เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1674 : ปล่อยจรวดรัวๆ เหมือนต้มเกี๊ยวเลยนะ | บทที่ 1675 : แบบนี้เรียกว่า "ของก๊อป" ได้เหรอ?

บทที่ 1674 : ปล่อยจรวดรัวๆ เหมือนต้มเกี๊ยวเลยนะ | บทที่ 1675 : แบบนี้เรียกว่า "ของก๊อป" ได้เหรอ?

บทที่ 1674 : ปล่อยจรวดรัวๆ เหมือนต้มเกี๊ยวเลยนะ | บทที่ 1675 : แบบนี้เรียกว่า "ของก๊อป" ได้เหรอ?


บทที่ 1674 : ปล่อยจรวดรัวๆ เหมือนต้มเกี๊ยวเลยนะ

เรื่องใหญ่ขนาดการเคลื่อนย้ายจรวดเจี้ยนมู่-7 ในแนวตั้งแบบนี้ มีหรือที่อู๋ฮ่าวและคนอื่นๆ จะไม่ให้ความสนใจ? ตั้งแต่เช้าตรู่ที่งานยังไม่ทันเริ่ม จางจวินและคนอื่นๆ ก็วิ่งมามารอที่ห้องทำงานของอู๋ฮ่าวกันแล้ว

ผ่านเครือข่ายส่วนตัว พวกเขาสามารถเชื่อมต่อเข้ากับระบบควบคุมและสั่งการของฐานปล่อยยานอวกาศในทะเลจีนใต้ได้โดยตรง ดังนั้นแม้จะนั่งอยู่ในห้องทำงาน พวกเขาก็สามารถเห็นกระบวนการเคลื่อนย้ายทั้งหมดได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง

เมื่อมองดูจรวดเจี้ยนมู่-7 ที่กำลังถูกเคลื่อนย้ายในแนวตั้งผ่านหน้าจอ จางจวินก็อดไม่ได้ที่จะอุทานชื่นชมออกมา: "สวยจริงๆ เมื่อเทียบกับเจี้ยนมู่-1, เจี้ยนมู่-2 หรือแม้แต่เจี้ยนมู่-5 ที่อัปเกรดมาจากรุ่น 2 ก่อนหน้านี้ ไม่มีลำไหนสวยเท่าเจี้ยนมู่-7 ลำนี้เลย"

"นายนี่นะ เป็นพวกประเภทเห่อของใหม่เบื่อของเก่าชัดๆ เหมือนพวกแฟนคลับทหารเลย ตอนแรกก็คลั่งไคล้เรือ 052D แล้วก็เปลี่ยนมาชอบ 055 จากนั้นก็เป็น 002 ผ่านไปไม่นานก็ปันใจไปสนใจ 075 อีกแล้ว แต่ยังชอบ 075 ได้ไม่นาน ความสนใจของนายก็ถูก 003 ดึงดูดไปซะงั้น" อู๋ฮ่าวยิ้มและพูดหยอกล้อเพื่อนคนนี้

"ฮ่าๆ นี่แสดงว่าตระกูลจรวดขนส่งของพวกเราก็เหมือนกับกองทัพเรือของเรานั่นแหละ ที่กำลังรุ่งเรืองเฟื่องฟู ปล่อยของออกมาเหมือนต้มเกี๊ยวเลยไงล่ะ" จางจวินโบกมือพูดอย่างตื่นเต้น

โจวเสี่ยวตงที่อยู่ข้างๆ พยักหน้าแล้วพูดขึ้น: "ว่ากันตามตรงนะ จรวดเจี้ยนมู่-7 ลำนี้สวยกว่าจรวดรุ่นก่อนหน้านั้นมากจริงๆ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโครงสร้างรูปร่างที่สมเหตุสมผลมาก และอีกส่วนหนึ่งก็คือลวดลายการทาสีแบบมินิมอลที่พวกเราออกแบบใหม่ มันสวยจริงๆ นั่นแหละ"

"อันนี้จริง" ทุกคนพยักหน้ายอมรับ เมื่อเทียบกับจรวดรุ่นก่อนหน้านี้ สัดส่วนรูปร่างของเจี้ยนมู่-7 นั้นสวยงามกว่าจริงๆ แถมลวดลายยังผ่านการออกแบบใหม่มาแล้วด้วย ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว

