้งพอประมาณแล้ว จึงดึงปลั๊กออก
เจียงเฉียวเพิ่งจะเปิดฝาถัง ก็เห็นไป๋เยว่หลิงเดินถือไดร์เป่าผมออกมา เขาจึงรีบปิดฝาลงทันที จะให้เธอรู้ไม่ได้เด็ดขาดว่าเขาแอบเอาเสื้อผ้าที่เธอทิ้งแล้วมาซัก
"ทำไมเครื่องซักผ้าไม่ขยับแล้วล่ะ? เสียรึ?"
"มะ... มันซักเสร็จแล้วครับ" เจียงเฉียวตอบด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลนเล็กน้อย
"รวดเร็วปานนี้เชียว"
เห็นเจียงเฉียวยืนนิ่งไม่ขยับหน้าเครื่องซักผ้า ไป๋เยว่หลิงก็ขมวดคิ้ว "ทำไมเจ้าไม่เอาผ้าออกมาตาก?"
"ต้องรออีกหน่อยครับ เครื่องซักผ้ามันจะทำความร้อนไล่ความชื้นออกจากเสื้อผ้าอัตโนมัติ" เจียงเฉียวตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"อ้อ..."
"ไดร์เป่าผมนี่วางไว้ในห้องคุณเลยก็ได้ครับ ผมผมสั้น ปกติไม่ค่อยได้ใช้ ใช้เครื่องเป่าลมร้อนในห้องน้ำแป๊บเดียวก็แห้ง"
ไป๋เยว่หลิงพยักหน้าเบาๆ ทันทีที่แผ่นหลังของนางหายวูบเข้าไปในห้อง เจียงเฉียวก็รีบเปิดฝาเครื่องซักผ้า โกยเสื้อผ้าทั้งหมดออกมา แล้ววิ่งจู๊ดเข้าห้องตัวเอง ปิดประตูดังปัง
เขาพิงประตู หัวใจเต้นรัวแรง นึกย้อนเหตุการณ์เมื่อครู่ สรุปได้ว่าเธอไม่น่าจะสังเกตเห็นอะไรผิดปกติ
ยังไงซะ เสื้อผ้าชุดนี้จะเอาไปตากที่ระเบียงไม่ได้เด็ดขาด!
ตอนนี้มันเป็นสมบัติส่วนตัวของเขาแล้ว!
เจียงเฉียวหยิบไม้แขวนเสื้อจากตู้เสื้อผ้า เอาชุดนางฟ้าออกมาแขวนไว้ที่หน้าต่างบานเกล็ด มีทั้งหมดเจ็ดแปดชิ้น ทั้งเสื้อซับใน เสื้อตัวกลาง ชุดคลุมฉวีจวี เสื้อไหมโปร่งบางเบา และกางเกงชั้นใน
เมื่อกี้เขาลองเอากรรไกรตัดดูแล้ว พบว่าตัดไม่เข้าเลยสักนิด แม้จะบางเบาดุจปีกจักจั่น แต่กลับฟันแทงไม่เข้า คุณสมบัติขนาดนี้ กันกระสุนได้สบายๆ ของวิเศษชัดๆ
สมกับเป็นศาสตราวุธเซียน! ของดีขนาดนี้เธอกล้าทิ้งลงถังขยะได้ยังไง?
ดูท่าต่อไปนี้เขาต้องคอยจับตาดูถังขยะที่นางฟ้าไป๋ทิ้งของซะแล้ว เผลอๆ อาจจะมีของวิเศษจากตระกูลเซียนหลุดออกมาอีกก็ได้!
เจียงเฉียวแง้มประตูห้อง แอบแทรกตัวออกมา ทันทีที่ก้าวเท้าพ้นธรณีประตู ก็เจอไป๋เยว่หลิงยืนจ้องเขม็งด้วยสายตาจับผิด "เมื่อกี้เจ้าทำลับๆ ล่อๆ อะไรในห้อง?"
เจียงเฉียวปั้นหน้านิ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นหลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง "ผมเหรอ?"
นางฟ้าไป๋จ้องหน้าเขาอย่างจริงจังอยู่ไม่กี่วินาที "ช่างเถอะ"
"พวกเราจะเข้าเมืองกันเมื่อไหร่?"
เจียงเฉียวดูนาฬิกา เกือบแปดโมงแล้ว เข้าเมืองตอนนี้ร้านรวงน่าจะเปิดพอดี
"กินมื้อเช้าเสร็จแล้วค่อยไปครับ" เขาหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วถามต่อ "คุณจะกินอะไรหน่อยไหม?"
"ผู้บำเพ็ญเพียร..."