"สวยหรือไม่สวยนั่นเป็นเรื่องรอง ที่สำคัญคือประสิทธิภาพต่างหาก" หยางฟานหัวเราะแล้วพูดว่า: "จรวดเจี้ยนมู่-7 ลำนี้สามารถนำส่งน้ำหนักขึ้นสู่วงโคจรระดับต่ำของโลก (LEO) ได้ถึงประมาณ 18 ตัน และส่งเข้าสู่วงโคจรถ่ายโอนไปยังดวงจันทร์ (LTO) ได้ถึงประมาณ 7 ตัน ด้วยพารามิเตอร์สมรรถนะของจรวดลำนี้ เรียกได้ว่าบดขยี้คู่แข่งหลายราย และก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับแนวหน้าของตระกูลจรวดขนส่งระดับโลกแล้ว

นอกเหนือจากประสิทธิภาพ ก็คือต้นทุนการปล่อยที่ต่ำแสนต่ำ ฉันได้ยินโจวเซียงหมิงกับทีมบอกว่า พวกเขามั่นใจว่าจะลดต้นทุนการปล่อยสู่วงโคจรระดับต่ำของจรวดลำนี้ให้เหลือต่ำกว่าห้าพันดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัมได้"

"ห้าพันดอลลาร์ ราคานี้จะขาดทุนหรือเปล่าเนี่ย" โจวเสี่ยวตงขมวดคิ้วเล็กน้อย

หยางฟานส่ายหน้า: "นี่เป็นแค่ต้นทุนการปล่อย ราคาขายจริงต้องสูงกว่านี้อยู่แล้ว"

อู๋ฮ่าวที่รู้ตื้นลึกหนาบางยิ้มและอธิบายเสริม: "จริงๆ แล้วถ้าทุกอย่างราบรื่น ต้นทุนการปล่อยนี้ยังสามารถบีบให้ลดลงได้อีก โดยควบคุมให้อยู่ที่ประมาณสามพันดอลลาร์ แน่นอนว่าเงื่อนไขคือจำนวนครั้งการปล่อยที่ปลอดภัยและการนำกลับมาใช้ซ้ำต้องมีจำนวนมากพอ ถ้าจำนวนไม่ถึง ต้นทุนเฉลี่ยต่อครั้งย่อมสูงแน่นอน"

พอได้ยินอู๋ฮ่าวพูดมาถึงตรงนี้ จางจวินก็หุบยิ้มและทำหน้าจริงจัง: "ปัจจุบันภารกิจการปล่อยจรวดเชิงพาณิชย์ในประเทศเริ่มเข้าสู่ภาวะอิ่มตัวแล้ว นอกจากพวกเรา ยังมีบริษัทจรวดขนส่งเอกชนอีกหลายเจ้าที่แย่งชิงคำสั่งซื้อกับเราอยู่ และนอกจากบริษัทเอกชนแล้ว ทางบริษัทการบินและอวกาศของรัฐก็กำลังเข้มงวดเรื่องการแย่งชิงและควบคุมคำสั่งซื้อภารกิจต่างๆ มากขึ้น

ดังนั้นนอกจากภารกิจการปล่อยดาวเทียมของพวกเราเองแล้ว ผมคิดว่าเราควรมองไปที่ตลาดต่างประเทศให้มากขึ้น ปีที่แล้วในบรรดาภารกิจปล่อยจรวดของเรา มีภารกิจจากต่างประเทศถึงสามสี่ครั้ง และผลกำไรที่ได้ก็น่าประทับใจมาก

ผมเลยขอเสนอว่า เราควรทุ่มเททรัพยากรไปกับการพัฒนาตลาดจรวดพาณิชย์และดาวเทียมในต่างประเทศให้มากขึ้น"

สำหรับข้อเสนอของจางจวิน หยางฟานส่ายหน้าแล้วแย้งว่า: "โครงการจรวดและดาวเทียมไม่เหมือนโครงการพาณิชย์อื่นๆ เพราะถูกควบคุมอย่างเข้มงวดโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่าว่าแต่ต่างประเทศเลย แค่ภารกิจในประเทศของเราเอง แต่ละครั้งยังต้องผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวด และเทคโนโลยีด้านนี้ก็เป็นเทคโนโลยีที่รัฐควบคุมเป็นพิเศษมาโดยตลอด

แถมเรื่องนี้ยังมีปัญหาเกี่ยวข้องเยอะแยะ เราจะเลือกจิ้มลูกค้าตามใจชอบไม่ได้ ในการเลือกพาร์ทเนอร์ เราต้องก้าวไปในทิศทางเดียวกับรัฐ

นอกจากนี้ ไม่ใช่ทุกประเทศที่ต้องการดาวเทียมและยานอวกาศ สำหรับพวกเขาแล้ว แทนที่จะไล่ตามสิ่งที่จับต้องยาก สู้เอาอะไรที่ใช้งานได้จริงจะดีกว่า

ดังนั้นฉันจึงไม่ค่อยเห็นด้วยกับแผนการขยายตลาดต่างประเทศ ฉันคิดว่าทางหนึ่งเราควรเสริมสร้างความแข็งแกร่งของตัวเองต่อไป อาศัยความน่าเชื่อถือสูง ความปลอดภัย และข้อได้เปรียบด้านต้นทุนต่ำมาแย่งชิงคำสั่งซื้อ ส่วนอีกทางหนึ่ง โครงการจรวดขนส่งไม่เคยเป็นจุดทำกำไรหลักของเราอยู่แล้ว หรือจะบอกว่าเราไม่เคยหวังผลกำไรจากโครงการนี้เลยก็ได้ แทนที่จะมองแค่เงินเล็กๆ น้อยๆ ตรงหน้า สู้มองการณ์ไกลหน่อยดีกว่า จักรวาลอันกว้างใหญ่ต่างหากที่มีขุมทรัพย์นับไม่ถ้วน"

"ขุมทรัพย์เยอะแค่ไหนก็ไม่ใช่ของฉัน แถมฉันก็เอามาไม่ได้ด้วย" จางจวินสวนกลับ แล้วมองเพื่อนๆ พลางถอนหายใจรัวๆ: "พวกนายนี่นะ ไม่เป็นคนหาเงินไม่รู้หรอกว่าข้าวของแพงแค่ไหน รายได้บริษัทน่ะดีก็จริง แต่รายจ่ายมันก็เยอะเหลือเกิน ลองไล่ดูแค่ไม่กี่โครงการนี้สิ มีอันไหนบ้างที่ไม่ใช่ตัวผลาญเงิน แถมเจ้าตัวผลาญเงินพวกนี้ยังสร้างรายได้ไม่ได้ในระยะสั้นอีก ถึงอย่างนั้นก็ยังต้องเลี้ยงพวกมันต่อไป

ดังนั้นตอนนี้ฉันไม่เกี่ยงว่าเงินจะเยอะ ยิ่งเยอะยิ่งดี แบบนี้เวลาพวกนายมาของบวิจัยกับฉันวันหลัง ฉันจะได้ไม่ต้องขี้เหนียว ฉันก็แม่งอยากจะใจป้ำสักครั้งเหมือนกัน แต่สถานะทางการเงินมันไม่อำนวยนี่หว่า"

ส่วนหยางฟานเห็นได้ชัดว่าไม่ได้ใส่ใจกับคำบ่นของจางจวิน เขาหัวเราะแล้วสวนกลับไปตรงๆ ว่า: "พี่น้องกันเอง นายไม่ต้องมาแกล้งทำตัวน่าสงสารต่อหน้าพวกเราหรอก สถานะรายได้ของบริษัทใช่ว่าพวกเราจะไม่รู้ เงินตั้งเยอะแยะจะเก็บไว้ทำไม ก็มีไว้ให้ใช้นั่นแหละ

เมื่อเทียบกับเงินแล้ว เรากำลังทำโครงการที่ยิ่งใหญ่ โครงการนี้สำคัญกว่าเงินมาก และมีค่ามากกว่าเงินเยอะ ถ้าทำสำเร็จ อนาคตพวกเราได้จารึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์แน่นอน"

"จารึกชื่อในประวัติศาสตร์?"