"รู้ครับ กินลมดื่มน้ำค้าง ดูดซับปราณทิพย์ ปราณทิพย์ไม่รู้มีไหม แต่ฝุ่น PM2.5 น่ะเพียบ" เจียงเฉียวยักไหล่ คนเดียวอิ่ม ทั้งครอบครัวไม่หิว เลี้ยงง่ายจริงๆ แม่คุณ
"ฝุ่น PM2.5?"
"ตอนนี้เราอยู่บนยอดเขาเฟิงเซียน อากาศยังพอไหว เดี๋ยวเข้าเมืองไปคุณก็รู้เอง"
เจียงเฉียวเดินลงไปชั้นล่าง หยิบแซนด์วิชจากชั้นวาง แล้วชงชานมเซียงเพียวเพียว (Xiang Piaopiao) ให้ตัวเองแก้วหนึ่ง อาหารเช้าคนขี้เกียจ ง่ายๆ แค่นี้แหละ
เขากัดแซนด์วิชคำหนึ่งแล้วพูดเสียงอู้อี้ "แต่ว่านะ ในเมื่อคุณตั้งใจจะกลมกลืนกับโลกของเรา เป็นมนุษย์ปุถุชนคนธรรมดา คุณก็ควรลืมฐานะนางฟ้าไปซะ ลองสัมผัสชีวิตแบบมนุษย์ ลิ้มรสสุขทุกข์ เรียนรู้ปัจจัยสี่ดูบ้าง"
ไป๋เยว่หลิงนิ่งเงียบ ครุ่นคิดตาม
"สรุปง่ายๆ คือ ทิ้งมาดสูงส่งนั่นซะ ลองทำตัวแบบที่คนทั่วไปเขาทำกัน แบบนั้นถึงจะเติมกลิ่นอายความเป็นมนุษย์เข้าไปในปราณเซียนอันบริสุทธิ์ของคุณได้ ทำให้คุณดูเหมือนคนจริงๆ มากขึ้น ไม่ใช่เซียนที่ทำได้แค่มองจากที่ไกลๆ"
ไป๋เยว่หลิงพิจารณาคำพูดของเขาอย่างถี่ถ้วน แล้วพบว่ามีเหตุผลมากทีเดียว
"หากเจ้าได้บำเพ็ญเพียรแต่เด็ก คงจะมีพรสวรรค์ไม่น้อย..."
เจียงเฉียวตื่นเต้นขึ้นมานิดๆ หรือว่าฉากถ่ายทอดวิชาเซียน ถ่ายทอดเคล็ดวิชาลับ กำลังจะเกิดขึ้นแล้ว?
"ตอนนี้ผมเริ่มบำเพ็ญเพียรก็ยังไม่สายนะ! ท่านนางฟ้าวางแผนจะถ่ายทอดสุดยอดวิชาให้ผมเหรอครับ?"
นางฟ้าไป๋ส่ายหน้าด้วยความเวทนา "กายเนื้อของเจ้าถูกพิษทางโลกกัดกินลึกซึ้ง แทรกซึมเข้าสู่เครื่องใน เลือดเนื้อ และกระดูก ปราณพิษฝังรากลึกยากจะขจัด เส้นทางแห่งเต๋าของเจ้าขาดสะบั้นไปแล้ว เว้นเสียแต่ว่าข้าจะฟื้นคืนตบะ ใช้วิชาเซียนและอิทธิฤทธิ์ช่วยเจ้าชำระเส้นชีพจร เปลี่ยนไขกระดูก สร้างรากฐานใหม่ ไม่อย่างนั้นชาตินี้คงหมดหวังที่จะบำเพ็ญเต๋า"
เจียงเฉียวเบะปากด้วยความผิดหวัง พูดมาตั้งยืดยาว สรุปก็คือไม่ได้อยู่ดี
"อาหารเช้าที่เจ้ากินนั่น... ข้าขอลองบ้างได้ไหม?" หลังลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ไป๋เยว่หลิงก็เอ่ยถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ
เจียงเฉียวอึ้งไปเล็กน้อย เขาแค่พูดเล่นๆ ไม่นึกว่าจะกล่อมเธอสำเร็จ?
"ชอบรสไหนครับ? หวานหรือเผ็ด?"
"อะไรก็ได้ที่รสอ่อนๆ หน่อย"
เจียงเฉียวเกาหัว นี่ไม่ใช่ทำกับข้าวนะ ร้านสะดวกซื้อจะมีขนมรสอ่อนๆ ที่ไหนกัน? หลังจากคิดพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เขาหยิบขนมปังไส้ครีมกับนมสดขวดหนึ่ง
เขาเจาะหลอดใส่นมแล้วยื่นให้เธอ "ฉีกห่อออกก็กินได้เลยครับ"
นางฟ้าไป๋รับไป อ้าปากเล็กๆ กัดขนมปังคำหนึ่ง เคี้ยวตุ้ยๆ อย่างสง่างามและนุ่มนวล