จางจวินเบะปาก: "ฉันไม่สนหรอก อีกอย่างนั่นมันก็เรื่องอีกตั้งหลายร้อยปีข้างหน้า ตอนนี้ฉันรักเงิน ยิ่งเยอะยิ่งดี"

ฮ่าๆๆๆ...

เมื่อเห็นท่าทางงกเงินแบบพ่อค้าหน้าเลือดของจางจวิน อู๋ฮ่าวและเพื่อนๆ ก็พากันหัวเราะร่า

อู๋ฮ่าวไม่ได้ปล่อยให้พวกเขาเถียงกันเล่นต่อ แต่ถามด้วยรอยยิ้มว่า: "การปล่อยจรวดที่ทะเลจีนใต้ครั้งนี้ มีใครอยากไปกับฉันไหม?"

พอได้ยินเขาพูดแบบนี้ คนอื่นๆ ก็หันมามอง จางจวินรีบพูดขึ้นทันที: "ฉันจะไป ไม่ได้ไปทะเลจีนใต้มานานแล้ว ถือโอกาสนี้ไปเที่ยวพักผ่อนเลยแล้วกัน"

"ฉันก็จะไปเหมือนกัน" หยางฟานและโจวเสี่ยวตงพูดขึ้นพร้อมกัน

"โอเค" อู๋ฮ่าวส่ายหน้ายิ้มๆ "งั้นก็ไปกันหมดนี่แหละ โอกาสหาได้ยาก"

"พาครอบครัวไปได้ไหม?" จู่ๆ หยางฟานก็ถามขึ้นมา

อู๋ฮ่าวและคนอื่นๆ หันไปมองหยางฟานทันที พอเจอสายตาเพื่อนๆ หยางฟานก็หดคอลงเล็กน้อย: "ฉัน... ฉันก็แค่ถามดู ก็โอกาสมันหายากนี่นา"

"นายนี่นะ เป็นถึง CTO ของบริษัทใหญ่ขนาดนี้ ทำไมถึงถูกผู้หญิงคนเดียวคุมซะอยู่หมัด จนความคิดที่จะขัดขืนมอดดับไปหมดแล้ว" จางจวินมองหยางฟานแล้วแซวอย่างระอา

"หึหึ" หยางฟานหัวเราะแห้งๆ แล้วตอบว่า: "ช่วยไม่ได้ ก็คนมันรักนี่นา ชาตินี้ถือว่าแพ้ทางเธอแล้วล่ะ"

"เอาล่ะ ใครอยากพาครอบครัวไปก็พาไปเถอะ แค่เพิ่มคนไม่กี่คนเอง" อู๋ฮ่าวโบกมืออนุญาตทันที

-------------------------------------------------------

บทที่ 1675 : แบบนี้เรียกว่า "ของก๊อป" ได้เหรอ?

สำหรับการบินเที่ยวแรกของจรวดเจี้ยนมู่-7 ในครั้งนี้ บวกกับรถสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์อัจฉริยะคันนี้ ไม่ว่าจะเป็นสื่อยักษ์ใหญ่หรือประชาชนทั่วไปต่างก็ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

สื่อมวลชนและบล็อกเกอร์จำนวนไม่น้อยเดินทางไปยังฐานปล่อยจรวดอวกาศหนานไห่โดยเฉพาะ เพื่อเตรียมทำการถ่ายทอดสด แม้แต่สถานีโทรทัศน์กลาง (CCTV) ก็ยังติดตั้งอุปกรณ์เตรียมพร้อมสำหรับการถ่ายทอดสดตลอดทั้งกระบวนการ

ในเว็บบอร์ด ชุมชนออนไลน์ กระทู้ต่าง ๆ รวมถึงกลุ่มพูดคุยหลากหลายกลุ่มบนอินเทอร์เน็ต ต่างเต็มไปด้วยข่าวสารเกี่ยวกับการบินเที่ยวแรกของจรวดเจี้ยนมู่-7 และรถสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์อัจฉริยะคันนี้

"สุดยอดไปเลย ผ่านไปแค่ไม่กี่ปีเอง ฮ่าวอวี่เทคโนโลยีก็เตรียมจะไปดวงจันทร์แล้ว"

"จริงครับ ฮ่าวอวี่เทคโนโลยีพัฒนาในด้านอวกาศรวดเร็วมากในช่วงไม่กี่ปีมานี้ จากเริ่มแรกที่ปล่อยจรวดขนาดเล็ก จนตอนนี้สามารถปล่อยจรวดขนส่งขนาดกลางได้แล้ว ความสามารถในการขนส่งวงโคจรระดับต่ำ 18 ตัน เรียกได้ว่าทิ้งห่างประเทศอื่น ๆ นอกจากพวกเรากับอเมริกาไปไกลแล้ว"

"จะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูกซะทีเดียว เทคโนโลยีจรวดขนส่งของยุโรปก็ดีมากเหมือนกัน แต่ถ้าดูจากพารามิเตอร์ของจรวดเจี้ยนมู่-7 ในปัจจุบัน ในด้านความสามารถในการขนส่งถือว่าทัดเทียมกับจรวดขนส่งรุ่นล่าสุดของยุโรปแล้ว แน่นอนว่าจรวดเจี้ยนมู่-7 มีข้อได้เปรียบที่โดดเด่น นั่นคือจรวดท่อนแรกและส่วนครอบหัวจรวดสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการปล่อยลงได้อย่างมหาศาล นี่คือสิ่งที่จรวดส่วนใหญ่เทียบไม่ติดเลย"

"พอพูดถึงเทคโนโลยีการนำจรวดกลับมาใช้ใหม่ ก็อดไม่ได้ที่จะต้องนำมาเปรียบเทียบกับจรวดฟอลคอน ถ้าดูจากพารามิเตอร์โดยละเอียด เจี้ยนมู่-7 ยังถือว่าตามหลังจรวดฟอลคอนอยู่นิดหน่อย"

"ช่วยไม่ได้ ทางอีลอน มัสก์ เขามีทรัพยากร มีตัวเลือกให้เลือกเยอะแยะ แต่พวกอู๋ฮ่าวสิ เริ่มต้นจากศูนย์ ทุกอย่างต้องทำเอง พัฒนามาได้ขนาดนี้ภายในไม่กี่ปีก็ถือว่าสุดยอดมากแล้ว"

"พูดไปพูดมาก็ลอกเลียนแบบของก๊อปมาไม่ใช่เหรอ ดูเจี้ยนมู่-7 ตอนนี้สิ แทบจะเป็นฝาแฝดของจรวดฟอลคอนเลย อู๋ฮ่าวทำแบบนี้ มันไม่น่าเกลียดไปหน่อยเหรอ"

"อะไรคือไม่น่าเกลียด? พวกอู๋ฮ่าวไปขโมยหรือไปปล้นเทคโนโลยีของมัสก์มาหรือไง? นี่เรียกว่าการอ้างอิงอย่างสมเหตุสมผล เรียนรู้จากประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมของคนรุ่นก่อน แล้วนำมาปรับใช้ บริษัททุกที่เขาก็ทำกันแบบนี้ทั้งนั้น"

"ถูกต้อง การวิจัยและพัฒนาจรวดเกี่ยวข้องกับขั้นตอนและเทคโนโลยีเป็นหมื่น ๆ อย่าง คุณนึกว่าใครจะก๊อปก็ก๊อปได้ดีงั้นเหรอ ดูอย่างอินเดียกับเกาหลีใต้สิ ทุ่มเททั้งประเทศยังไม่เห็นจะทำออกมาได้เป็นชิ้นเป็นอันเลย"

"คนคนนี้ไม่เข้าใจคำว่าของก๊อปเลียนแบบเลยสักนิด ของก๊อปคือเอาผลิตภัณฑ์ของคนอื่นมา แล้วลอกแบบหนึ่งต่อหนึ่ง จากนั้นค่อยดัดแปลง คุณลองไปขโมยจรวดฟอลคอนมาให้ผมสักลำสิ แล้วให้พวกอู๋ฮ่าวลอกแบบให้เต็มที่เลย"

"ถ้าเขาขโมยกลับมาได้สักลำนะ ไม่ต้องให้ฮ่าวอวี่เทคโนโลยีหรอก ส่งมอบให้รัฐบาลโดยตรงเลย เขาจะได้ความดีความชอบครั้งใหญ่ ได้เป็นบุคคลแห่งปีแน่นอน"

"จรวดเจี้ยนมู่-7 กับจรวดฟอลคอน แม้รูปลักษณ์ภายนอกและรูปแบบจะคล้ายกันมาก แต่จริงๆ แล้วมีความแตกต่างกันอย่างมาก จรวดตระกูลเจี้ยนมู่ใช้เชื้อเพลิงขับเคลื่อนโฟมกึ่งของแข็งที่ฮ่าวอวี่เทคโนโลยีคิดค้นขึ้นเองมาโดยตลอด ว่ากันว่าเชื้อเพลิงชนิดนี้มีความหนาแน่นของพลังงานสูงกว่าออกซิเจนเหลวและน้ำมันก๊าดแบบดั้งเดิม ทำให้สร้างแรงขับได้มากกว่า ดังนั้นขนาดของจรวดตระกูลเจี้ยนมู่จึงค่อนข้างเล็กกว่าเมื่อเทียบกับความสามารถในการขนส่ง เฉพาะเชื้อเพลิงขับเคลื่อนโฟมกึ่งของแข็งนี้ ก็เรียกได้ว่าเป็นระดับชั้นนำของโลกแล้ว"

"ฉันก็ได้ยินเรื่องเชื้อเพลิงขับเคลื่อนโฟมกึ่งของแข็งนี้เหมือนกัน ว่ากันว่าเพราะมันอยู่ในสถานะโฟมกึ่งของแข็ง เลยเก็บรักษาได้นาน เก็บไว้หลายเดือนหรือหลายปีก็ไม่มีปัญหา ฉันได้ยินมาว่าจรวดของทางการที่เกี่ยวข้องก็กำลังทดลองใช้เชื้อเพลิงชนิดนี้อยู่ ได้รับคำชมสูงมากเลยนะ"

"ไม่ใช่แค่จรวดขนส่งนะ ได้ยินว่าตง-5 (Dong-5) ก็อาจจะใช้เชื้อเพลิงชนิดนี้เหมือนกัน ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ก็จะลดเวลาเตรียมการก่อนปล่อยของตง-5 ได้มหาศาล ตัดขั้นตอนการเติมเชื้อเพลิงออกไปได้เลย ตง-5 สามารถเข้าสู่โหมดเตรียมพร้อมรบได้เต็มรูปแบบ เติมเชื้อเพลิงทิ้งไว้แล้วสแตนด์บายได้หลายเดือน ค่อยสับเปลี่ยนหมุนเวียนกัน"

"ฮ่าๆๆ นั่นก็แค่การคาดเดาจากภายนอกเท่านั้นแหละ ของพวกนั้นเป็นอาวุธสำคัญของชาติ เขาจะให้เรารู้ตื้นลึกหนาบางได้ยังไง"

"ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว พูดมากเดี๋ยวกลุ่มบิน"

"ดูจากข่าว การบินเที่ยวแรกของเจี้ยนมู่-7 ครั้งนี้ยากมากนะ หนึ่งคือเป็นจรวดใหม่ ใช้เทคโนโลยีใหม่เยอะแยะ ยังไม่เคยผ่านสนามจริง ผลลัพธ์จะดีจะแย่ยังไม่รู้ สองคือเลือกฐานปล่อยหนานไห่ เทียบกับฐานปล่อยในแผ่นดินแล้ว ฐานปล่อยชายฝั่งมีทั้งข้อดีข้อเสีย ข้อเสียใหญ่สุดคือไอเกลือทะเลที่มีผลต่อชิ้นส่วนความแม่นยำสูง ลมทะเลชื้นๆ ที่มีไอเกลือจะเข้าไปในตัวจรวด กัดกร่อนชิ้นส่วนละเอียดอ่อนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างรุนแรง ก่อนหน้านี้ก็เคยมีจรวดพังเพราะสาเหตุนี้จนภารกิจล้มเหลวมาแล้ว"

"ไม่ใช่แค่นั้น ภารกิจครั้งนี้ก็ยากมาก จะต้องส่งน้ำหนักบรรทุกเข้าสู่วงโคจรโอนย้ายโลก-ดวงจันทร์อย่างแม่นยำ ซึ่งการควบคุมความแม่นยำต้องเข้มงวดสุดๆ แม้กระบวนการทั้งหมดจะดำเนินการโดยฐานปล่อยหนานไห่ แต่นี่ก็เป็นบททดสอบสมรรถนะของจรวดด้วย"

"ที่พวกนายพูดน่ะคือช่วงปล่อย ยังมีช่วงลงจอดอีกนะ ครั้งนี้ใช้แพลตฟอร์มลงจอดจรวดกลางทะเล พูดง่ายๆ คือลงจอดบนเรือ ทะเลคลื่นลมแรง จะทำให้แพลตฟอร์มนิ่งและรับจรวดท่อนแรกที่ร่อนลงมาได้อย่างแม่นยำยังไง เรื่องนี้ต้องการเทคโนโลยีที่เข้มงวดยิ่งกว่าเดิม และในด้านนี้ ทางการเองก็ยังไม่มีประสบการณ์มากนัก ทุกอย่างทีมวิจัยต้องลุยเองหมด"

"พูดถึงเทคโนโลยีการนำจรวดกลับมาใช้ใหม่ ผลงานของฮ่าวอวี่เทคโนโลยีในด้านนี้โดดเด่นมากจริงๆ นอกจากเจี้ยนมู่-1 รุ่นแรกที่กู้คืนไม่ได้ จรวดรุ่นต่อๆ มาทั้งท่อนแรกและส่วนครอบหัวจรวดล้วนกู้คืนได้หมด เรียกได้ว่าประหยัดจนถึงขีดสุดจริงๆ"

"ช่วยไม่ได้ บริษัทจรวดเอกชน อยากได้ออเดอร์ก็ต้องพึ่งฝีมือ เส้นสายใช้ไม่ได้ผลหรอก แถมคู่แข่งที่อู๋ฮ่าวต้องเจอคือ 'การบินอวกาศ' (รัฐวิสาหกิจ) ดังนั้นพวกเขาต้องเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ ถึงจะเอาชนะคู่แข่งที่แข็งแกร่งได้ และในบรรดาสมรรถนะทั้งหมดของจรวด ต้นทุนการขนส่งคือสิ่งที่ลูกค้าสนใจที่สุด หลายปีมานี้ฮ่าวอวี่เทคโนโลยีก็ใช้ต้นทุนการปล่อยที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินนี่แหละ แย่งออเดอร์จากปาก 'การบินอวกาศ' มาได้ไม่น้อย"

"เรื่องนี้เจ๋งจริง ฉันได้ยินว่าฮ่าวอวี่เทคโนโลยีลดต้นทุนการปล่อยดาวเทียมวงโคจรระดับต่ำเหลือแค่หนึ่งหมื่นต่อกิโลกรัมแล้ว"

"ตอนนี้ภารกิจปล่อยดาวเทียมพาณิชย์ในประเทศแทบจะถูกฮ่าวอวี่อวกาศเหมาหมดแล้ว นอกจากดาวเทียมพาณิชย์ ดาวเทียมของทางการบางดวงก็เริ่มใช้จรวดของฮ่าวอวี่อวกาศแล้ว ช่วยไม่ได้ ข้อได้เปรียบเรื่องต้นทุนมันเห็นๆ อยู่ จะไม่ให้พวกเขาชั่งน้ำหนักผลดีผลเสียก็คงไม่ได้"

"'การบินอวกาศ' ค่อนข้างแข็งทื่อและยึดติดจริงๆ นั่นแหละ โรคประจำตัวของรัฐวิสาหกิจ ในด้านนี้เทียบกับเอกชนแล้วความยืดหยุ่นสู้ไม่ได้เลย เพราะงั้นสำหรับปรากฏการณ์นี้ ฉันยินดีที่จะเห็นนะ มันต้องมีปลาดุกดุๆ แบบนี้ลงไปกวนน้ำ ถึงจะกระตุ้นให้อุตสาหกรรมเทคโนโลยีอวกาศพัฒนาอย่างรวดเร็วและแข็งแรง"

จบบทที่ บทที่ 1674 : ปล่อยจรวดรัวๆ เหมือนต้มเกี๊ยวเลยนะ | บทที่ 1675 : แบบนี้เรียกว่า "ของก๊อป" ได้เหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว